พุทธศาสนสุภาษิต
หมวดตน      หมวดไม่ประมาท      หมวดกรรม      หมวดกิเลส      หมวดอดทน      หมวดจิต
หมวดทาน      หมวดธรรม      หมวดเบ็ดเตล็ด      หมวดปัญญา      หมวดบุคคล      หมวดความตาย
หมวดวาจา       หมวดความเพียร      หมวดความสามัคคี       หมวดศีล      หมวดคบหา


หมวดจิต

------------------------------ คณะกรรมการกองตำรา มหามกุฎราชวิทยาลัย รวบรวมและเรียบเรียง.

                         1) ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว
            ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย.

                         2) บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธ
           คือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่.

                         3) โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว

                          4) ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขา
          ก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้.

                           5) การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร เป็นความดีเพราะว่าง
          จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้.

                           6) ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่ ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มี
           ความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่กล้าบูชาเขา.

                           7) มีจิตหลุดพ้น รู้ความเกิดและความเสื่อมแห่งโลกได้แล้ว มีใจดี ไม่ถูกกิเลสอาศัย
           มีธรรมนั้นเป็นอานิสงส์ พึงหวังความบริสุทธิ์แห่งใจได้.

                           8) คนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรม เพื่อบรรลุธรรมที่เกษมจากโยคะ
           พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้.

                           9) ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่
            เพราะว่าง จิตที่คุ้มครองแแล้ว นำสุขมาให้.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------