พุทธศาสนสุภาษิต
หมวดตน      หมวดไม่ประมาท      หมวดกรรม      หมวดกิเลส      หมวดอดทน      หมวดจิต
หมวดทาน      หมวดธรรม      หมวดเบ็ดเตล็ด      หมวดปัญญา      หมวดบุคคล      หมวดความตาย
หมวดวาจา       หมวดความเพียร      หมวดความสามัคคี       หมวดศีล      หมวดคบหา


หมวดบุคคล

------------------------------ คณะกรรมการกองตำรา มหามกุฎราชวิทยาลัย รวบรวมและเรียบเรียง.

                         1) ผู้ใดไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่ลบหลู่ ถึงความหมดจด มีทิฎฐิสมบรูณ์ มีปัญญา พึงรู้ว่า
         ผู้นั้นเป็นอริยะ.

                          2) ผู้ไม่โกรธ ฝึกตนแล้ว เป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ สงบระงับ คงที่ จะมีความ
         โกรธมาแต่ไหน.

                           3) ใครควรจะติคนฉลาดประพฤติไม่ขาด ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ประดุจแท่งทองชมภูนุท.

                           4) คนเขลาย่อมซูบซีด เพราะคำนึงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เพราะโศรกเศร้าถึงสิ่งที่ล่วงไป
          เหมือนต้นอ้อสดที่ถูกตัด.

                            5) คนฉลาดไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คลอนแคลน มีปัญญา สำรวมอินทรีย์ มีมิตรดี พึงทำที่สุด
           ทุกข์ได้.

                            6) นรชนใดไม่เชื่อตามเขาว่า รู้จักพระนิพพาน อันอะไรๆ ทำไม่ได้ ตัดเงื่อนตัดได้
            มีโอกาสอันขจัดแล้ว และคายความหวังแล้ว ผู้นั้นแล เป็นบุรุษสูงสุด.

                             7) ผู้ประกอบตนในสิ่งที่ไม่ควรประกอบ และไม่ประกอบตนในสิ่งที่ควรประกอบ
             ละประโยชน์เสีย ถือตามชอบใจ ย่อมกระหยิ่มต่อผู้ประกอบตนเนื่องๆ.

                             8) สมณะภายนอกไม่มี สังขารเที่ยงไม่มี ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี
            เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ.

                            9) เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญ แล้วจึงทำ สำรวมแล้ว
            เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.

                           10) ผู้บรรลุธรรมอย่างสูงสุด ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง ย่อมไม่โศรกเศร้าในเพราะ
            ความตาย เหมือนพ้นจากเรือนถูกไฟไหม้.

                          11) ผู้มีสติย่อมหลีกออก ท่านไม่ยินดีในที่อยู่ ท่านย่อมละที่อยู่ได้ ดุจหงส์ละเปือกตมไปฉะนั้น.

                           12) ผู้ใดมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ลบหลู่เขาด้วยความชั่ว มีความเห็นวิบัติ มีมายา พึงรู้ว่าผู้นั้น
             เป็นคนเลว.
                           13) กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล และคนงานชั้นต่ำทั้งปวง สงบเสงี่ยมแแแล้ว
             ฝึกตนแล้ว ก็ปรินิพพานเหมือนกันหมด.

                          14) เพราะนักปราชญ์มีสติตั้งมั่นในธรรมวินัย ไม่เสพกามและบาป พึงละกามพร้อมทั้ง
           ทุกข์ได้ ท่านจึงกล่าวบุคคลนั้นว่า ผู้ไปทวนกระแส.

                          15) บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่ แต่เป็นคนเลว
           เพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสริฐเพราะการกระทำ.

-------------------------------------------------------------------------------------