บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> พึ่งจะบิน

เรื่อง : พึ่งจะบิน

พึ่งจะบิน

เย้ เย้ เย้ โอ๊ย! ตื่นเต้นเป็นบ้าเลย วันนี้เราจะได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรกน่ะซี ไม่นับพม่า ลาว นะจ๊ะ วันนี้คนที่สนามบินเยอะมากเลยน่ะ ดูๆ ไปชักเหมือนหมอชิตซะแล้วซิเนี่ย 555555 อ้าว นั่นไง แก้วรีบลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องทั้ง 2 ใบ ของตนเอง แหวกวงล้อมของผู้คนมากมายไปบริเวณหน้าเคาน์เตอร์สายการบิน ที่มีผู้หญิงไทยอายุพึ่งเลยเบญจเพสนิดหน่อย ผมสั้นสีน้ำตาลเข้มรับกับใบหน้ารูปไข่ ภายใต้แว่นกันแดดแฟชั่นสีฟ้าใส “พี่เดือน สวัสดีค่ะ แล้วอิ่ม มาหรือยังค่ะ”
พี่เดือน “มาแล้วจ้า เอ้าหนูแก้วรีบมาเช็คอินเร็วเดี่ยวโหลดกระเป๋าไม่ทัน ขนอะไรมาซะเยอะเชียว”
“ยัยแก้ว มาสายอีกแล้วนะยะ” เสียงแหวดังมาจากด้านหลังของแก้ว อิ่มนั่นเองเพื่อนสาวผู้น่ารักของแก้วที่มีโครงเค้าหน้ากล้มแป้นประกอบกับตาชั้นเดียวทั้งที่ พ่อแม่เป็นไทยแท้ เพื่อนๆ มักล้ออิ่มเสมอว่าเป็นเด็กญี่ปุ่น ทำให้อิ่มฝังใจ และชื่นชอบญี่ปุ่นมากๆ ทั้งนักร้อง ดารา แม้กระทั้งเสื้อผ้า โดยมี ทาคุมิเป็นขวัญใจ “ ตื่นสายตามเคยนะหล่อน ชั้นโทรไปหาตั้งหลายครั้งทำไมไม่รับสาย” อิ่มค่อนแก้ว เด็กสาวอายุไล่เลี่ยกัน ผมหยักศกสีดำสนิท ท่าทางทะมัดทะแมงเหมือนเด็กผู้ชาย ประกอบกับเครื่องหน้าคมผิวสีน้ำตาลเข้มส่อแววเชื้อสายแถวภาคใต้ของประเทศสะพายเป้สีฟ้าใบใหญ่อยู่ด้านหลัง “แหม เมื่อคืนแก้วตื่นเต้นนอนหลับซะทีไหนหล่ะ กลัวจะตื่นสาย ก็เลยสายจริงๆน่ะซิ แล้วชั้นก็ไม่ได้เอามือถือมาด้วยหรอกกลัวหายน่ะ”
“ประกาศ ท่านผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางโดยเที่ยวบิน TG0005 เชิญที่ประตูหมายเลข 100 ได้เลยค่ะ”
พี่เดือน “เอ้า เค้าเรียกแล้วรีบไปกันเถอะ”
ทั้ง 3 สาว รีบแทรตัวฝ่าฝูงชน จากบริเวณจุดเช็ค-อิน ไปยังประตูทางออกที่อยู่ในบริเวณห้องผู้โดยสารขาออกทางด้านซ้าย ฮืม เนี่ยต้องสแกนทั้งตัวเลยเหรอเนี่ย อ้าว! แล้วป้าคนนั้นไม่ผ่านแฮะกรรไกรอันเล็กนิดเดียวเองทำไมไม่ผ่านน่ะ แววตากลมโตสีน้ำตาลเข้มมองไปที่เจ้าหน้าที่ และ ป้าคนนั้นอย่างไม่เข้าใจ “พี่เดือน พี่เดือน ทำไมป้าคนนั้นเอากรรไกร ขึ้นเครื่องไม่ได้หล่ะ แล้วเค้าทำยังไงกัน” แก้วถาม “อ้อ ทางสายการบินเค้าไม่อนุญาตให้นำของมีคม หรือ สิ่งใดที่คาดว่าจะเป็นอาวุธได้ขึ้นเครื่องนะจ๊ะ ถ้าจะเอาไปจะต้องใส่กระเป๋าแล้วไว้ใต้ท้องเครื่องบิน หรือ ถ้าติดมาถึงนี่ ทางเจ้าหน้าที่เค้าจะขออายัดไว้ก่อน และออกเอกสารให้ โดยป้าเค้าสามารถไปแจ้งรับกรรไกรคืนได้เมื่อถึงปลายทางจ๊ะ” “อื้อฮือ ระบบความปลอดภัยเข้มงวดขนาดนี้เชียว ถ้าเป็นแก้วเองคงไม่กล้าเอาอะไรประหลาดๆ ขึ้นเครื่องเป็นแน่” อิ่มพยักหน้าเห็นด้วย







หลังจากผ่านเจ้าหน้าที่ตรวจสแกนแล้ว ผู้โดยสารทุกคน รวมทั้ง แก้ว, อิ่ม และ พี่เดือน ก็เดินเข้าแถวมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจบัตรประชาชนหรือ หนังสือเดินทาง และตั๋วเครื่องบิน ก่อนจะออกไปยังประตูทางออก ที่มีเจ้าหน้าที่สายการบิน ผมรวบตึงในชุดสูทสีม่วง ยืนยิ้มอยู่หลังเคาน์เตอร์คอมพิวเตอร์ตรงประตูทางออกหมายเลข 100 หลังจากตรวจสอบเรียบร้อย แม่สาวการบินปากสีชมพู ก็บอกให้ พี่เดือน แก้ว แล้วก็อิ่ม เดินเข้าประตูไป ซึ่งมีทางเชื่อม ที่เรียกว่า งวง เชื่อมต่อไปยังประตูเครื่องบินของพวกเรา ฮั่นแน่! พึ่งขึ้นเครื่องครั้งแรกแก้วก็กลายเป็นเจ้าของเครื่องบินซะแล้ว แก้วคิด
ผู้คนที่เดินทางไปด้วยครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนจีน และกรุ๊ปทัวร์จากไทย แต่เราสามคนไม่ได้มาแบบทัวร์ เพราะติดต่อ พี่หนิง รุ่นพี่ที่ได้ทุนไปเรียนปริญญาโทที่นิวซีแลนด์ ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะให้พี่หนิงเป็นคนพาเที่ยว พวกเราได้นั่งแถว 3 คนที่อยู่ตรงกลางพอดี สักพักเครื่องบินก็เริ่มทะยานขึ้นฟ้า ประมาณ 5 นาที ก็มีแสงไฟให้ปลดเข็มขัดได้ อิ่มบ่นปวดหูมากๆ สำหรับแก้ว ดีน่ะที่พี่เดือนเอาหมากฝรั่งให้แก้วเคี้ยวเวลาเครื่องขึ้น เพื่อปรับความดันในหูจะได้ไม่ปวดหูมากนัก ฟ้าข้างนอกเป็นสีขาว เมฆ ลอยผ่านเราไปเร็วมาจนตาลาย สักพักเมื่อเจ้าจำปียักษ์สีม่วง อยู่เหนือระดับเมฆ แก้วและอิ่ม ก็เห็นหาดเมฆ สีขาวอยู่ด้านล่าง เหมือนสันทรายกลางแม่น้ำ ดูบางเบาฟูฟูเหมือนขนมสายไหม แต่น่ากระโดดลงไปจริงๆ อิ่มว่า “เอาซิ ถ้าไม่กลัวหาศพไม่เจอ” แก้วเลยค้อนสาวญี่ปุ่นเพื่อนยากให้ซะวงใหญ่ๆ กำลังชื่นชมทะเลเมฆได้สักพัก พี่เดือนก็บอกว่าเดี๋ยวเค้าจะเสริฟ อาหารแล้ว อิ่มดูท่าทางดีใจสุดๆ สำหรับแก้วยังง่วงๆ อยู่เลย ตื่นเต้นด้วยเลยยังไม่ค่อยหิว แต่กินก็ได้ หลังจากอิ่มหนำดีแล้ว ทางสายการบินก็มีการฉายภาพยนตร์ให้ดู พี่เดือน กรี๊ดสลบ เนื่องจากพระเอกคือ แบรด์ พิทท์ สุดสวาทบาดจิตของพี่เดือนนั่นเอง สำหรับอิ่มกับแก้ว ขอตัดขาดทางโลก ด้วยการเล่นเกมส์ปิดตา แบบตัวใครตัวมัน แก้วสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกถึงการลดระดับของเครื่องบิน และเริ่มปวดหูหนึบๆ อิ่มกับพี่เดือน ตื่นอยู่ก่อนแล้ว แก้วควานหาหมากฝรั่งจากเป้ใบใหญ่สีฟ้า แต่กำลังมึนหัวเพราะเครื่องลดระดับเลยหาไม่เจอ อิ่มก็ยื่นหมากฝรั่งยี่ห้อยอดฮิตกล่องสีเหลืองมาให้ “ขอบคุณหลายๆ เด้อ อิ่ม กำลังหาอยู่เลย” แก้วพูดพร้อมกับรับหมากฝรั่งมาเทใส่ปาก และรีบเคี้ยวราวกับจะให้ความเร็วเท่ากับระยะการลดระดับของเครื่องบิน
พวกเรากำลังเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินสิงคโปร์ เพื่อไปต่อ โดยสายการบินนิวซีแลนด์ โอ้โฮ ที่สนามบินสิงคโปร์มีรถไฟฟ้า จากตึก 1 ไป ตึก 2 ให้ผู้โดยสารด้วย ที่สำคัญไม่เสียตังค์ สนามบินใหญ่มากๆ เลย แฮะร้าน Duty Free ก็ใหญ่มากๆ อิ่ม กับ แก้ว เดินไปเมียงๆ มองๆ Shopping window กันอย่างหนำใจ ส่วนพี่เดือนปลีกตัวไปนั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศบริเวณลานกลางห้องผู้โดยสาร ที่จัดเป็นสวนหย่อมภายในอาคาร “อิ่ม อิ่ม แก้วชักหิวแล้วซิ อีกตั้งชั่วโมงกว่าจะขึ้นเครื่อง” แก้วบ่น พร้อมกับคลำท้องป้อยๆ “ตรงที่พี่เดือนนั่งอยู่ อิ่มเห็นเค้ามีแซนด์วิชขายอยู่น่ะ อิ่มก็หิวน้ำเหมือนกัน เราไปหาพี่เดือนกันเถอะแก้ว” สองสาวชาวไทย ก็พากันเดินไปยังร้านกาแฟที่อยู่ตรงหน้า

ณ เคาน์เตอร์กาแฟ
“ อิ่มๆ คนขายกาแฟน่ารักจังเนอะ เอ้ แก้วจะกินแซนด์วิช หรือคนขายดีน้า” แก้วยิ้มพร้อมทำตาเป็นประกายปิ๊งปั๊งทันที “เซี้ยวน่า ยัยแก้ว” อิ่มตีแก้วเบาๆ พร้อมหันไปสั่งอาหาร “ May I have some Coca Cola and Ham Sandwich, please?” คนขายรีบหันไปหยิบถาดพร้อมจัดของตามที่อิ่มสั่ง
พี่เดือน “ เดินเหนื่อยแล้วเหรอจ๊ะ แล้วสั่งอะไรกันมาน่ะชิ้นใหญ่เชียว”
อิ่ม “ โค๊กของอิ่ม แล้วก็ แฮมแซนด์วิชยักษ์ ของยัยหมูแก้วนะคะพี่เดือน”
แก้ว “ เดี่ยวเถอะ แม่เด็กยุ่น ถ้าหิวอย่ามาขอหล่ะกัน เท่าไหร่หล่ะ”
อิ่ม “ 5 เหรียญสิงคโปร์ย่ะ” แก้วเรียบคำนวณทันที 25 เหรียญสิงคโปร์ อืม..... 1 เหรียญ 26 บาท ถ้า 5 เหรียญก็เท่ากับว่า 130 บาท “โอ้โห ตั้ง 130 บาทแนะ กล่องหนึ่งมี 2 ชิ้น ก็ชิ้นล่ะ 65 บาทซิเนี่ย โหย! แก้วไม่น่าซื้อเลย แพงชะมัด” แก้วร้องโอดโอยพร้อมกับจ่ายเงินคืนอิ่ม
พี่เดือน “ ราคาอาหารที่สิงคโปร์ ก็ประมาณนี้แหละจ้า แต่ด้วยความที่ว่าเราอยู่ในสนามบินก็อาจจะแพงกว่าข้างนอกนิดหน่อย ประมาณ 10 -30 % แหละจ๊ะ”
“ใช่ๆ ยัยแก้ว ราคาค่าเงินของสิงคโปร์ตอนนี้ใกล้เคียงกับนิวซีแลนด์นะย่ะ ขืนหล่อนมันแต่งกไม่ยอมซื้ออะไรกิน มีหวังได้อดตายแน่ๆ” อิ่มว่า แก้วหน้าจ๋อยทำตาปริบๆ แล้วรีบกินแซนด์วิชทองคำชิ้นนั้นทันที
อิ่ม “ เค้าประกาศเรียกขึ้นเครื่องแล้วค่ะ พี่เดือน ยัยแก้ว รีบไปเถอะ”
แก้ว “ เดี๋ยว แก้วยังกินแซนด์วิช ไม่หมดเลย แต่อิ่มแล้วหล่ะ เหลือ 1 ชิ้น เก็บใส่เป้ไว้กินทีหลังแล้วกัน”
พอขึ้นเครื่องบินสายการบินนิวซีแลนด์ เครื่องออกไปได้ซักพัก แอร์โอสเตสสาวฝรั่งผมสีทอง ปากแดงก็เดินมาพร้อมเสริฟอาหาร อืม อร่อยมาเลย แก้วกินอย่างมีความสุข ผู้โดยสารส่วนมากจะเป็นชาวจีน เฮ้อ! ชาวจีนนี่เที่ยวกันเก่งมากๆ แก้วคิด คราวนี้ อิ่ม กับแก้วได้นั่งที่นั่งติดกระจกเครื่องบิน ส่วนพี่เดือนนั่งอยู่ที่นั่งแถวกลางด้านถัดไปด้านข้าง ซึ่งข้างพี่เดือนมีลุงฝรั่งใจดีนั่งอยู่กับหลานผู้หญิงผมทองน่ารักน่าชัง ด้วยความเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และ รักเด็กของพี่เดือน เห็นไม๊ คุณสมบัติพี่เราน่าประกวดนางสาวไทยน่ะเนี่ย แก้วมองตามสักพักพี่เดือนก็ส่งแม่หนูน้อยเจสซี่มาให้ อิ่ม กับ แก้ว เล่น ขอย้ำว่าเล่นจริงๆ เพราะน่ารักเหมือนตุ๊กตาเลย สอบถามสไตล์หลอกเด็ก ได้ความว่าหนูน้อยอายุ 9 ขวบ มาเที่ยวกับ แด๊ดดี้ กับ มัมมี๊ และ อังเคิลโจนส์ เวลาอ่านกรุณาทำเสียงสูงดัดนิดหนึ่งจะได้ความรู้สึกเหมือนว่าฟังเจสซี่พูดเลย 55555
สายการบินนิวซีแลนด์ มีการฉายหนัง Loard of the ring ด้วยน่ะ ที่เป็นสารคดี ทั้งเบื้องหลัง และ สัมภาษณ์ ดารานำแสดง พวกกระเหรี่ยงไทย 3 ตัว เอ๊ย 3 คน เลย กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ เพราะต้นเหตุที่อยากมาเที่ยวนิวซีแลนด์น่ะ ก็เพราะ หนังเรื่องนี้นั่นแหละ นั่งดูกันไปจนปวดตา และ ปวดขา เครื่องบินก็ลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานนิวซีแลนด์ ที่สนามบิน อิ่ม กับ แก้ว เห็น เครื่องบิน Paint เป็นรูปตัวละคร Loard of the ring ด้วย น่าทึ่งเป็นที่สุด “ของเราน่าจะมี เครื่องบินสุริโยทัย หรือ บางระจันบ้างเนอะแก้ว” อิ่มว่า “อืมจริงด้วยอิ่ม แก้วน่ะจะให้เค้าเอารูปนายจันหนวดเขี้ยว พร้อมกับควายไทยPaint ข้างเครื่องบินซะเลย เท่ม่ะ โด่ ของไทยแท้ๆ เลย 5555” แก้วเย้าอิ่ม
พี่เดือนรีบ ลากสองสาวตัวยุ่งไปตามทางเดินผู้โดยสารเพื่อไปเอากระเป๋าก่อนที่จะเกิดการวางมวยไทย ณ สนามบินนิวซีแลนด์ เมื่อได้กระเป๋าแล้ว ก็ต้องไปผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของนิวซีแลนด์ก่อน การตรวจเอกสารผ่านไปอย่างเรียบร้อย หลังจากนั้นก็จะมีการตรวจกระเป๋าเดินทาง
อิ่มมีกระเป๋ามา 1 ใบ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า กับของใช้ส่วนตัว ส่วนพี่เดือน พี่สาวคนโตของแก๊ง ก็ต้องใช้เวลายกใหญ่อธิบายถึงคลังยาที่เธอนำมา ทั้งยาแก้ปวดหัว แก้ไข ลดน้ำมูก ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ยาแดง ยาคลายกล้ามเนื่อ และอื่นๆ อีกมาก จน แก้วกับอิ่ม ยังนึกว่า พี่เดือนเป็นพวกค้ายาตัวยงซะอีก หลังจากที่ตรวจสอบ กระเป๋าของพี่เดือนกับ อิ่ม เรียบร้อย ก็มาถึงกระเป๋าของแก้ว 2 ใบ ที่ไม่อยากให้เปิดเลย เพราะกลัวปิดไม่ได้
กระเป๋าใบแรกที่เปิด ส่วนมากเป็นเสื้อผ้า และของใช้ เจ้าหน้าที่แค่แสกนดู แล้วก็ไม่เปิด คงเหนื่อยมาจากกระเป๋าพี่เดือน และก็อิ่มแล้วน่ะซิ แก้วคิด กระเป๋าใบที่ 2 ขนาดเล็กกว่าใบแรกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่สแกนแล้ว ก็ขอเปิดกระเป๋า เค้ามีมารยาทมากน่ะ จะเปิดกระเป๋าเราต้องขออนุญาตก่อน และเราต้องเซนต์ชื่อในแบบฟอร์มยินยอมให้ตรวจสอบด้วย สิทธิมนุษยชนมากๆ เลยจ๊ะ แก้วก็เอากุญแจไขกระเป๋ามาเปิดให้
“โอ้โห ยัยแก้วนี่เธอกะจะไม่ใช้เงินซักบาทเลยหรือไงจ๊ะ” พี่เดือนอุทานทันทีเมื่อกระเป๋าเปิดออกพร้อมรอยยิ้มกว้างของเจ้าหน้าที่ชาวนิวซีแลนด์ผิวสี India ink ตัวยักษ์ และ เจ้าหน้าที่สาวผมสีแดงเพลิง อก 40C ในชุดตำรวจสีดำรัดรูปรองเท้าบู๊ตหุ้มข้อ
“นี่หล่ะค่ะ พี่เดือน เจ้าแม่ Seven Eleven ตัวจริง คุณหญิงแก้วขา ไม่ทราบว่าจะมาขยายสาขาที่นิวซีแลนด์หรืออย่างไรค่ะ” อิ่มกระเซ้าแก้ว พร้อมหัวเราะกับพี่เดือน
แก้วหน้าแดง (ไม่น่าเชื่อผิวคล้ำๆ อย่างแก้วจะหน้าแดงได้ด้วย อันนี้เป็นความคิดให้ของเพื่อนจิตใจดี แต่ปากไม่สร้างสรรค์ของแก้วที่เมืองไทย เวลาเห็นแก้วอาย) “แหม ก็มีดีกว่าอดหล่ะ รอบคอบเอาไว้จะไปหวังน้ำบ่อหน้าได้ยังไง แถมข้าวของก็ใช่จะถูกปากถูกสตางค์อย่างบ้านเราเสียเมื่อไหร่” แก้วอธิบายเหตุผล ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ 2 คนกำลังถกเถียงเกี่ยวกับถุงอะไรซักอย่างในกระเป๋าตู้กับข้าวเคลื่อนที่ของแก้ว(อิ่มตั้งชื่อให้) อันมีตั้งแต่ข้าวสวยกระป๋อง แกงกระป๋อง เส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลากยี่ห้อ และขอขบเคี้ยวอีกตรึม
“ This is tamarind mix with icing?” แก้วรีบอธิบาย พร้อมชี้ให้ดูสูตรที่ระบุไว้ที่ห่อ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ถามว่าอันนี้เป็นรารึเปล่า
พี่เดือน กับ อิ่ม หัวเราะคิก ที่เจ้าหน้าที่คิดว่ามะขามคลุกแสนอร่อยของแก้วขึ้นรา
หลังจากผ่านการตรวจกระเป๋าโดยไม่โดนยึดอะไรซักอย่าง อันถือเป็นความโชคดีของคณะเราเป็นที่ยิ่ง เราก็เดินออกมาเพื่อจะไปยังประตูผู้โดยสารขาออก ณ ตอนนั้นเอง แก้วก็รู้สึกว่ามีอะไรมาสะกิดเป้ที่หลัง
“ว้าย แม่เจ้า” แก้วร้อยด้วยความตกใจ ทำให้อิ่ม และพี่เดือนหยุดเดินทันที แล้วหันหลังมาหาแก้ว

“หมาจากที่ไหนเนี่ย?” แก้ว งงมาก ที่เห็นหมาตัวเล็ก หูยาว พันธุ์ เดียวกับที่เป็นสัญลักษณ์ของรองเท้านำเข้ายี่ห้อหนึ่งซึ่งบางคนเข้าใจว่าทำมาจากหนังสุนัข
“ดูมานั่งตาแป๋วมองทำไม เจ้าตัวเล็ก หรือเห็นยัยแก้วหน้าตาแปลก” คราวนี้พี่เดือนเป็นคนแซวพร้อมกับตบหัวเจ้าตัวน้อยเบาๆ
พวกเราแปลกใจมากที่มันไม่หนี ไม่เห่า แต่ก็นั่งอยู่ไม่ไปไหน ในชั่วเวลาที่ทั้ง 3 คนกำลังงง อยู่นั้น ก็ มีเจ้าหน้าที่สาวสวย อกเล็กกว่าคนตรวจกระเป๋านิดหน่อย เดินมาที่กลุ่มเรา พร้อมกับแจ้งว่าเรามีกระเป๋าที่ยังไม่ได้ตรวจ เพราะเจ้าตัวน้อยเป็นสุนัขตำรวจคอยตรวจอาหารที่ห้ามนำเข้าประเทศนิวซีแลนด์

อิ่ม กับ พี่เดือน ก็แจ้งว่าไม่มีกระเป๋าทุกใบผ่านการตรวจแล้ว ทันใดนั้นเองเจ้าตัวน้อยก็กระโดดตะกายเกาะที่เป้หลังของแก้ว ตอนนั้นแก้วตกใจมาก เฮ้ย! เราไม่มีของหนีกฎหมายอะไรนี่นา เจ้าหน้าที่ก็ขอให้แก้วเปิดเป้หลัง ช่วงนั้น เราก็เริ่มเห็นฝรั่งมุงน่ะ แต่เค้ามุงห่างๆ ประมาณว่าถ้าเกิดอะไรก็วิ่งทันหล่ะ แหม! ไม่สงสารสาวกระเหรี่ยงชาวไทยเลย
“ เนี่ย อาหารในกระเป๋าก็มีแต่ ลูกอมของนิวซีแลนด์ 1 ถุง ที่ขอบนเครื่องบิน หมากฝรั่งของอิ่ม คุกกี้ 1 ห่อจากการบินไทย ชีส 3-4 ชิ้นจากสายการบินนิวซีแลนด์ และ แซนด์วิชสิงคโปร์ที่กินไม่หมด 1 ชิ้นเอง” แก้ว รื้อของให้เป้ ออกมา พร้อมอธิบายเจ้าหน้าที่
“โอ้โห แก้ว เธอเก็บอะไรใส่กระเป๋าไว้ตั้งมากมายเนี่ย ฮืม สามารถจริงเพื่อนฉัน” อิ่ม กับพี่เดือน ทำตาโต และทึ่งกับสัมภารกของแก้ว
“Is this ham sandwich?” เจ้าหน้าที่ถามแก้ว “Yes.” แก้วตอบพร้อมส่งสายตาอันใสแป๊วสื่อแววไม่เข้าใจ เจ้าหน้าที่จึงได้อธิบายว่า ประเทศนิวซีแลนด์ห้ามนำเข้า พวกเนื้อสัตว์ต่างๆ และเจ้าตัวน้อยก็ได้กลิ่นมันจึงมาเกาะกระเป๋าของแก้ว
“โอ๊ย! นึกว่าจะไม่ได้เข้านิวซีแลนด์ซะแล้ว ยัยแก้วน่ะยัยแก้ว ทำเรื่องจนได้” พี่เดือนบ่นพร้อมทำหน้าโล่งใจสุดๆ
เจ้าหน้าที่สาวสวย ก็ยิ้มให้พวกเราพร้อมทั้งยึด แซนด์วิชไป “ Should I have this sandwich for my poppy lunch?” เธอถามเรายิ้มๆ
พี่เดือน ตอบตกลงแล้วลูบหัวเจ้าตัวเล็กอย่างเอ็นดูสุดชีวิต
แก้ว อิ่ม และ พี่เดือน เดินฝ่าไทยมุงออกมา ขณะเดียวกันกับที่แก้วหันหลังไปสบตาเจ้าสุนัขตำรวจตัวเล็กหูยาว แก้วแน่ใจว่าเห็นรอยยิ้มเยาะในสายตามัน
“โถ โถ แซนด์วิชทองคำ 65 บาท ของแก้ว พึ่งรู้เดียวนี้เองว่า สุภาษิต สุนัขคาบไปรับประทาน น่ะมันเป็นอย่างนี้นี่เอง โอโฮๆๆ” แก้วคร่ำครวญพร้อมกับที่ อิ่ม ลากแก้ว เดินออกไปจากสนามบินนิวซีแลนด์


แสงแก้ว
24/11/47


โดย : แสงแก้ว
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook