ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

"ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน..."

ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ

โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ

(10)

ณ ช่วงเวลาหนึ่งก็อดที่จะคิดถึงแม่ไม่ได้ และคิดถึงขึ้นมาอย่างจับใจ ถ้าแม่ยังอยู่ก็คงจะดี คงไม่ต้องเรื่องมากเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย หรือเคว้งคว้างอยู่อย่างนี้ อะไรๆมันคงง่ายขึ้นต่อการตัดสิ้นใจ แม่เสียตอนอายุ 60 ปี โดยส่วนตัวถือว่าก่อนวัยอันควร

หลังจากที่เลิกรากับพ่อไปตั้งแต่ที่ผมยังจำความไม่ได้ แม่ก็มาใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ แม่แกก็มีละครชีวิตส่วนตัวของแก จนวันหนึ่งพ่อเสียแม่ก็คอยส่งเงินค่าขนมมาให้มากบ้างน้อยบ้าง ส่งเสื้อผ้ามาให้บ้างและมาเยี่ยมเป็นครั้งคราว ตอนนั้นผมอยู่บ้านปู่ย่าอาชีพทำนา อันที่จริงย่ากับแม่ก็ไม่ถูกกันมาจากปัญหาในอดีต ถึงตอนนี้ก็ต้องอโหสิให้กันไปโดยปริยาย แต่ก็สังเกตว่าไม่ค่อยจะคุยกัน ต่างคนก็ต่างมีปม...

สุดท้ายแม่ก็กลับมาเปิดร้านขายข้าวแกงเล็กๆ อยู่ที่หน้าบ้านยายที่เพชรบุรี ส่วนน้าซึ่งเป็นน้องสาวแม่ขายรองเท้าอยู่กับคนละมุม ช่วงนั้นผมกับน้องๆ 4 คนอยู่กรุงเทพกันหมดแล้ว ต่างคนก็ต่างส่งเงินให้แม่มากบ้างน้อยบ้างตามกำลัง โดยส่วนตัวผมจำได้ว่าเริ่มส่งเงินให้แม่ครั้งแรกตอนเป็นเด็กติดรถอยู่แถวตรอกจันทร์ ยานาวา เริ่มจากเดือนละ 100-150 บาท ตอนนั้นผมเงินเดือนสัก 800-900 บาทกินอยู่กับเถ้าแก่ โดยส่งแบบไปรษณีย์ธนาณัติ ทุกเดือนเข้าไปรษณีย์ส่งเงินให้แม่เป็นกิจวัตร ไม่มีก็ขอยืมเพื่อนไม่ก็เบิกล่วงหน้าเถ้าแก่ เป็นอยู่อย่างนั้นไม่เคยขาด และก็ขึ้นให้อยู่เป็นระยะๆ ตามความเหมาะสมตามสัดส่วนรายได้ของผมเท่าที่พอจะรับไหว และแม้จะมีครอบครัวแล้วก็ตาม เงินเดือนสุดท้ายที่แม่ได้รับจากผมคือ 2500 บาท ส่วนของน้องคนอื่นก็มากบ้างน้อยบ้างตามสมควรแก่ฐานะของแต่ละคน ช่วงไหนใครมีปัญหาก็งดบ้าง แม่แกก็ไม่เคยเรียกร้องอะไร ถ้าแกไม่ขัดสนจริงๆ โดยเฉพาะผมกับน้องชายฝาแฝดเพราะแกไม่ได้เลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ส่วนน้องสาวกับน้องชายคนเล็กที่เกิดจากสามีใหม่ซึ่งก็เลิกกันไปนานแล้ว แกก็ไม่ได้เลี้ยงอีก ให้ยายเลี้ยงมาตลอด แกก็มีปมของแก...

วันหนึ่งกลับไปเยี่ยมบ้าน ระหว่างที่นั่งกินข้าวอยู่ ได้ยินเสียงแม่ไอแห้งๆ ก็บอกให้แกไปตรวจสุขภาพบ้างเดี๋ยวจะพาไปเอง แกก็โวยวายใหญ่โตไม่อยากไป ผมก็ไม่เซ้าซี้ต่อ กินข้าวเสร็จขับรถไปโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน ซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพชนิดเต็มรูปแบบ จ่ายเงินเสร็จกลับบ้านเอาใบตรวจสุขภาพไปวางบนโต๊ะให้แกดูแบบมาดเข้มๆหน่อย อันที่จริงแกก็แค่เกรงใจ เพราะหลังจากนั้นก็เห็นแกไปอวดความกตัญญูของลูกชายให้ข้างบ้านดู ข้างบ้านก็พากันเดินมาแสดงมุทิตาจิต แม่แกก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ส่วนผมก็หน้าบาน...

วันนั้นปิดกิจการขายข้าวแกงเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ทันได้เก็บร้านก็พากันไปโรงพยาบาล มันเหมือนนิยายน้ำเน่าๆสักเรื่องหนึ่งที่เคยดูมา ตอนที่หมอเรียกญาติคนไข้เข้าไปนั่งคุยเป็นการส่วนตัวพร้อมฟิลม์เอ็กซเรย์ ผมเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วตั้งแต่วินาทีนั้น แม่ก็นั่งอยู่ด้วยเหมือนคนไข้หนัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ดูปกติดีทุกอย่างทั้งร่างกายและจิตใจ

แม่เป็นมะเร็วปอดระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย ผมถึงกับน้ำร่วงเดี๋ยวนั้นเลยพูดไม่ออก ส่วนแม่ก็นั่งน้ำตาซึม จากฟิลม์เอ็กซเรย์ที่หมอชี้ให้ดูแม่มีปอดเหลืออยู่เท่ากำปั้น นอกนั้นเป็นสีดำทั้งหมด หมอแนะนำให้ไปตรวจยืนยันอีกครั้งที่โรงพยาบาลเพชรบุรี และผลที่ออกมาก็ตรงกัน...

ผมพาแม่กลับบ้านมาในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ ทุกคนตกใจไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเหมือนกัน แม่นอนซมไม่พูดไม่จากับใคร แม่กลายเป็นคนป่วยไป ณ บัดนั้น ผมกับน้าต้องช่วยกันเก็บร้านล้างหม้อล้างจานกันเองแบบเงียบๆ ทุกคนกลายเป็นโรคซึมเศร้าทั้งน้าทั้งยาย ส่วนผมยังต้องมีหน้าที่แจ้งข่าวร้ายกับน้องๆ ที่กรุงเทพฯ ยื้อเวลาอยู่จนถึงเย็นตั้งสติ เริ่มจากโทรหาน้องชายฝาแฝด น้องสาว น้องชายคนเล็ก และทุกคนก็เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญต่างๆนานา ด้วยความรู้สึกเดียวกัน...

พี่น้องเริ่มปรึกษาหารือวางแผนการการรักษา ช่วงนั้นอ่านแต่หนังสือเกี่ยวกับโรคมะเร็งเป็นสิบๆเล่ม หาข้อมูลจากทุกแหล่ง ขอคำแนะนำจากทุกคนเท่าพอจะพูดคุยด้วยได้ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ทั้งการรักษาทุกรูปแบบ ทั้งทางการแพทย์แผนปัจจุบันและสิ่งที่เรียกว่าการแพทย์ทางเลือก และนำข้อมูลทั้งหมดไปอธิบายให้แม่ฟังจนเข้าใจทั้งข้อดีข้อเสีย และให้แม่เป็นคนเลือกเอง ตอนนั้นได้ใบส่งตัวจากโรงพยาบาลเพชรบุรีไปที่สถาบันมะเร็งที่กรุงเทพฯแล้ว อยู่ช่วงระหว่างรอเวลาตามกำหนดวันนัดหมาย และแม่ก็เลือกที่จะไปรักษาที่สถาบันมะเร็ง ในขณะที่พี่น้องบางคนอยากให้รักษาแบบทางเลือกตามข้อมูลและความเข้าใจของแต่ละคน แต่แม่ได้เลือกเองแล้ว...

บัตรทองระยะแรกเริ่มพาแม่ไปไกลถึงสถาบันมะเร็งฯ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ตรวจสุขภาพใหม่และก็ได้ข้อสรุปที่ตรงกันกับก่อนหน้านี้ สุดท้ายหมอก็เรียกญาติคนไข้เข้าไปพูดคุยอธิบายเรื่องแนวทางการรักษา ซึ่งมีวิธีเดียวคือรักษาโดยการใช้สารเคมี คือให้คีโมนั้นเอง และยังได้อธิบายถึงอาการข้างเคียงและผลกระทบต่างๆ ที่จะตามมา เสนอทางเลือกเกี่ยวกับตัวยาที่จะใช้ในการรักษาและให้เลือก แต่ครั้งนี้พวกเรา 4 คนพี่น้อง จะเลือกกันเอง...

<< ย้อนกลับ || หน้าถัดไป >>

แชร์ไปที่ไหนดี แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


ชีวิตมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่เราคาดคิดไว้หรอก ไม่เคยสักครั้ง.. อย่างมากก็ได้แค่ใกล้เคียง มันเหมือนเป็นกฎของธรรมชาติซึ่งมักจะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้ออกมาสำแดงเดชอยู่เป็นระยะๆ และเป็นอยู่อย่างนั้น และเสมอๆ ไม่ขาดก็เกิน...
»
ชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหลังเกษียณ โดย : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 | วิธีใช้ : อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com