เพียงไม้อัดย้อมสี
ดอกฝ้าย : เขียน kradong_j@thaimail.com
เด็กหนุ่มร่างผอมโซ
ผมเผ้ารุงรัง กับย่ามคู่กาย
เดินผ่านประตูรั้วเหล็กด้วย
อาการของคนอิดโรยพึ่งตื่นใหม่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในแววตา
สองข้างทางที่เขาเดินผ่านเต็มไปด้วยป้ายเชิญชวนหลากสีสรร
เสียงเพลงและเสียงกลองดังระงมไปทั่วบริเวณ
หนุ่มสาวทั้งร้องทั้งเต้นอย่างครื้นเครง
และอีกจำนวนมากที่ยังดูตื้นเต้นและเคว้งคว้าง
ในโลกของเด็กหนุ่มแล้วตอนนี้เหมือนไม่มีแม้สิ่งที่มีสิ่งที่มีชีวิตไดๆเลยนอกจากเขา
เสียงที่เขาได้ยินชัดเจนที่สุดคงเป็นเพียงเสียงลมหายใจ
และเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างตั้งใจของเขา
เขาใช้สมาธิในการมองภาพเขียนหลายรูปแบบ
เนื้อหาที่บรรยายในภาพ
ต่างมีมุมมองของผู้เขียนที่ตั้งใจนำเสนอ
และเสกสรรความคิดของตัวเองลงบนแผ่นไม้อัด
ที่เคยเป็นเพียงไม้อัดเปล่า
แต่ตอนนี้มันมีค่ามากกว่าที่ใครๆคิด
ในจำนวนหลายๆภาพ
หนึ่งในนั้นมีงานของเขารวมอยู่ด้วย
ภาพที่มีพื้นหลังสีดำ
และภาพของผู้คนต่างอายุ
ซึ่งเขียนด้วยสีเทา
ภาพนั้นดูหดหู่
และแฝงไว้ด้วยความหวัง
และแววตาเว้าวอน ที่ปรากฏในภาพ
เด็กหนุ่มคนนั้นคือผมเอง
ต้นเดือนพฤศจิกายน
บรรยากาศจะเป็นเช่นนี้เสมอ
ในรั้วรามคำแหง
ช่วงของการรับนักศึกษาใหม่
และเป็นช่วงการทำกิจกรรมของนักศึกษาเก่าที่มีให้เลือกที่จะค้นหา
มันเป็นช่วงเวลาที่จิตรกรมือสมัครเล่นจะได้เสนองานของตนเองสู่สายตาสาธารณชน
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน
ที่มีคนสนใจหรือหยุดมองดูผลงานของตัวเอง
แม้ว่ามันจะไม่ใช่งานจิตรกรรมที่วิจิตตระการตา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงป้ายโฆษณาเชิญชวนเท่านั้นก็ตาม
ผมคิดว่าผู้ที่ลงมีเขียนภาพลงบนไม้อัดนั้น
แต่ละคนก็คงตั้งใจและพยายามสร้างงานกันจนสุดฝีมือทุกคน
บางภาพอาจไม่มีความละเอียดหรือเขียนขึ้นอย่างหยาบๆ
ไม่มีความแปลกใหม่
แต่นั่นก็ออกมาจากจิตใจของทุกคน
จะมีใครบ้างไหมที่สนใจและมองถึงคุณค่าอย่างแท้จริง
มิใช่เพียงมอง
หรืออ่านข้อความแล้วเดินจากไป
เคยคิดบ้างไหมว่าเขาใส่ความตั้งใจเข้าไปมากน้อยเพียงได
และเขากำลังต้องการให้คุณคิดอะไรในตอนนั้น
งานศิลป์มักสื่อถึงตัวตนของผู้รังสรรงานนั้นเสมอ
งานที่พบได้ประจำมักจะเป็นประเภท
ทุ่งนา กระท่อม ล้อเกวียน
ต่างๆเหล่านั้นล้วนมีความหมายอยู่ในตัวของมันเองแล้ว
ฉะนั้นการได้มองภาพตามทางเดิน
จึงบอกถึงสถานะการ
และเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในรามคำแหงได้ว่าเป็นไปในทิศทางได
งานศิลป์
ไม่ว่าจิตรกรรมหรืองานเขียน
ถ่ายทอดคำพูดนับร้อยนับพันคำได้ในคราเดียว
แม้กระทั่งเรื่องที่เราไม่สามารถ
เปล่งออกมาได้
ภาพเขียนก็สามารถบันทึกให้เราได้ครบทุกความรู้สึก
งานศิลป์ที่ดูเรียบง่ายก็อาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวผู้เขียนได้เช่นกัน
ผมยอมรับว่าผมมีแนวความคิดที่หนักพอสมควร
แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องใช้คำว่าหัวรุนแรง
และงานเขียนของผมมักแสดงออกในแนวนั้นเสมอ
จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ถูกใจผู้ที่พบเห็นเท่าไดนัก
และมันก็นำเรื่องร้ายซึ่งเกือบทำให้อนาคตของผมวูบดับไปได้เช่นกัน
เมื่อภาพของผมไปปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง
เกี่ยวกับการจัดการกิจกรรมนักศึกษาของมหาลัย
และภาพที่ผมเขียนไปอยู่หลังเวทีอภิปราย
ผมตั้งใจที่จะเขียนรูปนั้นจริง
เพื่อไว้อาลัยแก่กิจกรรมนักศึกษาในความรู้สึกของผม
แต่ไม่เคยคิดที่จะนำป้ายนั้นเข้าไปอยู่ในเวทีอภิปรายเลย
เมื่อเรื่องเริ่มขยายวงขึ้นเราจึงต้องแสดงจุดยืนในการเข้าร่วม
และสนับสนุนผู้เรียกร้อง
เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของพวกเราเช่นกัน
เมื่อภาพกระถางธูป และพวงหรีด
ที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีแดง
และพื้นหลังสีดำไปปรากฏอยู่เช่นนั้น
ก็เป็นที่แน่นอนว่า
เป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กลับฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก
จากการอภิปรายที่รุ่นแรงและเริ่มได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก
จึงมีการเรียกแกนนำเข้าพบและตกลงกัน
หากปานปลายไปกว่านี้ก็ไม่แน่ว่า
การชุมนุมจะจบลงที่รามคำแหงหรือไม่
และเป็นโชคดีที่ผมไม่ได้ลงชื่อไว้ในภาพ
มิเช่นนั้นอาจเป็นผมอีกคนหนึ่งที่ถูกเรียกเข้าพบ
ทั้งที่ไม่ใช่แกนนำ
และไม่เคยขึ้นไปอภิปราย
เพียงผู้ชุมนุมและเป็นผู้ที่เห็นด้วยคนหนึ่งเท่านั้นเอง
งานศิลป์สื่อความคิด
งานศิลป์แฝงด้วยความหมาย
จงอย่าปล่อยให้ความคิดของผู้สร้างงานหมดค่าไปพร้อมกับแสงแดดและสายฝน
ขอให้แสงแดดและสายฝนจงกัดเซาะเฉพาะสี
แต่ขออย่ากัดเซาะจิตรสำนึกดีของผู้สร้างงานเลย
เพียงไม้อัดย้อมสี
เด็กหนุ่มร่างผอมโซ
ผมเผ้ารุงรัง กับย่ามคู่กาย
เดินผ่านประตูรั้วเหล็กด้วย
อาการของคนอิดโรยพึ่งตื่นใหม่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในแววตา
สองข้างทางที่เขาเดินผ่านเต็มไปด้วยป้ายเชิญชวนหลากสีสรร
เสียงเพลงและเสียงกลองดังระงมไปทั่วบริเวณ
หนุ่มสาวทั้งร้องทั้งเต้นอย่างครื้นเครง
และอีกจำนวนมากที่ยังดูตื้นเต้นและเคว้งคว้าง
ในโลกของเด็กหนุ่มแล้วตอนนี้เหมือนไม่มีแม้สิ่งที่มีสิ่งที่มีชีวิตไดๆเลยนอกจากเขา
เสียงที่เขาได้ยินชัดเจนที่สุดคงเป็นเพียงเสียงลมหายใจ
และเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างตั้งใจของเขา
เขาใช้สมาธิในการมองภาพเขียนหลายรูปแบบ
เนื้อหาที่บรรยายในภาพ
ต่างมีมุมมองของผู้เขียนที่ตั้งใจนำเสนอ
และเสกสรรความคิดของตัวเองลงบนแผ่นไม้อัด
ที่เคยเป็นเพียงไม้อัดเปล่า
แต่ตอนนี้มันมีค่ามากกว่าที่ใครๆคิด
ในจำนวนหลายๆภาพ
หนึ่งในนั้นมีงานของเขารวมอยู่ด้วย
ภาพที่มีพื้นหลังสีดำ
และภาพของผู้คนต่างอายุ
ซึ่งเขียนด้วยสีเทา
ภาพนั้นดูหดหู่
และแฝงไว้ด้วยความหวัง
และแววตาเว้าวอน ที่ปรากฏในภาพ
เด็กหนุ่มคนนั้นคือผมเอง
ต้นเดือนพฤศจิกายน
บรรยากาศจะเป็นเช่นนี้เสมอ
ในรั้วรามคำแหง
ช่วงของการรับนักศึกษาใหม่
และเป็นช่วงการทำกิจกรรมของนักศึกษาเก่าที่มีให้เลือกที่จะค้นหา
มันเป็นช่วงเวลาที่จิตรกรมือสมัครเล่นจะได้เสนองานของตนเองสู่สายตาสาธารณชน
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน
ที่มีคนสนใจหรือหยุดมองดูผลงานของตัวเอง
แม้ว่ามันจะไม่ใช่งานจิตรกรรมที่วิจิตตระการตา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงป้ายโฆษณาเชิญชวนเท่านั้นก็ตาม
ผมคิดว่าผู้ที่ลงมีเขียนภาพลงบนไม้อัดนั้น
แต่ละคนก็คงตั้งใจและพยายามสร้างงานกันจนสุดฝีมือทุกคน
บางภาพอาจไม่มีความละเอียดหรือเขียนขึ้นอย่างหยาบๆ
ไม่มีความแปลกใหม่
แต่นั่นก็ออกมาจากจิตใจของทุกคน
จะมีใครบ้างไหมที่สนใจและมองถึงคุณค่าอย่างแท้จริง
มิใช่เพียงมอง
หรืออ่านข้อความแล้วเดินจากไป
เคยคิดบ้างไหมว่าเขาใส่ความตั้งใจเข้าไปมากน้อยเพียงได
และเขากำลังต้องการให้คุณคิดอะไรในตอนนั้น
งานศิลป์มักสื่อถึงตัวตนของผู้รังสรรงานนั้นเสมอ
งานที่พบได้ประจำมักจะเป็นประเภท
ทุ่งนา กระท่อม ล้อเกวียน
ต่างๆเหล่านั้นล้วนมีความหมายอยู่ในตัวของมันเองแล้ว
ฉะนั้นการได้มองภาพตามทางเดิน
จึงบอกถึงสถานะการ
และเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในรามคำแหงได้ว่าเป็นไปในทิศทางได
งานศิลป์
ไม่ว่าจิตรกรรมหรืองานเขียน
ถ่ายทอดคำพูดนับร้อยนับพันคำได้ในคราเดียว
แม้กระทั่งเรื่องที่เราไม่สามารถ
เปล่งออกมาได้
ภาพเขียนก็สามารถบันทึกให้เราได้ครบทุกความรู้สึก
งานศิลป์ที่ดูเรียบง่ายก็อาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวผู้เขียนได้เช่นกัน
ผมยอมรับว่าผมมีแนวความคิดที่หนักพอสมควร
แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องใช้คำว่าหัวรุนแรง
และงานเขียนของผมมักแสดงออกในแนวนั้นเสมอ
จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ถูกใจผู้ที่พบเห็นเท่าไดนัก
และมันก็นำเรื่องร้ายซึ่งเกือบทำให้อนาคตของผมวูบดับไปได้เช่นกัน
เมื่อภาพของผมไปปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง
เกี่ยวกับการจัดการกิจกรรมนักศึกษาของมหาลัย
และภาพที่ผมเขียนไปอยู่หลังเวทีอภิปราย
ผมตั้งใจที่จะเขียนรูปนั้นจริง
เพื่อไว้อาลัยแก่กิจกรรมนักศึกษาในความรู้สึกของผม
แต่ไม่เคยคิดที่จะนำป้ายนั้นเข้าไปอยู่ในเวทีอภิปรายเลย
เมื่อเรื่องเริ่มขยายวงขึ้นเราจึงต้องแสดงจุดยืนในการเข้าร่วม
และสนับสนุนผู้เรียกร้อง
เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของพวกเราเช่นกัน
เมื่อภาพกระถางธูป และพวงหรีด
ที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีแดง
และพื้นหลังสีดำไปปรากฏอยู่เช่นนั้น
ก็เป็นที่แน่นอนว่า
เป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กลับฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก
จากการอภิปรายที่รุ่นแรงและเริ่มได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก
จึงมีการเรียกแกนนำเข้าพบและตกลงกัน
หากปานปลายไปกว่านี้ก็ไม่แน่ว่า
การชุมนุมจะจบลงที่รามคำแหงหรือไม่
และเป็นโชคดีที่ผมไม่ได้ลงชื่อไว้ในภาพ
มิเช่นนั้นอาจเป็นผมอีกคนหนึ่งที่ถูกเรียกเข้าพบ
ทั้งที่ไม่ใช่แกนนำ
และไม่เคยขึ้นไปอภิปราย
เพียงผู้ชุมนุมและเป็นผู้ที่เห็นด้วยคนหนึ่งเท่านั้นเอง
งานศิลป์สื่อความคิด
งานศิลป์แฝงด้วยความหมาย
จงอย่าปล่อยให้ความคิดของผู้สร้างงานหมดค่าไปพร้อมกับแสงแดดและสายฝน
ขอให้แสงแดดและสายฝนจงกัดเซาะเฉพาะสี
แต่ขออย่ากัดเซาะจิตรสำนึกดีของผู้สร้างงานเลย
|