บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


โดย : ดอกแก้ว dokgaew@hotmail.com

เมษายน 2547

               สวัสดีค่ะ ทุกๆท่าน...
              พี่ดอกแก้วเห็นเหตุการณ์บ้านเราวุ่นๆๆๆมากๆๆๆเลย เป็นเพราะการขาดสติกันมากๆเลยขีดเขียนในแนวการสอนในแนวทางแห่งความมีสติค่ะ เป็นเสียงกระซิบข้างหัวใจให้แก่กันนะคะ ตอนนี้อากาศร้อนมาก ระวังรักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่เองก็เริ่มมีงานมากขึ้นเพราะใกล้วันวิสาขะบูชาอีกแล้ว ปีนี้ก้ต้องเป็นวิทยากร ในวันที่ ๒๘ พ.ค.ด้วยนะคะแล้วจะส่งรายการมาให้นะคะ.....

ทางแห่งความมีสติ 
              ความทุกข์โศกที่มีอยู่ในโลกนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์เอง ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการกระทำความชั่วโดยจงใจ แต่เกิดเนื่องจาก ความประมาทขาดการไตร่ตรอง และความผลุนผลัน ขาดการควบคุมตัวเองเสียมากกว่า แต่ทว่าการกระทำที่จะเกิดขึ้นแต่ละชนิด ถ้ามีสติเข้าไปร่วมในการกระทำงานนั้นๆ แม้เพียงชั่วขณะเดียวสติก็สามารถช่วยป้องกันผลต่อเนื่องอันยาวไกล ซึ่งเป็นความผิดหรือความทุกข์ยากมิให้เกิดขึ้นได้ เพราะความขาดสติ และมีการกระทำลงไปนั้นทำให้เกิดความฉิบหายมาสู่ผู้นั้นมากแล้วในอดีต ซึ่งเราจะเห็นได้จากคนที่ต้องติดคุกติดตาราง หรือที่ต้องถูกประหารชีวิตไปนั้นก็เพราะเขาเหล่านั้น ไม่มีสติในการกรทำ ปล่อยให้ตกเป็นทาสของอารมณ์

                ดังนั้นสติจึงมีความสำคัญมากที่ควรจะเร่งฝึกฝนให้มีเกิดขึ้นกับตน จนสติหยั่งรากลงมั่นคงแล้ว สติจะไม่มีวันถูกถอนออกได้ง่าย สติจะครองความเป็นใหญ่ เพราะ
"สติช่วยในกิจทั้งปวง"
"สติสามารถที่จะนำและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง"
"ทางสายเดียวเท่านั้น ที่ดำเนินไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อระงับความโศกเศร้าคร่ำครวญ เพื่อทำลายล้างความทุกข์และโทมนัสและเพื่อเห็นแจ้งพระนิพพาน ทางสายนี้ก็คือ สติปัฏฐาน ๔"

                ความสำเร็จของชีวิต เป็นความปรารถนาที่มีอยู่ในทุกๆคน แต่ความหวังในความปรารถนานั้น ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จได้ทุกคนไป ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความท้อแท้ ความสิ้นหวังและเป็นความทุกข์ติดตามมา ทั้งนี้ก็เพราะการที่ไม่รู้จักสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นเป็นพื้นฐานของจิตใจก่อน แล้วค่อยนำคุณธรรมเหล่านั้นไปสู่การกระทำต่อไป

             คุณสมบัติเฉพาะตน ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จสมความประสงค์ได้นั้น
จำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติ ๔ อย่างคือ
๑.    ฉันทะ พอใจในสิ่งนั้น
๒.    วิริยะ เพียรประคองในสิ่งนั้น
๓.    จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
๔.    วิมังสา หมั่นตรึกตรองพิจารณาหาเหตุผลในสิ่งนั้น

คุณสมบัติทั้งสี่นี้ หากว่าผู้ใดก็ตามมีพร้อมบริบูรณ์ในตนแล้ว ย่อมจะมีประโยชน์อย่างมากที่จะนำชีวิตไปพบความสำเร็จได้

                 ทางแห่งความมีสตินั้น ก็ต้องเริ่มต้นลงมือฝึกฝนเสียตั้งแต่ปัจจุบันนี้ ด้วยความเพียรสุดความสามารถ โดยไม่ลังเล ไม่ท้อถอย ไม่น้อยใจ และไม่ไหวตาม ด้วยความพยายามนี้ก็จะสามารถทำให้เกิดกำลังอันเข้มแข็งต่อไป


                 ในชีวิตประจำวันนั้นมีความสำคัญมาก ที่ควรรักษาสติเอาไว้ให้เกิดอยู่เสมอ เพราะถ้าเรามองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นจำเจเล็กๆ น้อยๆ ไป ก็เท่ากับเป็นการฝึกความค้นเคยกับการงานที่ขาดการพิจารณาโดยรอบคอบ (ขาดสติควบคุม) ความสำคัญของการปลูกฝังสตินั้น เราสามารถฝึกฝนได้ง่าย ด้วยการ “หยุดชะงักก่อนทำ” ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับการกำหนด ซึ่งเป็นขณะที่จิตยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกวิธีการที่จะกระทำลงไป และในขณะสั้นๆ นั้นสามารถเปิดโอกาสให้สติเข้ามาควบคุมจิต เพื่อการชี้แนะที่ถูกต้อง และขณะต่อไปสติก็จะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์โดยสิ้นเชิง โดยสามารถเอาชนะต่อแรงกระตุ้นของกิเลสได้ และการหยุดชะงักก่อนทำนี้ ช่วยให้สามารถมีเวลาทบทวนความรู้สึกผิดชอบชั่วดี   ในการตัดสินใจที่รอบคอบ การกระทำ ไม่ว่าทางกายหรือวาจา ก็จะสามารถชะงักจากอกุศลได้ เมื่อฝึกฝนจนเป็นนิสัยก็จะเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพต่อต้านความผลุนผลันทั้งทางคำพูดและการกระทำ ซึ่งทำให้เกิดการรู้จักหยุดยั้ง รู้จักช้าลง และรู้จักเลิกได้จนทำให้ปฏิกิริยาที่ไม่พึงปราถนาไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเองบ่อยครั้งเหมือนดังแต่ก่อน การหยุดชะงักยังให้เวลาเราได้คิดทบทวนว่า ในสถานการณ์นั้นๆ ! การกระทำ การพูด หรือการคิดต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นหรือน่าทำหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรฝึกเพราะช่วยให้หลียกเลี่ยงให้พ้นจากความทุกข์ หรือความยิ่งเหยิงวุ่นวายได้ ดังคำที่ว่า “คิดให้ดีก่อนทำ” ให้โอกาสแก่จิตที่จะสำรวจสิ่งต่างๆ นานขึ้นและกว้างขึ้น เพื่อยับยั้งแรงเร้าชนิดที่ว่า “ขอทำให้ได้ ฉิบหายช่างมัน”

                 “สติ” นอกจะสามารถหยุดชะงักความวุ่นวายต่างๆ ที่เราไม่ต้องการแล้ว สติยังช่วยสอนให้เราเผชิญหน้ากับปัจจุบัน โดยไม่พยายามหลีกหนีเข้าไปอยู่ในความคิดที่เกี่ยวกับอดีตและอนาคต ก็เพราะเรื่องของอดีตและอนาคตไม่ใช่เรื่องที่ต้องนำมากำหนด แต่เป็นเพียงเรื่องที่สำหรับใช้พิจารณาไตร่ตรองเท่านั้น และในเรื่องของอดีตและอนาคตนั้น ยังเป็นศัตรูตัวสำคัญของสติด้วย

                 ในชีวิตของคนเรานั้นได้สูญเสียพลังงานไปมากมายเหลือเกิน ด้วยการใช้ความคิดไปถึงอดีตที่ไร้ประโยชน์ ผลที่เสียตามมาก็คือการเศร้าโศกเสียใจอย่างไร้สาระในความผิดพลาดที่ผ่านไป ด้วยการคิดหรือพูดเพ้อเจ้อไร้สาระซ้ำๆซากๆ ในเรื่องเก่าๆ หรือ ในเรื่องความฝันในความนึกคิดไปในเรื่องอนาคน ความหวังลมๆแล้งๆ ความกลัวที่ไม่มีเหตุผล และความวิตกกังวลอย่างไร้ประโยชน์ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของความเศร้าโศกเสียใจ และความผิดหวัง สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ และสามารถขจัดออกไปได้ ถ้ารู้จักความมีสติ

               ด้วยสาเหตุของความมีสติ สติก็จะนำอิสรภาพอันมีคุณค่ายิ่งกลับคืนมาให้เราได้ สติสามารถตัดความผูกพันที่มนุษย์มีอยู่กับอดีตอันเลวร้าย สติหยุดมนุษย์จากการพันธนาการตัวเองด้วยความคิดอันเพ้อฝัน ความกลัว และความหวังต่อเหตุการณ์ที่คิดเอาเองในอนาคต

               ยังมีหนทางที่ดีกว่า   สำหรับเราๆทุกคน   ที่จะมาก้าวเดินไปด้วยความสุขกายสุขใจ และไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน   เพียงมีสตสังวร   ความเดือดร้อนก็จะหมดไป มาเปลี่ยนชีวิต   พิชิตความชั่วกันเถอะ   ยังไม่สานที่เราจะก้าวไปสู่ ชีวิตที่งามได้

หลายชนิดจิตมนุษย์ดุจเหล่าบัว
ผู้ลืมตัวจมกายในตัณหา
คือรากเหง้าอุบลก้นธารา
อวิชชามอมเมาเขลาชีวี

มีกายหยาบใจบาปคราบทรามนัก
อกุศลแน่นหนักรักบัดสี
ดุจแมงเม่าเริงร่าเปลวอัคคี
มิรู้ดีเท่าใดก็วายปราณ

อีกเหล่าบัวกลัวภัยหมายใจพ้น
กออุบลเป็นใบใช่อาหาร
ของเต่าปูอยู่ใต้เบื้องบาดาล
แม้จักใช้เวลานานก็ตั้งใจ

เหล่าที่สามงามมนุษย์ชุดสำรอง
อยู่กลางคลองน้ำขุ่นวุ่นวิสัย
ใกล้มนุษย์ชุดธรรมาธิปไตย
มีบทกรรมนำใจในทางดี

เหล่าที่เลิศประเสริฐคนบัวพ้นน้ำ
คลี่กลีบตามลำแสงพระชินสีห์
เพียงแผ่วผิวกระทบไอสุรีย์
บานเต็มที่กลางบึงตรึงฤทัย

                                                 พี่ดอกแก้ว....

          <<< อ่านย้อนหลัง<<<

เสียงกระซิบข้างหัวใจ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook