บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> ความทรงจำที่หัวหิน

เรื่อง : ความทรงจำที่หัวหิน

ความทรงจำที่หัวหิน

ในวันที่แดดเอื้อเฟื้อแสงอุลตร้าไวโอเลต มาสู่มวลมนุษยชาติอย่างล้นเหลือ ฉันหมกตัวอยู่ที่โต๊ะทำงานภายใต้เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ แต่ทำไม! ฉันไม่ได้รู้สึกชื่นชอบความเย็นฉ่ำของเจ้ากล่องความเย็นนี้เลย แต่กลับรู้สึกถึงความกดทับของมวลอากาศหนาแน่น ทำให้ฉันหายใจไม่ทั่วท้อง ฉันเริ่มนั่งไม่ติดที่ อยากออกไปสัมผัสอากาศภายนอกห้องทำงาน คิดได้ดังนั้น ฉันไม่ลังเลที่จะเก็บสัมภาระบนโต๊ะทำงานโดยไม่รอช้า คว้าเป้คู่ชีพขึ้นหลัง (บังเอิญฉันมีเป้โดเรมอนที่มีพร้อมทุกสิ่งให้เลือกสรร เตรียมพร้อมเสมอ) พร้อมเดินหน้าตั้งออกจากที่ทำงานโดยไม่ได้บอกเพื่อนพ้องที่มองมาแว็บหนึ่ง เชิงเป็นคำถามว่า ”จะไปไหน” แต่ก็ไม่มีใครสนใจจะรู้จริงๆหรอกน่า ว่าใครจะไปไหน ในเมื่อแต่ละคนก็ภารกิจล้นหัวกะบาลออกจะปานนั้น
ฉันเรียกแท็กซี่หน้าสำนักงานให้ไปส่งที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ โดยที่ฉันยังไม่รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายการเดินทางว่าจะไปสิ้นสุดที่ไหนในคืนนี้ รู้แต่ว่าน่าจะเป็นชายหาดสวยๆ ทรายละเอียด นอนพึ่งพุงชายทะเลหลังอาหารมื้อเย็น เพราะฉะนั้น สถานีขนส่งสายใต้น่าจะเป็นช่องทางช่วยพาฉันให้ได้พบเป้าหมายที่ต้องการ..นี่ฉันกำลังแสวงหาอะไรกันเนี่ย อายุก็ปูนนี้แล้วเนี่ยนะ
ฉันต้องมาพบกับความอึดอัดอีกครั้งหนึ่งในรถแท็กซี่ ที่ติดอยู่บนท้องถนน ขยับบ้างนิดหน่อย จริงๆแล้วไม่ถึงกับเรียกว่ารถติดหรอก ถ้าเป็นเวลาปกติเหมือนทุกวัน ถ้าไม่ใช่วันที่ใจฉันไม่อยู่ที่กรุงเทพฯแล้วอย่างวันนี้..
ถึงสายใต้จนได้สิน่า ฉันเดินไล่เรียงดูเส้นทางเดินรถตามป้ายต่างๆหลายที่ฉันเคยไปมาแล้ว แต่หลายที่ก็ไกลเกินเวลาที่มีอยู่จำกัด เพราะตอนนี้เวลาเกือบสี่โมงเย็นแล้ว และที่สำคัญฉันมีเวลาชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเองเพียงแค่หนึ่งวันเต็มเท่านั้น..
“โอ๊ย!” ฉันรู้สึกเหมือนโดนสิบล้อชน จนเซถลาไปชนป้ายบริษัทรถปรับอากาศ กรุงเทพฯ – หัวหิน จนจะล้มมิล้มแหล่ ทั้งคนทั้งป้าย โชคดีที่มีมือใหญ่แข็งแรงรั้งเอวบางของฉันไว้
“ขอโทษครับ..คุณ..เอ่อ..น้า” ฉันนึกในใจว่าไอ้เด็กบ้าที่ไหนว่ะ มาเรียกตูว่าน้า
“ขอโทษนะครับ บังเอิญลูกชายผม เค้าสะดุดขาตัวเองน่ะครับ เลยชนคุณเกือบล้ม” โอ้!คุณพระช่วย เป็นคุณพ่อที่หล่อมากม๊าก ว้าว! มากันสองคนพ่อลูก ..พ่อกับแม่เลิกกัน..แม่เสียชีวิต..หรือ????..เฮ้อ! ฉันนี่ท่าจะบ้า ไปแช่งครอบครัวคนอื่นให้หายนะ ฉันขอโทษ..ฉันรีบยืนตั้งสติให้มั่น
“ไม่เป็นไรจ้ะ..เด็กผู้ชายที่แข็งแรงอย่างหนูนี่ หายากนะจ๊ะ..พี่เอ๊ย! น้าไม่เป็นไรจ้ะ” ฉันลูบศีรษะเด็กหนึ่งที ด้วยความเอ็นดู
“จะไปไหนครับเนี่ย เหมือนจะเดินทางไกล” อุ๊ยตาย!ดูสิ คุณพ่อยังหนุ่มคนนี้ มนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ
“เอ่อ..จะไป...” ฉันจะไปไหนดีล่ะนี่ เกิดใบ้รับประทานขึ้นมาทันทีเชียว ฉันหันซ้ายหันขวาโดยไม่รู้จะตอบว่าไปไหนดี ใจจริงฉันอยากจะถามกลับด้วยซ้ำว่า แล้วคุณล่ะจะไปไหน ฉันไปด้วยคนสิ
และแล้ว..
“ไปหัวหินจ้ะ” เฮ้อ! ป้ายรถปรับอากาศ กรุงเทพฯ – หัวหิน ที่เอียงกะเท่เร่ ช่วยชีวิตไว้ไม่ให้หน้าแตก ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างนะ เจ้าป้ายชะตาขาด
“พอดีเลยครับ ผมกับลูกชาย ก็กำลังจะซื้อตั๋วไปหัวหินเหมือนกัน อ่ะ! คนว่างพอดีเลยครับ เชิญคุณก่อน” แน่ะ..สุภาพบุรุษซะด้วย หาอยากนะคนแบบนี้
“ตอนนี้รถที่จะไปหัวหิน มีเที่ยวสี่โมงเย็น เหลืออยู่สามที่ แถวหลังสุด เลือกที่นั่งเลยค่ะ” พนักงานขายตั๋วหน้าตาเหน็ดเหนื่อย พูดโดยไม่มองหน้าฉันสักแว๊บ..ฉันแอบยิ้มเล็กน้อย เปล่านะ! ฉันไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย..อิอิ
“ขวาสุด ติดหน้าต่างจ้ะ” บังเอิญฉันเป็นคนชอบนั่งติดหน้าต่าง จะได้ดูวิวข้างทาง เวลารถวิ่ง ฉันชอบ

“คุณครับ ถึงแล้วครับ” ฉันคุ้นเสียงๆนี้จังเลย เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่มันแว่วๆ เหมือนอยู่ไกลมากๆ อย่างนั้นแล่ะ
“คุณครับ ถึงหัวหินแล้วครับ ตื่นได้แล้ว” อ๋อ! เสียงรูปหล่อผู้ลูกอ่อนนั่นเอง เอ๊ะ!..
“อุ๊ย! ขอโทษจ้ะ” ฉันรีบลืมตา ปรากฏว่า ฉันหลับมาตลอดทาง และที่สำคัญ ฉันก็นอนซบไหล่เขามาตลอดทางเช่นกัน ฉันขอโทษขอโพยเขาเป็นการใหญ่
“เดี๋ยวฉันเช็ดให้นะจ๊ะ” จะอะไรซะอีกล่ะ ก็ฉันหลับน้ำลายยืดน่ะสิ เสื้อเขาเหม็นน้ำลายฉันแย่แล้ว...
“อ๋อย (เสียงครางด้วยสำนึกผิด)....น่าอายจริงๆ” ฉันอายมาก ได้แต่ก้มหน้าก้มตาใช้ผ้าเช็ดหน้า เช็ดเสื้อให้เขา
“ไม่เป็นไรครับ ก็ถือซะว่า เป็นการชดใช้ที่ลูกชายผมชนคุณเกือบล้ม หายกัน คุณเจ็บ ผมเหม็น..” อ้าว! ชักกวน ฉันกลายเป็นทั้งเจ็บทั้งอาย ฉันจึงรีบขอตัว อ้างว่าจะต้องรีบหาที่พัก(ใจ) ให้ได้ก่อนค่ำ เพราะตอนนี้ก็ปาเข้าไปตั้งหกโมงเย็นแล้ว

ฉันได้ที่พักเป็นบังกะโลเล็กๆติดชายหาด ทางด้านทิศตะวันออกของตัวเมืองหัวหิน ราคาปานกลาง ดูท่าทางสะอาดสะอ้านดี ฉันรีบจัดแจงเก็บสัมภาระเข้าไว้ในห้อง เพื่อจะได้มีเวลาเดินตลาดหัวหินได้สัก1-2 ชั่วโมง แก้เซ็ง
ฉันเรียกรถสามล้อเครื่องให้ไปส่งที่ตลาดในราคา 30 บาท (ราคานี้แล้วแต่จะตกลงกับคนขับ บางท่านอาจจะได้ถูกหรือแพงกว่านี้นิดหน่อย) ตลาดหัวหินเป็นตลาดใหญ่ มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และโรงแรมมากมาย การคมนาคม สะดวก มีบริการรถสามล้อ รถสองแถวรับจ้าง และรถเช่า ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในตัวอำเภอและสถานที่ ใกล้เคียง
ฉันสรรหาอาหารทะเลสดๆ และสั่งอาหารแบบที่เขาเรียกว่า สั่งแบบพลีชีพ ด้วยความแค้นในความเปิ่นของตัวเอง และน้อยใจในวาสนาที่พอเจอคนที่ถูกใจ กลับไม่ได้ใกล้ชิดดั่งใจหวัง จึงจะกินให้หายแค้น และสมน้ำหน้าตัวเองซะให้เข็ด อย่าไปหวังอะไรอีกเลย ฮือฮือ.......กินๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
****************************
มาหัวหินทั้งที ก็ต้องตื่นเช้าๆ ออกมาดูทะเล หัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติที่สวยงามมาก ทะเลสวย น้ำใส มีบรรยากาศที่สดชื่น ฉันเดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อย ยังนึกถึงความเปิ่นและเรื่องน่าอายของตัวเองเมื่อวานไม่หาย แต่ทำไมวันนี้ ฉันรู้สึกว่ามันตลกดี แอบปิ๊งคุณพ่อรูปหล่อ แต่หลับจนต้องซบไหล่เขาแถมด้วยน้ำลายยืดไปหนึ่งถ้วยน้ำจิ้ม เฮ้อ!
“อุ้ย! ขอโทษจ้ะ..” ฉันเซ่อเดินชนกะใครอีกแล้วเนี่ย ดูสิข้าวของเขาหล่นกระจายเต็มพื้นทรายเลยอ่ะ ไอ๋หยา..อาหารทั้งนั้นเลย โธ่..ซวยแน่เลยตู
“เอ่อ..ขอโทษมากๆเลยจ้ะ..เดี๋ยวฉันจะซื้อแทนให้นะจ๊ะ..ขอโทษจริงๆ” ฉันไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองหน้าคู่กรณีเลย
“เอ้า..คุณอีกแล้วเหรอนี่..แย่จัง ทำไงดีล่ะเนี่ย” เสียงคุ้นๆแฮ่ะ ฉันเงยหน้ามองเจ้าของเสียงนั้นทันที
“เฮ้ย!..คุณอีกแล้วหรือนี่” ฉันตกใจ (จนตาโปนเลยอ่ะ) ก็จะใครซะอีกล่ะ ซามูไร พ่อรูปหล่อเมื่อวานน่ะสิ
“ไม่รู้ล่ะ วันนี้คุณต้องรับผิดชอบการกระทำของคุณ..เช้านี้คุณต้องไปทานข้าวกับผม” โอ้โห..แม่เจ้า มุกนี้เค้าใช้กับสาวน้อยเท่านั้นแล่ะพ่อหนุ่ม รุ่นนี้รู้ทันจ้ะ
“เอ่อ..คือ..ยินดีจ้ะ” ฉันยิ้มหน้าบาน เป็นจานดาวเทียม เมื่อความเซ่อซ่าของตัวเองเป็นผลตามใจต้องการเป็นครั้งแรก..อิอิ
“ผมว่าเราเดินไปกันดีกว่านะ เพราะยังเช้าอยู่ อากาศดีด้วย เดินเล่นเลียบชายหาดอย่างนี้ก็ดี ผมไม่มีเวลาเดินเล่นจริงๆอย่างนี้นานแล้ว ยิ่งตอนที่หาดกำลังสวย บรรยากาศกำลังดีอย่างนี้” ฉันว่าตาคนนี้พูดแปลกๆนะ ‘เดินเล่นจริงๆ’ เนี่ยมันยังไง
“ แต่น่าเสียดายตรงที่ตอนนี้ ความเจริญทางด้านวัตถุกำลังคุกคามชายหาดหัวหิน หัวหินกำลังพัฒนาในด้านที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอย่างไร้ทิศทาง ถ้าไม่มีแผนแม่บท หรือแนวทางที่ชัดเจน ต่อไปไม่พ้นต้องหมดสภาพไปโดยปริยายเหมือนหาดอื่นๆที่ตายไปแล้ว ทำไมเราจึงไม่ป้องกันไว้ก่อนที่จะสิ้นมนต์ขลัง” เห็นกวนโอ๊ยอย่างนี้ ก็พูดดีเป็นเหมือนกันนี่นะ

*************************************************
บรรยายกาศตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่า ฉันเคยมาเดินคลอเคลียกับชายคนรัก ในเช้าวันหยุดที่แสนโรแมนติค หาดสวย ทรายงาม ยาวประมาณ 5 กิโลเมตรนี้ คลับคลายคลับคลาว่า เป็นเส้นทางสายรัก เป็นถนนสายหัวใจของเราสองคน ที่จะผูกพันให้เราเดินเคียงคู่กันไป
เราเดินผ่านชายหนุ่มสี่คนกำลังเล่น บานานา โบ๊ท ฉันเห็นความร่าเริง สดใส ในสายตาของหนุ่มทั้งสี่นั้น สะท้อนกับความระยิบระยับของน้ำทะเลที่สะท้อนกับแสงแดด พร้อมกับโบกไม้โบกมือ ให้กับสาวๆที่นั่งเชียร์อยู่บนหาด ท่าทางมีความสุขมาก มีหลายคนบอกว่าช่วงชีวิตที่มีสีสันที่สุด ก็คือช่วงวัยหนุ่มสาวนี่แล่ะ ทั้งท้าทาย น่าค้นหา และเป็นช่วงเวลาที่ต้องบันทึกความทรงจำและประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ใช้ช่วงเวลาในวัยนี้แสวงหาโอกาสให้กับชีวิตได้มากที่สุด
ฉันถอดรองเท้าแตะ ปล่อยให้เท้าสัมผัสกับพื้นทรายโดยตรง ใครไม่เคยเดินเท้าเปล่าบนทราย ลองหาโอกาสมาสัมผัสดู คุณจะรู้ว่า คำว่า ‘ติดดิน’ นั้นเป็นยังไง อิสระ เสรีเหนืออื่นใดจริงๆ ที่สำคัญรูปหล่อพ่อลูกติดคนนี้อาสาถือรองเท้าแตะให้ฉันซะด้วย โรแมนติคชะมัดเลยผู้ชายคนนี้
ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเดินมาถึงตลาดจนได้ เค้าพาฉันเดินชมแผงขายอาหารในตลาดซึ่งมีอาหารมากจริงๆ หน้าตาของอาหารก็น่าอร่อยทั้งนั้นเลย ตรงข้ามตลาดฉัตรชัยตรงสะพานลอย เค้ามีร้านขายปาท่องโก๋ จิ้มสังขยา+ซาลาเปา+ขนมจีบปู อร่อยมากเลยนะ ร้านเค้าอยู่หัวมุมถนนใหม่ ฉันซื้อกลับมากินที่หาดด้วย โดยเฉพาะ ซาลาเปาไส้หมูบดกับไข่เค็ม อร่อยมากๆ ขอบอก..
**********************************************
ฉันแยกจากเขาเมื่อเรากลับจากทานอาหารเช้าในตลาด จากนั้นฉันหอบผ้าบาติกผืนใหญ่มาปูใต้ร่มสนหน้าบังกะโล และหยิบหนังสือเล่มโปรดที่หยิบติดเป้มาด้วย นอนอ่านหนังสือท่ามกลางสายลมทะเลเย็นๆ ริมหาด ยินเสียงหวีดหวิวของใบสนลู่ลม อากาศค่อนข้างคลื้ม แดดไม่แรงมาก ฉันชอบสายลมเอื่อยๆอย่างนี้จัง ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย ฟี้ๆๆๆๆ..
“พ่อครับ น้าคนนี้เค้าน่าสงสารนะครับ สงสัยไม่มีเพื่อน มาเที่ยวคนเดียว นอนคนเดียว ดูสิ คงเหนื่อยมากด้วย เห็นสองครั้งแล้วที่หลับแบบไม่รู้สึกตัวขนาดนี้” ฉันได้ยินเสียงคนคุยกันแว่วๆ เหมือนอยู่แถวนี้ แต่ไม่ค่อยชัดว่าคุยถึงเรื่องอะไร ฉันพยายามเงี่ยหูฟังหาที่มาของเสียง ..อ้อ! ที่แท้อยู่ข้างหลังฉันนี่เอง สงสัยฉันอ่านหนังสือ แล้วเผลอหลับไป เลยไม่รู้ว่ามีใครมาปักหลักอยู่ละแวกเดียวกัน
“คุณครับ หิวหรือยังครับ มาทานของว่างด้วยกันสิครับ เราซื้อมาเผื่อคุณด้วยนะ..หลับนานแล้ว ตื่นเถอะ นอนกลางวันมากไม่ดีนะครับ เดี๋ยวจะปวดหัว” เอ๊ะ!..เหมือนเขาจะพูดกับฉัน แต่ฉันไม่รู้จักใครแถวนี้นี่นา
“เรามีปลาหมึกสดย่างหวานๆ อร่อยนา ผมเพิ่งจะขอซื้อจากเรือประมงเมื่อสักครู่นี่เอง ไม่เชื่อมาลองชิมดูก่อนสิครับ น้ำจิ้มรสเด็ด ผีมือแม่เจ้าหนุ่มข้างๆผมนี่เอง พวกเราได้ยินเสียงท้องคุณร้องตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วแน่ะ สงสัยป่านนี้กระเพาะคุณโดนน้ำย่อยกัดเป็นรูโหว่ไปแล้วมั้งเนี่ย” ฉันรู้แล้วว่าเสียงใคร ตาคนนี้จะไม่ปล่อยให้ฉันมีความเป็นส่วนตัวบ้างหรือไงนะ ขนาดมาเที่ยวกับลูกกับเมีย ยังจะมาตามตอแยคนอื่นอีก ฉันยิ่งเป็นคนใจอ่อนอยู่ด้วย ฉันดีดตัวลุกขึ้นในท่านั่งทันที พร้อมเผชิญหน้า อย่างท้าทาย
“นี่คุณ ! ขอบคุณมากนะคะในความหวังดี แต่ฉันคงรับไม่ได้ และอยากจะขออนุญาตอยู่คนเดียว ฉันต้องการพักผ่อน ที่สำคัญฉันไม่อยากจะแชร์เวลาของครอบครัวคนอื่น..ขอโทษนะคะ ฉันขอตัว” ว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นเก็บข้าวของ และเดินเข้าห้องพักไปโดยไม่เหลียวกลับไปมองสองพ่อลูกนั่นอีกเลย
“เราคงไปกวนเขาจริงๆมั้งเนี่ยไอ้หนุ่มเอ๊ย...อยู่ดีดีไม่ชอบ โดนด่าเลย เสียบรรยากาศหมด กะจะหาเพื่อนกินหมึกย่างซะหน่อย เฮ้อ! ช่างเถอะ เค้าคงหงุดหงิดอะไรสักอย่างแล่ะน่า” ฉันรู้ว่าสองพ่อลูกคงได้แต่งงกับอาการของฉัน..อิอิ ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้ เพราะฉันมีเวลาแค่ถึงเย็นนี้เท่านั้น พรุ่งนี้เช้าฉันก็ต้องออกเดินทางแต่เช้า เพราะฉันมีประชุมตอนสิบโมงครึ่ง เพราะฉะนั้น วันนี้ฉันขอเต็มความสุขให้เต็มก่อนกลับ ดีกว่าสุขแบบมีคนอื่นที่มีเจ้าของมาร่วมแชร์ด้วย หลังจากนั้นปล่อยให้ฉันเศร้าอยู่คนเดียว มันไม่แฟร์เลยสำหรับฉัน
***********************************************
หลังอาหารเย็นแสนอร่อยแล้ว ฉันออกมานั่งรับลมหน้าบังกะโลที่พัก ลมเย็นๆอย่างนี้ ถ้าได้นั่งอิงอกอุ่นๆของใครสักคน ช่วยกันนับดาวที่ลอยระดะเต็มท้องฟ้า เสียงใบสนลู่ลมหวีดหวิว ฉันนึกได้ว่าบรรยากาศแบบนี้ นั่งจิบเบียร์เย็นๆคนเดียวก็ไม่เลวนักหรอก (ฉันเดินกลับไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นที่ห้องพัก) ทะเลหัวหินตอนกลางคืนประดับด้วยแสงไฟจากเรือของชาวประมงมองเห็นอยู่วอมแวม ประดับเต็มท้องทะเล เหมือนใครจุดเทียนให้ลอยเต็มไปทั่วท้องน้ำ ปนด้วยเสียงคลื่นซัดฝั่งดังซ่าๆ เหมือนอยู่ในโลกแห่งนิยาย ฉันว่าชีวิตฉันก็เหมือนนิยาย ต้องเดินทางเดียวดายใต้แสงดาวแบบนี้ แต่ฉันก็มีความสุขดีนี่นา ฉันเผลอหัวเราะคนเดียวอย่างมีความสุข
“นั่งเมาอยู่คนเดียวแบบนี้ มีอะไรในใจเหรอครับ” โอ้โฮ..ท่านผู้อ่านคะ ไม่น่าเชื่อว่าตาคนนี้จะตามมาทำให้ความหฤหรรษ์ของฉันสะดุดลงจนได้
“ผมขอนั่งด้วยคนนะครับ ผมมีเบียร์มาเผื่อคุณด้วยนะ ถ้าคุณต้องการเพิ่ม” เชื่อเขาเลยค่ะเนี่ย
“ผมว่าเรามาช่วยกันนับดาวดีกว่านะ วันนี้ฟ้ารกมากเลย” ฟังพูดเข้าสิ เรามองว่าฟ้าสวย เขากลับมองว่ารก แปลกคน
จากนั้น เราสองคนช่วยกันนับดาวจนตาลาย
“ฉันขออะไรอย่างได้มั้ยคะ..พรุ่งนี้ฉันจะกลับแล้ว” ฉันเริ่มกล้าที่จะพูดตรงๆกับเขา
“ว่ามาเลยครับ..หลายๆอย่างก็ได้” ใจดีซะด้วยสิคะ
“ถ้างั้นขอสองอย่าง หนึ่ง ก็คือ อย่ายุ่งกับฉันอีก ขอร้องล่ะ” ฉันพูดเสียงดังฟังชัดมาก
“ได้ครับผม สองล่ะ..” ฉันล่ะเชื่อเขาเลย ไม่มีสะทกสะท้านอะไรสักกะนิดเดียว
“สองก็คือ ก่อนที่คุณจะไม่มายุ่งกับฉันอีก ฉันขออิงไหล่คุณนับดาวต่ออีกสักหน่อยจะได้มั้ย” ฉันกลั้นหายใจรอฟังคำตอบ เขาเงียบ...ฉันไม่กล้าเงยหน้ามองเขาเลย หน้าแตกยับเยินเลยงานนี้ เขาไม่เล่นด้วยแน่ๆ
“เรานับถึงไหนแล้วนะ นับต่อกันหน่อยก็ดี” พูดจบเขาก็เอื้อมมือมาโอบศีรษะฉันให้เอียงไปอิงไหล่เขาอย่างเบามือ ฉันน้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตาทันที
“ตอนนี้เรามีดาวอยู่ในใจเท่าไหร่แล้วนะ เก้าร้อยเก้าสิบเก้า..หนึ่งพัน หนึ่งพันหนึ่ง หนึ่งพันสอง.......”

**********************************************


โดย : pintong lekan
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน<

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook