บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>>เรื่องจริงที่รอการพิสูจน์
เรื่อง : เรื่องจริงที่รอการพิสูจน์

เรื่องราวของผมในบางช่วงของชีวิตมักมีเรื่องแปลกๆ แทรกเข้ามาเสมอ..
ในสมัยที่ยังร่ำเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ช่วงนั้นก็ต้องทำงานหาเงินเรียนไปในเวลาเดียวกัน..
ความที่เพื่อนฝูงเยอะแล้วก็เป็นคนชอบเฮฮา แถมชอบเที่ยวตามดิสโก้เทค (ในสมัยนั้นเรียกแบบนี้..ปัจจุบันก็คงจะหมายถึงไปแดนซ์) เลิกงานก็ไปเที่ยวเตร่ตามประสาคนโสด ทางบ้านก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเรามีรายได้เป็นของตนเอง..แถมยังแบ่งส่วนหนึ่งให้พ่อกับแม่..เพราะอย่างน้อยเราก็มีความรับผิดชอบ..ไม่เสียงานเสียการ..
การไปนอนค้างอ้างแรมตามหอพักของเพื่อนๆ ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา..
บางครั้งหากไปพบรักแท้ในคืนที่หลอกลวงก็อาศัยหอพักเพื่อนนี่แหละเป็นห้องหอ (เรื่องธรรมดาของวัยหนุ่มหรอกน่า)..ในจำนวนหอพักหน้าราม ก็มีอยู่แห่งนึงที่ทำให้ผมกับเพื่อนต้องจดจำไปตลอดชีวิต..

ซอยรามคำแหง 53 ศูนย์รวมโต๊ะสนุกเกอร์ และหอพักชาย-หญิง เต็มซอยไปหมด..
แล้วหอพักที่ผมไปสิงสถิตอยู่ประจำจะเรียกว่าหอพักชายก็ไม่เชิง เพราะเห็นนักศึกษาบางห้องก็อยู่กันฉันผัวเมีย..
หอพักแห่งนี้แหละที่เป็นแหล่งพักพิงของผม..

คืนนึง..หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหลักในหน้าที่การงาน ก็ตรงดิ่งมาที่หน้ารามเพื่อหวังจะได้เจอเพื่อนๆ เหมือนเคย
แต่ครั้งนี้กลับต้องผิดหวัง ไม่มีใครโผล่หัวมาเลยซักคน ไอ้ครั้นจะกลับบ้านก็ชักจะขี้เกียจ ก็เลยถือวิสาสะเข้าไปนอนหลับพักผ่อนในห้อง โดยที่เพื่อนให้กุญแจห้องไว้ชุดนึง

หลังจากได้เคลิ้มหลับไปได้พักนึงก็รู้สึกเหมือนมีคนมาเขย่าขาที่ปลายเตียง..
แรงเขย่าทำให้ผมตกใจตื่นมาพร้อมกับอาการงัวเงีย
“เฮ้ยๆๆ..ตื่นๆๆ..มึงนึกว่าหล่อนักหรือไงถึงได้พาผู้หญิงมานอนในห้องกู” เสียงชายวัยกลางคนตะคอกดังลั่น
ผมลืมตาดูก็มองเห็นชาย 2 คน คนนึงนั่งอยู่อีกเตียงนึง..
ส่วนอีกคนนั่งอยู่ปลายเตียงที่ผมนอนและน่าจะเป็นคนที่ปลุกผมขึ้นมา..
ชาย 2 คนนี้ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเอาเสียเลย การแต่งกายก็ไม่น่าจะใช่เพื่อนผม แถมยังนุ่งโสร่งแบบมุสลิม หน้าตาก็ดุ..น้ำเสียงออกไปในทางขู่..
ความรู้สึกบางอย่างทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่า..เค้าเป็นใคร..เข้ามาในห้องได้ยังไงทั้งๆ ที่ผมก็ปิดประตูใส่กลอน ถึงแม้จะมีกุญแจก็ไขเข้ามาไม่ได้..
แวบนึงในความคิด ผมได้ถีบชายคนนั้นอย่างเต็มแรง..
คุณพระช่วย..!!!..แรงถีบของผมกลับปะทะกับความว่างเปล่า
“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..” เสียงหัวเราะของชายทั้ง 2 คนดังลั่น และหายไปในที่สุด..
ผมลุกไปเปิดไฟ พร้อมๆ กับได้ยินเสียงสวดมนต์เป็นภาษาอิสลามดังแว่วมาจากสุเหร่าในซอย
ในตอนนั้นรู้สึกว่าเสียงนั้นช่างวังเวงชวนขนลุกเสียงจริงๆ
ผมเหลือบดูนาฬิกาที่ฝาผนังห้อง เวลานั้นเกือบๆ ตี 4 เป็นช่วงเวลาที่ชาวมุสลิมประกอบพิธีละหมาดกันพอดี
เกิดอะไรขึ้นกับตัวผม..สิ่งที่ผมเห็น ผมยืนยันได้ว่าไม่ได้เป็นเรื่องฝัน..
ผมรวบรวมสติที่มีอยู่ทั้งหมด แล้วทบทวนเหตุการณ์จนสว่าง

ในบ่ายวันรุ่งขึ้น ผมได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่เป็นเจ้าของห้อง ซึ่งได้รู้มาว่าเค้ากลับไปทำธุระที่บ้าน
เพื่อนผมฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผม..แล้วตกลงกันว่าในคืนนั้น..เราจะไปพิสูจน์กัน..

คืนนั้น หลังจากที่ผมออกเวรจากสำนักพิมพ์ที่ผมทำงานอยู่ ก็ตรงมาที่หอพักเพื่อนทันที..
5 ทุ่ม ผมมาถึงปากซอยรามคำแหง 53 ช่วงเวลานั้นยังคราคร่ำไปด้วยผู้คน
ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางยังรอบริการลูกค้าทั้งนักเที่ยวและคนนอนดึก..และที่นั่นก็เป็นจุดนัดพบกับเพื่อนเจ้าของห้อง (ตอนแรกว่าจะไปเจอกันที่ห้องเลย..แต่ว่าเรา 2 คนก็กลัวๆ กล้าๆ ที่จะรออยู่คนเดียว)
ผมและเพื่อนจัดการเรื่องปากท้องก่อนที่จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ข้างหน้า ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่..

หลังจากที่เราอิ่มกันพอสมควร เรา 2 คนก็มุ่งหน้าไปยังหอพักทันที..
เพื่อนผมพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองด้วยการหยิบกีตาร์มาร้องเพลง..
“นัดกันไว้ นัดแล้วใยไม่มา” เพลงของวงเพื่อนซึ่งดังมากในยุคนั้นถูกเพื่อนผมหยิบยกมาบรรเลง
“เฮ้ย..มึงร้องเพลงนี้ ตกลงมึงอยากให้ใครมาวะ” ผมร้องทักมัน ตั้งใจจะให้มันเปลี่ยนเพลง
“เออว่ะ..เพลงตั้งเยอะแยะ ทำไมกูต้องมาร้องเพลงนี้วะ..แล้วคืนนี้แม่งโคตรเงียบเลยมึงว่ามั้ย” เพื่อนผมนึกคล้อยตาม
ผมเหลือบดูเวลาปาเข้าไปเกือบตี 1 เลยบอกเพื่อนว่าขอหลับก่อนดีกว่าเพราะเมื่อคืนก่อนก็แทบไม่ได้นอน ในห้องมี 2 เตียงตั้งอยู่คนละมุมห้อง ผมยึดเตียงที่เคยนอนประจำและใกล้สวิตช์ไฟที่สุด

ผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้...แต่มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เพื่อนผมกระโดดมาบนเตียงที่ผมนอน
“เฮ้ยๆๆๆ ตื่นๆๆๆ กูทนไม่ไหวแล้วโว้ยยย...”เสียงเพื่อนผมโวยวาย พร้อมกับนั่งพนมมือ เสียงสวดมนต์ของเพื่อนผมแทนจะจับใจความไม่ได้เลยว่าเป็นบทสวดบทไหนกันแน่ “นะโมตัสสะ ภควะโต อะระหังสัมมา…”

“เป็นอะไรของมึงวะ” ผมถามมันด้วยความสงสัย
“มึงฟัง..มึงฟัง..เสียงใครมาร้องไห้ตรงระเบียงที่ตากผ้าวะ กูฟังมานานแล้ว เสียงมันดังขึ้นเรื่อยๆ เวลากูตั้งใจฟัง มึงรู้มั้ยว่ากูสวดมนต์ไปหลายสิบรอบแล้ว เสียงมันก็ยังไม่เงียบซักที” เพื่อนผมมันบอกถึงสาเหตุที่มันต้องทำแบบนั้นด้วยเสียงสั่นเครือ

ผมพยายามฟังตามที่มันบอกเล่าแล้วรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
..จริง..จริงอย่างที่มันบอก..เสียงผู้หญิงร้องไห้...
“นี่มันหอพักชาย..จะมีผู้หญิงมาอยู่ได้ไง..”
“แล้วตกลงเป็นเสียงใครกันแน่...ใครมาร้องไห้ตรงระเบียงวะ..”
“มึงโผล่ไปดูให้ทีว่าเป็นใคร..” เพื่อนผมบอกแกมของร้องให้ผมช่วยไปดูให้แน่ใจ
“ไม่เอาโว้ย..ปกติกูไม่กลัวผี..แต่คราวนี้กูขอว่ะ..เมื่อคืนกูก็แทบจะบ้าตาย” ผมปฏิเสธทันทีพร้อมให้เหตุผลกับมัน

ตกลงแล้วไม่มีใครกล้าพอที่จะโผล่ไปดูให้รู้แจ้งเห็นจริงว่าเสียงใครกันแน่
เรา 2 คนนั่งคุยกัน เดากันว่าน่าจะมีผีในหอพักนี้จริงๆ แล้วเพื่อนผมก็เล่าว่าห้องข้างๆ ก็เคยเจอผู้หญิงเดินทะลุฝาผนังห้องออกไป เล่นเอาขนลุกซู่...แล้วเราก็คุยกันแต่เรื่องผีๆ จนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

รุ่งเช้า...เราก็มาหาข้าวกินที่ร้านอาหารใต้ถุนหอพักหญิงข้างๆ กัน
แล้วก็เล่าให้เจ้าของหอที่รู้จักกันฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนที่ผมเจอดีและอีกคืนที่เจอมากับเพื่อน
เจ้าของหอได้ความว่า บริเวณนั้นเคยเป็นสุสานเก่า แต่ได้ทำการล้างป่าช้าแล้วก็มาสร้างหอพักตั้งแต่สมัยที่เริ่มก่อสร้างมหาวิทยาลัยรามคำแหงใหม่ๆ พวกเราเลยเดากันว่าน่าจะเป็นผีแขกเจ้าของที่แถวนั้นซึ่งต้องการปรามๆ พวกผมให้เคารพต่อสถานที่ที่เค้าเคยอยู่อาศัยมาก่อน...

ระหว่างที่เรากำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงนักศึกษาสาว 2 คนเดินคุยกันมาเสียงดังมาแต่ไกล เสียงนั้นทำให้การสนทนาของเราเงียบลงไปทันที
“เมื่อคืนพี่อ๊อดที่อยู่หอพี่จี๊บจ้างกูไปซักผ้า มืดก็มืด กว่าจะเสร็จตั้งเกือบตี 3 หวัดก็เล่นงาน น้ำมูกไหลฟืดฟาดตลอดเลย..กลัวผีก็กลัว แถมไอ้ห้องข้างๆ เสือกพิเรนทร์สวดมนต์กลางดึก แล้วยังคุยกันแต่เรื่องผี เกือบจะตะโกนด่าไปแล้วเชียว แต่เกรงใจเห็นว่าห้องอื่นๆ เค้านอนกันหมด เสียดายไม่ได้เห็นหน้าว่าไอ้ห้องนั้นมันเป็นใคร”

เวงกำ..เสียงที่ได้ยินว่าเป็นผู้หญิงร้องไห้กลายเป็นเสียงยัยคนนี้เป็นหวัดแล้วสั่งน้ำมูกหรอกเหรอ..

แล้วคืนที่ผมเจอดีล่ะ..มันคืออะไรกันแน่..



โดย : -`๏’- นันยาง -`๏’-
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook