 
เมื่อความรักมาทักทาย
ในวันที่เงียบเหงา...อ้างว้างไม่มีใคร
หัวใจที่ว่างเปล่า...จึงได้แต่ยอมสวามิภักดิ์
จ๊ะเอ๋ :
เขียน : aeyprettygirl@hotmail.com
|
เงา...

ในบางเวลาฉันเคยมีความรู้สึกเหงาแบบแปลก
ๆ ในชีวิตเกิดขึ้น
คือประมาณว่าอารมณ์เคว้งคว้างผิดปรกติ
ดูเลื่อนลอยไปยังอากาศที่เวิ้งว้าง
ว่างเปล่า
บรรยากาศรอบข้างดูอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
จนฉันรู้สึกได้คล้ายกับตัวฉันล่องลอยไม่มีตัวตน
ฉันเคยตั้งคำถามในใจเสมอมาว่า
เพราะอะไร ทำไม
ฉันถึงต้องมามีชีวิตอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจนานานับประการอะไรเช่นนี้
และทำไมความรู้สึกเหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นในวันที่เต็มไปด้วยภาระอันหนักอึ้ง
นาฬิกายังคงโหยหาวันเวลา
และดูเหมือนว่าสิ่งรอบข้างก้อยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว
คงจะมีแต่ตัวฉันเองเท่านั้นที่ยังคงอ่อนแอ
หวั่นไหวไปกับวันข้างหน้า
กับสิ่งที่ยังมองไม่เห็น
และยังไม่รู้อีกเหมือนกันว่า
จะมีอะไรที่ดีไปกว่านี้หรือแย่ไปกว่าเดิม
ฉันได้แต่คิดเสมอมาว่ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ฉันพอจะทำได้
นั่นก้อคือการบอกกับ
ตัวเองว่าวันไหน ๆ
ก้อไม่สำคัญเท่ากับวันนี้
วันที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่
วันหลาย ๆ
วันจะสามารถเกิดขึ้นได้
ก้อแค่วันต่าง ๆ
ได้ผ่านเข้ามาให้ฉันได้เรียนรู้ความเป็นไปในแต่ละวัน
ขอเพียงอย่าหยุดอยู่แค่วันใดวันหนึ่ง
จนทำให้เราไม่มีโอกาสที่จะมีวันพรุ่งนี้และวันต่อ
ๆ ไป!
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะทำได้ดีที่สุด
นั่นก้อคือทำความรู้จักกับตัวเองให้มาก
ๆ
เข้าใจตัวเองและค้นหาตัวเองให้ลึกซึ้งที่สุด
และถามตัวเองว่าเราเกิดมาเพื่อที่จะทำอะไร
และสิ่ง ๆ
นั้นเราได้ทำไปแล้วหรือยัง
คงจะไม่ยากเกินไปใช่ไหมที่จะตามหาเงาตัวเองให้เจอ
เงาที่อยู่กับเราตั้งแต่เกิด
และคนที่จะมองเห็นเงานั้นได้ชัดเจนที่สุดก้อไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก้อคือตัวเราเอง
ขอเพียงแต่ว่าเราแค่ออกมามองโลกในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส
มองขึ้นไปเห็นเมฆอยู่บนฟากฟ้า
มีแดดทอแสงเจิดจ้าจากดวงตะวันที่คอยส่องแสงประกาย
เงาจะสามารถเกิดขึ้นได้ก้อต่อเมื่อตัวเราได้ก้าวเดินไปข้างหน้า
และสิ่งที่อยู่กับตัวเราก้อจะปรากฏออกมาให้ผู้อื่นได้พบเห็น
ดังนั้น
จงเลือกที่จะเริ่มต้นทำอะไรบางสิ่งบางอย่างให้สมกับที่ได้เกิดมามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
และสิ่งนั่นแหละคือคำตอบที่เคยสงสัยว่าเราเกิดมาทำไมและเพื่ออะไร
|

|
 |
ความคิด
ความเชื่อ ความหวัง ความทุกข์
เคยมีคนบางคนบอกว่า
ถ้าเวลาเราท้อ เหงา เศร้า ทุกข์
ให้แหงนหน้าขึ้นมองฟ้า มองดาว
มองพระจันทร์ (ถ้ามี)
แล้วให้อธิษฐานขอพรจากฟ้า
จากดาว จากพระจันทร์
แล้วจะสมหวัง อยากรู้จัง
เคยมีใครทำแล้วสมหวังกับที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า
ถ้ามีคนเคยทำ แปลว่า ณ ขณะนั้น
สมองได้สั่งให้เกิดความคิดแล้วกลายเป็นความเชื่อ
เพื่อให้ใจสบายเพราะเกิดความหวังจากสิ่งที่เคยเคว้งคว้างอยู่
แล้วกลับกลายมาเป็นความกังวลใจในสิ่งที่หวังและรอคอย
แล้วในที่สุดความทุกข์ก้อจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
แล้วอย่างนี้
เมื่อไหร่ความทุกข์จะหมดไปจากใจเราเสียที
เพราะฉะนั้นมีอยู่เพียงสิ่งเดียวที่จะปราศจากความทุกข์ไปได้
นั่นก้อคือ
หาต้นเหตุและที่มาของความทุกข์ให้ได้
ลดละเลิกอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถหวนกลับคืนมาได้อีก
แล้วลองอยู่นิ่ง ๆ
ปล่อยใจให้สบาย
แล้วพยายามอย่าให้ความว้าวุ่นใจเข้ามามีบทบาทผลักดันให้เราทำในสิ่งที่แย่อยู่แล้วให้ยิ่งแย่ไปใหญ่
คิดเสียว่าคนเราทุกคนย่อมต้องมีช่วงเวลาที่เลวร้าย
ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงให้พานพบได้
แต่มันขึ้นอยู่กับว่า
เราจะสามารถปลดปล่อยมันได้มากน้อยแค่ไหน
และเร็วแค่ไหนต่างหาก |
|
น้ำตาในวันที่อ่อนแอ
แต่ละวันที่ผ่านมาฉันมีความสุขกับสิ่งรอบข้าง
สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวัน
แม้ทุกวันจะเหมือนเดิม
แต่ชีวิตฉันก้อไม่เคยเหงา
เพราะฉันพยายามทำให้ทุกวันมีความสุข
ถึงแม้จะมีบางช่วงที่รู้สึกอ่อนแอ
นั่งฟังเพลงแล้วทำไมน้ำตาถึงไหล
นั่นก้อเพราะมันเป็นความตั้งใจของฉันเอง
เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
(จริง ๆ น่ะ)
บางครั้งน้ำตาก้อเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรา
ฉันไม่รู้หรอกว่าทุกคนจะคิดยังไง
แต่ฉันขอสักช่วงอารมณ์ก้อแล้วกันที่อยากจะปลดปล่อยความอ่อนแอในตัวฉันบ้าง
และฉันก้อยินดีที่จะร้องไห้ด้วยเพราะมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะ ร้องไห้
ก้อจงร้องไปเถอะ
เพราะการร้องไห้ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ
และความอ่อนแอก็ไม่ใช่หมายถึงการเสียน้ำตาเสมอไป
แต่มันหมายถึงการได้ปลดปล่อยความอ่อนแอจากข้างในที่มีอยู่ให้เหลือลดน้อยลงจากเดิมก้อเท่านั้นเอง |

|
|
 |
เมื่อรักมาทักทาย
(1) เธอเข้ามาในวันที่ฉันไม่มีใคร
และฉันก้อตกใจมากเลย
คาดไม่ถึงจริง ๆ ด้วย
ว่าคนที่ส่งขนมมาให้ตลอดระยะเวลา
1 เดือนที่ผ่านมาจะเป็นเธอ
เพราะฉันและเธอต่างก้อไม่เคยคุยกันเลย
ดูเหมือนเราแทบจะไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ
นอกจากเรื่องงานอย่างเดียวเท่านั้น
เหตุผลก้อคือเราต่างไม่ถูกกันไง
เธอคงรู้สาเหตุดีว่าเพราะอะไร
วันเวลาเปลี่ยนฉันก้อยังรู้สึกเฉย
ๆ กับเธอ
ถึงเธอจะเข้ามาทำดีกับฉันยังไง
ฉันก้อไม่สนเพราะฉันไม่ชอบเธอไง
เธอใช้ความพยายามในแบบของเธอทุกทางที่จะชนะใจฉันให้ได้
แล้วฉันก้อลองให้โอกาสเธอโดยการพูดคุยกับเธอ
ค่อย ๆ รับรู้ความรู้สึกของเธอ
ไปไหนมาไหนกับเธอพร้อม ๆ กับค่อย
ๆ เรียนรู้นิสัยใจคอ
เพื่อเป็นการที่ฉันควรจะทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นด้วย
โดยที่ฉันเองก้อยังไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าคน
ๆ
นึงที่เดินเข้ามามอบความรู้สึกดี
ๆ
ให้ เกินกว่าที่ฉันควรจะพึงมีให้
ตลอดเวลาหลังจากที่ฉันได้เรียนรู้อะไรบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอ
ฉันได้แง่คิดว่า
คนเรา ไม่ควรตัดสินคนแค่ความคิดหรือการกระทำในช่วงระยะเวลาที่เรียกว่ายังไม่รู้จักกันดีพอ
เพราะมันมีอะไรที่มากไปกว่านั้นอีก
แต่มันขึ้นอยู่ที่ว่า
อีกฝ่ายยินดีพร้อมใจที่จะเปิดประตูต้อนรับเราอย่างเต็มที่และเต็มใจหรือเปล่า
ฉันถึงค่อย ๆ
ซึมซับความเป็นตัวเธอ
เข้าใจและรู้สึกประหลาดใจในตัวเธอไปพร้อม
ๆ กัน
และฉันเองก้อขอยอมรับเลยว่าความรู้สึกของเธอค่อย
ๆ
เข้ามาก่อร่างสร้างตัวอยู่ในใจฉันโดยที่ฉันเองก้อรู้สึกยินดีและเต็มใจจนกระทั่งแทบจะเรียกได้ว่าฉันค่อย
ๆ
มีเธอนั่งอยู่ในหัวใจฉันแล้วหล่ะ
|
|
เมื่อความรักมาหยุดที่ใดที่หนึ่ง
(2)
การที่เราเริ่มต้นคบกับใครสักคนนั้น
มันเปรียบได้เหมือนกับว่า
เรากำลังเปิดประตูห้อง ๆ
หนึ่งเพื่อให้หัวใจเราได้เดินเข้าไปค้นหานิยามของคำว่า
"รัก"
โดยที่เราเองก้อยังไม่รู้อีกเหมือนกันว่าคำจำกัดความของคำ
ๆ นี้
จะตรงกับความหมายที่มีอยู่ในใจเราก่อนหน้านี้หรือเปล่า
และในขณะเดียวกันวันเวลาค่อย ๆ
ผ่านไป
หัวใจเราก้อได้เดินทางมาถึงจุด
ๆ หนึ่ง และความหมายของคำว่า
"รัก" ก้อค่อย ๆ
เปลี่ยนไปจากเดิมตามความรู้สึกที่หัวใจพอจะบอกได้ว่าเราเหมาะหรือไม่ที่จะยังขังหัวใจตัวเองอยู่ในห้องนั้นอย่างเดิมตลอดไป
หรือจะดีกว่ามั้ยที่เราจะเดินไปยังห้องอีกห้องหนึ่งเพื่อที่เราจะได้ตามหาความหมายของคำว่ารักได้อย่างที่ใจเราต้องการให้ได้มากที่สุด
โดยที่เรายังคงกำหนดให้หัวใจเป็นตัวคอยนำทางและหัวใจตัวเราเองนั่นแหละที่จะชี้ความหมายได้ดีที่สุดว่าเราเดินไปทางไหน
ถึงแม้ว่าเราได้ผ่านการเดินทางผ่านมาสักกี่ห้องแล้ว
และนิยามของคำว่ารักจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปมากน้อยแค่ไหน
แต่ถ้าหากเรายังศรัทธากับคำจำกัดความที่ยังคงมีอยู่
เชื่อได้เลยว่า
ไม่วันใดวันหนึ่ง
นิยามของคำว่ารักที่เรารอคอยและค้นหามานานจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเราเอง
ทั้ง ๆ
ที่มันดูเหมือนจะเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่เคยคิดไหมว่าทำไมคนเราสามารถทำเรื่องบังเอิญให้เป็นเรื่องจริงได้
เพราะหัวใจเราตรงกันไงและไม่มีใครที่จะสามารถปฏิเสธหัวใจตัวเองไปได้หรอก
ถ้าหากความรักนั้นได้มาหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งแล้ว
|

|
|
|
|
|
|