๑.
ในช่วงชีวิตหนึ่ง
คนที่เอาแต่ทำสงครามเข่นฆ่ากัน
จะทันเห็นความงามของพระจันทร์ไหม?
ผมถามตัวเองและสมาชิกในวงข้าวอย่างตั้งใจ
.
ลานข้าว :
ร้านอาหารที่เร้นความงามของพันธุ์ไม้ดอกไม้ใบ
ไว้หลังอาคารชั้นเดียวทรงกลักไม้ขีดไฟ
ซึ่งก่อสร้างอย่างเจตนาให้รับกับความบันเทิงจากพลังเพลงคาราโอเกะ
แรกเห็นผมงุนงงเล็กน้อยกับสภาพของร้าน
ที่หัวหน้านัดหมายให้ผมตามมา
เนื่องจากตัวอาคารขนาดย่อมแน่นทึบด้วยผนังซีเมนต์หนา
และประตูหน้าต่างน้อยบานฉาบฟิล์มดำสนิทนั้น
ชวนอึดอัดเกินไป
หากต้องรองรับการมาเพื่อ
กินข้าวเย็น
ซึ่งแบบของผม
หมายถึงการลิ้มรสหนึ่งของ
ความสุข
เพราะผมแพ้ควันบุหรี่
คงยากจะหาความสุขที่ว่าในห้องทึมทึบนั้น
แต่เมื่อพี่จ๋า
นำขบวนเดินผ่านอาคารนั้นไป
ผมก็โล่งอก
เมื่อในจอตาปรากฎภาพของความงามอันรื่นรมย์
ซ้ายมือมีซุ้มไม้เลื้อยพร้อมชุดโต๊ะเก้าอี้ขนาดสี่ที่นั่ง
ซึ่งเจ้าของร้านมอบหมายหน้าที่ให้กับสายน้ำผึ้ง
เลื้อยไล้สร้างความหอมเย็นแก่ผู้มาเยือน
ขวามือเป็นศาลาไม้ขนาดใหญ่ที่จัดวางโต๊ะเก้าอี้ประมาณหกชุด
ถัดจากนั้น
เป็นสนามหญ้าเขียวขจี
มีชิงช้าและม้านั่งวางประดับอย่างลงตัว
ยังไม่นับแนวโกศลใบงามกับพุ่มมะลิซ้อนขนาดใหญ่
ที่นี่ก็มีดีเกินจะร้องขอสิ่งใดเพิ่มเติม
หัวหน้านั่งรออยู่ที่ชุดม้าหินขัดริมสระน้ำ
ทักทายกันด้วยไมตรีงาม
โดยไม่มีพิธีรีตองมากมาย
การสนทนาก็เริ่มขึ้นทันที
หัวหน้าไม่เหนื่อยหรือคะ?
พี่จ๋าถามด้วยรู้มาว่าหัวหน้าเพิ่งเดินทางมาถึงตัวจังหวัดในช่วงเช้า
หลังจากเดินทางไปประชุมที่กรุงเทพฯ
สบาย
แต่ยังง่วงอยู่บ้าง
หนุ่มใหญ่วัยปลายห้าสิบ
แต่ดูหนุ่มกว่าวัยตอบยิ้มๆ
หัวหน้ายังอยู่ในเครื่องแบบหน่วยงานต้นสังกัด
แสดงให้เห็นชัดเจนว่าตารางงานมีอย่างต่อเนื่อง
ช่วงนี้ยุ่งนะครับ
หลายต่อหลายเรื่องพร้อมกันยุ่ง
เลยต้องพุ่งไปทางโน้นทีทางนี้ที
ผมว่าบ้าง
ไม่หรอกมั้ง
ผมว่ามันพุ่งไปโน่นนี่หลายทีต่างหาก
อย่าว่าผมพูดเกินเหตุเลยนะ
แต่ตอนนี้เป็นช่วงที่วุ่นวายเหลือเกิน
จนบางครั้งเราแทบจะไม่กล้าหายใจแรง
อาจดูเหมือนพูดเล่นลิ้น
แต่ผมรู้ว่าหัวหน้าหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ
ในวงราชการ
คลื่นลมการปฏิรูประบบ
พัดหวืดหวือทุกวัน
ในวงการเมือง
ระหว่างเล่ห์ลวงกับหมากกลยุทธ์
กระทั่งบัดนี้ยังแยกไม่ออกว่าสิ่งใดควรเรียกว่าอะไร
ในเรื่องราวระหว่างประเทศ
ยิ่งมีแรงอาฆาตระหว่างความเชื่อ
เป็นองค์ประกอบที่สามของคลื่นพายุอันแล้งร้าย
ผมรู้สึกเบื่อหน่าย
กระทั่งสลดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
บางครั้งถึงกับสงสัย
ว่าคนเราเกิดมาเพื่อจะทำเรื่องราวต่างๆให้ซับซ้อนอย่างนั้นหรือ?
เรียบง่าย
แล้วจะเป็นอย่างไร?
.
๒.
พี่คิดว่าไง?
ผมถามพี่จ๋า
เธอจะเอาเรื่องไหนล่ะ?
แสดงว่าผู้ถูกถามรู้แล้วว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร
ก็เรื่องที่พี่สะดวก
ถ้าอย่างนั้น
เอาเรื่องที่เราไปเดินป่ากันดีกว่า
ว่ามั้ยคะหัวหน้า?
เป็นอันว่า
จากคำถามเรื่องคลื่นลม
พี่จ๋าอาศัยแรงขับเคลื่อนคุ้มคลั่งของมัน
พัดประเด็นกระเด็นไกลถึงชายป่าได้อย่างเนียนนวล
ตอนที่เธอนอนแช่น้ำในลำธารหน้าที่พักแรมน่ะ
เธอคิดถึงเพลงอะไร?
แล้วก็เป็นผมเอง
ที่ต้องตอบคำถามของพี่จ๋าก่อน
ผมว่าต้องเป็นเพลงของ มาโนช
พุฒตาล ชุด ในทัศนะของข้าพเจ้า
ใช่ไหมครับพี่?
น้องเอกแทรกตัวเข้ามาในวงสนทนาทันควัน
เกือบใช่
เพลงของ มาโนช จริง
แต่เป็นในชุด ไตรภาค
พี่ชอบชุดนี้มากกว่าในทัศนะฯ
อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมฮัมเพลง ไกล
นับไม่ถ้วนครั้ง ในระหว่าง 3 วัน
2 คืน
ที่สะพายเป้เก่าคร่ำเดินย่ำอยู่ในราวป่าดิบชื้นแถบรอยต่อจังหวัดสตูล
ตรัง
ลงไปแช่น้ำกี่รอบต่อกี่รอบก็เพลงนี้
ไม่ว่าจะยืน นั่ง
กระทั่งนอนเหยียดยาวในสายน้ำเย็นใส
ปลดปล่อยตนเองไปตามลำธารเปลี่ยว
โดดเดี่ยวคนเดียวเหลียวมองดูรอบกาย
โดดเดี่ยวเดียวดาย
กระหายพบเพื่อนร่วมทาง
โลกที่อ้างว้าง เส้นทางที่ไกล
แต่จำจงจำสายน้ำความหมาย
อยู่ไกลแสนไกลมีเพียงสายใย
หัวใจความรัก
ถักประสานจนถึงที่หมาย
และอีกหลายวรรคของเนื้อร้อง
ไปจนถึงเสียงกีตาร์
ที่บรรเลงสอดรับกับพลพรรคเครื่องดนตรีร่วมวง
จุดที่ได้อรรถรสสูงสุดในการฮัมเพลง
คือ ในลำธารหน้าที่พักแรม
ซึ่งเป็นลานทรายกว้างขวางพอเหมาะสำหรับสิบคนนอน
หลังจากจัดการทำงานตามหน้าที่ของแต่ละคนเรียบร้อย
ผมก็ย่ำเท้าเปล่าเปลือยย้อนลงไปในสายน้ำที่เพิ่งลุยผ่านมาจากอีกฟากฝั่ง
เอนลงไป
ปล่อยลำตัวแนบนิ่งกับหินน้อยใหญ่ใต้น้ำนั้น
ผมลงไปแช่ในช่วงที่น้ำไหลแรงที่สุด
แต่ไม่ถึงกับก่อให้เกิดปัญหาเรื่องรักษาสมดุลร่างกาย
เนื่องจากสองแขนของผมโอบหินใหญ่ที่ขวางทางน้ำนั้นไว้อย่างแนบแน่น
ผมนอนคว่ำ -
พลิกหงาย
ตะแคงซ้าย ขวา
น้ำเย็นจัดจับขั้วใจ
เป็นความเย็นที่ฉ่ำชุ่ม ปราณี
กระทั่งคล้ายผนึกเป็นหนึ่งเดียวกับความอบอุ่น
ระหว่างรักและแค้น ,
กิเลสตัณหาและการปล่อยวาง
กระทั่งในทุกเรื่องราวระหว่างคน
หรือมิใช่ว่าเป็นเช่นนี้?
แม้ดูไปแตกต่างกันสุดขั้ว
แต่เมื่อขึ้นกับสภาวะหนึ่ง
เรากลับรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน
ผมคิดว่าความโศกเศร้าทั้งมวลของเหล่ามนุษยชาติ
ล้วนกำเนิดขึ้นระหว่างกระบวนการแยกแยะสิ่งเหล่านี้ออกจากกันเป็นฝักฝ่าย
ใช่หรือไม่ว่า
นี่คือความซับซ้อนประการหนึ่งของคน
.
๓.
ผมรู้สึกว่ากำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนทุ่งหญ้าผืนใหญ่
ซึ่งปูเต็มไปด้วยของขวัญนับหมื่นล้านชิ้น
กว้างไกลสุดตาทอดถึง
ผมสัมผัสได้ถึงความปิตินั้น
ของขวัญที่รายรอบ
เพียงหยิบจับก็รับรู้ถึงรูปลักษณ์ของแต่ละชิ้น
เหล่านี้เป็นของใคร?
ทุกชิ้นล้วนสวยงาม
กระทั่งสร้างความอิ่มเอิบ
ราวกับผู้สร้างของขวัญ
ผลิตมันออกมาจากหัวใจของผม
เป็นของผม?
ผมหลับตาลงช้าๆ
ใช้เพียงโสตแห่งการฟังซึมซับสภาวะรอบตัว
จากนั้น
บรรดาของขวัญพลันหายไป
เหลือเพียงเสียงน้ำไหล
ใบไม้ขยับไหวตามแรงลม
แว่วเสียงนกป่าคลอเคล้า
ก่อนจะลืมตาอีกครั้ง
สุดท้ายที่ได้ยินคือ
เสียงหัวใจเต้นแผ่ว
ณ วินาทีนั้น
สำหรับผม
มันคือเสียงเต้นของทุกหัวใจ
ของสายน้ำ
ก้อนหิน
ต้นไม้ สัตว์ป่า
เป็นเสียงเต้นอันยิ่งใหญ่ระหว่างพงไพรกับมนุษยชาติ
ที่แท้แล้ว
อาจล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน
เธอกำลังจะบอกอะไรเรา?
พี่จ๋าถามอีกครั้ง
ผมหันไปมองคนรัก
ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะพูดว่า
ในช่วงชีวิตหนึ่ง
คนที่เอาแต่ทำสงครามเข่นฆ่ากัน
จะทันเห็นความงามของพระจันทร์ไหม?
ผมถามตัวเองและสมาชิกในวงข้าวอย่างตั้งใจ
ท่ามกลางแสงนวลใยของเพ็ญเต็มดวงคืนลอยกระทง
ทุกคนแหงนมองฟ้า
|