บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> Snow White

เรื่อง : Snow White

By : แก้มนางฟ้า
http://www.baadara.com


เข้าร่วมประกวดในงาน DAILYPROPHET ONLINE 1 st ANNIVERSARY BATTLE STORY ในหัวข้อ 'เดลี่พรอเฟ็ตออนไลน์ กล้วยไข่สามหวี ไอศกรีมโซดา กับเล็กชิ้นสดไม่งอก'
http://www.dailyprophetonline.com


...................................................................................................................................................................................................................................................


[ บทนำ ]



เกล็ดหิมะสีขาว เบาดุจปุยนุ่น เย็นเยือกบาดผิวของเธอ เธอยืนท่ามกลางหิมะสีขาว ไม่คิดที่จะหลบละอองเหล่านี้เลย แม้กายของเธอจะหนาวเย็นเพียงใด แต่ก็มิอาจสู้ความหนาวที่กัดกินหัวใจของเธอได้ หญิงสาวเหม่อมองออกไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย รอบกายเธอมีเพียงเกล็ดหิมะสีขาวที่หล่นจากฟากฟ้า สีหวีดหวิวของสายลมทำให้เธอนึกถึงคนๆหนึ่ง คนที่ทำให้เธอต้องมานั่งเหม่อมองทางกลามเกล็ดหิมะเช่นนี้



"สโนว์ สโนว์ ตื่นได้แล้วลูก วันนี้นัดกับอัลเบิร์ตไว้ไม่ใช่หรอ เดี๋ยวไม่ทันรถไฟนะลูก"

"หืออ...อะไรแม่ อื้ออ..กี่โมงแล้ว"

"จะแปดโมงแล้วลูก เอ้าเร็วเข้ายัยขี้เซา อยากให้อัลเบิร์ตเห็นลูกสภาพแบบนี้รึไง เร็ว ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลย"

"ก็ได้แม่ ฮ้าววว..อีก 5 นาทีนะแม่"

"โอเค...โอเคแม่ ไปแล้วๆ" สโนว์รีบลุกจากเตียงก่อนที่หมอนข้างในมือแม่จะฟาดมาถูกก้นของเธอ



"ไหน นัดเอาไว้แปดโมงครึ่ง นี่มันเกือบเก้าโมงแล้วนะยะ"

"ขอโทษ พอดีฉันทำนมหกใส่โต๊ะ แม่เลยดุซะยกใหญ่"

"เหอะ โตป่านนี้ยังจะทำนมหก ซุ่มซ่ามจริงๆ"

"ก็ยังดีกว่ายัยแก่บางคน จู้จี้ขี้บ่น"

"นี่นาย.."



"เอาเหอะ รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันรถไฟ อ้อ...กินอะไรมารึยัง"

"ยังเลย กะว่าจะไปกินที่นู่นแหละ ส่วนนายคงเรียบร้อยแล้วล่ะสิ"

"แหงล่ะ ไม่งั้นไม่โดนแม่สวดซะขนาดนี้"

"แล้วคิดรึยังว่าถ้าไปถึงจะไปที่ไหนก่อน"

"ยังหรอก คิดไว้ก่อนก็ไม่สนุกสิ"


ว่าแล้วอัลเบิร์ตก็รีบคว้าข้อมือของเธอวิ่งไปขึ้นรถไฟ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปทั้งสองข้าง ประตูรถไฟก็ปิดฉับลงทันทีอย่างเฉียดฉิว ทั้งสองหัวเราะร่วมกันอย่างสนุกสนาน พลางคิดแผนการที่จะทำให้เดทครั้งนี้สนุกสุดเหวี่ยงอย่างไร


นิยามการมีความสุขของสโนว์ คือการที่ได้พูดคุย หัวเราะ ไปพร้อมๆกับอัลเบิร์ตทุกวัน...ทุกวัน...และทุกๆวัน



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 1 ทรอปิคอลแลนด์ ]



ทั้งคู่นั่งรถไฟประมาณยี่สิบนาที ก็มาถึงสถานีทรอปิคอล จากสถานีไปประมาณสามร้อยเมตรก็จะถึงสวนสนุกทรอปิคอลแลนด์ อัลเบิร์ตคว้าข้อมือของสโนว์มา แล้วจับมือเธอเอาไว้อย่างนั้น ในทีแรกสโนว์ขัดขืนเล็กน้อย เพราะเธอค่อนข้างจะอายหากมีคนที่เธอรู้จักมาเห็นเข้า แต่สักพักเธอก็หมดความพยายามที่จะขัดขืนและกระชับมือที่อัลเบิร์ตจับเอาไว้แทน พวกเขาเดินดูของเล่นต่างๆในสวนสนุกเพื่อฆ่าเวลา เพราะพวกเขานัดกับเพื่อนๆ อีกสองกลุ่มคือกลุ่มสาวๆเพื่อนของสโนว์ และกลุ่มหนุ่มๆเพื่อนของอัลเบิร์ต

ความจริงอัลเบิร์ตอยากให้พวกเขามาเดทกันสองคนมากกว่า ... แต่ทำอย่างไรได้ ก็วันนี้สวนสนุกทรอปิคอลแลนด์เปิดให้เด็กๆ หนุ่มสาว รวมไปถึงผู้ใหญ่หรือจะมากันทั้งครอบครัวก็ตาม เข้าเที่ยวชมฟรีและไม่มีการเสียค่าบัตรผ่านประตูเครื่องเล่น เพราะเหตุนี้เองทำให้เพื่อนๆของทั้งสองติดสอยห้อยตามมาอีกเป็นพรวน

แสงอาทิตย์เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ สร้างความกระหายให้แก่ทั้งสอง อัลเบิร์ตบอกให้สโนว์นั่งรอเขาที่ใต้ต้นไม้ก่อน เขาจะไปซื้อน้ำมาให้ อัลเบิร์ตเดินกลับมาพร้อมไอศกรีมในมือสองถ้วย ...

"เอ๋...ไหนนายบอกจะไปซื้อน้ำไงล่ะ"

"ก่อนจะถามอะไรเธอก็หัดดูมั่งสิ" อัลเบิร์ตพูดพร้อมพยักพเยิดไปทางร้านขายน้ำ เธอจึงเห็นว่าคนต่อคิวซื้อน้ำยาวมาก ขนาดที่ว่าเลยไปในร้านขายผลไม้เลยทีเดียว สโนว์ไม่อยากจะเถียงต่อเลยรีบเปลี่ยนเรื่อง ...

"อืม...นั่งก่อนสิ ไหนดูซิ นายซื้อไอศกรีมอะไรมาหรอ"

"ไอศกรีมโซดา"

"หือ...ไอศกรีมโซดา มันเป็นยังไงน่ะ ฉันไม่เคยกินเลย มันอร่อยมั้ยน่ะอัลเบิร์ต" สโนว์ถามอัลเบิร์ตที่กำลังกำหน้าก้มตากินไอศกรีมของตนเอง

"หือ...อัลเบิร์ต"

"เธอจะถามอะไรมากมาย เธอก็ลองกินดูเองสิ"

"เชอะ ถามแค่นี้ก็ไม่บอก ฉันกินเองก็ได้ย่ะ" สโนว์กำลังจะตักไอศกรีมของเธอขึ้นมากิน เธอก็เหลือบไปเห็นเพื่อนๆ ของเธอกำลังชะเง้อชะแง้มองหาพวกเขาอยู่

"นี่ๆ อัลเบิร์ตพวกนั้นมาแล้วล่ะ"

"พวกไหน พวกเธอหรือพวกฉัน"

"พวกฉันย่ะ ไม่รู้พวกของนายไปมุดหัวอยู่ที่ไหนถึงมาช้าขนาดนี้"

"แคที่ แอนนี่ จอย ทางนี้ๆ"


พวกสาวๆ มองเห็นเพื่อนของเธอกระโดดเหยงๆ โบกไม้โบกมือเรียกจึงรีบวิ่งมาหาทั้งสองทันที


"หวัดดีสโนว์ หวัดดีอัลเบิร์ต" สาวๆ กล่าวทักทายทักสอง

"แล้วกลุ่มนายล่ะอัลเบิร์ตยังไม่มาอีกหรอ" แคที่ถามอัลเบิร์ตทันทีเพราะเธอมองไม่เห็นเพื่อนๆของอัลเบิร์ต เอ่อ...จะว่าไปความจริงเธอมองหาเขาเพียงคนเดียวแหละ

"เพื่อนฉันน่ะหรอ เดี๋ยวคง....." อัลเบิร์ตพูดยังไม่ทันจบประโยคหนุ่มๆ ทั้งสามก็วิ่งมาหาแล้วยืนหอบอยู่ตรงนั้น

"เฮ้! พวกนายทำไมมาช้ากันอย่างนี้ล่ะ"

"พวกเราพลาดรถไฟเที่ยวแรกน่ะสิ เลยต้องรอเที่ยวต่อไปกว่าจะมาได้รอนานเกือบตาย" ริคกี้บอกอัลเบิร์ตด้วยเสียงที่ยังหอบเหนื่อยอยู่ และเขาก็เหลือบมองไปทางแคที่ซึ่งเธอรีบหลบสายตาเขาทันที

"เนี่ยเราเลยรีบวิ่งจากสถานีมานี่ไง" แจฟพูดเสริมริคกี้ขณะที่กำลังนั่งเอามือโบกหน้าตัวเองคลายความร้อน

"เฮ้ย! นายไม่เหนื่อยก็ไปซื้อน้ำให้พวกเรากินหน่อยไป" ชิฟตี้พูดพลางหันไปมองอัลเบิร์ต

"เหอะ พวกนายนี่ ฉันซื้อไอศกรีมมาแล้วกัน เพราะร้านน้ำคนเยอะมากเลย นี่เธอก็ไปช่วยฉันถือหน่อยสิ" อัลเบิร์ตสั่งสโนว์ซึ่งกำลังทำหน้านิ่วอยู่แต่เธอก็ยอมเดินตามไป

"นี่อัลเบิร์ตทำไมนายสั่งแค่สี่ถ้วยเองล่ะ พวกเรามีตั้งแปดคนนะ" สโนว์ถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นอัลเบิร์ตสั่งไอศกรีมโซดากับแม่ค้าแค่เพียงสี่ถ้วย

"ก็พวกนั้นน่ะเอาแต่สั่ง ไม่เห็นจะให้เงินชั้นเลย แล้วดูสิแม่ให้เงินฉันมาแค่เนี้ย" อัลเบิร์ตพูดพลางแบะกระเป๋าเงินให้สโนว์ดู

"แล้วเราจะกินกันพอได้ยังไงล่ะเนี่ย"

อัลเบิร์ตไม่สนใจเสียงบ่นของสโนว์แล้วเดินนำกลับมาที่เพื่อนๆทันที

"เห็นมั้ยอัลเบิร์ต มันจะไปพอได้ยังไง"

"เหอะน่า ชั้นแบ่งได้ก็แล้วกัน อย่างนี้นะ พวกเราแปดคนก็จับคู่กัน ทีนี้ก็ได้สี่คู่แล้วเราก็กินไอศกรีมด้วยกัน แค่เนี้ย ง่ายๆ"

"แล้วใครคู่ใครดีล่ะ" แอนนี่ถามขึ้นมา

"ใช่ๆ" ทั้งกลุ่มต่างร้องบอก

"สโนว์คู่อัลเบิร์ตอยู่แล้ว" แจฟบอก ทุกคนต่างพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย

"แล้วริค นายคู่แคทแล้วกัน" อัลเบิร์ตตัดสินให้ ทำให้แคที่หน้าแดง แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร

"ส่วนนายนะชิฟ นายคู่แอนนะ แล้วแจฟก็คู่จอยแล้วกัน" ทั้งแจฟ ชิฟตี้ จอย แอนนี่ ต่างก็ไม่มีปัญหาอะไร เป็นที่รู้กันอย่างเปิดเผยว่าทั้งสี่คนมีผู้ครอบครองหัวใจเรียบร้อยแล้ว

"รีบกินกันเถอะเดี๋ยวมันละลายหมด สโนว์เธอน่ะรีบกินเลยจะได้รู้ว่าไอศกรีมโซดามันเป็นยังไง" อัลเบิร์ตเร่งให้ทุกคนกิน

"ใช่ๆ พวกเราก็อยากรู้ว่าไอศกรีมโซดามันเป็นยังไง" ชิฟบอกซึ่งทั้งกลุ่มก็เห็นด้วย

เกิดความเงียบชั่วขณะ ทุกคนกำลังก้มหน้าอยู่ที่ถ้วยไอศกรีมพร้อมกับคู่ของตนเอง แต่ความเงียบของริคกี้และแคที่ กับอัลเบิร์ตและสโนว์นั้นแตกต่างพวกเขาเงียบเพราะยังไม่มีใครเริ่มกินต่างหาก

"เฮ้ย! พวกนายยังไม่รีบกินอีก มัวเขินอะไร ก็ผลัดกันกินสิ หรืออยากให้ผลัดกันป้อน" แจฟพูดแซวเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ แต่ทำให้ทั้งสองคู่นั้น หน้าแดงไปถึงใบหู


ดังนั้นฝ่ายอัลเบิร์ตและริคกี้จึงเริ่มกินก่อนแล้วจึงวางช้อนไว้ในถ้วย

"นี่ไม่ถือเป็นการจูบทางอ้อมรึเนี่ย" แคที่คิดในใจ แล้วก็ก้มหน้าหยิบช้อนที่ริคกี้เพิ่งวางไว้มากินต่อด้วยใบหน้าแดงก่ำ


ทางฝ่ายสโนว์ก็คิดเช่นเดียวกัน แล้วเธอก็....

"ทำอะไรของเธอน่ะ น้ำลายชั้นมันน่ารังเกียจนักรึไง" อัลเบิร์ตตะโกนเมื่อเห็นสโนว์ใช้กระดาษทิชชูเช็ดช้อนที่เขาเพิ่งเอาเข้าปากไป

"ก็....ช่างมันเถอะ" สโนว์หน้าแดงระเรื่อแล้วเธอก็ตักไอศกรีมขึ้นมากิน

"ว้าว...อร่อยจัง รู้อย่างนี้ชั้นน่าจะรีบกินตั้งแต่ทีแรก" สโนว์ร้องออกมาเพราะไอศกรีมโซดาที่เธอกินนั้นมันอร่อยมากจริงๆ


เมื่อทั้งแปดคนกินไอศกรีมหมดทุกคนแล้วจึงนัดแนะกันว่าจะไปเล่นเครื่องเล่นอะไรบ้าง

"ฉันขอเสียวๆ อย่างแรกเลย"

"ฉันขอน่ากลัวแบบบ้านผีสิงว่ะ"

"ฉันอยากนั่งชิงช้าสวรรค์"

"ฉันอยากไปปราสาทจังลย"

"ไปที่ฉันชอบสิ ... ไปทางฉันสิ ... เฮ้ย! ไปเล่นนู่นดิวะ"

"โอ้ย...แล้วเมื่อไหร่จะได้เล่นล่ะเนี่ย" สโนว์โวยวาย

"เอางี้ใครอยากเล่นเสียวๆ" แจฟถาม

ริคกี้รีบยกมือ เห็นดังนั้นแคที่จึงยกมือตามช้าๆ ทำให้เพื่อนๆต่างแอบอมยิ้มกัน

"ใครอยากไปบ้านผีสิงกับชั้นล่ะ" ชิฟถามขึ้นมา

"เราเอง อยากไปแกล้งผีมานานแล้ว อีกอย่าง..." แจฟแอบกระซิบกับชิฟตี้

"ชั้นไม่อยากไปนั่งชิงช้าสวรรค์หรือไปบ้านปราสาทอะไรนั่นกับยัยพวกนั้นหรอกว่ะ" ทั้งสองแอบหัวเราะในลำคอ

"ต่อไปก็ใครอยากไปปราสาทบ้าง" สโนว์ถามขึ้นมา

"ฉันเอง" แอนนี่บอกพร้อมกับชูมือขึ้นมา

"ฉันด้วย" จอยร้องออกมา


"เฮ้ย! แล้วฉันล่ะ อย่าบอกว่าต้องไปนั่งชิงช้าสวรรค์กับเธอนะ" อัลเบิร์ตทำท่าผวาใส่สโนว์

"เชอะ ชั้นไปนั่งคนเดียวก็ได้ย่ะ ไม่เห็นต้องง้อ พวกเราแยกย้ายไปเล่นกันได้เลยนะ ถ้าเจอกันเราก็มากินข้างเที่ยงด้วยกันทั้งหมด แต่ถ้าไม่เจอเราค่อยมาพร้อมกันตอนห้าโมงเย็น ห้ามมาสายเกินครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวเราจะไม่ทันรถไฟ" สโนว์รีบพูดอย่างรัวเร็วและเดินบึ่งออกไปทางชิงช้าสววรค์ทันที พร้อมกับที่คนอื่นๆ แยกย้ายไปตามคู่ของตน

"เฮ้ย! แล้วฉันจะไปกับใครล่ะ รอฉันด้วยสิสโนว์" อัลเบิร์ตจึงรีบวิ่งตามสโนว์ออกไป



"วิวของเมืองทรอปิคอล ถ้ามองจากที่สูงก็สวยเหมือนกันนะ" สโนว์คิดในใจ ขณะที่เธอกำลังเพลินเพลินไปกับธรรมชาติ ซึ่งมองจากมุมสูงทำให้เธอเห็นบ้านเรือนเรียงรายเหมือนมดตัวเล็กเดินต่อแถวกัน แม่น้ำรีไวด์ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แสงแดดซึ่งขณะนี้อ่อนแรงลง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและผ่านคลายอย่างบอกไม่ถูก




"ฮัด...ชิ้ว"

"เฮ้อ..." เธอคิดอย่างอ่อนแรง เมื่อหันไปมองอัลเบิร์ตซึ่งทำหน้าซังกะตายและสายตาที่จับจ้องไปยังพื้นดิน

"ถ้านายไม่อยากจะขึ้นมา ก็อยู่ข้างล่างได้นี่ ไม่มีใครขอร้องซักหน่อย" สโนว์เริ่มน้อยใจที่อัลเบิร์ตไม่สนใจเธอเลย

"ฉันแค่ไม่อยากให้ยัยซิ้มเบ๊อะ เหงาปากก็เลยมากัดกับเธอนี่ไง"

"นายนี่มันจริงๆ เลย เสียบรรยากาศหมด ฉันกำลังเพลิน"

"ขอโทษแล้วกัน"


หลังบทสนทนาเมื่อครู่ความเงียบเริ่มปกคลุมทั้งสองชั่วขณะซึ่งเกิดจากการเพลิดเพลินกับธรรมชาติของสโนว์และความง่วงนอนของอัลเบิร์ต


เสียงอัลเบิร์ตดังขึ้นมาทำลายความเงียบ

"อืม...ดูไปดูมาก็สวยดี"

"อะไร แม่น้ำรีไวด์น่ะหรอ ฉันว่ามันสวยของมันมาตั้งนานแล้วล่ะ"

"หรอ...จริงๆ ฉันก็คิดเหมือนเธอว่ามันสวยมาตั้งนานแล้ว"

อัลเบิร์ตพูดพลางจ้องสโนว์ไม่วางตา สโนว์เห็นสายตาของอัลเบิร์ตหน้าก็เริ่มแดงระเรื่อ

สายลมพัดโชยอ่อนๆ ........ หอม ....... กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยสูงมาถึงนี่เชียวหรือ "เอ๊ะ แต่กลิ่นมันเหมือนอยู่ใกล้ๆ" อัลเบิร์ตคิด พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้สโนว์ซึ่งบัดนี้กำลังจ้องอัลเบิร์ตด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ อัลเบิร์ตโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาใกล้ใบหน้าของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสายตาของทั้งสองประสานกัน อัลเบิร์ตยกมือขึ้นประคองใบหน้าของสโนว์ไว้ สโนว์พยายามหลบตาสายมองทอดต่ำลง อัลเบิร์ตยังคงโน้มตัวลงมาเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าสโนว์ไม่ได้มีทีท่าขัดขืน ริมฝีปากของเค้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ....
สโนว์เริ่มหลับตาลง เธอไม่อาจฝืนใจตนเองได้



ในที่สุด...



" ปิ๊งป่อง!! "



"หมดรอบแล้วคร๊าบ เชิญครับเชิญ สนุกกันมั้ยครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ"

สโนว์หน้าแดงก้าวออกมาจากตู้ชิงช้าสวรรค์ ในขณะที่อัลเบิร์ตถอนหายใจอย่างเสียดาย

"เอ่อ..."

ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมกัน และต่างก็นิ่งเงียบไปทั้งสองฝ่าย

"เรา..เราไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะ อาจจะเจอคนอื่นๆอีกก็ได้" ในที่สุดสโนว์ก็รวบรวมความกล้าพูดขึ้นมา

"อืม..ไปสิ" อัลเบิร์ตพูดพร้อมกับกุมมือของสโนว์และเดินไปที่ร้านอาหารด้วยกัน ด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจกว่าครั้งแรกที่เดินเข้ามาในสวนสนุกแห่งนี้



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 2 บ้านเอสกิโม ]


"วี้ด วิ้ววววว...วู้ กลัวเด็กหลงรึไงอัลเบิร์ต" ริคกี้ร้องมาแต่ไกลเมื่อเห็นอัลเบิร์ตกับสโนว์เดินกุมมือกันมา เรียกเสียงโห่จากเพื่อนๆ ให้ผสมโรงได้เป็นอย่างดี

"อิจฉารึไง นายก็ไปขอยืมมือแคทเค้ามาจับไว้สิ จะได้หุบปากซะที" อัลเบิร์ตสวนกลับทันที คราวนี้เรียกเสียงฮาจากเพื่อนๆ ได้ยิ่งกว่าครั้งแรก พร้อมกับแคที่และริคกี้ที่หน้าแดงจนเพื่อนๆ เห็นแล้วต้องแอบเบือนหน้าไปหัวเราะ

"พวกเรารีบกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะได้ไปเล่นกันต่อ" ชิฟตี้บอกเพื่อนๆ ท้องของเขาเริ่มเรียกร้องหาอาหารแล้ว

"นี่พวกเธอ ฉันมีอาหารจานเด็ดจะมาแนะนำล่ะ ฉันเคยกินครั้งนึงเมื่อตอนเด็กๆ แต่ยังจำได้นะ อร่อยมากเลยล่ะ" จอยบอกเพื่อนๆ

"อะไรล่ะจอย พวกเราจะได้ชิมกันทุกคนเลย" แอนนี่ถาม

"ก๋วยเตี๋ยวเรือน่ะ มีหลายแบบนะ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ เยอะแยะเลยล่ะ พวกเธอต้องไม่เคยกินกันแน่ๆเลย" จอยบอกถึงอาหารที่เธอแนะนำเพื่อนๆ

"นี่ไง ร้านนี้มีขาย พวกเรามากันเถอะ แล้วพวกเธอจะได้เลือกว่าจะเอาแบบไหน" ว่าแล้วจอยก็รีบเดินนำเพื่อนๆไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวทันที


"เล็กสดตับที่นึงค่ะ" จอยสั่งแม้ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เพื่อนๆต่างพากันชะเง้อมองว่ามีเส้นอะไรแบบไหนบ้าง

"อืม...ฉันขอแบบเธอแล้วกันนะจอย"

"ฉันด้วยๆ ท่าทางน่าอร่อย" แอนนี่และแคที่บอกพร้อมกัน


"เอ่อ....ผมเอาบะหมี่ลูกชิ้นนะครับสามเลยครับ" ทั้งริคกี้ แจฟ และชิฟตี้สั่งเหมือนๆกัน ความจริงสั่งตามแจฟมากกว่า เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะสั่งแบบไหน

"อันนี้ท่าทางน่าจะดีนะ หนูขอเส้นเล็ก แล้วก็เนื้อสดกับลูกชิ้นค่ะ แต่ไม่เอาถั่วงอกนะคะ" สโนว์บอกแม่ค้า

"อ้าว แล้วพ่อหนุ่มอีกคนจะเอาอะไรล่ะจ๊ะ"

"งั้นผมขอเหมือนคนนั้นก็ได้ครับ" อัลเบิร์ตบอกออกไป เพราะตอนนี้เขารู้สึกตาลายมาก

"ตกลงเล็กชิ้นสดไม่งอกสอง เล็กสดตับสาม บะหมี่ลูกชิ้นสามนะจ๊ะเด็กๆ นั่งรอที่โต๊ะเลยนะจ๊ะ" แม่ค้าใจดีบอก พวกเขาทั้งแปดจึงไปนั่งรอกันที่โต๊ะ


"อืม..ฉันกำลังแปลกใจนะว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือเนี่ยฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ทำไมถึงมาขายที่นี่ล่ะ" ชิฟตี้ถามออกมาด้วยความสงสัย

"ก็งานนี้เค้ามีขายอาหารนานาชาติด้วยไง โชคดีจังเลยนะเพราะก๋วยเตี๋ยวเรือเนี่ยอร่อยมากเลยล่ะ ฉันรับประกัน" จอยอธิบายให้ชิฟตี้และเพื่อนๆฟัง



กลิ่นหอมของก๋วยเตี๋ยวลอยมา พร้อมกับชามก๋วยเตี๋ยวที่วางลงตรงหน้า

"นี่เธอ กินระวังๆหน่อยสิยะ ทำอย่างกับไม่ได้กินอะไรมาสามวันอย่างงั้นแหละ" สโนว์เริ่มบ่นเมื่ออัลเบิร์ตสูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากทำให้น้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ กระเด็นมาถูกเธอเข้า อัลเบิร์ตเงยหน้าขึ้นมามองเธอเล็กน้อย ก่อนที่จะหันไปจัดการกับก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าเขาต่อ

"อร่อยใช่มั้ยล่ะ กินเงียบเลย ฝีมือฉันสั่งซะอย่าง"

อัลเบิร์ตสำลักก๋วยเตี๋ยว

"นี่เธอ อร่อยไม่อร่อยมันอยู่ที่แม่ค้าทำ ไม่เห็นเกี่ยวกับคนสั่งตรงไหน"

"สั่งไม่เป็นแล้วพาล เชอะ" สโนว์พูดในลำคอก่อนที่จะจัดการเล็กชิ้นสดไม่งอกของตน โดยที่ไม่สนใจอาการอัลเบิร์ตซึ่งได้ยินคำพูดของเธอ

"อื้ม...อิ่มจัง อร่อยจริงๆ เลยนะจอย อยากให้มีงานแบบนี้บ่อยๆ จัง จะได้มีอะไรอร่อยๆมาให้กินอีก" แคที่พูดพลางดื่มน้ำ

"อื่อ น่าเสียดายที่นานๆ เค้าจะมีอาหารนานาชาติมา ฉันจำได้ว่าเคยมาครั้งนึง ตอนนั้นยังเด็กมากอยู่เลย"

"งั้นงานนี้เราต้องเต็มที่ไปเลย ดีนะเนี่ยที่เราไม่ได้ปล่อยให้อัลเบิร์ตแอบมาเดินกุมมือ เดทกับสโนว์แค่สองคน" ริคบอกอย่างเจ้าเล่ห์

อัลเบิร์ตมองริคกี้พลางส่งสายตาบอกให้หุบปากไปได้แล้ว


"เราไปเล่นอะไรกันต่อดีล่ะ ฉันว่าคราวนี้เราน่าจะเล่นพร้อมกันทุกคนเลยนะ" แอนนี่ถามเพื่อนๆ

"เมืองหิมะดีมั้ย เล่นได้ทุกคนเลย แล้วฉันก็คิดว่าทุกคนน่าจะชอบด้วย" สโนว์เสนอความคิดเห็น

"ดีๆ ท่าทางน่าสนุก" เพื่อนๆ เห็นด้วย

"ใช่ เผื่ออัลเบิร์ตจะได้แอบไปจู๋จี๋กับสโนว์ในบ้านเอสกิโมไง" ริคกี้ยังคงคอยแหย่เพื่อนทั้งสองอย่างสนุกสนาน และนั่นก็ทำให้สโนว์และอัลเบิร์ตต่างหลบสายตากันพร้อมกันด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ

"เอาล่ะ ฉันว่าพวกเราไปเล่นสกีกันก่อนเถอะ พอเหนื่อยเราค่อยมาปั้นสโนว์แมนกัน" แอนนี่บอกเพื่อนๆ เมื่อมองเห็นทุกคนสวมเสื้อกันหนาวพร้อมกับถุงมือและรองเท้าบู๊ทเรียบร้อยแล้ว

"วู้ววว...มันเป็นบ้าเลย นี่ๆ พวกนายทำท่านี้กันได้รึเปล่า" ริคกี้ร้องอย่างมีความสุข พร้อมกับโชว์ท่าตีลังกาให้เพื่อนๆดู แคที่แอบหัวเราะเบาๆ กับการเล่นเป็นเด็กๆของริคกี้ แค่ได้เห็นเค้ามีความสุข เธอเองก็มีความสุขเช่นกัน


"โอ๊ย! อ๊ะ.." เสียงของสโนว์ดังมาจากเนินหิมะกองย่อม สาวๆทั้งสามรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อนของเธอ

"สโนว์เจ็บมากมั้ย" จอยถามด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับมองข้อเท้าของสโนว์ที่เริ่มมีสีแดง

หนุ่มๆทั้งสี่เดินเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องของสโนว์


"ฉันว่าเราไปนั่งพักในบ้านเอสกิโมก่อนดีกว่า น่าจะมีที่นั่งอุ่นๆ สบายๆ ให้เราได้พักกัน" แอนนี่บอกพร้อมกับชี้ไปทางบ้านเอสกิโมซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

"ไหนๆ ยัยบ๊อง เหอะ ซุ่มซ่ามจริงเชียว เค้าให้มาเล่นสกี ไม่ใช่ให้มาจับกบหิมะ"

"นี่ ไม่ช่วยแล้วอย่าซ้ำได้มั้ยยะ มันเจ็บนะ" สโนว์พูดพร้อมน้ำตาที่คลออยู่

"ใครบอกว่าฉันไม่ช่วย" อัลเบิร์ตพูดพลางก้มตัวลงช้อนตัวของสโนว์ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน พร้อมกับก้าวเท้าเดินไปทางบ้านเอสกิโมอย่างรวดเร็ว


"นี่ๆ ปล่อยฉันลงได้แล้ว เดี๋ยวเพื่อนๆ ตามมาทันแล้วได้ล้อกันใหญ่"

"เอ่อ...อืม นั่งพักซะนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาพวกเพื่อนๆก่อน" อัลเบิร์ตพูด พร้อมเดินจากไปทางกลุ่มเพื่อนๆ ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ


"นี่ๆ พวกนายไปปั้นสโนว์แมนกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันเฝ้ายัยนี่เอง ไม่ต้องเป็นห่วง" อัลเบิร์ตไม่อยากให้เพื่อนๆของเขาหมดสนุกเพราะยัยบ๊องที่มาล้มจับกบหิมะ

"ได้แน่นะ นายอย่าไปแกล้งสโนว์เค้าให้มากล่ะ เค้าเจ็บจริง" จอยเตือนอัลเบิร์ตเสียงเข้ม

"เออน่า ไปเล่นกันเถอะ แล้วพอห้าโมงค่อยมาหาพวกฉัน"

"โอเค แล้วเดี๋ยวพวกเรามานะ" แจฟบอกพร้อมกับโบกมือให้เพื่อนๆ คนอื่นตามเขามา



"ว่าไงบ้าง คนอื่นๆล่ะ" สโนว์ถามทันทีเมื่อเห็นอัลเบิร์ตก้าวเข้ามาข้างใน

"ฉันบอกให้พวกเขาไปปั้นสโนว์แมนกันก่อนเลย ไม่ต้องเป็นห่วง"

"อืม..ดีแล้วล่ะ ฉันไม่อยากเป็นคนทำให้เพื่อนๆหมดสนุก"

"แล้วเธอล่ะ ดีขึ้นบ้างรึยัง"

"ก็ยังเจ็บอยู่นะ แต่นั่งพักสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น" สโนว์บอกพร้อมกับก้มลงนวดข้อเท้าตัวเอง


"นี่นาย..ออกไปเลยนะ อย่าเอาเปรียบกันสิ" สโนว์โวยวายเมื่ออัลเบิร์ตล้มตัวลงมานอนตักเธอ

"เธอเจ็บข้อเท้า แต่ไม่ได้เจ็บขานี่นา ฉันเอาเปรียบเธอตรงไหน"

"ก็...." สโนว์พูดได้แค่นั้นแล้วต้องรีบเบือนหน้าเพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอหน้าแดงขนาดไหน แต่เธอก็ยอมให้เขาหนุนตักของเธอ แม้จะอยู่ท่ามกลางหิมะอันหนาวเย็น แต่ทำไมใจเธอกลับรู้สึกอบอุ่นเช่นนี้ อัลเบิร์ตกุมมือของเธอไว้ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มและม่อยหลับไปบนตักของเธอ


เวลาเกือบห้าโมงเย็น เพื่อนๆคนอื่นๆ เดินกลับมาที่บ้านเอสกิโม พวกเขากำลังจะตะโกนเรียกอัลเบิร์ตและสโนว์ แต่ก็ได้ยินเสียงจุ๊ๆ ของริคกี้ให้หยุดก่อน ทั้งหมดจึงยืนออที่ริมประตู แอบดูว่าข้างในมีอะไร ทุกคนต่างอมยิ้มเล็กๆ เมื่อเห็นอัลเบิร์ตนอนหนุนตักสโนว์ และสโนว์ที่กำลังลูบผมของอัลเบิร์ต สักพักนึงเพื่อนๆ จึงเดินเข้าไปเรียกทั้งสองคน


"โอ๊ย! เป็นบ้าอะไรของเธอ" อัลเบิร์ตร้องเมื่อสโนว์ผลักเขาตกลงมาจากตักของเธอ

"อะไร เธอนอนดิ้นตกเองต่างหาก"

"เอาเถอะๆ รีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันรถไฟนะ" แคที่รีบห้ามเพื่อนทั้งสองก่อนที่จะโวยวายกันทั้งคู่


เมื่อรถไฟมาจอดที่สถานี ทุกคนต่างร่ำลากัน และแยกย้ายกลับบ้านของตน

"กลับบ้านดีๆ แล้วกัน อย่าไปกัดกับหมาข้างทางล่ะ ฉันกลัวมันจะติดโรคขี้บ่นจากเธอไป" อัลเบิร์ตยังไม่เลิกแขวะสโนว์ แต่เมื่อเห็นหน้าของเธอที่หงิกงอ เขาจึงรู้สึกว่าคงจะแหย่เธอแรงไปหน่อย

"เอ่อ...กลับบ้านดีๆนะ แล้วอย่าแวะที่ไหนล่ะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน"

"อืม..."

สโนว์ยังไม่หายโกรธแน่ๆเลย


"งั้น...ฉันไปก่อนนะ" อัลเบิร์ตพูดพร้อมกับก้มลงหอมแก้มของเธอเบาๆ ก่อนที่จะวิ่งจากไปอยากรวดเร็ว


สโนว์หน้าแดงไปถึงใบหู พร้อมกับคิดในใจ "อยากให้เปิดเทอมเร็วๆจัง"



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 3 คิดถึงเธอ ]


"ปิ๊งป่อง..ปิ๊งป่อง"

"นั่งรอแป๊บนึงนะลูก สงสัยว่ายัยสโนว์จะกลับมาแล้วล่ะ"

"เข้ามาเร็วสโนว์ ดูซิว่าใครมาเอ่ย" แม่บอกสโนว์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทำให้สโนว์แปลกใจว่าใครกันที่มาหาเธอค่ำมืดขนาดนี้

"ไหนแม่ ใครๆ.....เฮ้ย! ยัยนุ่น มาได้ไง กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครไปรับเธอ..ห๊า! คิดถึงเธอแทบแย่"

"โอ๊ยๆ เบาๆ ก่อนก็ได้ เดี๋ยวตัวฉันแบนแต๊ดแต๋หมด"

"อุ๊ย! โทษที แล้วเธอมาถึงเมื่อไหร่ล่ะ"

"ก็ประมาณห้าโมงกว่าๆได้แหละ เธอไปเที่ยวมาหรอ"

"อืม..ที่สวนสนุกทรอปิคอลแลนด์ไง จำได้มั้ยที่ตอนเด็กๆ เราอยากไปเล่นกัน แต่โดนแม่ห้าม กลัวว่าเราจะตกลงมาคอหักตายทุกที" สโนว์หันไปค้อนขวับใส่แม่ ก่อนที่จะหันมาหัวเราะกับนุ่น ......นี่เธอไม่ได้เจอเพื่อนรักคนนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

"แล้วเป็นไงบ้าง ปิดเทอมแล้วหรอ ถึงได้กลับมาได้เนี่ย ไม่งั้นฉันคงต้องรอเธอจนถึงวันแต่งงานของฉันล่ะมั้ง เธอถึงจะโผล่หัวมา"

"อือ เพิ่งปิดเมื่อวานเอง วันนี้ฉันก็รีบขึ้นเครื่องมาหาเธอเลยนะ ว่าแต่....ฉันไม่พลาดหรอกย่ะ งานแต่งงานเธอกับอัลเบิร์ตน่ะ" นุ่นหัวเราะเบาๆ พร้อมกับสโนว์ที่หน้าแดงก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

"แล้วเธอจะค้างที่นี่รึเปล่าล่ะ หรือว่าจะกลับไปหาพ่อกับแม่เธอก่อน"

"คงต้องกลับไปหาพ่อแม่ก่อนล่ะ ฉันยังไม่ได้บอกท่านเลยว่าจะกลับมา พอมาถึงก็รีบมาบ้านเธอก่อนเลย"

"หรอ...งั้นเดี๋ยวเธอต้องรีบกลับไปบอกพ่อกับแม่แล้วล่ะ เดี๋ยวท่านจะหาว่าฉันไม่ปล่อยลูกสาวท่านให้กลับบ้านไป"

"อือย่ะ เฮ้อ...เธอนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะสโนว์ ฉันไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่นั่นอีกนานเท่าไหร่ คิดถึงเธอจัง" นุ่นพูดพร้อมกับโผเข้าไปกอดสโนว์อีกครั้ง

"ฉันก็คิดถึงเธอมากเหมือนกัน รู้มั้ย...ฉันไม่รู้จะด่าอัลเบิร์ตให้ใครฟังเลย แล้วนี่เธอจะกลับไปเมื่อไหร่ล่ะ"

"พรุ่งนี้"

"พรุ่งนี้.." สโนว์ผงะออกมา พร้อมกับจ้องหน้านุ่นอย่างเอาเป็นเอาตาย

"อะไรกัน พรุ่งนี้ แล้วทำไมเธอรีบกลับล่ะ ทำไมไม่อยู่สักเดือนสองเดือน"

"ฉันบอกเธอแล้วไง ว่าฉันมาเนี่ยไม่ได้บอกใครเลย เอ่อ..ความจริงฉันแอบมาน่ะ ทางนู้นเค้าจะให้ฉันฝึกงาน ปิดเทอมปุ๊บ ให้เวลาพักสามวันแล้วก็ต้องรีบทำงานเลย ฉันถึงได้รีบมาหาเธอนี่ไง"

"นุ่น...เธอกลับมาอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอ ที่นี่ก็มีมหาวิทยาลัยแพทย์เฉพาะทางเลยนะ เธอเรียนต่อที่นี่ก็ได้นี่นา"

"ฉันขอโทษ สโนว์ ฉันต้องไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ท่านฝากความหวังในตัวฉันไว้มาก"

"ฉันเข้าใจนุ่น นี่...พรุ่งนี้ก่อนจะกลับ เธอมากินข้าวเที่ยงที่บ้านฉันก่อนนะ เธอจะได้ติดใจฝีมือฉันจนต้องกลับมากินอีกบ่อยๆไง"

"ได้จ้ะ แต่..อืม ฉันคงต้องไปหาพ่อกับแม่แล้วล่ะ ขืนกลับดึกเดี๋ยวฉันได้หูชาแน่"

"จ้ะๆ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน ห้ามมาสายนะ เดี๋ยวฉันกินหมดก่อนแล้วเธอจะเสียใจ"

"ย่ะ แม่สโนว์คนเก่ง ฉันไปล่ะนะ" นุ่นโบกมือลาพร้อมอมยิ้มเล็กๆ "สโนว์ เธอนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ" เธอคิดในใจ

"แม่คะ...แม่ อาหารครบหมดแล้วใช่มั้ยคะ แม่ช่วยเช็คทีนะ"

"ครบแล้วนะลูก แต่เอ๊ะ..ท่าทางลูกจะลืมของโปรดหนูนุ่นไปนะจ๊ะ"

"อะไรล่ะแม่....ตายล่ะ! น้ำกล้วยปั่น แล้วหนูจะทำยังไงดีล่ะแม่ กล้วยหอมที่ยัยนุ่นชอบก็ไม่มี เหลือแต่กล้วยไข่"

"น่าจะใช้ได้นะลูก แต่หนูนุ่นเค้าจะชอบรึเปล่าน่ะสิ"

"ชอบไม่ชอบก็ต้องลองดูล่ะค่ะ ขี้คร้านจะติดใจฝีมือหนู ไปได้สามวันก็ต้องบินกลับมากินอีก"

"พูดมากน่าลูก รีบทำเข้าเถอะ เดี๋ยวหนูนุ่นเค้าจะมาซะก่อน" แม่บอกพลางขำในความทะเล้นของลูกสาวเธอ



"สวัสดีค่ะคุณน้า เป็นไงยัยสโนว์ กลิ่นกับข้าวหอมฟุ้งเชียว"

"รีบเข้ามาเถอะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด แล้วจะมาบอกว่าฝีมือฉันตกไม่ได้นะ"

"ว้าว! นี่สโนว์เธอยังจำได้หรอว่าฉันชอบกินน้ำกล้วยปั่นน่ะ มันนานมากแล้วนะเนี่ย ฉันไม่คิดว่าเธอจะจำได้"

"เอ่อ..มันเป็นกล้วยไข่นะ ไม่รู้ว่ามันจะอร่อยเท่ากล้วยหอมรึเปล่า ลองชิมดูก่อนสิ" สโนว์บอกพลางส่งสายตาให้แม่เป็นเชิงขอบคุณ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ไม่อย่างนั้นยัยนุ่นงอนตายเลย

"อืม..ก็ดีนะ คราวหน้าฉันคงต้องให้เธอล้างมือทำน้ำกล้วยหอมปั่นให้ฉันกินอีกครั้งแล้วล่ะ" นุ่นขยิบตาให้สโนว์เป็นเชิงบอกว่าเธอต้องกลับมาหาอีกเร็วๆนี้แน่นอน ซึ่งนั่นก็ทำให้สโนว์อุ่นใจ และยิ้มกว้างตอบกลับไป ช่วงเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ..... สโนว์อยากหยุดเวลานี้เอาไว้เหลือเกิน


ในที่สุดทุกคนก็อิ่มหนำสำราญไปกับอาหารฝีมือสโนว์ซึ่งนุ่นเอ่ยชมไม่ขาดปากว่าฝีมือของเธอไม่ตกไปเลย

"ฉันคงต้องกลับแล้วล่ะสโนว์ เดี๋ยวไม่ทันขึ้นเครื่องบิน"

"นุ่น..." เสียงของสโนว์สั่นเครือ พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตาของเธอ

"นี่! ยัยขี้แง ฉันไปไม่นานเดี๋ยวฉันก็กลับมาแล้ว ทำเหมือนฉันจะไปตายอย่างนั้นแหละ"

"นุ่น ฉันคงคิดถึงเธอมาก เธอต้องรีบเรียนแล้วรีบกลับมาหาฉันนะ" สโนว์บอกพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเป็นสาย

"อืม...ฉันสัญญา เอ่อ..ฉันต้องไปแล้วล่ะ" นุ่นรีบบอกก่อนที่น้ำตาของเธอจะพังทำนบที่แทบกั้นไว้ไม่อยู่

"ฉันจะรอเธอนะ รักษาตัวด้วยล่ะ"

"หนูไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ นี่! ยัยสโนว์ เธออย่ากัดกับอัลเบิร์ตจนหูขาดล่ะ ฝากบอกเค้าด้วยว่าฉันคิดถึง ไปก่อนล่ะ"

"อื้ม...แล้วฉันจะบอกให้" สโนว์รับคำทั้งน้ำตา พร้อมกับโบกมือลาจนกระทั่งนุ่นเดินพ้นมุมถนนไป "เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอเธออีกนะนุ่น" นุ่น....เพื่อนรักของเธอ เพื่อนที่เธอรักมาก เพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเธอมาสิบสี่ปี และเป็นเพื่อน....ที่ทำให้เธอรู้จักกับ ......อัลเบิร์ต.......


"สโนว์....สโนว์ อยู่ในห้องรึเปล่าลูก แม่ขอเข้าไปได้มั้ย"

"ค่ะ แม่ มีอะไรรึเปล่าคะ"

"แม่เห็นว่าลูกใช้กล้วยทำน้ำปั่นให้นุ่นแค่สี่ลูกเอง ยังเหลืออีกตั้งสองหวีกว่าๆ แม่ว่าจะทำพายสักหน่อยน่ะจ้ะ"

"หรอคะ ดีค่ะแม่ งั้นรอแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวหนูลงไปช่วยค่ะ"

"จ้ะ เร็วๆนะจ๊ะ แม่จะเตรียมของรอไว้ก่อนเลย"


สองแม่ลูกช่วยกันทำพายกล้วยอย่างสนุกสนาน ไม่นานนักพายกล้วยก็ส่งกลิ่นหอมลอยมาแตะจมูก เรียกน้ำลายให้สอขึ้นมาทันที

"หอมจังเลยค่ะแม่ แม่จะเอาไปฝากใครบ้างรึเปล่าคะ เดี๋ยวหนูจะได้จัดการส่วนที่เหลือ" สโนว์บอกพร้อมกับจ้องพายกล้วยไม่วางตา

"แม่กะว่าจะเอาไปฝากคุณยายวิลสันสักหน่อยน่ะจ้ะ ที่เหลือลูกกินได้ตามสบายนะ แต่ระวังจะอ้วนเป็นปลาวาฬซะล่ะ"

"ขอบคุณมากค่ะแม่" สโนว์ยิ้มกว้าง พลางมองพายในมือของตน "อื้ม..อร่อยจัง เปิดเทอมทำไปให้อัลเบิร์ตกินบ้างดีกว่า นายนั่นต้องติดใจแน่เลย" สโนว์คิดในใจ พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นอย่างไม่รู้ตัว



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 4 ภาวนา ]


"เฮ้อ...อีกตั้ง 11 วันแน่ะ กว่าจะเปิดเทอม" สโนว์ถอนหายใจ ขณะขีดฆ่าวันที่บนปฏิทินที่แขวนอยู่บนฝาผนังห้องนอนเธอ "อย่างนี้ก็ไม่ได้เจอหน้า...."

"ตี๊ด ตี๊ด ตี๊ด" เสียงในโทรศัพท์มือถือปลุกเธอจากห้วงความคิดนั้น

"หือ..มีอะไรน่ะจอย อัลเบิร์ตอยู่ที่โรงพยาบาล อือๆ โรงพยาบาลเซนฟิรีฟ โอเคๆ ฉันจะรีบไปนะ"

"แม่คะ แม่ หนูไปโรงพยาบาล คืนนี้อาจจะไม่กลับนะคะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ หนูไปล่ะ"

"อะไรนะลูก ใครเป็นอะไร อ้าว..ไปซะแล้ว" แม่ถอนหายใจขณะมองดูลูกสาวที่วิ่งไปเปิดประตูบ้านทั้งๆที่มือยังถือรองเท้าอยู่ข้างหนึ่ง



"จอย มันเกิดอะไรขึ้น อัลเบิร์ตเป็นไงบ้าง ตอนนี้อยู่ไหน แล้วมีใครมาบ้าง"

"ใจเย็นๆ สโนว์ อัลเบิร์ตยังอยู่ในห้องไอซียู ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ชั้น 4 รีบขึ้นไปกันเถอะ"


"ตกลงอัลเบิร์ตเค้าเป็นอะไรกันแน่" สโนว์ถามขณะที่หมายเลขในลิฟท์กระพริบอยู่ที่ชั้น 2

"เอ่อ...อัลเบิร์ตเค้า เค้า..."

"เค้าเป็นอะไร จอย จอย...ทำไม มีอะไร"

"อัลเบิร์ตเค้าถูกพวกของคริสรุมซ้อมน่ะสิ ตอนที่หมอออกมา หมอบอกว่าอาการช้ำในมาก และยังไม่รับรองว่าจะปลอดภัย"

"คริส..." สโนว์เอ่ยชื่อของเขาออกมา มันนานมากแล้วนะคริส มันนานมากแล้วจริงๆ




"คริส ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดีนะ เราเข้ากันไม่ได้ เธอก็น่าจะรู้ดี เวลา 2 ปีที่ผ่านมา เธอก็เห็น ว่าเราไปด้วยกันไม่ได้เลย"

"สโนว์ ทำไมเธอพูดอย่างนั้น เราไม่เคยทะเลาะกันเลยนะ เธอเอาอะไรมาพูด"

"เพราะอย่างนี้นี่แหละคริส เธอคอยตามฉันแจ ฉันไม่มีเวลาจะอยู่กับเพื่อนๆของฉัน ตอนเย็นเธอซ้อมฟุตบอล เธอคอยบอกให้ฉันไปดู ฉันต้องตามไปเพราะไม่อยากให้เธอเสียใจ เธอกำหนดขึ้นมาว่าเราต้องไปเดทกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง และที่สำคัญ..."

สโนว์หยุดพักหายใจ รวบรวมความกล้า ก่อนที่พูดประโยคนี้ออกมา

"ฉันไม่เคย..ชอบเธอเลย"

"สโนว์..." คริสพูดได้เพียงเท่านี้ สโนว์ก็หันหลังวิ่งหนีเขาไป ปล่อยให้เขายืนอึ้งกับประโยคสุดท้ายของสโนว์ ก่อนที่เม็ดฝนจะตกกระทบตัวของเขา ทำให้เขาต้องเดินหลบเข้าไปในร้านขายของข้างๆนั้น

"ทำไมสโนว์ ฉันสู้มันไม่ได้ตรงไหน ทำไมต้องเป็นนายนะอัลเบิร์ต"



"สโนว์ เฮ้...สโนว์ เธอเป็นอะไรรึเปล่า เรามาถึงหน้าห้องไอซียูแล้วนะ สโนว์.."

"อ๊ะ! โทษที อ้าว..อยู่กันครบเลยนะทุกคน"

"สโนว์ ฉันไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะสาเหตุนั้นรึเปล่า" แอนนี่บอกเธอด้วยน้ำเสียงกังวล

"ใช่ สโนว์แต่มันผ่านมาตั้ง 4 ปีแล้วนะ ไม่น่าเชื่อว่าหมอนั่นมันจะแค้นฝังใจ" ชิฟตี้กล่าวเสริม

"คือ...เรื่องมันนานมาแล้วน่ะ อาจจะมีสาเหตุอื่นอีกก็ได้ แล้วพวกเธอรู้มั้ยว่าพวกคริสมีกี่คน"

"ไม่รู้สิ แต่ตอนที่ฉันเห็นมันวิ่งหนีกลับไปน่ะ พอขึ้นไปแล้วยืนกันเต็มรถเมล์เลย" ริคกี้บอกด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

"แล้วป่านนี้อัลเบิร์ต..."

"เฮ้...หมอนั่นมันอึดจะตาย แค่นี้จิ๊บจ๊อยน่าสโนว์" แจฟรีบปลอบ เมื่อสโนว์พูดด้วยที่เสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า

"ใช่ๆ สโนว์หมอนั่นรักเธอจะตาย ยังไงต้องกลับมากัดกับเธอแน่ เชื่อฉันสิ"

"อืม..ขอบใจแคท เรานั่งรอหมอกันก่อนเถอะ"


"อัลเบิร์ต เธออย่าเป็นอะไรนะ เธอก็รู้นี่ว่าฉันต้องเหงาตายแน่เลยถ้าไม่ได้ทะเลาะกับเธอ ที่สำคัญ...ฉันยังมีเรื่องที่ไม่ได้บอกเธอเลยนะอัลเบิร์ต เธอต้องตื่นขึ้นมาฟังฉันนะ"
สโนว์นั่งกุมมือภาวนา เธอยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่าง..ขอเพียงอย่างเดียว ขอให้อัลเบิร์ตปลอดภัย

ริคกี้เดินไปเดินมา จนกระทั่งแจฟต้องตะโกนบอกให้ชิฟตี้ไปหาเชือกมามัดเท้าริคกี้ไว้ซะ คนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันชิฟตี้ลุกบ้างนั่งบ้างตลอดจนเหมือนมีตะปูตอกอยู่ที่เก้าอี้ของเขา ส่วนแจฟที่แม้จะปรามเพื่อนอย่างไรแต่ตัวเองก็กระสับกระส่าย ชะโงกหน้ามองที่ประตูห้องไอซียูเป็นระยะๆ และพวกผู้หญิงต่างนั่งกุมมือภาวนาขอให้สิ่งศักสิทธิ์คุ้มครองอัลเบิร์ต ทุกคนไม่อยากจะคิดว่าถ้าอัลเบิร์ตเป็นอะไรไปชีวิตพวกเขาจะอยู่ได้อย่างไร หากขาดเพื่อนรัก เพื่อนที่ร่วมเป็นร่วมตาย


4 ชั่วโมงผ่านไป สโนว์ลุกไปที่ประตูห้องไอซียูพร้อมกับเอามือป้องหน้าหมายจะดูว่าข้างในเป็นอย่างไรบ้าง

"พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งเก้าปีนะ อัลเบิร์ตมันจะเห็นแก่ตัวทิ้งพวกเราไปได้ยังไง จริงมั้ย" ริคกี้ฝืนยิ้มออกมา หวังว่าจะทำให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้น

"อืม..." สโนว์รับคำได้เพียงแค่นี้ น้ำตาของเธอก็ร่วงลงมาเป็นสาย

"ฉันเสียใจ ที่ฉันไม่ตกลงคบกับอัลเบิร์ตตั้งแต่ทีแรก ฉันไม่น่าไปเสียเวลาให้ไอ้คนพรรค์นั้นเลย มันทำกับอัลเบิร์ตได้ยังไง"

"สโนว์ อดีตมันผ่านไปแล้ว เธอไม่สามารถแก้ไขอะไรได้หรอก อนาคตสิสำคัญ เธอต้องมีความหวังนะ อัลเบิร์ตจะต้องปลอดภัย"

"แล้วถ้าเค้าเป็นอะไรไปล่ะจอย ฉันจะทำยังไง"

จอยไม่อาจจะหนีความจริงไปได้ เธอไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ทุกคนรู้ถึงชะตาชีวิตของอัลเบิร์ตแม้ว่าใจของพวกเขาจะคิดในทางตรงข้ามโดยสิ้นเชิง เธอทำได้เพียงโอบไหล่ปลอบโยนเพื่อนสาวของเธอที่ใบหน้าชุ่มใบด้วยน้ำตา

"เฮ้.....นั่น หมอออกมาแล้ว" ทุกคนมองตามเสียงของริคกี้ พร้อมกับรีบวิ่งไปหาหมอทันที



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 5 พลิกผัน ]


"คุณหมอครับ เพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับ"

"หมอคะ อัลเบิร์ตปลอดภัยแล้วใช่มั้ยคะ"

"หมอครับ อัลเบิร์ตมันยังไม่ตายใช่มั้ยครับ"


"คือ..ตอนนี้คนไข้ยังไม่รู้สึกตัวนะครับ คงต้องรอผลเอ็กซเรย์ภายในอีกครั้งหนึ่ง พรุ่งนี้ถึงจะทราบผลครับ"

"เอ่อ...แล้ว อัลเบิร์ตเค้าจะหายดีมั้ยคะ" น้ำเสียงของสโนว์สั่นเครือ เธอพอจะเดาคำตอบของหมอได้ แต่เธอไม่อยากจะคิด

"หมอยังไม่สามารถบอกได้นะครับ หมอขอตัวก่อนนะครับ"


"พวกเรากลับบ้านกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมอัลเบิร์ตอีกครั้ง"

"อืม...ดีเลยจอย ฉันหิวจะตายอยู่แล้วอยากกลับไปกินข้าวที่บ้าน"

"นี่ริค นายยังจะมีอารมณ์กินข้าวอยู่อีกหรอ"

"อ้าว..ทำไมล่ะ จะได้กินข้าวเผื่ออัลเบิร์ตด้วยไง"

"นี่ อัลเบิร์ตเค้ายังไม่ตายทีนะ อย่ามาพูดเป็นลางสิ"

"โอเคๆ แอน โทษที พวกเรารีบกลับกันเถอะ..เดี๋ยวจะมืดซะก่อน เฮ้..ชิฟ แจฟ ไปนอนบ้านฉันมั้ย พรุ่งนี้เราจะได้มาเยี่ยมอัลเบิร์ตพร้อมกัน"

"อืม..ดี จะได้มาแต่เช้าเลย" ชิฟตี้รับคำ น้ำเสียงเป็นของเขาบอกให้รู้ว่าเป็นห่วงอัลเบิร์ตไม่น้อย

"แล้วพวกเธอก็มากันเร็วๆล่ะ จะได้รีบมาฟังผลที่หมอ" แจฟย้ำเพื่อนๆ อีกครั้ง

"ไปล่ะ พรุ่งนี้เจอกัน"


ในใจทุกคนตอนนี้เป็นห่วงอัลเบิร์ต...ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด อัลเบิร์ต.....เพื่อนรักของพวกเขา


"อื้อออ ตีสาม เฮ้อ.." สโนว์ชะโงกหน้าขึ้นมาดูหน้าฬิกาบนหัวเตียงของเธอ ก่อนที่นอนก่ายหน้าผากอย่างครุ่นคิด เธอไม่สามารถข่มตาลงได้เลยในคืนนี้

"อัลเบิร์ต.. เธอจะต้องปลอดภัยนะ.." เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนที่จะพยายามหลับตาลงอีกครั้งหนึ่ง

"ฉันจะต้องหลับ จะได้มีแรงไปเยี่ยมอัลเบิร์ตพรุ่งนี้" เธอคิดในใจ


"โทษที มาช้าไปหน่อย มาครบกันทุกคนรึยัง"

"สโนว์ พวกเราไปถามคุณหมอมาแล้วล่ะ"

"ว่าไงๆ หมอบอกว่าอะไรบ้าง" สโนว์เร่งแคที่ด้วยน้ำเสียงร้อนรน

"หมอบอกว่าตอนนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง คงต้องพักรักษาตัวอีกนานพอสมควร"

"เฮ้อ..ขอบคุณพระเจ้าที่คุ้มครอง" สโนว์กล่าวอย่างโล่งอก นี่ถือเป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุดที่พระเจ้าประทานให้เธอเลยทีเดียว

"หมอบอกว่าถ้าอัลเบิร์ตรู้สึกตัวก็ให้เข้าไปเยี่ยมได้"

"จริงหรอแอน ไม่รู้ตอนนี้อัลเบิร์ตจะเป็นยังไงบ้าง"

"เดี๋ยวฉันจะลองไปถามพยาบาลดูแล้วกัน อาจจะรู้สึกตัวแล้วก็ได้" ว่าแล้วริคกี้ก็รีบวิ่งไปหาพยาบาลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องไอซียูทันที

"นี่ เค้าบอกว่าอัลเบิร์ตรู้สึกตัวแล้ว ตอนนี้พักอยู่ที่ชั้น 5 ให้เข้าไปเยี่ยมได้แต่ว่าอย่าเพิ่งรบกวนมาก"

"พวกเรารีบเข้าไปกันเถอะ ฉันอยากรู้ว่าหมอนั่นมันจะเก๊กหน้าอึดได้สักขนาดไหน"

"นี่ริค เธอนี่นะ พวกเรารีบไปกันเถอะ" สโนว์ดุเสียงเข้ม แล้วก็เดินนำเพื่อนไปทางบันได


"ก๊อก ก๊อก ก๊อก อัลเบิร์ต..อัลเบิร์ต นี่พวกเราเองนะ" ชิฟตี้เคาะประตูก่อนที่จะนำเพื่อนๆเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว

"เฮ้...พวกนาย อุ๊บ.."

"อัลเบิร์ตอย่าเพิ่งลุกสิ นายนี่นะ" สโนว์ปรามพร้อมกับเข้าไปพยุงอัลเบิร์ตให้ลุกขึ้นพิงกับหมอน

"เฮ้อ...เสียทีไอ้คริสมันจนได้"

"นายนี่อึดใช้ได้เลยว่ะ ไม่น่าเชื่อ" แจฟพูดน้ำเสียงทะเล้น

"พวกเราเป็นห่วงเธอมากเลยนะ โดยเฉพาะสโนว์" แคที่กล่าวพลางหันไปมองทางสโนว์ที่กำลังหลบสายตาพร้อมกับหน้าที่เริ่มเป็นสีแดงระเรื่อ

"ใช่ สโนว์ร้องไห้ จนพวกเรากลัวว่าน้ำจะท่วมโรงพยาบาล ถ้านายไม่ฟื้นขึ้นมา" ริคกี้แซวทำให้สโนว์หน้าแดงมากขึ้นอีก

"แล้ว....จริงรึเปล่าสโนว์" อัลเบิร์ตถาม ใบหน้าของเขาตอนนี้แดงยิ่งกว่ามะเขือเทศเสียอีก

"เอ่อ....ก็ ประมาณนั้นล่ะมั้ง" สโนว์พูดพร้อมกับกลอกตาขึ้นด้านบน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

"อะแฮ่มๆ พวกเรายังอยู่ในห้องนี้นะขอรับคุณผู้หญิง คุณผู้ชาย ถ้าพวกเราเป็นส่วนเกินก็จะไม่ขอรบกวนแล้วล่ะครับ" ริคกี้แซวเรียกเสียงหัวเราะลั่นห้อง

"พวกเราไปกันเถอะ ให้คนป่วยได้เติมพลังให้หัวใจหน่อย" แจฟยังไม่วายแซวทิ้งท้ายก่อนกวักมือเรียกคนอื่นให้ออกไปข้างนอกห้อง


"ฉันกลัวสองคนนั่นจะทะเลาะกันน่ะ เราเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนไม่ดีกว่าหรอ"

"นี่จอย เราจะเข้าไปอยู่เป็นก้างขวางคอสองคนนั่นทำไมเล่า คนป่วยเค้าต้องการกำลังใจนะ"

"ฉันก็แค่เป็นห่วงพวกเค้า" จอยตอบเสียงค่อย

"อืม...พวกเรานั่งรอสโนว์ข้างหน้านี่ก่อนละกัน เดี๋ยวฉันจะไปซื้อน้ำมาให้นะ รอเดี๋ยว" ริคกี้กำลังเดินไปจนเกือบจะถึงมินิมาร์ท แต่แล้วก็มีเสียงๆหนึ่งเรียกทำให้เขาต้องหันกลับมามอง

"ริค เอ่อ...ให้เข้าฉันช่วยถือมั้ย" แคที่กล่าวพลางสบสายตาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

"อืม...ตามใจเธอสิ" ริคกี้ตอบแล้วรีบเดินเข้าไปมินิมาร์ทไปทันที...เพราะไม่อยากให้เธอเห็นใบหน้าของเขาซึ่งตอนนี้แดงยิ่งกว่าใบหน้าของเธอเสียอีก


อัลเบิร์ตกับสโนว์ยังคงหน้าแดงและไม่ได้พูดอะไรกันอีกหลังจากพวกเพื่อนๆ ออกไปนอกห้องแล้ว

"นี่อัลเบิร์ต นายยังเจ็บตรงไหนอยู่รึเปล่า" สโนว์ตัดสินใจถามเพื่อทำลายความเงียบ

"ก็ไม่เท่าไหร่หรอก แค่นี้ไกลหัวใจ"

"อัลเบิร์ต คือ ฉัน..ฉัน เอ่อ..."

"มีอะไรล่ะยัยบ๊อง อะไรไปขวางคอรึไง ให้ฉันช่วยงัดมันออกมามั้ยล่ะ"

"ไม่มีย่ะ เชอะ ถึงจะมีฉันก็เอาออกเองได้ ไม่เห็นจะต้องง้อนายเลย"

"นี่ ตกลงว่าเธอมีอะไรจะบอกฉันล่ะ"

"ไม่มีแล้ว อยากมาขัดเองช่วยไม่ได้"

"โธ่ เอ่อ...ฉันขอโทษแล้วกัน ทีนี้เธอจะบอกฉันได้รึยังล่ะ"

"คือ..ฉัน ฉันเป็นห่วงเธอมากนะอัลเบิร์ต" สโนว์พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาเหมือนเธอพูดอยู่กับตัวเอง แต่ก็ดังพอที่จะทำให้อัลเบิร์ตนั่งอมยิ้มกับตัวเอง "ยัยนี่เป็นห่วงเราด้วยหรอเนี่ย" เขาคิดในใจ

"นี่อัลเบิร์ต เรื่องมันเป็นมายังไงหรอ คริสเค้าถึงได้มามีเรื่องกับเธอน่ะ"

"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น พอฉันลงจากสถานีรถไฟกำลังจะเดินกลับบ้าน ก็มีรถเมล์มาจอดข้างๆ ฉันแล้วพวกคริสก็กรูกันลงมา ฉันยังไม่ทันตั้งตัว พวกนั้นมันก็รุมฉันซะเละ แล้วฉันก็ได้ยินเสียงใครตะโกนมาก็ไม่รู้ คงจะเป็นตำรวจแถวๆนั้น แล้วพวกนั้นก็หนีกลับขึ้นรถเมล์ไปหมดเลย พอมารู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วล่ะ"

"อัลเบิร์ต ฉันขอโทษ...ฉันคิดว่าฉันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา"

"สโนว์ เธอไม่ผิดนะ คนที่ผิดน่ะคริสต่างหาก"

"ยังไงฉันก็ขอโทษ ฉันขอโทษนะอัลเบิร์ต" น้ำเสียงขอเธอสั่นเครือ ก่อนที่จะซบหน้าลงบนมือของเธอซึ่งกุมมือของอัลเบิร์ตไว้ เขารู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆที่กระทบกับหลังมือของเขา นี่เขา...เขาทำให้เธอต้องร้องไห้

"สโนว์...อย่าร้องไห้เลยนะ บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ"

"อือ...ไม่เป็นไรหรอกอัลเบิร์ต ไม่ต้องปลอบฉัน ฉันจะต้องคุยกับคริสให้รู้เรื่อง ฉันไม่คิดว่าเค้าจะกล้าทำถึงขนาดนี้" เธอพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา

"เธอจะไปคุยกับมันทำไม ถ้าเกิดมันทำอะไรเธอขึ้นมา ฉันเป็นห่วงเธอนะ" อัลเบิร์ตพูดพร้อมกับใช้เช็ดน้ำตาออกจากดวงตาและใบหน้าของเธอ ทั้งสองสบตากันอยู่เนิ่นนาน สโนว์ใจเต้นแรงจนเธอคิดว่าอัลเบิร์ตอาจะได้ยินเสียงหัวใจของเธอก็เป็นได้ อัลเบิร์ตมองตาของเธอ ก่อนที่จะก้มลงจูบที่หน้าผากและใช้หน้าผากของเขาแตะที่หน้าผากของเธอ
"เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะ ฉันจะต้องหายดี และฉันจะกลับไปจัดการกับมันเอง"

"อัลเบิร์ต เธอต้องรักษาสัญญานะ เธอจะต้องหายดีนะ"

"อืม..ฉันสัญญา" อัลเบิร์ตค่อยๆเลื่อนริมฝีปากของเขาลงมา สโนว์รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของเขา เธอหลับตาลง ริมฝีปากของทั้งสองอยู่ใกล้กันมากขึ้น...มากขึ้น และอัลเบิร์ตกำลังจะประทับริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากของสโนว์


"ก๊อก ก๊อก ก๊อก สโนว์ อัลเบิร์ตพวกเราเอง จะเข้าไปแล้วนะ"

ทั้งสองผละออกจากกันทันที พร้อมกับใบหน้าที่แดงจนทั้งคู่ไม่รู้จะเอาใบหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหนดี

"นายเป็นอะไรไปน่ะอัลเบิร์ต เป็นไข้รึเปล่าหน้าแดงเชียว อ้าว...เธอก็ด้วยนะสโนว์" แคที่ถามด้วยความเป็นห่วง

"โอ๊ะโอว! เฮ้...สงสัยงานนี้พวกเราจะเข้ามาขัดจังหวะจังเบ้อเริ่มเลยล่ะ" ริคกี้แซว ยิ่งทำให้ทั้งคู่หน้าแดงหนักไปกว่าเดิม

"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะ เค้าไม่ให้แกล้งคนป่วยนะเว้ย"

"ขนาดป่วยยังมีแรงด่าพวกเราขนาดนี้ สงสัยพรุ่งนี้จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะมั้ง" แจฟล้อ

"อืม..ฉันก็อยากออกไวๆจัง ฉันจะได้ไปจัดการกับไอ้คริส ให้มันสาสมกับที่มันทำกับฉัน และที่สำคัญ...เหตุผลอะไรที่ทำให้มันต้องทำแบบนี้ด้วย"

"เจ็บตัวแล้วยังทำเป็นพูดดี นายก็พักมากๆล่ะ แล้วพวกเราจะมาเยี่ยมบ่อยๆ"

"อืม...ขอบใจมาก พวกนายรีบกลับกันไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพยาบาลจะมาดุเอา"

"เออน่า ไม่ต้องไล่พวกเราหรอก หายไวๆนะอัลเบิร์ต" ทุกคนโบกมือลาอัลเบิร์ตก่อนที่เดินออกจากห้องไป



วันรุ่งขึ้นสโนว์ตื่นมาแต่เช้า กลิ่มหอมของพายกล้วยไข่ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน

"อื้ม...หอมดีจัง อัลเบิร์ตต้องชอบแน่ๆเลย นายนี่โชคดีนะ ความจริงฉันกะจะทำให้กินตอนเปิดเทอม แต่ไม่เป็นไร เปิดเทอมฉันจะไปให้นายกินอีกก็ได้ ถ้านายชอบ" สโนว์พึมพำอยู่คนเดียว เธอคิดว่าอัลเบิร์ตจะต้องดีใจแน่ๆ

"ทำอะไรน่ะลูกกลิ่นหอมไปทั้งบ้าน พายกล้วยไข่..ทำไปให้อัลเบิร์ตหรอลูก"

"ค่ะแม่"

"ฝากบอกเค้าด้วยนะลูกว่าแม่เป็นห่วง แล้วก็ขอให้หายไวๆด้วยนะจ๊ะ"

"ค่ะ หนูไปก่อนนะคะแม่"

"จ้า ระวังตัวด้วยนะลูก" เธอกล่าวพร้อมกับโบกมือลา



"เอ...ทำไมวันนี้ยังไม่มีใครมาอีกนะ หรือว่าเรามาเช้าไป"

เธอคิดพร้อมกับก้มลงมองดูนาฬิกา ทันใดนั้นเองแคที่ก็วิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบ

"เป็นอะไรไปน่ะแคท ทำไมต้องรีบวิ่งมาด้วย แล้วคนอื่นๆอยู่ที่ไหนกันล่ะ หรือว่ายังไม่มีใครมา"

"สโนว์ เมื่อคืนนี้อัลเบิร์ตทรุดหนัก หมอบอกว่ามีเลือดออกในสมอง ต้องกลับเข้าห้องไอซียูอีกครั้งหนึ่ง"



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 6 เป็นเพียงฝันได้ไหม ]


"อะไร..อะไรนะแคท เอ่อ..เธอ เธอบอกว่าอะไรนะ"

"หมอบอกว่าอัลเบิร์ตน่ะ นับตั้งแต่โดนทำร้ายตอนนี้เกิน 48 ชั่วโมงแล้ว ตอนนี้มีเลือดออกในสมอง หมอบอกว่าโคม่าหนัก เป็นตายเท่ากัน"

"แคท อัลเบิร์ตเค้าออกจากห้องไอซียูมาแล้วนะ เมื่อวานเค้ายังนั่งคุยกับพวกเรา ยังหัวเราะกับพวกเราอยู่เลย แล้วเธอ..บอก..บอกว่า..."

"สโนว์ ฉันก็ไม่อยากจะเชื่อ ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ชั้นสี่กัน เรารีบไปสมทบกับพวกนั้นก่อนแล้วกัน"

"อะไรนะ อืมๆ ไปสิ ไป เอ่อ...ไม่มีอะไรแคท รีบไปกันเถอะ" สโนว์รีบพูดเมื่อเห็นสีหน้าของแคที่ที่พยายามจะถามเธอว่ายังโอเคมั้ย


"สโนว์ แคทบอกเธอแล้วใช่มั้ย พวกเราแทบช็อค ตอนที่หมอเดินออกมาบอกพวกเรา" จอยกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน ทุกคนต่างเป็นห่วงอัลเบิร์ต

"อืม...แคท...บอก...ฉันแล้ว...ล่ะ" เสียงของสโนว์ขาดหายเป็นช่วง ดวงตาของเธอเบิกกว้าง เธอยังคงช็อคจากสิ่งที่ได้รับฟังจากแคที่

"สโนว์ หมอบอกว่ายังไม่ทราบว่าสาเหตุมาจากอะไร เพราะไม่มีอาการแสดงบ่งบอกล่วงหน้าเลย ถ้าหมอไม่ตรวจร่างกายอีกครั้ง ก็คงไม่ทราบว่ามีเลือดออกในสมอง อัลเบิร์ตเป็นคนเข้มแข็งนะสโนว์ แข็งแรงทั้งกำลังกายและกำลังใจ นายนั่นก็ไม่มีโรคประจำตัวอะไรด้วย อัลเบิร์ตต้องไม่เป็นอะไรแน่สโนว์" ชิฟตี้พูดเสียงค่อย เขาไม่ได้มีความมั่นใจในสิ่งที่เขาพูดออกไปเลย ทุกคนไม่อยากจะคิดว่าสิ่งที่ทุกคนกลัวกำลังจะเกิดขึ้นจริง พวกเขาจะทำใจได้อย่างไรถ้า...เพื่อน...เพื่อนคนนี้...เพื่อนที่รักมาก...กำลังจะจากพวกเขาไป..ตลอดกาล


มือของสโนว์สั่นเทา เธอก้มลงมองพายกล้วยไข่ในมือ น้ำตาร่วงลงมาอาบใบหน้าที่ไร้สี เธอเหมือนถูกล้างสมอง...นี่เพื่อนๆเป็นอะไรกันหมด ล้อเล่นกับเธอแรงไปแล้วนะ เมื่อวานอัลเบิร์ตยังสัญญากับเธออยู่เลยว่าเค้าจะต้องหายดีแล้วเค้าจะกลับมาจัดการกับคริส เมื่อพูดถึงชื่อนี้ สโนว์เจ็บเข้าไปในหัวใจ คริส...นายเกลียดฉันมากเลยหรอ ทำไมนายไม่มาทำกับฉันล่ะ มาทำกับอัลเบิร์ตทำไม อัลเบิร์ตเธอเป็นคนรักษาสัญญา...ฉันรู้ เธอจะทิ้งฉันไปได้ยังไง เธอไม่ปล่อยให้ฉันเหงาหรอก...ใช่มั้ย อัลเบิร์ต ฉันยังไม่เคยบอกเธอเลยว่า ฉัน...ฉันรักเธอ เธอรู้บ้างมั้ย ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน อัลเบิร์ต ฉันจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเธอ


.................
..............
...........
........
......
....
..


"เธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะ ฉันจะต้องหายดี และฉันจะกลับไปจัดการกับมันเอง" เอ๊ะ...นี่มันเสียงอัลเบิร์ตนี่ สโนว์หันหลังกลับไปมอง

"อัลเบิร์ต นายจริงๆด้วย นายฟื้นแล้วใช่มั้ย ฉันรู้ว่านายรักษาสัญญา"

"สโนว์ ฉันกลับมาแล้ว ต่อจากนี้ฉันไม่ไปไหน ฉันจะไม่ทำให้เธอเป็นห่วงอีก" สโนว์วิ่งเข้าไปหาอัลเบิร์ต เขาอ้าแขนกว้างรอรับเธอ น้ำตาแห่งความดีใจหลั่งไหลออกมาจากดวงตาของเธอ อัลเบิร์ตกลับมาหาเธอแล้ว เธอเอื้อมมือไปข้างหน้า กำลังจะสวมกอดอัลเบิร์ต ทันใดนั้น.....ร่างของอัลเบิร์ตก็ค่อยๆ ถอยห่างจากเธอไป

"อัลเบิร์ต นายจะไปไหนน่ะอัลเบิร์ต" ร่างของอัลเบิร์ตยังคงถอยห่างจากเธอไปเรื่อยๆ และจางหายไปไหนที่สุด

"อัลเบิร์ตนายจะไปไหนน่ะ อัลเบิร์ต อัลเบิร์ต อัลเบิร์ต..."


..
....
......
........
...........
..............
.................


"สโนว์ สโนว์ สโนว์..."

"หา เอ่อ..อะไรกันแอน" สโนว์ลุกขึ้นนั่ง เหงื่อผุดเต็มใบหน้าของเธอ ฝัน เธอฝันว่าอัลเบิร์ต....

"เธอเป็นอะไรไปน่ะสโนว์ ฉันเห็นเธอรอจนหลับไป แล้วเธอก็เรียกชื่ออัลเบิร์ตใหญ่เลย"

"แอน ฉันฝันเห็นอัลเบิร์ตเค้ากลับมาหาฉัน แต่แล้วเค้าก็ค่อยๆ จางหายไป แอน...ฉันกลัว"

"สโนว์ พระเจ้าต้องคุ้มครองอัลเบิร์ต อัลเบิร์ตเป็นคนดีนะ พระเจ้าไม่ใจร้ายหรอก เชื่อฉันสิ"

"อืม...ขอบใจนะแอน ฉันคงกังวลไปหน่อย" สโนว์ฝืนยิ้มเพื่อให้เพื่อนของเธอสบายใจ เธอรู้สึกใจไม่ดีเลย เธอเป็นห่วงอัลเบิร์ตเหลือเกิน

"ฉันว่าพวกเรากลับบ้านกันก่อนดีมั้ย พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมอัลเบิร์ตใหม่ หมอบอกว่าไม่รู้นานเท่าไหร่อัลเบิร์ตถึงจะรู้สึกตัว" ชิฟตี้เสนอความคิดเห็น

"ก็ได้ พวกเรากลับไปกันก่อนแล้วกัน อย่าเครียดกันให้มากล่ะ อัลเบิร์ตต้องปลอดภัยแน่นอน" จอยเห็นด้วย เธอคิดว่ายิ่งอยู่ที่โรงพยาบาลจะยิ่งทำให้ทุกคนเครียดและเป็นกังวลมากขึ้น

"เอ่อ..ทุกคนกลับกันไปก่อนเถอะ ฉันอยากรอฟังผลจากหมอเลยน่ะ" สโนว์กล่าวเสียงสั่นเครือ เธอต้องการใช้เวลาอยู่กับอัลเบิร์ตให้มากที่สุด เท่าที่เธอจะทำได้ แม้...แม้เพียงไม่นาน

"แน่ใจนะสโนว์ เธออยู่คนเดียวได้แน่นะ" แคที่ถามย้ำเธอด้วยความเป็นห่วง

"อืม...พวกเธอกลับกันเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ถ้ามีอะไรฉันจะรีบโทรไปบอกพวกเธอทุกคนนะ"

"โอเค รักษาตัวด้วยล่ะ พวกเราไปกันก่อนนะ"

"เจอกันพรุ่งนี้นะสโนว์" เธอโบกมือลาให้เพื่อนๆ ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง แล้วนั่งรอฟังผลจากคุณหมอด้วยความหวัง ดวงตาของเธอจองมองไปที่กล่องพายกล้วยไข่อีกครั้ง...

"อัลเบิร์ตจะต้องปลอดภัย" น้ำใสๆ ปริ่มอยู่ที่ขอบตาของเธอ



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 7 บันทึกไว้ในความทรงจำ ]


"เฮ้อ...ทำไมนานจัง" สโนว์คิดในใจก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม หลังจากที่เธอเดินวนไปวนมาไม่ต่ำกว่า 10 รอบ เธอเพิ่งจะนั่งลงไม่ถึง 1 นาที แล้วเธอก็ลุกขึ้นและเริ่มต้นเดินวนไปวนมาอีกครั้ง แต่แล้วเสียงเปิดประตูก็ทำให้เธอหยุดทุกการกระทำของเธอ แม้กระทั่งการหายใจไปชั่วขณะ คุณหมอย่างก้าวออกมาจากห้องไอซียู เธอรวบรวมสติอีกครั้ง ก่อนที่พูดประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก

"คุณ...คุณหมอคะ อัลเบิร์ต...เป็นยังไงบ้างคะ"


.................
..............
...........
........
......
....
..


เธอยื่นมือออกมาข้างหน้า มือของเธอสัมผัสกับละอองหิมะ เธอเงยหน้ามองหิมะที่ร่วงหล่นมาจากท้องฟ้า เพื่อสะกดกลั้นน้ำตาที่พยายามจะทำลายทำนบที่กั้นเอาไว้ เธอร้องไห้มามากเกินพอแล้ว....สมองของเธอพยายามต่อต้านความรู้สึกในใจ เธอลงจากสถานี และเดินกลับบ้านโดยไม่ได้กางร่ม เธอรู้สึกหนาว หนาวมาก เธอไม่ได้หนาวแค่เพียงร่างกายกาย.....แต่เธอหนาวลึกลงไป เธอหนาวไปสุดก้นบึ้งของหัวใจ

เธอเดินเข้ามาในบ้านและขึ้นไปบนห้องนอนโดยไม่ได้ถอดเสื้อคลุมออก เธอไม่ได้ยินเสียงของแม่ที่ตะโกนจากห้องนั่งเล่นถามเธอถึงอาการของอัลเบิร์ต เธอใช้เวลาก้าวข้ามบันไดแต่ขั้น ราวกับว่าเธอต้องใช้เวลาในการขึ้นบันไดทั้งสัปดาห์มารวมกันเป็นเวลาในการขึ้นบันไดในวันนี้ เธอนั่งลงตรงปลายเตียงโดยไม่ได้ถอดถุงเท้าออก สายตาของเธอลดต่ำลงมองสิ่งของที่เธอถืออยู่ในมือตลอดเวลา สิ่งที่เธอถือตั้งแต่ตอนที่เธอเดินออกจากบ้าน ตลอดเวลาที่เธออยู่โรงพยาบาล จนกระทั่งเธอกลับบ้านมาแล้วอีกครั้ง เธอจ้องมองมัน พร้อมน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา เวลานี้เธอไม่รู้ว่าจะกลั้นมันไว้อีกทำไม

เธอตัดสินใจว่าเธอควรจะโทรหาเพื่อนๆ ของเธอ เธอไม่รู้ว่าเธอจะเล่าให้เพื่อนๆ ทุกคนฟังไหวรึเปล่า เธอคงจะร้องไห้ออกมาเสียก่อน เธอคิดว่าเธอน่าจะโทรหาใครคนใดคนหนึ่งแล้วเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เพื่อที่เขาจะได้นำไปบอกเพื่อนๆคนอื่นๆอีกทีหนึ่ง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋า ซึ่งยังคงสะพายอยู่ที่ไหล่ของเธอ เธอไม่สนใจที่จะเอามันไปแขวนไว้ นิ้วหัวแม่มือของเธอเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ในเมนู ในที่สุดเบอร์โทรศัพท์ของแคที่ก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอ...นิ้วหัวแม่มืออันสั่นเทาค่อยๆ เลื่อนไปอีกครั้ง และกดลงที่ปุ่มโทรออก แต่แล้วเธอก็รีบกดปุ่มวางสายหลังจากเธอต่อสายไปเพียง 2 วินาที

เธอจะบอกแคทได้อย่างไร เธอไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหน ลำคอของเธอไม่พร้อมที่จะเปล่งเสียงใดๆทั้งสิ้นในตอนนี้ เธอจึงเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกในลิ้นชักของเธอมาขึ้นมาแทน .... เธอรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงที่จะหยิบปากกาขึ้นมา แต่ว่าเธอจะต้องเขียน เธอจะต้องบันทึกมันไว้ในความทรงจำ เธอรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีอยู่และจับปากกาอย่างมั่นคง เธอเริ่มจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นหลังสุดของสมุดบันทึก


..
....
......
........
...........
..............
.................


....เมื่อตอนฉันอายุสี่ขวบ หรือห้าขวบ ฉันเองก็บอกไม่ได้ แต่ฉันรู้ว่ามันนานมากแล้ว ฉันและแม่ต้องย้ายบ้านจากเมืองไครดิงน์ มาที่เมืองเซนต์บิค ที่เราต้องย้ายเพราะว่าพ่อของฉันตาย จนถึงทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าพ่อตายเพราะอะไร แม่ไม่เคยบอกฉัน แม่คิดว่าฉันยังเด็กอยู่เสมอและไม่สมควรจะรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ถึงแม้ว่าฉันอยากรู้สาเหตุมากก็ตาม แต่ในเวลานี้ฉันก็ยินดีที่จะไม่รับรู้ ฉันเคยถามแม่ครั้งหนึ่ง แม่โกรธฉันมากและแม่ก็ร้องไห้ทั้งวัน ระยะทางจากเมืองไครดิงน์มาถึงเมืองเซนต์บิคมันไม่ได้ไกลมากนัก แต่ในความรู้สึกฉันมันห่างไกลกันราวกับคนละซีกโลก ฉันไม่ได้พบกับลุงจอร์ชอีกเลย ลุงจอร์ชเป็นเพื่อนของพ่อ ฉันเหงาและก็คิดถึงลุงจอร์ชมาก ที่เมืองนี้ไม่มีสิ่งใดที่คุ้นตาฉัน ฉันเคยเห็นแต่ฟาร์มวัว ฉันต้องรีบตื่นมานั่งดูลุงจอร์ชรีดนมวัวทุกเช้า อาจเป็นเพราะที่นี่เป็นเมืองหลวง รถราคับคั่ง ฉันตื่นแต่เช้าเพื่อให้ทันรถโรงเรียนที่จะมารับเวลา 7 นาฬิกา วันแรกฉันเกือบจะขึ้นรถไม่ทันเสียแล้ว เมื่อขึ้นไปบนก็มีนักเรียนคนอื่นๆ นั่งกันเต็มไปหมด ฉันไม่รู้จักใครเลย

"เธอๆ นี่..มานั่งตรงนี้ก็ได้ เฮ้! อัลเบิร์ต ออกไป มาสิจ๊ะตรงนี้ว่าง"

"ขอบใจมากนะ"

"เธอเพิ่งย้ายมาหรอ ไม่เคยเห็นเธอเลย ฉันชื่อนุ่นนะ ส่วนนี่..." เธอก้มลงไปคว้าเด็กผู้ชายที่หล่นแผละอยู่บนพื้นขึ้นมา

"อัลเบิร์ต แล้วเธอชื่ออะไรหรอ"

"สโนว์ เอ่อ...ฉันมาแย่งที่ของเธอรึเปล่า"

"เปล๊า เปล่า...เปล่าเลย ฉันนั่งบนพื้นอยู่ตั้งนานแล้ว"

"อย่าไปสนใจเค้าเลย อ้อ...เธออยู่โรงเรียนเดียวกับฉันนี่นา" เด็กผู้หญิงคนนั้นมองมาที่ชุดของฉัน

ตอนนั้นฉันคิดในใจว่าเมืองนี้คงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดนักหรอก อย่างน้อยวันแรกฉันก็รู้จักนุ่น เพื่อนคนแรกที่ท่าทางจะนิสัยดี เอ...ไม่ใช่คนแรก ฉันยังได้รู้จักเด็กผู้ชายอีกคนพร้อมๆกัน เขาชื่ออัลเบิร์ต



...................................................................................................................................................................................................................................................



[ บทที่ 8 Forever ]


ฉันมาอยู่ที่เมืองเซนต์บิคได้ห้าปีกว่า ที่โรงเรียนฉันมีเพื่อนสนิทอยู่หลายคน ใช่แล้วรวมถึงนุ่นเพื่อนคนแรกของฉันด้วย ฉันจึงได้อยู่กลุ่มเดียวกับนุ่น ซึ่งมีเพื่อนๆ อีกสามคน แคที่ แอนนี่ และจอย จริงๆ กลุ่มพวกเราก็มีผู้ชายด้วยแต่ไม่ค่อยสนิทสักเท่าไหร่นัก พวกผู้ชายชอบมาแกล้งพวกเราเสียมากกว่า ก็กลุ่มของอัลเบิร์ตไง มีริคกี้ ชิฟตี้ แล้วก็แจฟ ถึงแม้บางปีพวกเราจะอยู่คนละห้องกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ความผูกพันระหว่างเพื่อนของพวกเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย พวกเราเรียนต่อไฮสคูลที่เดียวกันทั้งเก้าคน คริสเป็นเพื่อนร่วมห้องของฉัน เขามาขอคบกับฉัน ดูท่าทางเขาจริงใจและมุ่งมั่นมาก มันเกิดจากความสงสาร ฉันจึงตกลงคบกับเขา เราคบกันเป็นแฟนได้ 2 ปี อัลเบิร์ตมาขอคบกับฉันทั้งๆที่ตอนนั้นฉันคบคริสอยู่ อัลเบิร์ตไม่รู้ว่าฉันเอ่อ..แอบชอบเขามานานแล้ว ฉันไม่เคยคิดว่าอัลเบิร์ตจะชอบฉัน ฉันจึงไม่กล้าบอกเขาก่อน ฉันกลัวว่ามันจะทำให้มิตรภาพระหว่างเพื่อนของเราเปลี่ยนไป ฉันยอมรับว่าฉันเป็นผู้หญิงไม่ดี พออัลเบิร์ตมาขอคบฉัน ฉันไม่ได้ตอบรับเขาในทันที แต่ฉันก็สนิทกับเขามากกว่าเมื่อก่อน ในสายตาคนอื่นดูเหมือนว่าเราแอบคบกันลับหลังคริส ใช่...ฉันอยากคบกับอัลเบิร์ต แต่ฉันไม่รู้จะบอกกับคริสอย่างไรดี ในที่สุดฉันตัดสินใจว่าจะต้องบอกคริสให้ได้ ฉันไม่รู้ว่าฉันเอาความกล้ามาจากไหน ฉันพูดประโยคนี้ออกไป ฉันบอกว่าเขาว่า...ฉัน...ไม่เคยชอบเขาเลย

ตั้งแต่ฉันเริ่มคบกับอัลเบิร์ตจริงจัง พวกเราทะเลาะกันทุกวัน มากว่าแต่ก่อนเสียอีก แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข ฉันคงเหงาพิลึกถ้าวันไหนไม่มีเสียงของอัลเบิร์ตมาพูดมาบ่นข้างๆ หู ใช่แล้ว...กลุ่มเรายังมีอีกคู่หนึ่งที่ปากแข็งเสียเหลือเกิน จะใครเสียอีกล่ะ ยัยแคทกับนายริคน่ะสิ ใจตรงกันแต่ไม่มีใครกล้าบอกความในใจ สักวันปากกับใจของทั้งคู่คงจะตรงกันเสียที

พวกเราคิดว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยที่เดียวกันทั้งเก้าคน แต่มันก็เป็นได้แค่คิดเท่านั้น นุ่นไปเรียนต่อที่ประเทศฟรานซ์โกตามความหวังของพ่อแม่ พวกเราไม่มีทางรั้งเธอไว้ได้เลย ฉันคิดถึงนุ่นมาก นุ่นเป็นทั้งเพื่อนคนแรกและเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดและดีที่สุดของฉัน ฉันหวังว่าวันที่พวกเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันจะกลับมาอีกครั้งในไม่ช้า แต่....



ลมพัดพาละอองหิมะเข้ามาในห้อง สโนว์ลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง...เธอเขียนบันทึกย้อนจากหน้าหลังสุดของสมุดบันทึกมาได้สองหน้าแล้ว เธอยกมือขึ้นจากหน้ากระดาษ ลมหายใจของเธอกระตุก...เธอจะต้องเขียนมันลงไป เธอย้ำกับตัวอีกครั้ง ก่อนจะกระชับด้ามปากกา มือของเธอยังคงสั่นเทา เธอพยายามจรดปลายลงไปบนหน้ากระดาษอย่างยากลำบาก



อัลเบิร์ตโดนพวกของคริสรุมซ้อม เหตุผลเพราะ...ฉันเองไม่อยากจะคิดว่ามันเป็นเรื่องนั้นจริงๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าคริสเป็นคนแบบนั้น ฉันไม่อยากมองคริสในแง่ร้าย โชคดีที่อัลเบิร์ตฟื้นขึ้นมาได้ อัลเบิร์ตสัญญากับฉันว่าจะต้องไปจัดการกับคริส ฉันเชื่อมั่นในตัวอัลเบิร์ต...


"หมอต้องเสียใจด้วย เราช่วยเขาอย่างสุดความสามารถแล้ว" ประโยคนี้ประโยคเดียว เหมือนประโยคพิพากษาชีวิตของฉัน สติของฉันหลุดลอย หัวสมองว่างเปล่า ฉันได้แต่ถามย้ำกับตัวเอง....ฝัน....ฝันไปใช่ไหม

อัลเบิร์ตจากฉันไป ทุกๆ วันฉันอยู่อย่างไร้ความหมาย ฉันคอยเฝ้าถามตัวเอง ฉันจะอยู่ไปเพื่ออะไร ในเมื่อไม่มีอัลเบิร์ต ฉันยังคงหวังลึกๆ ว่าวันหนึ่งฉันอาจจะตื่นขึ้นมาและพบอัลเบิร์ตนั่งกุมมือฉัน พร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันร้ายที่ยังตราตรึงในความทรงจำ ฉันหวังให้มันเป็นเช่นนั้นเหลือเกิน


ปากาถูกยกขึ้นพร้อมกับน้ำใสๆ ที่กระทบตัวหนังสือทำให้น้ำหมึกแผ่กระจาย เธอสอดรูปอัลเบิร์ตไว้ก่อนที่จะปิดมันลงและกอดประทับไว้แนบอก

ฉันจะคิดถึงเธอ เธอจะอยู่กับฉันตลอดไป....อัลเบิร์ต



"เฮ้...สโนว์ ช้าจัง เดี๋ยวคนเยอะนะ"

"โทษทีนุ่น แล้วแคท แอน จอยมากันรึยัง"

"เค้ารอจนหลับไปสองงีบแล้วย่ะ มาเร็ว" นุ่นกล่าวพลางฉุดเธอเบียดผู้คนและเข้าไปในร้านอาหาร

ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่พวกเราจะได้อยู่ร่วมกัน นุ่นกลับมาได้สองปีแล้ว....แม้ว่าเธอจะคว้าปริญญาจากฟรานซ์โกมาได้หนึ่งใบ แต่เธอก็ยังลงเรียนเป็นเพื่อนพวกเราที่นี่อีก สองปี...เหมือนฝันนะ ฉันเพิ่งตระหนักว่าเวลาไม่ได้ชะล้างความหนาวเหน็บในใจของฉันได้เลย

"นี่สโนว์ หนาวขนาดนี้เธอยังจะสั่งมากินอีก"

"ก็ฉันชอบนี่ มันอร่อยจริงๆนะ เธอก็รู้...นี่นา" สโนว์แย้งแคที่ พลางก้มมองไอศกรีมโซดาในถ้วยของตนเอง เธอคิดถึงเขา เธอสั่งมันทุกครั้งที่เธอมาที่ร้านนี้ เธอไม่มีทางลืมเขาได้เลย

"ฉันขอตัวแป๊บนึงนะ"

"เฮ้ย! หิมะตกหนักอย่างนั้นจะออกไปทำอะไร"

สโนว์วิ่งออกมาจากร้าน เธอไม่อยากให้เพื่อนๆ รู้ว่าเธอยังเสียใจและจมอยู่กับอดีต เธอลืมไม่ได้จริงๆ และเธอจะไม่มีวันลืมเขาได้เลย เท้าของเธอชะลอความเร็วลง เกล็ดหิมะสีขาว เบาดุจปุยนุ่น เย็นเยือกบาดผิวของเธอ แรงลมพัดพาน้ำตาของเธอให้ลู่ไปทางหางตา เธอยืนท่ามกลางหิมะสีขาว ไม่คิดที่จะหลบละอองเหล่านี้เลย

สโนว์เหม่อมองออกไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย รอบกายเธอมีเพียงเกล็ดหิมะสีขาวที่หล่นจากฟากฟ้าเธอหวังว่าเกล็ดหิมะจะสื่อความรู้สึกนี้ถึงเขา.....หากเขายังเฝ้ารอเธอยู่เช่นกัน


"ฉันรักเธอ"


โดย : แก้มนางฟ้า
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook