บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

มันเป็นเรื่องของสำนึก
ดอกฝ้าย : เขียน  kradong_j@thaimail.com


ที่นี่หัวลำโพง ที่ที่มีผู้คนมากมาย ทั้งผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
และผู้คนที่รอจะเดินทางกลับบ้านหรือไปในที่ต่างๆ ทีนี่เป็นศูนย์รวมการเดินทาง
ที่พร้อมที่จะไปในพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาคของไทย
การเดินทางด้วยรถไฟเป็นการเดินทางที่ประหยัดที่สุด ทั้งปลอดภัยที่สุดอีกด้วย
จึงทำให้มีผู้คนมารวมกันอยู่ในที่แห่งนี้มากเป็นพิเศษ
ผมไม่ค่อยมาที่นี่บ่อยครั้งมากนัก ส่วนใหญ่ผมจะใช้การเดินทางด้วยรถประจำทางเสียมากกว่า
คงเพราะที่บ้านเกิดของผมไม่มีรถไฟด้วยกระมัง
ผมจึงชินกับรถประจำทางมากว่าการเดินทางชนิดอื่น
แต่ครั้งไดที่ผมนั่งรถไฟผมก็รู้สึกแตกต่างไปอีกแบบ
สมัยที่ผมยังเด็กผมคิดเรียกว่าฝันเลยก็ว่าได้ ผมฝันที่อยากจะนั่งรถไฟ
อาจจะมองดูแปลกสำหรับบุคคลอื่น
แต่มันไม่แปลกเลยสำหรับเด็กที่เกิดในจังหวัดที่ไม่มีรถไฟอย่างผม
ใครที่เคยนั่งรถไฟสามารถโม้ให้เพื่อนๆฟังและอิจฉาได้เลย
แต่ผมก็เคยนั่งรถไฟอยู่บ้างเมื่อครั้งที่พ่อไปรับปริญญา   ตอนนั้นอายุผมคงสัก 5
ขวบเห็นจะได้ ผมตื่นเต้นมากแทบไม่หลับไม่นอนเลยตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถไฟ
ผมมองไปนอกหน้าต่างดูข้างทางตลอดแม้ว่าจะมืดจนแทบจะมองอะไรไม่เห็นก็ตาม
ผมว่าการนั่งรถไฟสร้างบรรยากาศได้ดีเลยทีเดียว
เพราะขนาดที่ยาวและกว้างจึงมีกิจกรรมหลายรูปแบบเกิดขึ้นในรถไฟ
ไม่ว่าคนจะนั่งร่วมวงสนทนาหรือจะเล่นกีตาร์ครื้นเครงกับเพื่อนก็สามารถที่จะทำได้
แต่ที่ผมชอบก็คือมีคนขึ้นมาขายของตลอด เพราะผมเป็นคนที่หิวบ่อยมาก
จึงไม่ต้องอดเหมือนการนั่งรถประจำทางที่หยุดเพียงครั้งเดียว
มันทรมานมากเลยกับการที่ต้องทนหิวในตอนดึกๆ อีกทั้งผมเป็นคนนอนไม่ค่อยจะหลับอยู่แล้ว
การที่จะให้นั่งกับทีนานๆมันก็ลำบากเหมือนกันนะ  
ถ้าไม่ติดเรื่องเวลาหรือไปเทียวกับเพื่อนๆผมว่าเหมาะมากเลยที่จะเดินทางโดยรถไฟ
ถึงจะช้าหน่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบไม่ซ้ำซากจำเจ
ผมมาที่หัวลำโพง เพราะผมต้องเดินทางไปที่หนองคายพร้อมกับรุ่นน้องอีก 4-5 คน
แต่ด้วยการวางแผนการเดินทางที่ผิพลาด เราไม่ได้เช็คเวลาเดินรถให้แน่นอน
จึงทำให้เราต้องมานั่งรอรถกันนานเกินกว่าที่ควรจะเป็น
เรามากันตั้งแต่ก่อนเที่ยง แต่เวลาที่รถสายอิสานออกจริงก็ปาเข้าไปหกโมงเย็น
ผมหงุดงุ่นง่านหรือเกินกว่าที่จะได้เดินทาง
ทุกคนคงรู้ดีว่าการรอคอยมันทรมานเพียงได ผมทั้งกินทั้งเดิน อ่านหนังสือไปแล้วก็หลายเล่ม
หนังสือพิมพ์ที่ซื้อมาก็อ่านจนจะครบแล้วทุกหน้า แต่เวลาก็เดินไปช้าเสียเหลือเกิน
ผมจึงล้วงกระเป๋าหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบตัวแล้วตัวเล่า
ด้วยความเคยชินผสมกับความขี้เกียจของผม ผมทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น
และแล้ว มาเลยครับเทศกิจเดินตรงมาที่ผมผมรู้แล้วว่าผมต้องเจอกับอะไร
เทศกิจคนนั้นเขาเชิญให้ผมไปคุยกับหัวหน้า ซึ่งนั่งรออยู่แล้ว
เขาบอกให้ผมรู้ถึงข้อหาและเปรียบเทียบปรับ ผมยอมรับว่าผมทำผิดจริง และผมก็ไม่ปฏิเสธ
แต่การที่จะให้ผมเสียค่าปรับเต็มจำนวนนั้นผมคงไม่มีให้แน่
ครั้นจะให้ผมนำเงินส่วนรวมมาจ่าย
ผมก็คงทำไม่ได้เพราะแต่ละบาทล้วนมาจากเงินบริจาคทั้งนั้น
ผมเลยชี้แจงให้เขาฟัง แต่กลับการเป็นว่าผมขายตัวเอง
เมื่อเขาถามถึงการศึกษาและดูบัตรนักศึกษาของผม ผมรู้ศึกว่ามันแย่มากสำหรับผมในเวลานั้น
ผมทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ในตอนนั้น
นอกจากฟังอย่างเดียวเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย
เขาก็พูดถูกนะถ้าเราฟังให้ดี
ขนาดเราเป็นนักศึกษาที่อ้างตัวว่าเป็นเด็กกิจกรรมเพื่อสังคม
แต่จิตสำนึกเล็กๆในการรักษาความสะอาดเรายังไม่มี
แล้วที่เราทำกันอยู่เราทำด้วยจิตสำนึกจริงๆหรือเพราะเหตุได
อีกทั้งหลักสูตรของคณะที่ศึกษาอยู่ก็เป็นหลักสูตรนักปกครอง
แล้วในอนาคตนักปกครองในบ้านเมืองขาดจิตสำนึกเช่นนี้ แล้วบ้านเมืองจะเป็นเช่นไร
ผมฟังดูก็ทำให้ผมคิดได้ พวกเราชอบมองในแง่ของนักศึกษาเราทำกิจกรรมที่ยากมามาก
เราพยายามต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมในสังคม เรามองสังคม เรามองคนอื่น
แต่เรากลับลืมมองตัวเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มและพื้นฐานในการที่จะดำเนินกิจกรรมในอนาคตต่อไป


มันคงไม่สมบูรณ์หากเราทำสังคมให้ดีงามแต่ตัวเรากลับไม่ดีงามเสียเอง
แล้วในระยะยาวสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเราคงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาซักวัน
ผมนั่งอยู่ตรงนั้นนานพอสมควร ในที่สุดผมก็จ่ายค่าปรับ
ผมเทกระเป๋าของผมทั้งเนื้อทั้งตัวของผมมีเพียงเศษสตางค์แค่ 38
บาทผมพยายามคุยจนเขาเข้าใจและตกลงกันได้ในที่สุด เขาจึงปล่อยผมออกมา
ผมกลับมานั่งพูดคุยกับเพื่อนๆ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจริงๆ
โดยเฉพาะสุขภาพจิต วันนั้นผมไม่สูบบุหรี่อีกเลย
แต่แล้วก็เหมือนกับผมได้ดูหนังเรื่องเก่า แต่ผู้แสดงกลับกลายเป็นชายแก่อายุประมาณ 70ปี
ผมเห็นแกนั่งอยู่ที่หน้าทางเข้านั้นนานแล้ว
ผมกังวลใจแต่แรกแล้วว่าเทศกิจจะจับแกหรือปล่าว ลุงแก่ๆแต่งตัวดูมอซอ หนวดเครารุงรัง
ทั้งผมสีดอกเลา ดูทีท่าคงจะนั่งรอรถกลับต่างจังหวัดไม่ก็พึ่งเข้ามากรุงเทพฯเป็นครั้งแรก
ลุงแกนั่งดูดยาเส้น   แล้วเขี่ยลงกับพื้น
ผมพยายามมองว่าเทศกิจคงจะเข้าไปเตือนเพราะแถวนั้นไม่มีที่เขี่ยบุหรี่
อีกทั้งลุงแกก็แก่มากแล้ว ผมเห็นเทศกิจคนเดิมที่เดินมาจับผม
อยู่ใกล้ๆลุงและมองลุงอยู่นาน คงไม่มีอะไรเพราะเขาเห็นนานแล้ว
อีกทั้งป้ายเตือนทิ้งขยะยังอยู่ใกล้กลับลุงด้วย ในที่สุดลุงก็ทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น
และเทศกิจก็มาทันทีและก็จับลุงไปผมไม่ได้ตามเข้าไปดูหรอกว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น
แต่มันทำให้ผมเสียความรู้สึกเป็นอย่ามาก สำหรับผมผมยอมรับโดยดี
เพราะผมรู้ทั้งรู้อยู่แล้วแต่ก็มักง่ายจนทำให้เกิดเรื่องขึ้น
แต่สำหรับลุงแล้วผมว่าการที่จะจับลุงนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูก
ผมไม่รู้ว่าลุงจะอ่านหนังสืออกหรือไม่
เพราะแกนั่งอยู่ตรงที่ติดป้ายเตือนแท้ๆแกก็ยังทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น
และแกก็คงไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ามีกฎหมายห้ามทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้น
ลุงจะอ่านหนังสือออกหรือไม่ก็ตาม ลุงจะรู้เรื่องกฎหมายหรือไม่ผมไม่รู้
ผมรู้แต่ว่าผมเสียความรู้สึกกับเทศกิจคนนั้นมาก
ทั้งที่เขามองลุงอยู่นานแล้ว และระยะทางที่ไม่ไกล
ถ้าเขาเดินไปบอกลุงหรือเตือนลุงซักนิดเหตุการณ์นั้นคงไม่เกิดขึ้นแน่
คนกวาดขยะก็ไม่ต้องเหนื่อยแรงในการกวาดขยะเพิ่มขึ้นอีก
หรือคิดจะสร้างสำนึกให้ลุงผมว่าคนขนาดนี้แล้วคงยาก
หรือจะอ้างว่ามีคนที่สูบบุหรี่มากมายจะให้เขาเดินไปเตือนคงไม่ไหว
แต่ผมว่าการเตือนคนเพียงบางคนที่อยู่ใกล้ๆก็คงไม่ยากเช่นกัน
ทั้งๆที่เขาก็จ้องมองลุงอยู่นานแล้วแค่เดินเข้าไปคงไม่เหนื่อยซักเท่าไดนัก
พวกคุณบอกให้ผมมีจิตสำนึก แล้วพวกคุณรู้ถึงจุดประสงค์ในการทำหน้าที่เพียงได
คูณไม่ใช่ผู้ที่รอจับคนผิด แต่คุณเป็นผู้ป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดต่างหากเล่า
หากคนทุกคนรู้จักหน้าที่ของตน และมีจิตสำนึกที่ดีแล้ว
เรื่องวุ่นวายทั้งหลายคงไม่เกิดขึ้นแน่

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook