บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>>วาทะสุนทรภู่
เรื่อง : วาทะสุนทรภู่

พระสุนทรโวหาร(ภู่)

พระสุนทรโวหาร(ภู่) เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อ 26 มิถุนายน 2329 ในเขต อ.เมืองแกลง จ. ระยองถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2398

เมื่อวัยเด็กได่เล่าเรียนหนังสือที่วัดชีปะขาว(วัดศรีสุดาราม)ริมคลองบางกอกน้อย ต่อมารับราชการในหน้าที่เสมียร ในกรมพระคลังสวน

ใน พ.ศ. 2359 ได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์ ได้เป็นขุนสุนทรโวหาร

ในรัชกาลที่ 3 ได้ออกจากราชการและออกบวช เมื่อลาสิกขาแล้วถวายตัวอยู่กับพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ
ครั้นเจ้านายสิ้นพระชนม์ สุนทรภู่ขาดที่พึ่ง ต้องลอยเรืออยู่และแต่งหนังสือขายเลี้ยงชีวิต
ต่อมาได้นับความอุปถัมถ์จากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ

พ.ศ. 2394 ได้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ ฝ่ายพระราชวังบวร มีบรรดาศักดิ์เป็น " พระสุนทรโวหาร "
---------------------------------------------------------------------------------------------------
วาทะสุนทรภู่

อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ
ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก
สวงนคมสมนึกใครฮึกฮัก
จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย
(เพลงยาวถวายโอวาท)

อัยข้าไทยได้พึ่งเขาจึงรัก
แม้ถอยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา
เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา
แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ
(เพลงยาวถวายโอวาท)

มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
(สุภาษิตสอนหญิง)

จะพูดจาปราศัยกับใครนั้น
อย่าตะครั้นตะคอกให้เคืองหู
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู
คนจะหลู่ล่วงลามให้ขามใจ
(สุภาษิตสอนหญิง)

โอ้พระจอมภูวนาถสวาทน้อง
จึงตรึกตรองครั้งนี้เป็นที่สุด
แต่ช้างสารมีงาเป็นอาวุธ
ยังม้วยมุดลงด้วยฝูงแมงหวี่ตอม
(ลักษณองศ์)

เขาย่อมเปรียบเทียบความเมื่อยามรัก
แต่นํ้าผักต้มขมชมว่าหวาน
ครั้นจืดจางห่างเหินไปเนิ่นนาน
แต่นํ้าตาลก็ว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล
(พระอภัยมณี)

ถึงต้องง้าวหลาวแหลนสักแสนเล่ม
ให้ติดเต็มตัวฉุดพอหลุดถอน
แต่ต้องตาพาใจอาลัยวอน
สุดจะถอนทิ้งขว้างเสียกลางครัน
(นิราศวัดเจ้าฟ้า)

จนไม่มีที่รักเป็นหลักแหล่ง
ต้องคว้างแคว้งคว้าหานิจจาเอ๋ย
โอ้เปลี่ยวใจไร้รักที่จักเชย
ชมแต่เตยแตกหนามเมื่อยามโซ
(นิราศเมืองเพชร)

เจ้าของตาลร้าหวานขึ้นปีนต้น
ระวังตนตีนมือระมัดมั่น
เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน
ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล
(นิราศพระบาท)

แมลงภู่เป็นคู่ของบุฝผา
บุราณว่าเห็นจริงทุกสิ่งสม
หญิงกับชายก็เป็นคู่ชูอารมณ์
ชั่วปฐมกัปป์กัลป์พุทธันดร
(นิราศพระแท่นดงรัง)

อันคดอื่นหมื่นคดกำหนดแน่
เว้นเสียแต่ใจมนุษย์สุดกำหนด
ตั้งลวงล่องอเงี้ยวทั้งเลี้ยวลด
ถึงคลองคดก็ยังไม่เหมือนใจคน
(นิราศเมืองเพชร)

อารมณ์นางเหมือนนํ้าค้างที่ริมพฤกษ์
เมื่อยามดึกดั่งจะรองไว้ดื่มได้
พอรุ่งแสงสุริย์ฉายก็หายไป
มาเห็นใจเสียเมื่อใจจะขาดรอน
(จันทโครบ)

ถึงบางเดื่อโอ้มะเดื่อเหลือประหลาด
บังเกิดชาติแมลงหวี่มีในไส้
เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน
อุปไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา
(นิราศภูเขาทอง)

เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา
จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ
(สุภาษิตสอนหญิง)

อันที่จริงหญิงชายย่อมหมายรัก
มิใช่จักตัดทางที่สร้างสม
แม้นจักรักรักไว้ในอารมณ์
อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี
(สุภาษิตสอนหญิง)

แม้นชายใดใจประสงค์มาหลงรัก
ให้รู้จักเชิงชายที่หมายมั่น
อันความรักของชายนี้หลายชั้น
เขาว่ารักรักนั้นประการใด
(สุภาษิตสอนหญิง)

ถึงบางซื่อซื่อบางนี้สุจริต
เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร
มิตรจิตขอให้มิตรใจจร
ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง
(นิราศพระบาท)

ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก
สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป
แต่เมาใจนี้ประจำทุกคํ่าคืน
(นิราศภูเขาทอง)

จงโอบอ้อมถ่อมถดพระยศศักดิ์
ถ้าสูงนักแล้วก็เขาเข้าไม่ถึง
ครั้นตํ่านักมักจะผิดคิดรำพึง
พอกํ้ากึ่งกลางนั้นขยันนัก
(เพลงยาวถวายโอวาท)

เขาทำชอบปลอบให้นํ้าใจชื่น
จึงเริงรื่นรักแรงไม่แหนงหนี
ปรารถนาสารพัดในปถพี
เอาไมตรีแลกได้ดังใจจง
(เพลงยาวถวายโอวาท)

อันนํ้าในใจคนเหมือนต้นอ้อย
ข้าวปลายกร่อยชืดชิมไม่อิ่มหนำ
ต้องหับหีบหนีบแตกให้แหลกลำ
นั่นแหละนํ้าจึงจะหวานเพราะจานเจือ
(นิราศพระประธม)

อนึ่งหญิงทิ้งสัตย์เราตัดขาด
ถึงเนื้อนํ้าธรรมชาติไม่ปรารถนา
ข้างนอกนวลส่วนข้างในใจสุดา
เหมือนปลาร้าร้ายกาจอุจาดจริง
(นิราศพระประธม)

กระแสชลวนเชี่ยวเรือเลี้ยวลด
ดูค้อมคดขอบคุ้งคงคาไหล
แต่สาชลเจียวยังวนเป็นวงไป
นี่หรือใจที่จะตรงอย่าสงกา
(นิราศเมืองแกลง)

อันร่างกายหมายเหมือนหนึ่งเรือนโรค
แสนโสโครกคืออายุกเป็นทุกขัง
เครื่องสำหรับยับยุบอสุภัง
จะปิดบังเวทนาไว้ว่าไร
(พระอภัยมณี)

มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน
บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน
เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
(พระอภัยมณี)

แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ
ให้รอบคอบคิดอานนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา
รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
(พระอภัยมณี)

โบราณว่าสี่เท้ายังก้าวพลาด
เป็นนักปราชญ์แล้วก็ยังรู้พลั้งผิด
อันทำศึกเหมือนสู้กับงูพิษ
จงทรงคิดใคร่ครวญให้ควรการ
(พระอภัยมณี)


โดย : .
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook