ณ.ราตรีที่คนหลับขยับตื่น
ลุกขึ้นยืนเดินย่องเข้าห้องสาว
เดาะรหัสเสียงสั่นที่สั้น-ยาว
ใจรัวกราวลืมชื่อฝ่ามือเย็น
ประตูแย้มเปิดให้เข้าไปย่อง
มิค่อยคล่องมืดมัวตัวไม่เห็น
กระซิบแว่วเสียงยั่วจับตัวเป็น
แม่เนื้อเย็นโอนอ่อนยอมผ่อนกาย
ประคองกอดเกาะเกี่ยวแล้วเลี้ยวเลาะ
กุมมือเหมาะแอบพิงเข้าอิงหมาย
ใจระรัวตัวสั่นประหวั่นวาย
ทั้งหญิงชายกระซิบเผยไม่เคยทำ
เสียงจิ้งจกร้องทักจักสะดุ้ง
ชวนเข้ามุ้งนั่งยิ้มกระหยิ่มขำ
ไม่เดียงสาใครเล่าจะเข้านำ
ตัดใจจำนึกบทอยากทดลอง
กลั้นใจใหม่มือสอดแล้วกอดเจ้า
รุกโลมเล้าลูบไล้ร่วมใจสอง
จุมพิตแก้มสองปรางอย่างที่ปอง
แล้วประคองเอนกายที่หมายตา
เสียงเรไรร้องร่ำแทรกคำพี่
ประเหลาะชี้ร้อนกอดน่าถอดผ้า
เสียงงึมงำพร่าเลือนที่เลื่อนมา
บอกสัญญาร่วมถอดนอนกอดกัน
ภาพสลัวจันทร์ส่องที่ช่องแตก
ตามฝาแยกมองนวลที่ชวนฝัน
รัญจวนจิตชิดกายไม่อายจันทร์
เข้าโรมรันนวลใจที่ใกล้มือ
เสียงกระเซ่าข้างหูยังดูสั่น
ฉอเลาะกันเต็มใจมิไขสือ
เสน่หาร้อนเร่าดั่งเขาลือ
ร่วมกระพือพิศวาสที่บาดทรวง
เอ๊กอี่เอ๊ก เสียงไก่ยั้งใจหยุด
มิเร่งรุดโลมเล้าของเจ้าหวง
จิตประหวัดหวั่นผจญในผลพวง
เหมือนหลอกลวงแค่หมายแต่กายเธอ
สำนึกใจแขนสอดนอนกอดนิ่ง
เพราะรักจริงตรงกันมั่นเสมอ
พรหมจรรย์ทำลายให้ร้ายเธอ
มิเลินเล่ออารมณ์ข่มสำรวม
แค่ลูบไล้โลมนวลแอบชวนฝัน
เกาะกอดกันก่ายเกยเขนยร่วม
แยกความรักเรื่องใคร่ไม่กำกรวม
แม้จะท่วมด้วยฤิทธิ์กฤติยา
เอ๊กอี่เอ๊กเสียงกระชั้นใกล้วันใหม่
ต้องลาไกลคลาดแคล้วไปแล้วหนา
ในคืนค่ำกำซ่านที่ผ่านมา
ยังเหลือค่าความสาวไร้คาวชาย
กาลเวลาเลี้ยวลดทศวรรษ
คนจรจัดเจอนางที่ห่างหาย
กุมมือมั่นรอยยิ้มที่พริ้มพราย
บอกความหมายมิตรภาพตราบนิรันดร์
เป็นได้แค่เศษคนที่ปล้นใจ
แล้วจากไปเรียงร้อยแต่รอยฝัน
ช่วงชีวิตที่ผ่านมานานวัน
ใช่เสกสรรปั้นได้ดั่งใจเรา
บทสรุปโจรปล้นใจบอกไว้ว่า
ควรรู้ค่ารักงามหยุดความเขลา
รักหรือใคร่อ่อนไหวอย่าใจเบา
ความรักเราคือให้ใช่ครอบครอง.