บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> ไดอะรี่เล่มหนึ่ง

เรื่อง : ไดอะรี่เล่มหนึ่ง

เป็นเรื่องที่แต่งส่งอาจารย์ อยากให้ลองอ่านกันดู ช่วยวิจารย์ที
เรื่องไดอะรี่เล่มหนึ่ง

ประตูห้องนั่งเล่นถูกผลักออก เด็กหญิงตัวน้อยอายุราว 6 ขวบวิ่งเข้าไปในห้อง 2 มือน้อยๆพยายามปัดป้องฝุ่นที่คละคลุ้งที่ปลายจมูก สายตาดวงน้อยกวาดมองผ่านผงฝุ่นไปรอบๆห้องที่ถูกจัดไว้เป็นระเบียบในแบบของไทยผสมตะวันตก มันคงเป็นห้องที่แปลกและสวยมากทีเดียวในสายตาของเด็กน้อย หากปราศจากฝุ่นที่บ่งบอกให้รู้ถึงสภาพของการขาดผู้ใช้งานนานนับ 50 ปี เด็กหญิงเงยหน้าเล็กๆของเธอขึ้นมองโคมไฟแก้วดวงโตที่ห้อยลงมาเป็นชั้นๆกลางห้องประดับตกแต่งด้วยหยากไย่แมงมุม โต๊ะไม้สักแกะสลักลายกนกตัวไม่ใหญ่นักวางอยู่ใกล้กับชั้นหนังสือทางผนังด้านซ้ายของห้อง เด็กน้อยเดินไปที่บานหน้าต่างหลังห้องแล้วผลักออกเบาๆ แสงอ่อนๆของอาทิตย์ยามเย็นส่องสอดผ่านเข้ามาเล็กน้อย สายตาของเด็กน้อยยังคงกวาดมองหาบางอย่างไปเรื่อยๆ เธอเห็นตู้โชว์ขนาดมหึมาวางติดผนังตรงข้ามกับชั้นวางหนังสือ ภายในตู้โชว์เต็มไปด้วยชุดเครื่องแก้วและถ้วยชามลายเก่าโบราณมากมาย แจกันใบใหญ่บรรจุขนหางนกยูงสูงเกือบ 1 เมตรวางขนาบข้างตู้โชว์ นาฬิกาลูกตุ้มเรือนใหญ่ใกล้ๆกับประตูยังคงเดินอยู่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอกำลังมองหา สายตาของเธอลดต่ำลงมาใกล้หน้าต่างอีกบานหนึ่งซึ่งอยู่สุดมุมห้อง โต๊ะตัวเล็กๆตัวหนึ่งถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวซึ่งบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำเสียแล้ว รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของเด็กน้อย เธอดึงผ้าสีขาวออกเผยให้เห็นโต๊ะไม้มีลิ้นชักที่ลั่นกุญแจไว้
อันนี้ใช่ไหมค่ะคุณย่า เด็กหญิงตัวน้อยถาม พลางหันไปมองผู้ที่ถูกถาม
หญิงชราวัยเกือบ 70 ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับพยักหน้าน้อยๆ เธอเดินอย่างค่อยๆตามประสาคนสูงวัยไปหาหลานสาว ใช้มือที่เหี่ยวย่นไขกุญแจลิ้นชักแม้จะทุลักทุเลกับการไขกุญแจฝืดๆแต่หล่อนก็ยิ้มออกมาเมื่อมืออีกข้างดึงลิ้นชักให้เปิดออกได้
นี่หรือค่ะคุณย่า เด็กหญิงแหงนหน้ามองผู้เป็นย่าแล้วก้มลงหยิบสมุดเล่มกะทัดรัดที่เขรอะด้วยฝุ่น พลางยื่นสมุดให้ย่าของเธอ
มันเขียนว่ายังไงค่ะ เด็กน้อยช่างสงสัยถาม
ไดอะรี่ของหน่อย หญิงชราตอบ
เอ๊ะ! เสียงประหลาดใจของเด็กน้อยทำให้หญิงชราหวนคิดถึงอะไรบางอย่าง

เอ๊ะ! ทำไมข้อนี้ตอบแบบนี้ล่ะอิ่ม เสียงของหน่อยถามอย่างงงงวย
แหม ก็ฉันเดาเอานี่ อิ่มตอบเพื่อนรักพร้อมกับอมยิ้ม
ความแปลกใจหายไปจากสายตาของหน่อย เธอยิ้มให้เพื่อนก่อนลงมือทำข้อต่อไป เธอรู้ดีว่าคำตอบของอิ่มถูกต้องที่สุดแล้ว เนื่องจากเธอก็ทำโจทย์ข้อนั้นไม่ได้เช่นกัน
จริงสิหน่อย มะรืนนี้ไปดูหนังกันมั้ย อิ่มถามขึ้นหลังจากคิดเลขอีกข้อไม่ออก
ไม่เอาล่ะ ฉันไม่ว่าง หน่อยตอบ
เหรอ อิ่มพยายามทำความเข้าใจในคำปฏิเสธของเพื่อน สีหน้าเริ่มละห้อย
ไงจ๊ะสาวๆ ฟักทองกับแอ้เพื่อนร่วมชั้นของทั้ง 2 ทักขึ้น
แหมขยันกันจริงๆนะ แอ้แซว นี่..อิ่มสิวขึ้นแล้วนะ ระวังเถอะเดี๋ยวจะไม่มีใครจีบ ยิ่งสวยน้อยๆแบบนี้ด้วย ฟักและหน่อยหัวเราะเสริมมุกของแอ้
อิ่มไม่พูดว่าอะไร เธอหน้าแดงเหมือนจะโกรธแต่ในใจเธอไม่เคยคิดเช่นนั้น เธอมักคุ้นเคยดีกับการถูกเพื่อนๆแซว
อิ่มจ๋า ช่วยซื้อน้ำให้หน่อยหน่อยสิ คอแห้งมากเลย หน่อยพูดขึ้นหลังจากหัวเราะจนจุก น้ำอะไรก็ได้จ๊ะ ส่วนของแอ้กับฟักขอเป็นโค๊กก็แล้วกันนะ หน่อยบอกอิ่มอีกครั้ง
อิ่มพยักหน้ารีบลุกขึ้นจากม้านั่งหินอ่อนหันไปทางด้านหลังเพื่อจะเดินไปร้านสหกรณ์โรงเรียน
อย่าลืมล่ะหน่อย มะรืนนี้ตอนบ่ายโมงตรง ฟักกระซิบกับหน่อย
แล้วอย่าเผลอบอกอิ่มล่ะ แอ้เสริม
เออน่า! ไว้ใจฉันเถอะ ฉันไม่บอกหรอก หน่อยรับคำแอ้
อะไรกันนี่! อิ่มตกใจจนเกือบช๊อกเมื่อได้ยินเพื่อนทั้ง 3 คุยกัน เธอเดินออกห่างจากเพื่อนได้ระยะหนึ่งแม้จะอยู่ห่างกันแต่เธอก็ได้ฟังชัดทุกคำพูด
หมายความว่าไงกัน อิ่มอุทานในใจ เธอ 3 คนล้อเล่นใช่ไหม อิ่มพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง พวกเธอไม่ได้จะไปเที่ยวกันโดยไม่มีฉันหรอกใช่ไหม ไม่หรอก! พวกเธอต้องไม่ทำอย่างนั้น พวกเธอยังไม่ได้ถามฉันเลยว่าอยากไปด้วยไหม พวกเธอต้องถามสิ ใช่พวกเธอต้องถามแน่ๆ อิ่มรำพันกับตัวเอง
แล้วแวบหนึ่งคำตอบของหน่อยได้ตอกย้ำอิ่มให้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เธอกำลังหวังไม่มีทางเป็นจริง ไม่เอาล่ะ ฉันไม่ว่าง คำปฏิเสธของหน่อยดังแว่วชัดเจนในใจของอิ่ม
ดวงตากลมโตของอิ่มซึ่งเคยใสเปี่ยมด้วยความสุขก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นดวงตาชุ่มน้ำ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นมันไว้ นี่นะหรือ อิ่มคิด นี่นะหรือเหตุผลที่เธอปฏิเสธคำชวนของฉัน และแล้วความคิดของอิ่มก็จับจ่อถึงสิ่งต่างๆมากมาย เธอเคยขอให้หน่อยอธิบายการบ้านให้ฟังแต่พอเพื่อนคนอื่นมาชวนไปห้องสมุดหน่อยก็ไปกับเขาทิ้งอิ่มไว้กับคำว่าเดี๋ยวฉันกลับมาอธิบายให้นะ เธอเคยชวนหน่อยไปโรงอาหารแต่พอเพื่อนอีกคนมาชวนไปห้องน้ำหน่อยก็บอกให้อิ่มไปคอยที่โรงอาหารก่อน หรือตอนที่อิ่มจะขอคำปรึกษาหน่อยก็มักจะรับฟังปัญหาของเพื่อนคนอีกก่อนฟังอิ่มเสมอ อิ่มไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของหน่อยนัก เธอคิดเสมอว่าหน่อยคือเพื่อนรักที่สุดของเธอ หากหน่อยมีเรื่องมาปรึกษาเธอเธอจะต้องรับฟังปัญหาของหน่อยเป็นคนแรก เธอคิดเสมอว่าเพื่อนรักกันต้องเห็นเพื่อนสำคัญที่สุด สำคัญเป็นอันดับแรก แต่ทำไมนะเธอย้อนถามตัวเองอีกครั้ง ทำไมหน่อยจึงปฏิเสธเธอเกือบทุกครั้ง หรือว่าหน่อยไม่ได้คิดกับเธอเหมือนเช่นเธอคิดอย่างนั้นรึ
อิ่มไม่อาจจะทนคิดต่อไปได้ เธอไม่ได้หันกลับไปถามหน่อยแต่อย่างใดกลับรีบวิ่งตรงไปยังร้านสหกรณ์โรงเรียน หยดน้ำแห่งความน้อยใจไหลพรากออกมาจากตาทั้งคู่อย่างยากที่จะห้ามได้
2 วันต่อมาเป็นวันเสาร์ อิ่มนั่งฟลุบอยู่บนโต๊ะข้างชั้นหนังสือภายในห้องนั่งเล่น นอกหน้าต่างฟ้าเริ่มมืดด้วยเมฆฝน อิ่มเฝ้าจับจ้องอยู่ที่นาฬิกาลูกตุ้ม อีก 10 นาทีก็จะบ่ายโมงแล้ว เธอพรึมพำ พรุ่งนี้เธอจะมางานวันเกิดฉันหรือเปล่านะหน่อย และตลอดบ่ายของวันนั้นอิ่มยังคงนั่งนิ่งอย่างเหม่อลอย
วันรุ่งขึ้นหน่อยโทรมาหาอิ่มแต่เช้า แต่เธอไม่ยอมรับโทรศัพท์ของหน่อย งานเลี้ยงวันเกิดของอิ่มเป็นงานปาร์ตี้เล็กๆที่จัดเลี้ยงกันเฉพาะเพื่อนๆ งานเลี้ยงค่อนข้างสนุกมากสำหรับทุกคนยกเว้นเจ้าของงาน เธอเฝ้าแต่มองหาเพื่อนรักแต่ไม่มีวี่แววของหน่อยเลย
เช้าวันจันทร์อิ่มรีบไปโรงเรียนแต่เช้า เธอต้องการพูดกับหน่อยเหลือเกิน พูดเรื่องเมื่อ 2 วันก่อนที่โต๊ะหินอ่อน พูดเรื่องเมื่อวานที่หน่อยไม่ได้ไปงานวันเกิด แต่เช้านี้อิ่มก็ยังไม่พบหน่อย
วันนี้อิ่มรู้สึกแปลกกว่าทุกวันเพราะเพื่อนๆกำลังรวมกลุ่มใหญ่คุยกันอยู่ เธอแซกตัวฝ่าเพื่อน 2-3 คนเพื่อจะฟังหัวข้อสนทนา
หน่อยเพื่อนของพวกเราถูกรถชนตอนเย็นของเมื่อวาน เทิดหัวหน้าห้องบอกเพื่อนๆด้วยความกังวลใจ ตอนนี้อยู่ห้องฉุกเฉิน เย็นนี้เราจะไปเยี่ยมหน่อยกัน ใครจะไปบ้าง อิ่มช๊อกทันที!เธอไม่พูดอะไร ค่อยๆยกมืออันสั่นเทาของเธอขึ้น
หน่อยกลับมานั่งที่โต๊ะ มองไปยังโต๊ะของหน่อยข้างๆโต๊ะของเธอซึ่งมีบางอย่างอยู่ในนั้น อิ่มเจอกล่องของขวัญจ่าหน้าถึงเธอพร้อมกับโน๊ตใบเล็กๆเขียนว่า
อิ่มรีบแกะของขวัญออก เธอพบผ้าพันคอผืนสวยสีสดใสพร้อมกับไดอะรี่เล่มหนึ่ง เธอเปิดไดอะรี่ไปยังหน้าล่าสุดซึ่งลงวันที่ของเมื่อวาน น้ำตาของอิ่มหยดลงเปื้อนบันทึกของหน่อย 2-3 หยดหลังจากที่เธออ่านมันจบ
น้ำตาอีก 2-3 หยดหล่นลงบนผ้าพันคอสีซีดจาง หญิงชรายกขอบเสื้อแขนยาวที่สวมขึ้นเช็ด เธอมองดูหลานสาวตัวน้อยแล้วยิ้มแทนคำตอบว่า ย่าไม่เป็นไรหรอก เธอจ้องมองดูหลานสาวอีกครั้งแล้วพูดว่า หนูหน่อยไปอาบน้ำได้แล้วนะ เดี๋ยววันนี้ย่าจะเล่านิทานก่อนนอนให้หลานฟัง
เรื่องนี้หรือเปล่าค่ะ หนูหน่อยถามอิ่ม พลางชี้ไปที่ไดอะรี่ในมือของหญิงชรา
แล้วในเรื่องมีหนูหน่อยด้วยใช่ไหมค่ะ แล้วมีพี่นางฟ้าด้วยไหมค่ะ เด็กหญิงซัก
อิ่มยิ้มอย่างเป็นสุข เธอพยักหน้าให้หลานสาวพลางผลักลิ้นชักกลับเข้าที่ ก่อนโอบหนูหน่อยออกจากห้องนั่งเล่นไป



โดย : devilขอเป็นจอมยุทธ
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook