ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

"ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน..."

ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ

โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ

(8)

ปีนั้นไปส่งท้ายปีเก่าต้อนรีบปีใหม่อยู่ที่นครนายก เข้าสู่ศักราชใหม่ 2558 ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในห้องเช่าที่กรุงเทพฯเสียเป็นส่วนใหญ่ ถึงเวลาก็ไปรายงานตัวที่สำนักจัดหางานกรมแรงงานแถวบางนา เข้าสู่กระบวนการรับเงินชดเชยการว่างงานอย่างเป็นทางการ ปล่อยชีวิตอิสระไปวันๆ รอคอยจังหวะและโอกาส ติดตามข่าวสารตลาดหุ้นฯ เปิดพอร์ตลงทุนไว้สักระยะแล้ว ซื้อ-ขายหุ้นบ้างตามสถานการณ์ของเม่าน้อย ถือเป็นช่วงศึกษาหาความรู้และทดลองปฎิบัติจริง โดยมีการนำเสนอในรูปแบบบันทึกเล่นสดไว้ที่บ้านจอมยุทธ ในหัวข้อ"เมื่อคนขับรถปลอมตัวไปเล่นหุ้น" เพื่อเป็นวิทยาทานและแบ่งปันประสบการณ์

ยังคงกินน้อยใช้น้อย และคิดดี ทำดี ไม่ได้เคร่งเครียดอะไรกับชีวิต อันทีจริงก็มีเว็บไซต์ให้ต้องดูแล พอมีอะไรให้ต้องทำต้องปรับปรุงแก้ไขอยู่เป็นระยะๆ ถึงแม้จะไม่ได้อัพเดทข้อมูลและหยุดการเจริญเติบโตไปแล้วก็ตาม เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงต้องดูแลตัดแต่งกิ่งก้าน รดน้ำพรวนดิน เพื่อผลิดอกออกผลให้ได้เก็บกินในรูปแบบรายได้เสริม เพราะถึงจุดหนึ่งก็ไม่รู้จะไปต่อทางไหนดีด้วยขีดกำจัดด้านความสามารถ บางอย่างมันก็ยากที่จะพัฒนาได้ด้วยความรู้แค่ ม.ศ.3 จนบางครั้งก็ตามไม่ทันเทคโนโลยี่ อันที่จริงเป็นคนที่ไม่ค่อยจะวิ่งตามเทคโนโลยี่สักเท่าไร จะสนใจก็เฉพาะในส่วนที่ถูกจริตกับตัวเอง หรือจำเป็นต้องใช้ โดยส่วนตัวชอบที่จะใช้ชีวิตด้วยระบบแมนนวลๆ แบบคนธรรมดาๆ ที่ไม่ซับซ้อนยุ่งยากอะไรประมาณนั้น และโดยไม่สนคนนินทา...

ในขณะที่ผู้คนรอบตัวเขาก้มหน้าก้มตาใช้สมาร์ทโฟนกันแล้ว ผมก็ยังคงใช้โทรศัพท์มือถือแบบจอขาวดำเครื่องละพันกว่าบาทอยู่เลย แถมยังแอบต่อต้านอยู่หน่อยๆ ต่อสิ่งที่เรียกว่าโซเชียลเน็ตเวิร์ค เหมือนที่เคยต่อต้านสิ่งที่เรียกว่าแชท รู้สึกไม่ถูกจริตกับสิ่งเหล่านี้ และยังติดหล่มอยู่กับการสื่อสารรูปแบบเดิมๆ ประเภทถึงเนื้อถึงตัว หันมาสบตากัน ยิ้มให้กันทักทายกัน แทนที่จะส่งเป็นสัญญาลักษณ์ให้ต้องมาวิเคราะห์ขบคิด

ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมก้มหน้าก้มตาอยู่พักใหญ่ๆ ทั้งหลายทั้งปวงที่สุดก็หนีไม่พ้น ประมาณว่าพวกเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ประมาณนั้นแหละ...

จนช่วงท้ายๆของการทำงานก่อนจะถูกเลิกจ้างไม่นาน ก็เพิ่งจะมีสิ่งที่เรียกว่าสมาร์ทโฟนใช้พกติดตัว แต่ก็ใช้แค่รับสายเข้ากับโทรออก ด้วยภาวะจำยอมด้วยเหตุผลที่ว่าโทรศัพท์รุ่นเก่าสัญญาณเริ่มรวนไม่รองรับ 3G ที่สุดก็ต้องเรียนรู้มันและใช้มันอย่างสงวนท่าทีในช่วงแรกๆ ถือว่ารอดจากการตกโลกตายมาได้อย่างหวุดหวิด....

จากนั้นก็เริ่มใช้แอพไลน์ ใช้แอพดูพอร์ตและซื้อ-ขายหุ้น และอื่นๆอีกเล็กน้อย อันสมแก่ประโยชน์ แต่ก็ยังคงใช้เท่าที่จำเป็น ไม่สอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้าน ใครจะกินอะไรทำอะไรที่ไหนยังไงไม่สนใจใคร่รู้ ยังเงยหน้าสบตาผู้คนหาผู้รู้ใจ สังเกตพฤติกรรมมนุษย์และสัตว์ตามปกติ และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโลกของความเป็นจริง ในโลกจริงๆ เงียบๆ คนเดียว...

วันหนึ่งเกิดรู้สึกไม่สบอารมณ์ต่อเจ้าสิ่งที่เรียกว่าสติ๊กเกอร์ไลน์ที่โหลดฟรีมาใช้ ประมาณว่าไม่สามารถใช้สื่อสารได้ตรงกับใจ แบบว่าตัวเลือกมันน้อย จะโหลดแบบที่ต้องเสียเงินมาใช้ก็ใช่ที่ ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นแม้จะแค่เงินเพียงน้อยนิดก็ตาม และด้วยความเป็นสุดยอดคนแห่งการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด จึงเริ่มค้นคว้าหาข้อมูลและวิธีการที่จะมีสติ๊กเกอร์ไลน์ใช้เป็นการส่วนตัว

สรุปว่าแอพไลน์ไม่มีระบบรองรับตรงส่วนนี้ ทำได้อย่างมากก็แค่ส่งเป็นไฟล์ภาพ แต่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานที่เป็นสมาชิก สามารถทำสติ๊กเกอร์ขายในระบบร้านค้าผ่านแอพของไลน์ได้ โดยผ่านกระบวนการพิจารณาและอนุมัติจากบริษัทไลน์ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้เงื่อนไขและกฎเกณฑ์ตามที่กำหนด ซึ่งก็ไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยากแต่อย่างใด ทั้งการส่งเอกสารบางส่วนและส่งผลงานเข้าสู่การพิจารณาก็ผ่านระบบออนไลน์ทั้งสิ้น ด้วยส่วนแบ่งจากการขายโดยหักค่าการตลาด 50 % โอนเงินให้เมื่อยอดขายได้ถึงเป้าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ผ่านทาง Paypal

กระบวนการที่เรียกว่าต่อยอดทางความคิดบังเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันทันใด และโดยมิได้คำนึงถึงผลประโยชน์หรือสิ่งที่จะตามในรูปแบบของรายได้ นั่นถือเป็นของแถมแบบไม่หวังผล จริงๆแล้วแค่หาอะไรยากๆทำฆ่าเวลาที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ และนั่นก็เป็นต้นทุนอย่างเดียวที่ใช้

ด้วยเงินลงทุน 0 บาท ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ กฎกติกา ข้อตกลงและเงื่อนไข อีกเล็กน้อยก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการที่ยากที่สุดคือ การสร้างชิ้นงาน หาแนวทางและออกแบบ ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือจิตนาการนั่นเอง และเป็นไปอย่างที่ไอน์สไตน์ว่าไว้คือ จิตนาการสำคัญกว่าความคิด แนวๆนี้...

ทั้งที่ไม่มีฝีมือด้านการวาดภาพหรืออะไรทำนองนี้ แค่คิดว่าน่าจะทำได้ เพราะสามารถใช้โปรแกรมโฟโต้ชอปได้ และได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว แค่ต้องพลิกแพลงประยุกต์ใช้เล็กน้อย ซึ่งนั่นได้ผ่านกระบวนการประเมินศักยภาพของตัวเองแล้ว ด้วยการประมวลผลระดับความไวแสง โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย และสุดท้ายไม่ได้ก็คือไม่ได้ มิได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินแต่อย่างใด มีแต่ได้กับได้ ได้ขบได้คิด ได้จิตนาการ ไว้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้ไม่ต้องอยู่อย่างคนที่ไม่มีอะไรทำ และเฉาตายไปอย่างน่าสมเพช...

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง.. อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน...
»
ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 | วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com