บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

เพียงไม้อัดย้อมสี
ดอกฝ้าย : เขียน  kradong_j@thaimail.com

เด็กหนุ่มร่างผอมโซ ผมเผ้ารุงรัง กับย่ามคู่กาย เดินผ่านประตูรั้วเหล็กด้วย
อาการของคนอิดโรยพึ่งตื่นใหม่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในแววตา
สองข้างทางที่เขาเดินผ่านเต็มไปด้วยป้ายเชิญชวนหลากสีสรร
เสียงเพลงและเสียงกลองดังระงมไปทั่วบริเวณ หนุ่มสาวทั้งร้องทั้งเต้นอย่างครื้นเครง
และอีกจำนวนมากที่ยังดูตื้นเต้นและเคว้งคว้าง
ในโลกของเด็กหนุ่มแล้วตอนนี้เหมือนไม่มีแม้สิ่งที่มีสิ่งที่มีชีวิตไดๆเลยนอกจากเขา
เสียงที่เขาได้ยินชัดเจนที่สุดคงเป็นเพียงเสียงลมหายใจ
และเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างตั้งใจของเขา
เขาใช้สมาธิในการมองภาพเขียนหลายรูปแบบ เนื้อหาที่บรรยายในภาพ
ต่างมีมุมมองของผู้เขียนที่ตั้งใจนำเสนอ และเสกสรรความคิดของตัวเองลงบนแผ่นไม้อัด
ที่เคยเป็นเพียงไม้อัดเปล่า แต่ตอนนี้มันมีค่ามากกว่าที่ใครๆคิด
ในจำนวนหลายๆภาพ หนึ่งในนั้นมีงานของเขารวมอยู่ด้วย ภาพที่มีพื้นหลังสีดำ
และภาพของผู้คนต่างอายุ ซึ่งเขียนด้วยสีเทา ภาพนั้นดูหดหู่ และแฝงไว้ด้วยความหวัง
และแววตาเว้าวอน ที่ปรากฏในภาพ เด็กหนุ่มคนนั้นคือผมเอง
ต้นเดือนพฤศจิกายน บรรยากาศจะเป็นเช่นนี้เสมอ ในรั้วรามคำแหง
ช่วงของการรับนักศึกษาใหม่
และเป็นช่วงการทำกิจกรรมของนักศึกษาเก่าที่มีให้เลือกที่จะค้นหา
มันเป็นช่วงเวลาที่จิตรกรมือสมัครเล่นจะได้เสนองานของตนเองสู่สายตาสาธารณชน
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน ที่มีคนสนใจหรือหยุดมองดูผลงานของตัวเอง
แม้ว่ามันจะไม่ใช่งานจิตรกรรมที่วิจิตตระการตา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงป้ายโฆษณาเชิญชวนเท่านั้นก็ตาม
ผมคิดว่าผู้ที่ลงมีเขียนภาพลงบนไม้อัดนั้น
แต่ละคนก็คงตั้งใจและพยายามสร้างงานกันจนสุดฝีมือทุกคน
บางภาพอาจไม่มีความละเอียดหรือเขียนขึ้นอย่างหยาบๆ ไม่มีความแปลกใหม่
แต่นั่นก็ออกมาจากจิตใจของทุกคน
จะมีใครบ้างไหมที่สนใจและมองถึงคุณค่าอย่างแท้จริง มิใช่เพียงมอง
หรืออ่านข้อความแล้วเดินจากไป เคยคิดบ้างไหมว่าเขาใส่ความตั้งใจเข้าไปมากน้อยเพียงได
และเขากำลังต้องการให้คุณคิดอะไรในตอนนั้น
งานศิลป์มักสื่อถึงตัวตนของผู้รังสรรงานนั้นเสมอ งานที่พบได้ประจำมักจะเป็นประเภท
ทุ่งนา กระท่อม ล้อเกวียน ต่างๆเหล่านั้นล้วนมีความหมายอยู่ในตัวของมันเองแล้ว
ฉะนั้นการได้มองภาพตามทางเดิน จึงบอกถึงสถานะการ
และเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในรามคำแหงได้ว่าเป็นไปในทิศทางได
งานศิลป์ ไม่ว่าจิตรกรรมหรืองานเขียน ถ่ายทอดคำพูดนับร้อยนับพันคำได้ในคราเดียว
แม้กระทั่งเรื่องที่เราไม่สามารถ เปล่งออกมาได้
ภาพเขียนก็สามารถบันทึกให้เราได้ครบทุกความรู้สึก
งานศิลป์ที่ดูเรียบง่ายก็อาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวผู้เขียนได้เช่นกัน
ผมยอมรับว่าผมมีแนวความคิดที่หนักพอสมควร แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องใช้คำว่าหัวรุนแรง
และงานเขียนของผมมักแสดงออกในแนวนั้นเสมอ
จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ถูกใจผู้ที่พบเห็นเท่าไดนัก
และมันก็นำเรื่องร้ายซึ่งเกือบทำให้อนาคตของผมวูบดับไปได้เช่นกัน
เมื่อภาพของผมไปปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง
เกี่ยวกับการจัดการกิจกรรมนักศึกษาของมหาลัย และภาพที่ผมเขียนไปอยู่หลังเวทีอภิปราย
ผมตั้งใจที่จะเขียนรูปนั้นจริง เพื่อไว้อาลัยแก่กิจกรรมนักศึกษาในความรู้สึกของผม
แต่ไม่เคยคิดที่จะนำป้ายนั้นเข้าไปอยู่ในเวทีอภิปรายเลย
เมื่อเรื่องเริ่มขยายวงขึ้นเราจึงต้องแสดงจุดยืนในการเข้าร่วม และสนับสนุนผู้เรียกร้อง
เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของพวกเราเช่นกัน
เมื่อภาพกระถางธูป และพวงหรีด ที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีแดง
และพื้นหลังสีดำไปปรากฏอยู่เช่นนั้น ก็เป็นที่แน่นอนว่า
เป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กลับฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก
จากการอภิปรายที่รุ่นแรงและเริ่มได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก
จึงมีการเรียกแกนนำเข้าพบและตกลงกัน หากปานปลายไปกว่านี้ก็ไม่แน่ว่า
การชุมนุมจะจบลงที่รามคำแหงหรือไม่
และเป็นโชคดีที่ผมไม่ได้ลงชื่อไว้ในภาพ
มิเช่นนั้นอาจเป็นผมอีกคนหนึ่งที่ถูกเรียกเข้าพบ ทั้งที่ไม่ใช่แกนนำ
และไม่เคยขึ้นไปอภิปราย เพียงผู้ชุมนุมและเป็นผู้ที่เห็นด้วยคนหนึ่งเท่านั้นเอง
งานศิลป์สื่อความคิด งานศิลป์แฝงด้วยความหมาย
จงอย่าปล่อยให้ความคิดของผู้สร้างงานหมดค่าไปพร้อมกับแสงแดดและสายฝน
ขอให้แสงแดดและสายฝนจงกัดเซาะเฉพาะสี แต่ขออย่ากัดเซาะจิตรสำนึกดีของผู้สร้างงานเลย



เพียงไม้อัดย้อมสี
เด็กหนุ่มร่างผอมโซ ผมเผ้ารุงรัง กับย่ามคู่กาย เดินผ่านประตูรั้วเหล็กด้วย
อาการของคนอิดโรยพึ่งตื่นใหม่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในแววตา
สองข้างทางที่เขาเดินผ่านเต็มไปด้วยป้ายเชิญชวนหลากสีสรร
เสียงเพลงและเสียงกลองดังระงมไปทั่วบริเวณ หนุ่มสาวทั้งร้องทั้งเต้นอย่างครื้นเครง
และอีกจำนวนมากที่ยังดูตื้นเต้นและเคว้งคว้าง
ในโลกของเด็กหนุ่มแล้วตอนนี้เหมือนไม่มีแม้สิ่งที่มีสิ่งที่มีชีวิตไดๆเลยนอกจากเขา
เสียงที่เขาได้ยินชัดเจนที่สุดคงเป็นเพียงเสียงลมหายใจ
และเสียงฝีเท้าที่เดินอย่างตั้งใจของเขา
เขาใช้สมาธิในการมองภาพเขียนหลายรูปแบบ เนื้อหาที่บรรยายในภาพ
ต่างมีมุมมองของผู้เขียนที่ตั้งใจนำเสนอ และเสกสรรความคิดของตัวเองลงบนแผ่นไม้อัด
ที่เคยเป็นเพียงไม้อัดเปล่า แต่ตอนนี้มันมีค่ามากกว่าที่ใครๆคิด
ในจำนวนหลายๆภาพ หนึ่งในนั้นมีงานของเขารวมอยู่ด้วย ภาพที่มีพื้นหลังสีดำ
และภาพของผู้คนต่างอายุ ซึ่งเขียนด้วยสีเทา ภาพนั้นดูหดหู่ และแฝงไว้ด้วยความหวัง
และแววตาเว้าวอน ที่ปรากฏในภาพ เด็กหนุ่มคนนั้นคือผมเอง
ต้นเดือนพฤศจิกายน บรรยากาศจะเป็นเช่นนี้เสมอ ในรั้วรามคำแหง
ช่วงของการรับนักศึกษาใหม่
และเป็นช่วงการทำกิจกรรมของนักศึกษาเก่าที่มีให้เลือกที่จะค้นหา
มันเป็นช่วงเวลาที่จิตรกรมือสมัครเล่นจะได้เสนองานของตนเองสู่สายตาสาธารณชน


มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน ที่มีคนสนใจหรือหยุดมองดูผลงานของตัวเอง
แม้ว่ามันจะไม่ใช่งานจิตรกรรมที่วิจิตตระการตา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงป้ายโฆษณาเชิญชวนเท่านั้นก็ตาม
ผมคิดว่าผู้ที่ลงมีเขียนภาพลงบนไม้อัดนั้น
แต่ละคนก็คงตั้งใจและพยายามสร้างงานกันจนสุดฝีมือทุกคน
บางภาพอาจไม่มีความละเอียดหรือเขียนขึ้นอย่างหยาบๆ ไม่มีความแปลกใหม่
แต่นั่นก็ออกมาจากจิตใจของทุกคน
จะมีใครบ้างไหมที่สนใจและมองถึงคุณค่าอย่างแท้จริง มิใช่เพียงมอง
หรืออ่านข้อความแล้วเดินจากไป เคยคิดบ้างไหมว่าเขาใส่ความตั้งใจเข้าไปมากน้อยเพียงได
และเขากำลังต้องการให้คุณคิดอะไรในตอนนั้น
งานศิลป์มักสื่อถึงตัวตนของผู้รังสรรงานนั้นเสมอ งานที่พบได้ประจำมักจะเป็นประเภท
ทุ่งนา กระท่อม ล้อเกวียน ต่างๆเหล่านั้นล้วนมีความหมายอยู่ในตัวของมันเองแล้ว
ฉะนั้นการได้มองภาพตามทางเดิน จึงบอกถึงสถานะการ
และเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในรามคำแหงได้ว่าเป็นไปในทิศทางได
งานศิลป์ ไม่ว่าจิตรกรรมหรืองานเขียน ถ่ายทอดคำพูดนับร้อยนับพันคำได้ในคราเดียว
แม้กระทั่งเรื่องที่เราไม่สามารถ เปล่งออกมาได้
ภาพเขียนก็สามารถบันทึกให้เราได้ครบทุกความรู้สึก
งานศิลป์ที่ดูเรียบง่ายก็อาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวผู้เขียนได้เช่นกัน
ผมยอมรับว่าผมมีแนวความคิดที่หนักพอสมควร แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องใช้คำว่าหัวรุนแรง
และงานเขียนของผมมักแสดงออกในแนวนั้นเสมอ
จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่ถูกใจผู้ที่พบเห็นเท่าไดนัก
และมันก็นำเรื่องร้ายซึ่งเกือบทำให้อนาคตของผมวูบดับไปได้เช่นกัน
เมื่อภาพของผมไปปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง
เกี่ยวกับการจัดการกิจกรรมนักศึกษาของมหาลัย และภาพที่ผมเขียนไปอยู่หลังเวทีอภิปราย
ผมตั้งใจที่จะเขียนรูปนั้นจริง เพื่อไว้อาลัยแก่กิจกรรมนักศึกษาในความรู้สึกของผม
แต่ไม่เคยคิดที่จะนำป้ายนั้นเข้าไปอยู่ในเวทีอภิปรายเลย
เมื่อเรื่องเริ่มขยายวงขึ้นเราจึงต้องแสดงจุดยืนในการเข้าร่วม และสนับสนุนผู้เรียกร้อง
เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของพวกเราเช่นกัน
เมื่อภาพกระถางธูป และพวงหรีด ที่เขียนด้วยตัวหนังสือสีแดง
และพื้นหลังสีดำไปปรากฏอยู่เช่นนั้น ก็เป็นที่แน่นอนว่า
เป็นสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กลับฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก
จากการอภิปรายที่รุ่นแรงและเริ่มได้รับความสนใจจากคนหมู่มาก
จึงมีการเรียกแกนนำเข้าพบและตกลงกัน หากปานปลายไปกว่านี้ก็ไม่แน่ว่า
การชุมนุมจะจบลงที่รามคำแหงหรือไม่
และเป็นโชคดีที่ผมไม่ได้ลงชื่อไว้ในภาพ
มิเช่นนั้นอาจเป็นผมอีกคนหนึ่งที่ถูกเรียกเข้าพบ ทั้งที่ไม่ใช่แกนนำ
และไม่เคยขึ้นไปอภิปราย เพียงผู้ชุมนุมและเป็นผู้ที่เห็นด้วยคนหนึ่งเท่านั้นเอง
งานศิลป์สื่อความคิด งานศิลป์แฝงด้วยความหมาย
จงอย่าปล่อยให้ความคิดของผู้สร้างงานหมดค่าไปพร้อมกับแสงแดดและสายฝน
ขอให้แสงแดดและสายฝนจงกัดเซาะเฉพาะสี แต่ขออย่ากัดเซาะจิตรสำนึกดีของผู้สร้างงานเลย

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook