บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!


เมื่อความรักมาทักทาย ในวันที่เงียบเหงา...อ้างว้างไม่มีใคร
หัวใจที่ว่างเปล่า...จึงได้แต่ยอมสวามิภักดิ์

จ๊ะเอ๋  : เขียน : aeyprettygirl@hotmail.com

เงา...

                    ในบางเวลาฉันเคยมีความรู้สึกเหงาแบบแปลก ๆ ในชีวิตเกิดขึ้น คือประมาณว่าอารมณ์เคว้งคว้างผิดปรกติ ดูเลื่อนลอยไปยังอากาศที่เวิ้งว้าง ว่างเปล่า บรรยากาศรอบข้างดูอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว จนฉันรู้สึกได้คล้ายกับตัวฉันล่องลอยไม่มีตัวตน ฉันเคยตั้งคำถามในใจเสมอมาว่า เพราะอะไร ทำไม ฉันถึงต้องมามีชีวิตอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจนานานับประการอะไรเช่นนี้ และทำไมความรู้สึกเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นในวันที่เต็มไปด้วยภาระอันหนักอึ้ง นาฬิกายังคงโหยหาวันเวลา และดูเหมือนว่าสิ่งรอบข้างก้อยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว คงจะมีแต่ตัวฉันเองเท่านั้นที่ยังคงอ่อนแอ หวั่นไหวไปกับวันข้างหน้า กับสิ่งที่ยังมองไม่เห็น และยังไม่รู้อีกเหมือนกันว่า จะมีอะไรที่ดีไปกว่านี้หรือแย่ไปกว่าเดิม ฉันได้แต่คิดเสมอมาว่ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ฉันพอจะทำได้ นั่นก้อคือการบอกกับ ตัวเองว่าวันไหน ๆ ก้อไม่สำคัญเท่ากับวันนี้ วันที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ วันหลาย ๆ วันจะสามารถเกิดขึ้นได้ ก้อแค่วันต่าง ๆ ได้ผ่านเข้ามาให้ฉันได้เรียนรู้ความเป็นไปในแต่ละวัน ขอเพียงอย่าหยุดอยู่แค่วันใดวันหนึ่ง จนทำให้เราไม่มีโอกาสที่จะมีวันพรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไป! เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำได้ดีที่สุด นั่นก้อคือทำความรู้จักกับตัวเองให้มาก ๆ เข้าใจตัวเองและค้นหาตัวเองให้ลึกซึ้งที่สุด และถามตัวเองว่าเราเกิดมาเพื่อที่จะทำอะไร และสิ่ง ๆ นั้นเราได้ทำไปแล้วหรือยัง คงจะไม่ยากเกินไปใช่ไหมที่จะตามหาเงาตัวเองให้เจอ เงาที่อยู่กับเราตั้งแต่เกิด และคนที่จะมองเห็นเงานั้นได้ชัดเจนที่สุดก้อไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก้อคือตัวเราเอง ขอเพียงแต่ว่าเราแค่ออกมามองโลกในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส มองขึ้นไปเห็นเมฆอยู่บนฟากฟ้า มีแดดทอแสงเจิดจ้าจากดวงตะวันที่คอยส่องแสงประกาย เงาจะสามารถเกิดขึ้นได้ก้อต่อเมื่อตัวเราได้ก้าวเดินไปข้างหน้า และสิ่งที่อยู่กับตัวเราก้อจะปรากฏออกมาให้ผู้อื่นได้พบเห็น ดังนั้น จงเลือกที่จะเริ่มต้นทำอะไรบางสิ่งบางอย่างให้สมกับที่ได้เกิดมามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ และสิ่งนั่นแหละคือคำตอบที่เคยสงสัยว่าเราเกิดมาทำไมและเพื่ออะไร

ความคิด ความเชื่อ ความหวัง ความทุกข์

เคยมีคนบางคนบอกว่า ถ้าเวลาเราท้อ เหงา เศร้า ทุกข์ ให้แหงนหน้าขึ้นมองฟ้า มองดาว มองพระจันทร์ (ถ้ามี) แล้วให้อธิษฐานขอพรจากฟ้า จากดาว จากพระจันทร์ แล้วจะสมหวัง อยากรู้จัง เคยมีใครทำแล้วสมหวังกับที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า ถ้ามีคนเคยทำ แปลว่า ณ ขณะนั้น สมองได้สั่งให้เกิดความคิดแล้วกลายเป็นความเชื่อ เพื่อให้ใจสบายเพราะเกิดความหวังจากสิ่งที่เคยเคว้งคว้างอยู่ แล้วกลับกลายมาเป็นความกังวลใจในสิ่งที่หวังและรอคอย แล้วในที่สุดความทุกข์ก้อจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วอย่างนี้ เมื่อไหร่ความทุกข์จะหมดไปจากใจเราเสียที เพราะฉะนั้นมีอยู่เพียงสิ่งเดียวที่จะปราศจากความทุกข์ไปได้ นั่นก้อคือ หาต้นเหตุและที่มาของความทุกข์ให้ได้ ลดละเลิกอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถหวนกลับคืนมาได้อีก แล้วลองอยู่นิ่ง ๆ ปล่อยใจให้สบาย แล้วพยายามอย่าให้ความว้าวุ่นใจเข้ามามีบทบาทผลักดันให้เราทำในสิ่งที่แย่อยู่แล้วให้ยิ่งแย่ไปใหญ่ คิดเสียว่าคนเราทุกคนย่อมต้องมีช่วงเวลาที่เลวร้าย ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงให้พานพบได้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถปลดปล่อยมันได้มากน้อยแค่ไหน และเร็วแค่ไหนต่างหาก

น้ำตาในวันที่อ่อนแอ

แต่ละวันที่ผ่านมาฉันมีความสุขกับสิ่งรอบข้าง สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวัน แม้ทุกวันจะเหมือนเดิม แต่ชีวิตฉันก้อไม่เคยเหงา เพราะฉันพยายามทำให้ทุกวันมีความสุข ถึงแม้จะมีบางช่วงที่รู้สึกอ่อนแอ นั่งฟังเพลงแล้วทำไมน้ำตาถึงไหล นั่นก้อเพราะมันเป็นความตั้งใจของฉันเอง เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น (จริง ๆ น่ะ) บางครั้งน้ำตาก้อเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา ฉันไม่รู้หรอกว่าทุกคนจะคิดยังไง แต่ฉันขอสักช่วงอารมณ์ก้อแล้วกันที่อยากจะปลดปล่อยความอ่อนแอในตัวฉันบ้าง และฉันก้อยินดีที่จะร้องไห้ด้วยเพราะมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะ ร้องไห้ ก้อจงร้องไปเถอะ เพราะการร้องไห้ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ และความอ่อนแอก็ไม่ใช่หมายถึงการเสียน้ำตาเสมอไป แต่มันหมายถึงการได้ปลดปล่อยความอ่อนแอจากข้างในที่มีอยู่ให้เหลือลดน้อยลงจากเดิมก้อเท่านั้นเอง

เมื่อรักมาทักทาย (1)

เธอเข้ามาในวันที่ฉันไม่มีใคร และฉันก้อตกใจมากเลย คาดไม่ถึงจริง ๆ ด้วย ว่าคนที่ส่งขนมมาให้ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาจะเป็นเธอ เพราะฉันและเธอต่างก้อไม่เคยคุยกันเลย ดูเหมือนเราแทบจะไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ นอกจากเรื่องงานอย่างเดียวเท่านั้น เหตุผลก้อคือเราต่างไม่ถูกกันไง เธอคงรู้สาเหตุดีว่าเพราะอะไร วันเวลาเปลี่ยนฉันก้อยังรู้สึกเฉย ๆ กับเธอ ถึงเธอจะเข้ามาทำดีกับฉันยังไง ฉันก้อไม่สนเพราะฉันไม่ชอบเธอไง เธอใช้ความพยายามในแบบของเธอทุกทางที่จะชนะใจฉันให้ได้ แล้วฉันก้อลองให้โอกาสเธอโดยการพูดคุยกับเธอ ค่อย ๆ รับรู้ความรู้สึกของเธอ ไปไหนมาไหนกับเธอพร้อม ๆ กับค่อย ๆ เรียนรู้นิสัยใจคอ เพื่อเป็นการที่ฉันควรจะทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นด้วย โดยที่ฉันเองก้อยังไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าคน ๆ นึงที่เดินเข้ามามอบความรู้สึกดี ๆ ให้ เกินกว่าที่ฉันควรจะพึงมีให้ ตลอดเวลาหลังจากที่ฉันได้เรียนรู้อะไรบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอ ฉันได้แง่คิดว่า คนเรา ไม่ควรตัดสินคนแค่ความคิดหรือการกระทำในช่วงระยะเวลาที่เรียกว่ายังไม่รู้จักกันดีพอ เพราะมันมีอะไรที่มากไปกว่านั้นอีก แต่มันขึ้นอยู่ที่ว่า อีกฝ่ายยินดีพร้อมใจที่จะเปิดประตูต้อนรับเราอย่างเต็มที่และเต็มใจหรือเปล่า ฉันถึงค่อย ๆ ซึมซับความเป็นตัวเธอ เข้าใจและรู้สึกประหลาดใจในตัวเธอไปพร้อม ๆ กัน และฉันเองก้อขอยอมรับเลยว่าความรู้สึกของเธอค่อย ๆ เข้ามาก่อร่างสร้างตัวอยู่ในใจฉันโดยที่ฉันเองก้อรู้สึกยินดีและเต็มใจจนกระทั่งแทบจะเรียกได้ว่าฉันค่อย ๆ มีเธอนั่งอยู่ในหัวใจฉันแล้วหล่ะ

เมื่อความรักมาหยุดที่ใดที่หนึ่ง (2)

การที่เราเริ่มต้นคบกับใครสักคนนั้น มันเปรียบได้เหมือนกับว่า เรากำลังเปิดประตูห้อง ๆ หนึ่งเพื่อให้หัวใจเราได้เดินเข้าไปค้นหานิยามของคำว่า "รัก" โดยที่เราเองก้อยังไม่รู้อีกเหมือนกันว่าคำจำกัดความของคำ ๆ นี้ จะตรงกับความหมายที่มีอยู่ในใจเราก่อนหน้านี้หรือเปล่า และในขณะเดียวกันวันเวลาค่อย ๆ ผ่านไป หัวใจเราก้อได้เดินทางมาถึงจุด ๆ หนึ่ง และความหมายของคำว่า "รัก" ก้อค่อย ๆ เปลี่ยนไปจากเดิมตามความรู้สึกที่หัวใจพอจะบอกได้ว่าเราเหมาะหรือไม่ที่จะยังขังหัวใจตัวเองอยู่ในห้องนั้นอย่างเดิมตลอดไป หรือจะดีกว่ามั้ยที่เราจะเดินไปยังห้องอีกห้องหนึ่งเพื่อที่เราจะได้ตามหาความหมายของคำว่ารักได้อย่างที่ใจเราต้องการให้ได้มากที่สุด โดยที่เรายังคงกำหนดให้หัวใจเป็นตัวคอยนำทางและหัวใจตัวเราเองนั่นแหละที่จะชี้ความหมายได้ดีที่สุดว่าเราเดินไปทางไหน ถึงแม้ว่าเราได้ผ่านการเดินทางผ่านมาสักกี่ห้องแล้ว และนิยามของคำว่ารักจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าหากเรายังศรัทธากับคำจำกัดความที่ยังคงมีอยู่ เชื่อได้เลยว่า ไม่วันใดวันหนึ่ง นิยามของคำว่ารักที่เรารอคอยและค้นหามานานจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเราเอง ทั้ง ๆ ที่มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เคยคิดไหมว่าทำไมคนเราสามารถทำเรื่องบังเอิญให้เป็นเรื่องจริงได้ เพราะหัวใจเราตรงกันไงและไม่มีใครที่จะสามารถปฏิเสธหัวใจตัวเองไปได้หรอก ถ้าหากความรักนั้นได้มาหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งแล้ว

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook