บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>>กระบี่รักข้ามชาติ
เรื่อง : กระบี่รักข้ามชาติ

ลิ้นชักของโต๊ะตัวหนึ่งถูกดึงให้เลื่อนออกมา ภายในนั้นมีหนังสือนวนิยายปกเข็งวางอยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งหน้าปกของหนังสือมีชื่อว่า กระบี่รักมือปราบ

เจ้าของมือที่ดึงลิ้นชัก ได้เอื้อมลงไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา ก่อนจะเปิดไปยังหน้าที่เขาอ่านค้าง และใช้ที่คั่นหนังสืออันใหญ่คั่นเอาไว้

เจ้าของดวงตาที่กำลังอ่านหนังสืออยู่นี้เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ชื่อว่า พงศ์ เขาเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบนวนิยายจีนกำลังภายในเป็นชีวิตจิตใจ และนวนิยายเรื่อง กระบี่รักมือปราบ ที่เขากำลังตั้งใจอ่านอยู่นี้ก็เป็นเรื่องที่เขาโปรดปราณ และติดอกติดใจเป็นที่สุด

เขาอ่านมันจบไปหลายรอบจนจดจำเนื้อเรื่อง ตัวละคร และคำสนทนาต่างๆ ได้จนหมดสิ้น แต่กระนั้น เขาก็ยังคงหยิบมันขึ้นมาอ่านเป็นประจำอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งในชีวติของเขา

ครู่หนึ่ง ประตูห้องของพงศ์ ก็เปิดออกโดยชายหนุ่มรูปหล่อหุ่นล่ำ ซึ่งอยู่ในชุดเครื่องแบบนายตำรวจยศสัญญาบัตร เขาผู้นี้มีชื่อว่า วิน สายตาของวินทอดมอง พงศ์ ซึ่งกำลังใจจดใจจ่ออ่านนวนิยายจีนอยู่โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง วินกล่าวไปยังพงศ์ว่า

" อ่านอยู่นั่นแหละ ***นวนิยายเรื่องนี้น่ะ นายไม่เบื่อบ้างหรือไงวะ ? "

พงศ์ ไม่ตอบอะไร เขายังคงอ่านมันต่อไปจนวินอดไม่ได้ที่จะเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างหน้า แล้วหยิบนวนิยายเล่มนั้นขึ้นมาจากมือของพงศ์

" เฮ้ย...! อะไรวะ กำลังมันๆ "

พงศ์มองหน้าวิน เขาเห็นรอยยิ้ม และแววตาอันกรุ้มกริ่มบนใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มผู้นี้

" มือปราบในเรื่อง จะมาสู้มือปราบอยางชั้นได้ไงวะ มาหาอะไรทำแก้เซ็งกันดีกว่า "

กล่าวจบ วินโน้มศีรษะเข้าหาพงศ์พลางพรมจูบไปทั่วใบหน้าอันหล่อเหลาของเพื่อนรัก ทั้งสองต่างแสวงหาความสุขกันอย่างเนิ่นนาน ก่อนจะมานอนแนบชิดอยู่บนที่นอน ภายใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาดตาและหนานุ่ม

พงศ์แนบศีรษะอิงแอบอกอุ่นๆของวินไว้พลางถามว่า

" มีคำสั่งให้นายไปช่วยราชการที่ต่างจังหวัดเหรอ ? "

" ใช่ "

" นานแค่ไหน ? "

" ก็ยังไม่รู้ "

" แล้วนายจะกลับมาอีกไหม ? "

ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากของวิน พงศ์กอดก่ายนายตำรวจหนุ่มกระชับแน่น ราวกับไม่อยากให้ร่างนี้นั้นผละจาก

- - - - - - - - -


หลายเดือนผ่านไป...

พงศ์ นั่งอ่านหนังสือนวนิยายจีน กระบี่รักมือปราบ อยู่ภายในห้องของเขาเพียงผู้เดียว ครู่หนึ่ง เขาละสายตาจากตัวหนังสือ แล้วหันไปมองที่นอนอันหนานุ่มซึ่งเขากับวิน เคยมีความสุขร่วมกันอย่างดูดดื่มหลายครั้งหลายครา

ห้วงแห่งความคิดคำนึงในอดีตนั้นหวนคืนกลับมาตอกย้ำความรู้สึกของเขาอีกครั้งอย่างทุกข์ระทม บัดนี้ เขาออกจะแน่ใจแล้วว่า วิน คงจะลืมตนเสียแล้ว ไม่มีข่าวคราวอันใดจากวินเลย ตราบกระทั่งวันนี้

ในที่สุด พงศ์ก็ตัดสินใจเดินทางไปหาวิน ยังจังหวัดที่เขาไปปฏิบัติราชการอยู่ พงศ์จัดเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ลงกระเป๋า และไม่ลืมที่จะพกเอานวนิยายจีนที่เขาชื่นชอบติดตัวไปด้วย

เขาขับรถคู่ใจไปตามทางหลวงที่ตัดผ่านภูเขา แม่น้ำ และลำธาร ทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ด้วยความหวังว่าจะได้พานพบนายตำรวจหนุ่มสุดที่รักอีกสักครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถดึงตัวเขากลับมาได้อีกต่อไปก็ตาม

และเมื่อพงศ์เดินทางถึงสถานีตำรวจที่วินไปปฏิบัติราชการ เขาก็เดินเข้าไปข้างใน และสอบถามจ่าผู้สูงวัย แต่ยังไม่ทันที่พงศ์จะได้พูดอะไร เสียงชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

" มาหาชั้นเหรอ "

พงศ์หันกลับมาดู เขามองเห็นวินยืนอยู่ด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด วินโอบไหล่พงศ์เพื่อนรักพลางพาเขาเดินออกจากสถานีตำรวจแห่งนั้น ระหว่างที่เดินไปด้วยกัน พงศ์ตัดพ้อกับวินไปว่า

" ทำไมนายไม่ติดต่อหาชั้นเลย ? "

" มีหลายเรื่องที่ชั้นต้องรับผิดชอบ และสะสาง ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว "

" ไม่จริงหรอก อย่างน้อยก็ยังมีชั้น ที่ยังไม่เปลี่ยนใจไปจากนาย "

พงศ์กล่าวจบ วินพยายามเดินหนี พงศ์เดินตามประชิดพลางกล่าว

" นายจะไปไหน วิน กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน "

วินหยุดยืนอยู่ครู่พลางหันกลับมา แล้วกล่าวว่า

" นายกลับไปเสียเถอะ พงศ์ ไม่มีประโยชน์อะไรที่นายจะติดตามชั้น ขอให้ทุกอย่างระหว่างเราจบลงเพียงแค่นั้น ขอให้มันเป็นเพียงแค่ความทรงจำ "

" ชั้นไม่เข้าใจ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม ? "

พงศ์กล่าวกับวินด้วยสีหน้าอันขุ่นข้อง ครู่หนึ่ง มีหญิงสาวหน้าตาสดใสเดินมายืนอยู่เคียงข้างวินแล้วยิ้มให้เขา วินยิ้มตอบหล่อนไปก่อนจะหันมาทางพงศ์ พลางเอ่ยขึ้นว่า

" นี่อ้อ แฟนของชั้น "

พงศ์มองดูหญิงสาวอยู่ครู่ก่อนจะหันกลับมายังวินอีกครั้ง พลางกล่าว

" ชั้นพอจะเข้าใจอะไรขึ้นบ้างแล้ว "

วินหัวเราะด้วยสีหน้าอันแจ่มใส พลางยื่นมือมาตบไหล่พงศ์ แล้วพูดว่า

" ชั้นไปก่อนนะ "

พงศ์ยิ้มและมองดูชายหนุ่มเดินเคียงคู่กับหญิงสาว ออกจากสถานีตำรวจแห่งนั้นไป

- - - - - - - - -


ตกดึกของคืนวันนั้น.....

พงศ์ขับรถคู่ใจมาตามเส้นทางอันคดเคี้ยว และมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากรถที่แล่นสวนทางมาเป็นระยะเท่านั้นที่นำทาง

สายตาทั้งคู่ของพงศ์เริ่มอ่อนล้า เขาขับรถมาเป็นเวลานานมาก ควรแก่การพักผ่อนได้แล้ว แต่กระนั้น เขาก็อุตส่าห์กัดฟันทนฝืนขับรถต่อไปด้วยจิตใจอันครุ่นคิด

เรื่องราวมากมายลอยละล่องเข้าสู่จิตใต้สำนึกแห่งชายหนุ่มผู้นี้ เขารู้สึกสับสนระคนกับความผิดหวัง ในสิ่งที่เขานั้นได้ทุ่มเทลงไป ปัญหาอันหลากหลายสุมประดังเข้ามาจนสมองน้อยๆนั้นไม่สามารถรับรู้สิ่งใดได้อีกแล้ว

ดวงตาทั้งคู่ของพงศ์หลับลงในทันที ตามด้วยเสียงอันดังสนั่นของยานพาหนะที่ปะทะกัน และเสียงกระจกที่แตกกระจาย

ร่างของพงศ์นั่งสงบนิ่งอยู่บนที่นั่งคนขับ ใบหน้าอาบนองไปด้วยเลือด เขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมศีรษะด้านขวาไว้ด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มเหลือบไปเห็นหนังสือนวนิยายจีนที่นำติดตัวมาตกอยู่ข้างๆกาย เขาจึงหยิบมันขึ้นมา ชายหนุ่มหลับตาลงอีกครั้งพลางปล่อยมือข้างนั้นลงข้างลำตัว แต่ยังคงกำหนังสือเล่มนั้นไว้แน่น เขาสลบไศล และตกอยู่ในภวังค์ ก่อนที่ภาพบางอย่างจะอุบัติขึ้นในหัวสมองของเขา

- - - - - - - - -

ท่ามกลางเทือกเขาอันทะมึนที่ทอดตัวยาวไปตามลำน้ำอันเชี่ยวกรากในมณฑลหนึ่ง บนแผ่นดินมังกรโบราณอันกว้างใหญ่

ครากระนั้น พลันบังเกิดสองเสียงฝีเท้าม้าอันฉกาจฉกรรจ์ เหยียบย้ำผืนพสุธาหวดไล่กันมาแต่ไกล

บุรุษชุดดำปกปิดใบหน้า มือหนึ่งกุมกระชับกระบี่มั่น กำลังควบอาชาหลบหนีบุรุษหนุ่มผู้สวมชุดมือปราบซึ่งติดตามมาอย่างกระชั้นชิด

บัดดล มือปราบผู้นั้นพลันถีบทะยานร่างขึ้นสู่ฟ้าด้วยวรยุทธ์อันล้ำเลิศก่อนจะควงร่างม้วนตัวข้ามบุรุษชุดดำไปพลางร่อนกายลงเหยียบพื้นแล้วหันมา แลเห็นใบหน้าอันงดงามคมคายสมชายชาตรี ซึ่งใบหน้านี้เหมือนกับ วิน ราวกับเป็นพิมพ์เดียว

บุรุษชุดดำผู้ปกปิดใบหน้าบังคับม้าให้หยุดชะงัก ก่อนเพ่งพินิจไปยังมือปราบผู้นั้น มือปราบหนุ่มประสานมือคารวะพลางเอ่ยถามขึ้นว่า

"มิทราบจอมยุทธ์ท่านนี้มีเรื่องด่วนอันใด จึงได้ฝ่าด่านตรวจของข้า หวังหมิง "

บุรุษชุดดำปลดผ้าที่ปกปิดใบหน้าอยู่นั้นออก เผยให้เห็นโฉมหน้าอันหล่อเหลาคมคาย เหมือนกับพงศ์ราวกับเป็นพิมพ์เดียว

" อ๊ะ... ลู่อัน ที่แท้เป็นเจ้าเองหรือนี่ "

หวังหมิงรู้สึกประหลาดใจที่ได้ประสบมิตรผู้คุ้นเคย ฝ่ายลู่อันผู้มีใบหน้าเหมือนกับพงศ์ได้เดินเข้ามาประชิดแล้วโอบกระชับกอดหวังหมิงไว้ราวกับเป็นคู่รัก ไออุ่นจากเรือนกายแห่งชายหนุ่มทั้งสองได้ถ่ายทอดสู่กันอย่างซ่านซ่า

ลู่อันเอ่ยปากชวนขึ้นว่า

" ไปหลังภูผานั่นเถอะ "

ณ ที่นั้น สองกายแกร่งต่างแสวงหาซึ่งสิ่งที่ตนเองปรารถนา จนห้วยเวลาแห่งความอภิรมย์ในรสรักทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งฝั่งฝัน ลู่อันเอนร่างอิงแอบหวังหมิงไว้พลางเอ่ยถามว่า

" เจ้าจะไปราชการต่างเมืองใช่ไหม "

" ใช่ "

" นานสักเท่าใด "

" ก็ยังไม่รู้ "

" แล้วเจ้าจะกลับมาอีกหรือไม่ "

ไม่มีคำตอบใดๆหลุดออกมาจากปากของหวังหมิง ลู่อันกอดก่ายหนุ่มมือปราบกระชับแน่น ราวกับไม่อยากให้ร่างนี้นั้นผละจาก

- - - - - - - - -

หลายเดือนผ่านไป

ลู่อันนั่งจับเจ่าอยู่ข้างภูผาริมแม่น้ำ อันเคยเป็นลานสวรรค์ที่เขากับหวังหมิงเคยมีความสุขร่วมกันอย่างดูดดื่ม ห้วงแห่งความคิดคำนึงในอดีตนั้นหวนคืนกลับมาตอกย้ำความรู้สึกอีกครั้งอย่างทุกข์ระทม บัดนี้ ลู่อันออกจะแน่ใจแล้วว่าหวังหมิงคงจะลืมตนเสียแล้ว ไม่มีข่าวคราวอันใดจากหวังหมิงเลยตราบกระทั่งวันนี้

" คอยเขาคนนั้นอยู่เหรอ "

น้ำเสียงนุ่มลึกของบุรุษผู้หนึ่งกล่าวขึ้นจากด้านหลัง ลู่อันหันไปมองเจ้าของเสียงผู้นั้น เขาแลเห็นชายหนุ่มแปลกหน้ายืนยิ้มอยู่

" ข้าชื่อเทียนหยาง "

ชายผู้นั้นกล่าวพลางเดินมานั่งเคียงข้างลู่อันก่อนจะยิ้มอย่างกรุ้มกริ่มจึงว่าต่อ

" เจ้าคงจะรักเขามากล่ะสิ "

ทันทีที่เทียนหยางกล่าวจบ ลู่อันก็ทำตาโตด้วยความแปลกใจ

" ข้าเคยเห็นเจ้ากับเขามีอะไรกันที่หลังภูผาแห่งนี้

เทียนหยางกล่าวจบ ลู่อันรู้สึกเขินอายพลางขยับกายออกห่างเล็กน้อย หากแต่เทียนหยางกลับขยับกายเข้าประชิดแล้วยื่นใบหน้าอันคมคายเข้ามาใกล้ๆก่อนกล่าวว่า

" บทรักของเจ้าเร่าร้อนสุดบรรยาย ข้าอยากทำเช่นนั้นบ้าง "

ลู่อันลังเลในตัวเทียนหยาง เนื่องจากไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้นั้นจะมาไม้ไหน แต่กระนั้น ลู่อันก็มิได้หลบเลี่ยงแต่ประการใด ความห่างเหินจากหวังหมิงกลับทำให้ลู่อันต้องการไขว่คว้าหาความเข้าใจ เพื่อมาตอบแทนในสิ่งที่ขาดหาย

ในที่สุด เรือนกายอันกำยำทั้งสองก็โอบกระชับกันและกันไว้อย่างอบอุ่น เทียนหยางพรมจูบไปตามใบหน้าอันเย้ายวนของลู่อันพลางลูบไล้ปลายนิ้วไปตามผิวกายอันสั่นระริก ทั้งสองเอนกายลงใฝ่หาในรสปรารถนาอันรวยรื่นโดยใช้เนินหินริมแม่น้ำนั้นต่างลานสวรรค์อันบรรเจิด

เทียนหยางปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของตนลงพลางโลมไล้เรือนร่างของลู่อันอย่างหิวกระหาย ด้วยจิตใจอันสั่นสะท้านและร้อนรุ่ม ลู่อันทอดกายให้ชายหนุ่มรุมเร้าพลางหลับตาพริ้มเพื่อดื่มด่ำในรสเสน่หาอันรัญจวน

แต่แล้วในบัดดล...

ลู่อันพลันลืมตาแล้วผุดลุกขึ้นอย่างฉับพลันก่อนจะผละกายออกห่างจากเทียนหยาง ทุกอย่างหยุดลงกลางคันทั้งๆที่ความหฤหรรษ์กำลังบังเกิด ลู่อันผละจากเทียนหยางมาอย่างไร้เยื่อใย เขาขึ้นขี่ม้าแล้วควบออกไปอย่างบ้าคลั่งด้วยน้ำตานองหน้า ในจิตใจของเขาขณะนี้ยังมีหวังหมิงอยู่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

ลู่อันตัดสินใจมุ่งสู่เมืองที่หวังหมิงไปราชการ เขาควบม้าคู่ใจไปตามเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขา แม่น้ำ และลำธาร ทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ด้วยความหวังว่าจะได้พานพบมือปราบสุดที่รักอีกสักครั้ง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถดึงตัวเขากลับมาได้อีกต่อไปก็ตาม

และเมื่อลู่อันเดินทางถึงที่ว่าการอำเภอที่หวังหมิงไปปฏิบัติราชการ เขาก็เดินตรงไปยังทหารรักษาการณ์ที่ยืนอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอนั้น แต่ยังไม่ทันที่ลู่อันจะได้กล่าวอันใด เสียงชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา

" มาหาข้าเหรอ "

ลู่อันหันกลับมาดู เขามองเห็นหวังหมิงยืนอยู่ด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด หวังหมิงพาสหายรักเดินจากที่ว่าการอำเภอแห่งนั้น ระหว่างที่เดินไปด้วยกัน ลู่อันก็ตัดพ้อกับหวังหมิงไปว่า

" ทำไม่เจ้าไม่กลับไปหาข้าเลย "

" มีหลายเรื่องที่ข้าต้องรับผิดชอบและสะสาง ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว "

" ไม่จริงหรอก อย่างน้อยก็ยังมีข้า ที่ยังไม่เปลี่ยนใจไปจากเจ้า "

ลู่อันกล่าวจบ หวังหมิงพยายามเดินหนี ลู่อันเดินตามประชิดพลางเอ่ย

" เจ้าจะไปไหน หวังหมิง กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน "

หวังหมิงหยุดยืนอยู่ครู่ พลางหันกลับมาแล้วกล่าวว่า

" เจ้ากลับไปเสียเถอะ ลู่อัน ไม่มีประโยชน์อันใดที่เจ้าจะติดตามข้า ขอให้ทุกอย่างระหว่างเราจบลงเพียงแค่นั้น ขอให้มันเป็นเพียงแค่ความทรงจำ "

" ข้าไม่เข้าใจ ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม "

ครู่หนึ่ง มีหญิงสาวหน้าตาสดใสเดินมายืนอยู่เคียงข้างหวังหมิงแล้วยิ้มให้เขา หวังหมิงยิ้มตอบหล่อนไปก่อนจะหันมาทางลู่อัน พลางเอ่ยขึ้นว่า

" นี่หงเอ๋อ ฮูหยินของข้า "

ลู่อันมองดูหญิงสาวอยู่ครู่ก่อนจะหันกลับมายังหวังหมิงอีกครั้ง พลางกล่าวว่า

" ข้าพอจะเข้าใจอะไรขึ้นบ้างแล้ว "

หวังหมิงหัวเราะด้วยสีหน้าอันแจ่มใส พลางยื่นมือมาตบไหล่ลู่อันแล้วพูดว่า

" ข้าไปก่อนนะ "

ลู่อันยิ้มและมองดูชายหนุ่มเดินเคียงคู่กับหญิงสาวจากไป

- - - - - - - - -

ตกดึกของคืนวันนั้น...

ลู่อันควบม้าคู่ใจมาตามเส้นทางอันคดเดี้ยวและมืดสลัว มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์อันกลมโตเท่านั้นที่นำทาง

สายตาทั้งคู่ของลู่อันเริ่มอ่อนล้า เขาขี่ม้ามาเป็นเวลานานมาก ควรแก่การพักผ่อนได้แล้ว แต่กระนั้น เขาก็ยังอุตส่าห์กัดฟันทนฝืนควบม้าต่อไปด้วยจิตใจอันครุ่นคิด

เรื่องราวมากมายลอยละล่องเข้าสู่จิตใต้สำนึกแห่งชายหนุ่มผู้นี้ เขารู้สึกสับสนระคนกับความผิดหวัง ในสิ่งที่เขานั้นได้ทุ่มเทลงไป ปัญหาอันหลากหลายสุมประดังเข้ามาจนสมองน้อยๆนั้นไม่สามารถรับรู้สิ่งใดได้อีกแล้ว

ดวงตาทั้งคู่ของลู่อันหลับลงในทันที ตามด้วยร่างอันไร้สติของเขาที่ร่วงหล่นลงจากหลังม้า และศีรษะด้านขวากระทบเข้ากับของแข็งอย่างหนึ่ง

ร่างของลู่อันนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น ใบหน้าอาบนองไปด้วยโลหิต เขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมศีรษะด้านขวาไว้ด้วยความเจ็บปวด

ช่วงเวลานั้นเอง ที่ดวงตาทั้งคู่ของเขามองเห็นบุรุษร่างใหญ่ผู้หนึ่งวิ่งมาประคองร่างเขาเอาไว้ ซึ่งลู่อันจำได้อย่างสนิทใจว่าชายผู้นั้นคือ เทียนหยาง

ลู่อันหลับตาลงอีกครา และสลบไศลไปในบัดดล...

- - - - - - - - -

พงศ์ลืมตาขึ้นในเช้าวันหนึ่ง...

เขาพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีสายน้ำเกลือระโยงระยางไปหมด แพทย์คนหนึ่งเข้าตรวจดูบาดแผลบนใบหน้าพงศ์อีกครั้งพลางถามว่า

" ยังรู้สึกเจ็บศีรษะอยู่ไหมครับ ? "

" นิดหน่อยครับ เอ่อ... เกิดอะไรขึ้นกับผมหรือครับ คุณหมอ ? "

" คุณประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ สมองได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้หลับไปนายถึงสองอาทิตย์ครับ "

" สองอาทิตย์เชียวเหรอครับ !! "

" ใช่ครับ โชคดีขณะเกิดเหตุ ท่านสารวัตรยงยุทธ์ขับรถผ่านมาพอดี เลยพาคุณมาส่งโรงพยาบาลได้ทันการณ์ "

พงศ์หันไปมองยังนายตำรวจหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่ห่างๆ และในทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของสารวัตรผู้นั้น พงศ์ก็ถึงกับตะลึงงัน เพราะใบหน้าของสารวัตรยงยุทธ์ เหมือนกับเทียนหยาง ราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียว

สารวัตรยงยุทธ์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้พลางยื่นมือมากุมมือของพงศ์ไว้อย่างอบอุ่น เขารับรู้ได้ถึงการสัมผัสอย่างเดียวกันนี้ในห้วงแห่งความฝันเมื่อเขาสลบไศล พงศ์ยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์ที่ดูแจ่มชัดราวกับเป็นเรื่องจริง เรื่องของจอมยุทธ์หนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนกับเขา มือปราบหนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนกับวิน และเทียนหยางที่มีใบหน้าเหมือนกับสารวัตรยงยุทธ์ผู้นี้

พงศ์ระลึกถึงห้วงเวลาแห่งความสุขระหว่างลู่อันและเทียนหยางซึ่งกำลังจะดำเนินไปด้วยดี ถ้าลู่อันไม่ผละกายจากมาเสียก่อน เขาช้อนสายตาขึ้นมองนายตำรวจหนุ่มผู้นี้อีกครั้ง

สารวัตรยงยุทธ์ยิ้มก่อนยื่นของสิ่งหนึ่งให้กับพงศ์พลางถามว่า

" นี่ของคุณใช่ไหมครับ ? "

พงศ์ก้มลงมองของสิ่งนั้น มันคือหนังสือนวนิยายจีน กระบี่รักมือปราบ

" ครับ ของผมเอง "

" อ่านสนุกดีนะครับ ผมชอบ "

กล่าวจบ สารวัตรยงยุทธ์จ้องมองพงศ์พลางยิ้มด้วยสายตาอันกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย ราวกับว่าเขาล่วงรู้ถึงความคิดภายในจิตใจของพงศ์อย่างดียิ่งและต้องการจะมาทวงสิ่งที่ยังทำค้างไว้เมื่อชาติก่อน

- - - - - - - - -จบ- - - - - - - - -

เรื่องสั้นนี้ปรับปรุงใหม่เพื่อให้เหมาะสมในการเผยแพร่บนเว็บไซต์นี้ ซึ่งต้นฉบับของเดิม เคยตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ห้องห้าเหลี่ยม มินิ ฉบับที่ 106

โดย : ด๋ง
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook