ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

"ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน..."

ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ

โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ

(2)

แต่ก่อนหน้าแผนแรกจะบังเกิด ก่อนหน้านั้นสัก 5 ปี มีเป้าหมายหนึ่งต้องพิชิตให้ได้ก่อนคือปลดหนี้ทั้งหมดที่มีอยู่ให้เป็นศูนย์ โดยเอาหนี้สินทั้งหมดมากองตรงหน้ากดเครื่องคิดเลขแบบหลวม จนได้ข้อสรุปว่าจะสามารถปลดหนี้ได้ตอนอายุ 50 ปี เก็บเงินอีกสัก 5 ปี พออายุ 55 ปี จะเกษียณตัวเอง ยังไงต้องพาตัวเองออกจากกรุงเทพฯให้ได้ ชีวิตเริ่มมีความหวัง พลังลึกลับขุมหนึ่งบังเกิดขึ้น จนสามารถมองเห็นอนาคตตัวเองได้อย่างชัดเจน บ้าระห่ำใช้หนี้เหมือนคนไม่เคยเป็นหนี้ ด้วยการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงกินน้อยใช้น้อย เหล้าไม่กิน การพนันไม่เล่นอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว ถือว่าได้เปรียบความผันแปรทางตัวเลข

5 ปีปลดหนี้ 5 ปีเก็บเงิน ถึงเวลาปฎิบัติจริงหนี้สินอันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แปดแสนกว่าใช้เวลาแค่ 3 ปีก็กลายเป็นศูนย์ แน่นอนมันมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้มาช่วยสนับสนุน คิดดี ทำดี ระบบรักษาความปลอดภัยชั้นเยี่ยมของผมเริ่มสำแดงเดช และผลิดอกออกผลมาเป็นรายได้เสริม รสชาติชีวิตมันเป็นเยี่ยงนี้เอง การปราศจากหนี้สินมันช่างเป็นอะไรที่ช่างสุดจะบรรยายชนิดที่ว่าออกหน้าออกตา ลูกชายเรียนจบมหาลัยถือเป็นของแถมไปเลย

เงินเดือนสามหมื่นกว่าบาทโบนัสปีละสองครั้ง รายได้เสริมอีกเล็กน้อย สำหรับชายโสดที่ปราศจากหนี้สิ้นและใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ณ ตอนนั้น แผนที่ว่าจะเกษียณตอนอายุ 55 ปี จึงต้องปรับเปลี่ยนแผนใหม่ให้เร็วขึ้น ความรู้สึกเบื่อหน่ายกรุงเทพฯเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ชีวิตพอมันมีทางให้เลือกความคิดมันก็เปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน เมื่อมีเงินก้อนใหญ่จากการเก็บออมนอนรออยู่ในธนาคาร ความอดทนเริ่มน้อยลงทุกที อยู่ไม่ไหวแล้วเมืองบางกอก เริ่มจดจ่อนับวันเวลา ถามว่าทำไมต้องเดือนเมษายน คำตอบคือโบนัสปลายปีจ่ายสิ้นเดือนมกราคมของทุกปี จะรับโบนัสแล้วออกเลยก็เกรงว่าจะเสียมารยาท ขอแบบสง่างามหน่อยก็แล้วกัน...

ถึงปลายๆปี 56 ก็มีเงินก้อนหนึ่งแล้ว แถมรายได้เสริมให้พอกินพอใช้แบบไม่ต้องง้อเงินเก็บ อยู่อย่างพอเพียงใช้ยังไงก็ไม่หมดชาตินี้ เริ่มฝันถึงวันข้างหน้า ภาพมันชัดเจนมากเสียจนแทบจะรอไม่ไหว ณ ตอนนั้น คนอะไรแอบอิจฉาแม้กระทั่งตัวเอง สงสัยจะลืมตัว...

แผนแรกยังคงดำเนินไป ด้วยเงินเดือนสี่หมื่นถ้วนๆ มีแต่คนไม่เห็นด้วยที่จะเกษียณ เพื่อนบางคนถึงกับด่าเลยก็มี ทั้งภาระที่ต้องรับผิดชอบทั้งหนี้สินก็ไม่มี งานก็แสนสบาย เดือนหนึ่งทำงานไม่ถึงอาทิตย์มาเป็นปีละชีวิต ทั้งเจ้านายทั้งบริษัทก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะจ้างออก ทุกอย่างปกติมาก แต่ที่ลึกๆลงไปข้างในก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่า เจ้านายไม่ใช่คนโง่ถึงขนาดจะจ้างคนขับรถเงินเดือนแพงๆ ให้ทำงานเดือนละไม่กี่วันอย่างนี้หรอก (ไว้แล้วจะนินทาเจ้านายให้อ่านกันถ้าไม่ตายเสียก่อน) ถึงที่สุดก็ต้องจ้างออกอยู่ดี หรือจะรอให้ลาออกเอง หรือจะยังไงก็ช่าง ยังไงก็ได้อยู่แล้วตอนนั้น ไม่จ้างออกก็จะลาออกเองเมื่อถึงกำหนด จะหัวจะก้อย ไม่สน...

เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน ช่างกระไรใจหนอใจคน ระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวเริ่มหย่อนยานหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ที่สุดก็ดูเหมือนว่าคล้ายๆผมจะได้สติ แต่ไม่ใช่หรอกนั่นมันหลอกคนอื่นแถมหลอกตัวเองอีกด้วย ทำงานมาตั้ง 20 กว่าปี ไม่ได้มีความผิดอะไรสักหน่อย ในรอบ 20 กว่าปี เท่าที่จำได้ลางานแค่ 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งแม่เสีย ครั้งหนึ่งเข้าโรงพยาบาล 2 วัน ประวัติการทำงานไม่เคยต่างดำ ทำงานไม่คุ้นเงินเดือนก็จ้างออกเองแล้วกัน เงินเดือนตั้งสี่หมื่น กิเลสเริ่มกล้ำกลาย....

เปลี่ยนไปใช้แผนสองแบบกึ่งอัตโนมัติ คืออยู่ไปเรื่อยๆ ทำงานไปตามปกติตามที่ได้รับมอบหมาย เงินเก็บก็ได้มากขึ้น รอให้บริษัทจ้างออกเองตามนั้น สรุปยุทธวิธีแผนสองตามนี้ ใช้ชีวิตไปไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล ทำงานไปเที่ยวไปก็ยังได้ต่อไปนี้ ตอนนั้นคิดแบบนั้น....

และเพื่อให้บรรลุผลตามแผน ต้องหารถไว้ใช้สักคันแล้ว ช่วงนั้นโตโยต้า ยารีส อีโก้คาร์โฉมใหม่ ออกสู่ตลาดพอดีก่อนงานมอเตอร์โชว์เล็กน้อย ดาวน์ไปแสนถ้วน ผ่อนเดือนละหมื่นนิดๆ 4 ปี เป็นอันว่ามีรถไว้อำนวยความสะดวกให้ตัวเองละ แต่เอาเข้าจริงถึงเวลาก็จอดเสียเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้สักเท่าไร เพราะปกติก็ไม่ค่อยจะอยากไปไหน ก็ผ่อนไปแบบสบายๆ ได้ปีหนึ่ง...

ราวๆ สักต้นเดือนกันยายน 57 ที่สุดบริษัทก็มีหนังสือเลิกจ้างออกมา โดยอ้างเหตุผลว่าเจ้านายจะต้องไปนั่งประจำอยู่สาขาที่ประเทศพม่า จะมากรุงเทพฯก็แค่ประชุม และไม่มีคนมาแทน ผมกับเลขาถูกเลิกจ้างพร้อมกันคือสิ้นเดือนตุลาคม ถือเป็นการบอกล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ และเป็นไปตามข้อกฎหมายกำหนด เงินชดเชย 10 เดือน เงินสะสม แถมโบนัสที่คำนวณออกมาเป็นเดือนให้อีก ยังไงล่ะทีนี้ มาอีกแล้วปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

อย่างที่ผมบอกไว้แต่แรก ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง... แต่ไม่ต้องกังวล ระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของผมยังคงใช้การได้อย่างดีเยี่ยม แค่หย่อนยานไปเล็กน้อย...ไม่ถึงกับชำรุดทรุดโทรมแต่อย่างใด ความปลอดภัยไว้ก่อนยังคงมี...

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง.. อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน...
»
ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 | วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com