บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> พ่อสอนลูก

เรื่อง : พ่อสอนลูก


พ่อสอนลูก
โดย นันทารี
ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในครอบครัวที่ไม่อบอุ่น ไม่ต่างอะไรกับคนอื่นๆ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่อยู่ในครอบครัวที่มีปัญหาต้องทำตัวเองให้มีปัญหาไปด้วยแทนที่จะทำปัญหาให้มันลดน้อยลง แต่ฉันไม่ใช่อย่างนั้นฉันพยายามจะทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เมื่อก่อนพ่อแม่ของฉันทะเลาะกันบ่อยมาก บางครั้งฉันก็ทนไม่ได้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทางเดียวที่ฉันระบายออกมาก็คือ การร้องไห้ ทุกครั้งที่ร้องไห้ก็ไม่มีใครรู้ นอกจากตัวฉันเอง ฉันไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตาของฉัน ฉันรู้ว่าที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันทุกวันเพราะอะไร ก็เพราะพ่อฉันเป็นคนที่ติดเหล้ามาก พ่อกินเหล้าทุกวันไม่มีวันไหนเลยที่พ่อไม่กินเหล้า ตอนแรกฉันเกลียดพ่อมากๆแต่ความรักของพ่อทำลายความเกลียดชังทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวฉัน ในหัวใจของพ่อ ความคิดทุกอย่างของพ่อ มีแต่ฉันคนเดียว พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อฉัน จนในที่สุดพ่อก็เลิกเหล้าได้ ฉันดีใจมากๆ แม่ก็เริ่มดีกับพ่อ แต่ถึงกระนั้นเลยเรื่องก็ไม่ได้จบอยู่แค่นี้
ครอบครัวของเรามีฐานะไม่ค่อยดีนัก เมื่อก่อนตอนฉันยังเด็กพ่อกับแม่มีอาชีพทำนา แต่นาที่ทำเป็นนาจ้าง รายได้มีน้อย และยังมีหนี้อีกด้วย พ่อกับแม่จึงมาหางานทำในกรุงเทพฯและทิ้งฉันไว้กับยาย เวลาปิดเทอมฉันก็มาอยู่ด้วย งานที่พ่อกับแม่ทำเป็นงานหนักมาก พ่อกับแม่ทำงานก่อสร้าง แต่พ่อก็กินเหล้าซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันทุกวัน เนื่องจากแม่ไม่ชอบให้พ่อกินเหล้า ฉันก็ไม่ชอบ จนในวันหนึ่งพ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรง แม่ไล่พ่อให้กลับบ้านนอก ซึ่งตอนนั้นฉันกำลังเรียนชั้นประถม 5 และยังอยู่กับยาย แม่โทรศัพท์มาบอกว่าถ้าพ่อมารับอย่าไปกับพ่อ ฉันก็เชื่อที่แม่พูด ฉันจะไม่ไปกับพ่อแต่ฉันจะรั้งพ่อให้อยู่ที่บ้านนี่แหละ ไม่ให้พ่อพาฉันไปไหนทั้งนั้น แต่พ่อก็ยังไม่กลับมาจนเวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์พ่อก็ยังมาไม่ถึงจนทุกคนแปลกใจแล้วแม่ก็กลับมาเพราะเป็นวันหยุดพอดี แต่ก็ยังไม่มีใครพูดถึงพ่อ แต่ฉันก็รู้ว่าในใจทุกคนก็ยังแปลกใจว่าพ่อทำไมยังไม่กลับมา ตอนนั้นฉันก็ไม่สบายใจมากพอแม่กลับมาได้หนึ่งวันก็มีคนรู้จักมาบอกกับแม่ว่าเห็นพ่ออยู่ที่โรงพยาบาลไม่รู้ว่าใช่พ่อรึเปล่าเพราะจำไม่ค่อยได้ แต่เท่าที่เขาบอกก็อาจจะใช่ เพราะพ่อยังไม่กลับมา จากนั้นเราก็พากันไปที่โรงพยาบาล ภาพพ่อที่ฉันเห็นนั้นมันเหมือนมีดที่กำลังกรีดหัวใจฉันช้าๆ ครึ่งตัวของพ่อขยับไม่ได้ หมอบอกว่ามีมูลนิธิมาพบพ่อ และช่วยพ่อมาส่งที่โรงพยาบาล เขาไปเจอพ่อสลบอยู่ที่ข้างทางแต่ตอนนั้นพ่อยังมีลมหายใจอยู่ เนื้อตัวฟกช้ำไปหมด ที่ศีรษะมีรอยถูกตีที่ด้านซ้ายจนทำให้อวัยวะที่ด้านขวาขยับไม่ได้และก็พูดได้ไม่ชัดและจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ชื่อตัวเอง แต่ที่น่าแปลกที่พ่อกลับจำชื่อของฉันได้ คนที่มาเฝ้าญาติเล่าให้ฉันฟังว่าเขาถามชื่อฉันกับพ่อ พ่อก็สามรถบอกได้ว่าชื่ออะไรตอนนั้นฉันได้แต่นั่งดูพ่อ และซาบซึ้งที่พ่อไม่ลืมฉันเลย หลังจากที่ฉันกับแม่พบพ่อแล้ว ก็มาดูแลพ่อ แม่มาเฝ้าพ่อตลอด ส่วนฉันก็มาบ้าง เพราะแม่ไม่ให้อยู่ ระหว่างที่มาดูแลพ่อแม่ก็ได้ไปแจ้งความ ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจจะเมาแล้วไปในที่เปลี่ยวจึงถูกทำร้ายแล้วนำไปทิ้งซึ่งแถวนั้นก็ไม่ไกลจากจากสถานีรถไฟ และยังเป็นแหล่งรวมมิจฉาชีพอีกด้วย หลังจากนั้นพ่อก็ได้กลับบ้าน แต่ก็ยังเดินไม่ได้ พูดก็ยังไม่คล่อง แม่ก็กลับไปทำงานต่อ ฉันก็ยังอยู่ที่นี่ส่วนฉันกับย่าก็เป็นคนดูแลพ่อ เท่าที่จำได้ฉันว่าฉันไม่ค่อยดูแลพ่อสักเท่าไหร่นักส่วนใหญ่จะเป็นย่าซึ่งฉันรู้สึกผิดมากๆ และมันก็สายเกินไปที่จะแก้ตัว พอพ่อหายก็กลับไปทำงานต่อ แล้วฉันก็ย้ายตามไปเรียนที่กรุงเทพฯ ตอนนี้พ่อไม่กินเหล้าแล้วแต่พ่อก็ไม่ค่อยทำงาน พ่อบอกว่าที่ต้องหยุดงานเพราะพ่อไม่ชอบเจ้านาย เขาว่าพ่อต่างๆนานา จนพ่อทนไม่ได้และพ่อก็สุขภาพไม่ดีเนื่องจากอุบัติเหตุในวันนั้นแล้วก็เลิกทำงานไป เหลือแต่แม่คนเดียวทีทำงานนี้ แม่ต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูชีวิตอีกสองชีวิต เมื่อพ่อเลิกเหล้า แม่ก็ดีกับพ่อ แต่พอพ่อเลิกทำงานอีกคราวนี้แม่ทะเลาะกับพ่อบ่อยขึ้น แล้วแม่ก็ไม่ให้เงินพ่อใช้ พอพ่อเลิกเหล้าก็มาติดกาแฟแทนตอนแรกๆก็นิดหน่อยพอนานๆก็มากขึ้น วันหนึ่งๆกินหลายซอง ซึ่งพ่อจะซื้อมาเป็นซอง แต่พอไม่มีเงินก็เริ่มขโมยเงิน พอแม่จับได้ก็มีปากเสียงกัน หลังจากนั้นแม่ก็เก็บเงินไว้กับตัวตลอด แล้วพ่อก็มาขโมยเงินที่ฉันเก็บไว้ไปอีก แรกๆ ฉันก็ไปฟ้องแม่ แต่มาหลังๆฉันเริ่มเป็นฝ่ายทะเลาะกับพ่อ ฉันเริ่มก้าวร้าวกับพ่อมากขึ้นจนกลายเป็นความกดดัน แต่ที่ฉันทำก็เพราะว่าไม่อยากให้พ่อกิน แต่มันก็ไม่ดีที่ทำกับพ่ออย่างนั้น สุขภาพพ่อก็ไม่ค่อยดี ยิ่งช่วงหลังพ่อเป็นลมชักบ่อยมาก ในคืนแรกที่พ่อเป็นฉันตกใจมากได้ยินเสียงดังตึงตังและเสียงคลางของพ่อจึงเรียกแม่แล้วรีบลุกไปดูเห็นพ่อตาเหลือก ตัวเกร็ง มือหงิก น่าตกใจมากแล้วแม่ก็ปฐมพยาบาลพ่อด้วยการกดที่ท้อง แล้วพ่อก็รู้สึกตัว พ่อไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วพ่อก็เป็นอย่างนี้อยู่บ่อยๆ จะเป็นแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น และฉันจะเป็นฝ่ายรู้ตัวเสมอ แม่ก็จะเป็นคนปฐมพยาบาล แต่แม่ก็ยังไม่พอใจพ่ออยู่ดีที่พ่อไม่ทำงานและก็บอกพ่อว่าถ้าไม่ทำงานก็กลับไปอยู่บ้าน แรกๆพ่อก็คิดที่จะหางานแต่ไม่ที่ไหนเลยที่พ่อจะทำ บางครั้งพ่อก็เก็บของเก่าขาย เพื่อเอาเงินไปซื้อกาแฟ แรกๆพ่อก็เก็บนิดหน่อยๆเช่น ขวดต่างๆ กระดาษ หนังสือเก่าๆ แต่พอนานๆหาไม่มีของเก่าขายก็เริมไปเอาของที่คนอื่นเก็บไว้มาขาย จนคนนั้นเขามาต่อว่า เป็นเหตุให้แม่กับพ่อต้องทะเลาะกันอีก พ่อเก็บจนเหมือนคนโรคจิตเข้าไปทุกที แรกๆก็ของเก่า นานก็เริ่มเป็นขยะ ฉันไม่ชอบเลยที่พ่อต้องทำอย่างนี้เพื่อเอาเงินไปซื้อสิ่งไร้ประโยชน์ จนบางครั้งเป็นเหตุให้ฉันก้าวร้าวกับพ่อแต่ไม่นานฉันก็เลิกสนใจ จะเก็บก็เก็บไป
มีเรื่องกดดันมากมายเกิดขึ้นกับพ่อเป็นเรื่องที่มาจากฉันกับแม่ทั้งนั้น พ่อต้องทนแม่และต้องถูกฉันก้าวร้าวใส่ ซึ่งเมื่อก่อนฉันไม่เคยก้าวร้าวใส่พ่อเลย แต่พอช่วงหลังๆที่พ่อออกจากงานประกอบกับฉันไม่ชอบที่พ่อขโมยเงินฉันไปซื้อกาแฟเป็นเหตุให้ต้องไม่ลงรอยกับพ่อ
แม่กดดันพ่อทุกอย่าง ไล่พ่อให้กลับบ้าน ไม่ให้เงิน จนพ่อต้องมาขโมยเงินฉัน ถ้าพ่อเอาเงินฉันไปซื้อสิ่งที่มีประโยชน์ฉันก็จะไม่ว่าเลย แต่นี่พ่อเอาเงินฉันไปซื้อสิ่งที่มันทำให้เสียสุขภาพ
เมื่อก่อน ถึงเวลากินข้าวในตอนเย็นก็จะกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่พอมาช่วงหลังๆพ่อจะรอให้ฉันกับแม่กินอิ่มก่อนจึงค่อยกิน ที่พ่อต้องกินข้าวทีหลังก็เพราะฉัน ในตอนนั้นเมื่อถึงเวลากินข้าวฉันจะทำท่าไม่พอใจกับพ่อ ทำท่าไม่อยากกินข้าวกับพ่อ เพราะยังโกรธที่พ่อมาขโมยเงินของฉัน ฉันนี่มันเลวจริงๆ ทำได้อย่างไร มาคิดได้ตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว
หลายครั้งที่แม่ไล่พ่อให้กลับบ้าน ก็มีเป็นบางครั้งที่พ่อก็กลับไป ถึงตอนนี้ฉันรู้สึกไม่ดีเลยฉันไม่อยากให้พ่อกลับไปฉันอยากให้พ่ออยู่กับฉัน แต่พ่อก็ต้องกลับตามคำของแม่ ขณะที่พ่อกำลังเดินทางกลับฉันรู้สึกเป็นห่วงพ่อมากๆ กลัวว่าพ่อจะเจอเรื่องอีก และก็สุขภาพของพ่อก็ไม่ดี ฉันก็ได้แต่ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองพ่อและก็แอบร้องไห้คิดถึงพ่อคนเดียว ถึงแม้ว่าฉันจะร้ายกับพ่อแต่ฉันก็ยังรักพ่อ ฉันเกลียดพ่อก็แค่เรื่องที่พ่อติดกาแฟเหมือนที่พ่อเคยติดเหล้า ฉันพยายามเตือนแต่พ่อก็ไม่ฟัง ฉันไม่ชอบพ่อก็เรื่องเพียงเท่านี้ แต่พ่อก็กลับไปได้ไม่นาน แล้วพ่อก็กลับมาหาฉัน ฉันรู้ว่าที่พ่อกลับมาก็เพราะพ่อคิดถึงฉัน พ่อรักฉันมากจริงๆ ฉันยังจำได้เมื่อก่อนที่ฉันยังอยู่ที่บ้านนอก พ่อกับแม่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เวลาพ่อกลับบ้านก็จะให้ไอ้วัฒน์ญาติผู้พี่ไปตามฉันมาจากบ้านยายให้มาหาพ่อ ความจริงพ่ออยากมาหาฉันเองโดยที่ไม่ต้องให้คนไปตามแต่ทางบ้านยายไม่ชอบพ่อ พ่อก็เลยไม่ไป ฉันไม่เคยเห็นพ่อไปเหยียบที่บ้านยายเลย ที่ทางบ้านยายไม่ชอบพ่อเพราะพ่อเป็นคนขี้เหล้าตามภาษาที่เขาเรียกกันแล้วฉันก็จะมานอนกับพ่อเสมอ ไม่มีวันใดเลยที่พ่อไม่นึกถึงฉัน ฉันมันเลวจริงๆที่ทำไม่ดีกับพ่อ เมื่อพ่อกลับมาแล้วก็มีเรื่องกับแม่อีก แล้วก็ต้องหนักใจกับกริยาก้าวร้าวของฉันอีก เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ แม่ก็ไล่พ่ออีก พ่อก็กลับไปอีก ประมาณสองสามครั้ง ครั้งสุดท้ายพ่อก็กลับไปอยู่นานมาก จนกระทั่งย่าของฉันเสีย ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ฉันมัธยม 2 พ่อก็กลับมาหาเหล้าอีก พ่อคงเสียใจมากที่ย่าต้องมาจากไป เพราะย่ารักพ่อมากที่สุด ย่ามีลูกสามคนรวมพ่อด้วย พ่อเป็นลูกคนสุดท้าย และเป็นหัวแก้วหัวแหวนของย่า และฉันก็เป็นลูกของพ่อเพราะฉะนั้นย่าจึงรักพ่อและฉันมากพ่อและฉันก็รักย่ามากเช่นเดียวกัน ตลอดงานศพพ่อเมาตลอด คราวนี้สร้างความไม่พอใจให้แม่มากยิ่งขึ้น ฉันก็ไม่ชอบที่พ่อทำอย่างนี้ ย่าไม่อยากให้พ่อกินเหล้า แต่พ่อก็กินในวันที่ย่าจากไป หลังจากที่ย่าจากไปได้ไม่กี่วันพ่อก็กลับมาหาเราที่กรุงเทพฯอีกคงเพราะไม่มีย่าแล้วและก็อยากอยู่กับครอบครัว คราวนี้แม่ไม่ให้พ่อเข้าบ้าน ตอนนั้นเป็นตอนกลางคืน พอพ่อมาถึงก็มาเคาะประตูเรียกแม่ แต่แม่ก็ไม่เปิดกลับไล่พ่อให้ไปไกลๆ แต่พ่อก็ยังเรียกให้เปิดประตูฉันอยากจะไปเปิดประตูให้พ่อใจจะขาดแต่แม่ไม่ให้เปิด จากนั้นพ่อก็ไปนอนที่ห้องข้างๆ ซึ่งเป็นห้องที่ไม่มีคนอยู่มี และเป็นห้องแคบๆ เพราะห้องที่ฉันอยู่ขยายไปเบียด ห้องนี้เป็นห้องสำหรับไว้เก็บของ ที่ที่ฉันอยู่เป็นแคมป์คนงานก่อสร้าง คล้ายกับห้องแถวแต่มุงด้วยสังกะสีใช้ไม้เป็นโครง ถึงหน้าร้อนก็จะร้อนมาก เมื่อไม่มีใครเปิดประตูให้พ่อก็ไปนอนอยู่ที่ห้องข้างๆ ตอนนั้นเป็นหน้าหนาว พ่อก็ไม่มีผ้าห่ม แทนที่ฉันจะเอาไปให้ก็กลับนอนหลับสนิท จนได้ยินเสียงพ่อชัก จึงรีบปลุกแม่แล้วก็ไปช่วยพ่อคราวนี้พ่อเป็นหนักกว่าเดิมท้องพ่อแข็งมาก เราต้องช่วยกันกดท้องของพ่อนานกว่าครั้งก่อน ครั้งนี้พ่อมีปัสสาวะออกมาด้วย แล้วแม่ก็พาพ่อเข้ามานอนข้างใน แล้วพ่อมาอยู่กับฉัน แต่ก็ต้องถูกแม่ไล่ให้กลับบ้านอยู่ดี แล้วพ่อก็กลับไปบวช ตอนนี้พ่อคงไม่กลับมาแล้ว เพราะพ่อเป็นพระแล้ว แต่มันไม่ได้จบอยู่แค่นั้น สุขภาพพ่อก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆจนในที่สุดก็เดินไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะผลมาจากอุบัติเหตุและการชักของพ่อ แต่ฉันก็ไม่ได้ไปดูแลเพราะต้องเรียนหนังสือ แม่ก็ไปเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่ลุงสิทธ์พี่คนรองของพ่อที่คอยดูแล
พ่อเดินไม่ได้สักพักก็กลับมาเดินได้อีก พ่ออยู่ที่นั่นก็ช่วยลุงสิทธิ์ทำนา นานๆเข้าก็ไม่ได้ช่วย เพราะพ่อทำไม่ไหวแล้วพ่อก็มากเก็บขวด เศษเหล็ก เศษกระดาษขายเหมือนที่พ่อเคยทำตอนอยู่ที่กรุงเทพฯขาย พ่อไม่ได้กลับมาหาฉันหาฉันอีก
เมื่อถึงวันสงกรานต์ฉันก็ได้กลับไปที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปหาพ่อ ซึ่งความโกรธมันมากกว่าความรักซึ่งทำให้ฉันหลงผิด ฉันไม่เคยไปคุยกับพ่อเลย มีอยู่วันหนึ่งในช่วงนั้น ฉันเห็นพ่อไปกรุงเทพฯ ต่อมาวันรุ่งขึ้นพ่อก็กลับมา คงเพราะถูกแม่ไล่ และในตอนเช้ามีตลาดนัดที่บ้าน ตลาดตั้งอยู่ที่บริเวณถนนใหญ่ ขณะที่ฉันกำลังเดินดูของก็เห็นพ่อกำลังลงจากรถเมล์ ต่างคนก็ต่างเจอหน้ากัน แต่ฉันมองพ่อแล้วก็เดินไปโดยไม่สนใจพ่อเลย ในช่วงสายฉันได้ยินคนพูดว่า ที่ตัวพ่อมีรอยช้ำ รอยแผลเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าเขารู้ได้ยังไง หรือว่าเขาเห็น ฉันได้ยินก็ลองไปดูให้เห็นกับตา พอฉันเห็นก็รู้สึกโกรธแม่มาก แต่ก็ไม่ได้แสดงให้พ่อเห็นว่าฉันก็เป็นห่วง กลับทำเฉยๆ ฉันนี่มันเลวจริงๆ แทนที่จะหายามาทาให้พ่อ พูดให้กำลังใจพ่อ กลับมาทำเฉยซะนี่ หลังจากวันนั้นก็มีเป็นบางวันที่ฉันไปคุยกับพ่อ แล้ววันสงกรานต์ก็สิ้นสุด ฉันก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ
ในครั้งนี้พ่อไม่ได้กลับมาหาเราอีกเลยและจะไม่มีวันกลับมาอีก หลังจากที่ฉันกลับมาได้ไม่นานก็ได้ข่าวว่า พ่อป่วยอีกแล้ว และก็เดินไม่ได้ ลุงพาไปหาหมอ หมอบอกว่าพ่อเป็นโรคหัวใจ และเส้นเลือดในสมองตีบ ช่วงที่พ่ออยู่ที่โรงพยาบาลแม่ก็ไปเยี่ยม แล้วพ่อก็ได้กลับบ้าน แต่ก็ยังเดินไม่ได้ พ่อเจ็บออดๆแอดๆ เรื่อยมาเดินไม่ได้เป็นปี เมื่อถึงช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงปิดเทอมของฉัน ฉันก็กลับมาอยู่ที่บ้านแต่มาอยู่กับป้าแรม พี่สาวของแม่ วันแรกที่ฉันกลับมา ฉันก็รีบไปหาพ่อ สภาพพ่อที่เห็นมันทรมานจิตใจฉันมาก พูดไม่ชัด ติดๆขัดๆเหมือนคนติดอ่าง ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ถ้าฟังดีๆก็พอรู้ พ่อผอมลงไปมาก จนเห็นกระดูก เมื่อก่อนที่พ่อยังอยู่กับฉันพ่อดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่ตอนนี้พ่อไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว ระบบขับถ่ายก็ไม่ค่อยดี ลุงสิทธิ์บอกว่าบางครั้งพ่อก็ขับถ่ายออกมาเลย อีกทั้งพ่อก็เดินไปห้องส้วมที่อยู่บนบ้านใหญ่ไม่ได้ บ้านที่พ่ออยู่เป็นบ้านไม้เตี้ยๆ มีใต้ถุนสูงประมาณ 1 ฟุต ไม่กว้างมากจะพูดว่าเล็กก็ได้ คล้ายๆยุ้งฉางสำหรับเก็บข้าวของชาวนา เป็นบ้านที่ฉันเคยอยู่กันสามคนก่อนที่พ่อกับแม่จะไปกรุงเทพฯ ปลูกอยู่ข้างๆบ้านใหญ่ ส่วนบ้านใหญ่เป็นบ้านของลุง ลุงจึงสร้างห้องส้วมไว้บริเวณนอกชานข้างๆบ้านเรา จริงๆไม่ใช่ห้องส้วมหรอกก็แค่เจาะรูที่พื้น ขุดรูข้างใต้ไว้ ในห้องมีไม้ไผ่พาดอยู่ ไว้สำหรับให้พ่อหัดเดิน เมื่อฉันไปหาพ่อก็ให้พ่อเดินให้ดู พ่อเดินได้แต่ก็ต้องจับไม้ไว้ เดินตัวเปล่าๆไม่ได้ ฉันเห็นแล้วก็อดนึกดีใจไม่ได้ ที่พ่อกำลังจะเดินได้
ในตอนนั้นฉันยังเด็ก ยังห่วงแต่เล่น เลยไม่ค่อยได้ดูแลพ่อสักเท่าไหร่ มีอยู่วันหนึ่งพ่อถ่ายอุจจาระใส่กางเกง ฉันก็เอาไปซัก ขณะที่ซักก็บ่นพึมพำ ไม่รู้ว่าฉันจะบ่นไปทำไม แย่จริงๆ ในทุกๆวันฉันไม่ค่อยไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อ มาหาก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง ถ้าวันไหน มาเล่นที่บ้านย่า(บ้านลุง) เมื่อก่อนฉันจะเรียกที่นี่ว่า บ้านย่า จนติดปาก ก็จะอยู่ที่นี่นานหน่อย พ่อก็จะนั่งดูฉันอยู่ในห้อง บางวันฉันก็จะไปเล่นที่อื่น ส่วนใหญ่ฉันจะไปดูเขาเล่นบอลที่วัด เมื่อเขาเลิกฉันก็จะกลับบ้านป้า ก่อนที่จะกลับ ก็จะแวะไปกางมุ้งให้พ่อ ซึ่งฉันทำอย่างนี้ทุกวัน แต่บางวันพอฉันจะมากางมุ้งให้ก็พบว่าพ่อกางมุ้งเองแล้ว ฉันจะบอกกับพ่อให้พ่อหัดเดินบ่อยๆ ฉันจะบอกอย่างนี้ทุกวัน แต่ถึงอย่างไรฉันก็ดูแลพ่อไม่ดี ความที่ฉันเป็นเด็ก ยังไม่มีความคิด ก็ทำให้ละเลยพ่อไปบ้าง ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะอยู่กลับพ่อทุกเวลา จะหาอะไรอร่อยๆมาให้พ่อกินเยอะๆ จะมานอนกลับพ่อจะไม่ไปไหนเลยตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นแต่ก็สายไปแล้ว
แล้ววันหยุดก็ผ่านไป ฉันรู้สึกเป็นห่วงพ่ออย่างไรไม่รู้ แต่ก็ต้องกลับเพราะต้องเรียนหนังสือ เมื่อฉันกลับมากรุงเทพฯแล้วก็ดำเนินชีวิตไปตามปกติ แต่ฉันก็อดห่วงพ่อไม่ได้ ฉันจึงเขียนจดหมายไปหาน้องให้นอกบอกเล่าเรื่องราวของพ่อให้ฉันได้รู้ น้องบอกว่าพ่อเริ่มดีขึ้น เริ่มเดินออกมาข้างนอกได้ แต่ก็ยังเดินไม่ได้ ฉันดีใจมากจริงๆที่รู้ว่าพ่อกำลังจะหาย เมื่อถึงวันพ่อ ฉันอยากไปกราบพ่อมากแต่ไปไม่ได้ จึงได้เขียนจดหมายบอกน้องฝากน้องไปกราบพ่อด้วย เมื่อน้องทำตามที่ฉันบอกก็มาเล่าให้ฉันฟังว่าพ่อดีใจมากเลย ฉันก็ดีใจที่พ่อรู้สึกดี และทุกวันก่อนนอนฉันจะสวดมนต์ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองพ่อเสมอ
ตอนนี้ ฉันกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยม 4 วันหนึ่งทางโรงเรียนที่ฉันเรียนอยู่ได้จัดกิจกรรมเข้าค่ายเป็นค่ายจริยธรรม ซึ่งค่ายนี้แหละทำให้ฉันสำนึกได้และทำให้ฉันมีความคิดมากยิ่งขึ้นฉันได้รู้ว่าทุกสิ่งทุกย่างที่ฉันได้ทำไปนั้นมันไม่ดีเลยและก็รู้ว่าสิ่งที่ฉันทำไม่ดีกับพ่อเอาไว้นั้นพ่อไม่เคยโกรธเลยทำไมที่ผ่านมาฉันต้องโกรธพ่อด้วย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้พ่อเลย ยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณของพ่อกับแม่เลย มีคำหนึ่งที่ฉันเก็บไว้ติดสมองเลยก็คือ เราควรทำดีกับพ่อแม่ควรตอบแทนท่านตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่ท่านจะไม่ได้อยู่กับเราเมื่อถึงวันนั้นแล้วถ้าเรายังไม่ได้ทำอะไรให้ท่าน คนที่เสียใจที่สุดก็คือเรา ดังนั้นเมื่อฉันกลับมาจากค่ายฉันจะทำความดี ฉันจะกลับไปอยู่ดูแลพ่อจะไม่ละเลยพ่ออีก ฉันได้วางแผนที่จะดูแลพ่อไว้ ถ้าฉันได้กลับไปฉันก็จะอยู่ดูแลพ่อจะไม่ห่างพ่อไปไหนเลย จะอาบน้ำให้ จะซักผ้าให้ จะทำทุกอย่างที่ฉันยังไม่ได้ทำ วันสงกรานต์ก็กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่เดือนฉันก็จะได้ทำในสิ่งที่ฉันไม่เคยทำ ในตอนนี้ใจฉันได้ไปอยู่ที่นั่นซะแล้ว
และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในตอนเย็นของวันหนึ่งน้าก็ได้โทรศัพท์มาบอกฉันว่า พ่อของฉันได้จากฉันไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ฉันยังจำคำพูดของน้ำได้แม่นน้าพูดว่า “กุ้ง พ่อกุ้งตายแล้วนะ” มันเหมือนนรกที่ฉันกำลังจะไปเยือน ฉันอึ้งพูดไม่ออก เงียบไปสักพักแล้วก็ถามน้าว่าพ่อเป็นอะไร น้าบอกแค่ว่าพ่อนอนตายเฉยๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อ อยากให้มันเป็นแค่ความฝัน แต่พ่อได้จากฉันไปจริงๆ ขณะนั้นน้ำตาฉันไหลออกมาไม่หยุดเสียดายแล้วก็เสียใจ ฉันรักพ่อมากเหลือเกิน เพิ่งมาสำนึกได้ก็สายเกินไปแล้ว ฉันหวังแต่เพียงว่าพ่อจะอภัยให้ฉัน แต่ถึงอย่างไรฉันก็อยากบอกพ่อว่า ไม่ต้องยกโทษให้ฉัน ขอให้ฉันได้รับกรรมกับสิ่งที่ฉันได้ทำไว้ แต่ฉันก็รู้ว่าพ่อไม่เคยโกรธฉัน ท่านให้อภัยฉันตั้งแต่แรกแล้ว ถึงฉันจะสำนึกได้แค่ไหน แต่ก็ยังทำไม่ดีแม้ในงานศพของพ่อ ฉันไม่ได้ตั้งใจที่ทำ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะแย่มาก แม่ฉันต่อว่าฉันว่า ฉันไม่ค่อยมาอยู่ในงานเลย ไม่เห็นมาอยู่ใกล้ศพพ่อเลย ฉันอยากบอกแม่ว่าฉันไม่ได้คิดที่จะไม่เคารพศพพ่อ แต่ไม่มีใครสนใจฉันต่างหากเวลาที่ฉันมาอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่มีใครสนใจ แต่พอฉันไม่อยู่ก็มาว่าฉัน ฉันก็ยอมรับว่าบางครั้งฉันก็ไม่อยู่แต่ที่ไม่อยู่ก็เพราะไปซักผ้า ถ้าไม่ซักก็จะไม่มีเสื้อผ้าใส่จึงทำให้บางวันในตอนเช้ามาที่งานสาย บางทีพระมาสวด ฉันก็ไม่ได้ไปนั่งกับแม่ ปกติเจ้าภาพจะคอยดำเนินการต่างๆ ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรไม่ได้ไม่ค่อยรู้เรื่องก็เลยอยู่ห่างๆ ถ้าฉันต้องทำอะไรเด่ยวแม่ก็ต้องมาบอกเอง ไม่นึกว่าจะทำให้ถูกตำหนิ ฉันไม่รู้ว่ามันเลวมากไหมกับการกระทำอย่างนี้ แต่ฉันคิดว่ามันไม่ดีเพราะผู้ใหญ่ได้ตำหนิมาแล้ว ฉันก็ได้แต่บอกว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันก็โศกเศร้าเหมือนกัน แต่สิ่งที่ฉันยอมรับว่าผิดแน่ๆก็คือเรื่องที่ผ่านๆมาและเมื่อรู้ว่าพ่อเสียแทนที่จะรีบไปบ้านในรุ่งขึ้นกลับรอสอบเก็บคะแนนก่อน ซึ่งมันสามารถขออาจารย์เลื่อนสอบได้ แต่ฉันไม่อยากตามสอบทีหลัง จึงได้ทำไปอย่างนี้ เมื่อถึงตอนเย็นลุงลี พี่ชายแม่ก็เดินทางมารับ ลุงมาถึงตอนเย็น เมื่อมาถึงก็พาฉันกลับทันที ระหว่างที่เดินทางกลับฉันก็รู้สึกไม่ดีเลย ไม่อยากเห็นพ่ออยู่ในโรงศพ มันสะเทือนใจอย่างไรไม่รู้ ฉันคิดว่าพ่อคงกำลังรอฉันกลับไป ฉันเสียใจที่ไม่ได้กลับไปอาบน้ำศพให้พ่อ หวังว่าพ่อคงไม่น้อยใจฉันนะ
เมื่อฉันได้กลับมาฉันก็ได้รู้ในสิ่งที่ฉันไม่รู้ ฉันอยากรู้ว่าพ่อเสียอย่างไร ก็เลยพยายามถามคนที่อยู่ที่นั่น ถามไอ้วัฒน์ลูกลุงสิทธิ์ เขาก็ได้เล่าว่าในตอนเช้าก่อนที่พ่อเสีย ซึ่งพ่อเสียในตอนเย็นวันเดียวกัน เขายังเห็นพ่อขึ้นบ้านไปเอาข้าวมากิน ซึ่งยังดูดีๆอยู่ ต่อมาในตอนเย็นเขาเข้าไปเอาข้าวไก่ที่เก็บไว้ในบ้านพ่อ เขาเห็นพ่อนอนเลือดออกจมูก จึงรีบไปตามลุงมาดู เขาเป็นคนพบพ่อเป็นคนแรกก่อนที่พ่อจะเสีย ส่วนพี่ภพลูกลุงเสริฐพี่ชายคนโตของพ่อก็เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้พ่อเคยหกล้ม แล้วก็โดนบางสิ่งบางอย่างบาดที่เท้าลึกมาก เขาก็เลยสงสัยว่าอาจจะเป็นบาดทะยัก แต่ก็อาจจะมีส่วน แต่พ่อก็เป็นโรคหัวและเส้นเลือดในสมองตีบด้วย ฟังพี่ๆเล่าแค่นี้ฉันก็รู้สึกแย่มาก แล้วก็ยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่อฟังลุงและคนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่า เขาบอกว่าเมื่อไอ้วัฒน์มาตามก็รีบไปดูเห็นพ่อเลือดออกจมูกหายใจแผ่วๆ ไม่รู้สึกตัว ลุงสิทธิ์ ป้าเพ็ญแม่ไอ้วัฒน์ ป้าหนูบ้านข้างๆต่างก็พากันเรียกพ่อ พยายามเรียกให้พ่อรู้สึกตัว แต่ลมหายใจของพ่อแผ่วมาก ลุงรู้แล้วว่าพ่อกำลังจะไปก็เลยทำใจ แล้วลมหายใจพ่อก็หมด ถ้าฉันอยู่ในวันนั้นฉันคงจะช็อคมากแต่ฉันก็อยากไปดูใจพ่อ แล้วก็พอสรุปได้ว่าที่พ่อเสีย อาจจะเป็นเพราะหัวใจล้มเหลว
ในวันเผาศพของพ่อ ฉันได้เห็นหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย และต่อไปฉันคงจะไม่เห็นอีกฉันจึงพยายามจำหน้าพ่อไว้ แต่ถึงอย่างไรก็จำได้อยู่แล้วเพราะพ่อเป็นพ่อของฉัน ฉันไม่มีวันลืมหน้าพ่อแน่นอน ชื่อของพ่อก็ไม่มีวันลืม แม้กระทั้งทุกวันนี้ พ่อจะอยู่ในใจของฉันตลอดไปจนวันตายและเป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันรักมากที่สุด
สิ่งที่ฉันได้รู้มาถึงความรักของพ่อก็คือ ก่อนที่ท่านจะจากไป ป้าเพ็ญมาเล่าให้ฉันฟังว่า มีอยู่วันหนึ่งไม่นานก่อนที่พ่อจะเสีย พ่อเดินได้แล้วและพยายามที่จะมาหาฉัน พ่อบอกทุกคนว่าจะมาหาฉัน แต่ป้าเพ็ญห้ามไว้เพราะพ่อยังไม่แข็งแรงและยังเดินไม่คล่อง แต่ก็เดินไปไหนมาไหนได้ เมื่อได้ฟังอย่างนี้ฉันซาบซึ้งเหลือเกิน พ่อรักฉันมากกว่าใคร พ่อไม่เคยนึกถึงใครก่อนเลยนอกจากฉัน ทำไมฉันไม่ทำดีกับพ่อให้มากๆ และยังมีอีก ลุงจ้อนสามีป้าแรมเล่าให้ฟังว่าในตอนกลางคืนหลังจากที่สวดศพเสร็จก็ได้อยู่ที่งานจนดึก ซึ่งในตอนนั้นฉันกับแม่ไปนอนที่บ้านป้าแรม ลุงได้เดินกลับมานอนที่บ้าน บ้านของป้ากับลุงเป็นบ้านสองชั้น ลุงจ้อนก็เมาขี้เกียจขึ้นไปนอนข้างบน ก็เลยนอนอยู่ที่เปลข้างล่าง กำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงคนเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าประตู เสียงเดินคุ้นมาก เหมือนเสียงเดินของพ่อมาก อีกอย่างในตอนดึกประมาณเที่ยงคืนอย่างนี้จะมีใครออกมาเดิน ซึ่งแถวบ้านนอกเวลาสองทุ่มก็ไม่มีใครออกมาเดินข้างนอกแล้ว ลุงจึงคิดว่าอาจจะเป็นพ่อ ซึ่งพ่ออาจจะมาหาเราก็ได้ แม้กระทั้งพ่อเสียไปแล้วพ่อก็ยังอยากมาหาเรา พ่อรักฉันมากจริงๆ ฉันก็เคยประสบเหมือนกันฉันเคยรู้สึกว่าพ่อตามฉันมา ในวันที่ฉันมาถึงที่บ้านซึ่งฉันมาถึงบ้านประมาณตีสามตีสี่ก็รีบไปไหว้ศพพ่อทันทีเพราะที่นั่นมีลุงคอยนอนเป็นเพื่อนศพจึงสามารถไปได้ จากนั้นก็ไปนอนที่บ้านน้า ระหว่างที่เดินไปฉันก็รู้สึกแปลกๆเหมือนมีคนเดินตามมา ทางที่เดินก็มืดมากมีฉันเดินอยู่กับลุงลีสองคน มีแต่แสงจันทร์ที่คอยส่องทาง บรรยากาศวังเวงมาก เงียบสงัด มีแต่เสียงเดินของฉันกับลุง ทางที่ฉันเดินก็ผ่านเมรุเผาศพด้วย รอบๆเมรุมีธาตุสำหรับเก็บกระดูกคนที่ตายแล้ว จึงอดนึกกลัวไม่ได้ แล้วฉันก็เดินไปถึงบ้านน้าจนได้ บ้านที่ฉันเคยอาศัยอยู่ในตอนเด็ก พอฉันไปถึงน้าก็กำลังจะไปบ้านงานพอดีไปช่วยทำอาหารเลี้ยงพระ จริงๆมันก็จะเช้าแล้ว พอมีแสงสว่างฉันก็รีบอาบน้ำแล้วไปบ้านงานทันที ทันทีที่ไปถึงก็ได้ยินน้าพูดกับคนอื่นถึงเรื่องที่ฉันไปถึงบ้านน้า น้าเล่าว่าตอนที่น้ากำลังขับมอเตอร์ไซค์ผ่านทางที่ฉันเดินมาก็ได้ยินเสียงนกร้อง เขาเลยคิดว่าพ่ออาจจะตามฉันมา แต่มันก็พิสูจน์ไม่ได้ ว่ามันจริงไหม
ความจริงฉันไม่เคยร้ายกับพ่อเลยเพิ่งจะมาก้าวร้าวก็ตอนที่พ่อไม่ทำงาน แล้วก็ยังติดกาแฟอีกด้วย พ่อเป็นคนที่ฉันรักมากที่สุด ตอนเด็ก มีคนมาถามฉันว่าระหว่างพ่อกับแม่ รักใครมากที่สุด ฉันตอบว่าพ่อ เพราะพ่อไม่เคยตีฉันเลย และไม่เคยด่า มีแต่ทะนุถนอม จนเมื่อฉันเริ่มก้าวร้าว พ่อจึงต้องตีและด่าฉัน ที่พ่อทำมันทำให้ฉันได้รู้ว่าฉันมันเลวจริงๆ จากพ่อที่ไม่เคยตีไม่เคยทำลูกเจ็บกลับตีลูกด่าลูก เพราะลูกมันเลวทำให้พ่อต้องทำในสิ่งที่พ่อไม่อยากทำ
เมื่อพ่อจากฉันไป ฉันก็อดนึกถึงคำของพระไม่ได้ มันสายไปแล้วจริงๆ ทำไมต้องมาเกิดกับฉันด้วย ป่านนี้พ่อจะเป็นอย่างไรบ้าง พ่ออยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ หวังว่าพ่อจะไม่ห่วงฉันแล้วนะ ฉันกลัวพ่อจะเป็นห่วงฉัน เพราะหลังจากที่เผาศพพ่อแล้ว และฉันก็กลับมาที่กรุงเทพฯได้ไม่นานก็ฝันเห็นพ่อมาลาฉัน ในความฝัน ฉันเห็นพ่ออยู่กับฉันที่กรุงเทพฯ เรายังอยู่ด้วยกันแต่ในความฝันฉันรู้ว่าพ่อกำลังจะไปจากฉัน ฉันจึงพยายามอยู่กับพ่อไม่ไปไหน แต่มีช่วงหนึ่งที่ต้องไปซื้อของ จำเป็นต้องปล่อยพ่อให้อยู่คนเดียว ขณะที่ฉันกำลังเดินไปซื้อของ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไรไม่รู้ จึงรีบวิ่งกับไป พร้อมกับตะโกนเรียกพ่อไปด้วย แล้วพ่อก็เดินออกมาฉันโผเข้ากอดพ่อทันทีพ่อก็กอดฉันเหมือนกัน กอดแน่นมากแน่นจนหายใจไม่ออก พ่อไม่พูดอะไรเลย กอดฉันไม่ยอมปล่อย แล้วพ่อก็ล้มลง จากนั้นฉันก็สะดุ้งตื่นทันที หลังจากฝันถึงพ่อในวันนั้น ฉันก็ไม่เคยฝันเห็นพ่ออีกเลย เหมือนพ่อมาบอกลาฉัน ฉันรู้ว่าพ่อยังรักฉันเสมอ
ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่ไหน จะเป็นใครในอนาคตฉันก็ยังจะรัก และจะขอให้พ่อเป็นพ่อฉันทุกชาติไป ถ้าชาติภพมีจริงแล้วพ่อไปเกิดเป็นใครก็ตามขอให้พ่อมีแต่ความสุข อย่ามีทุกข์เหมือนชาตินี้ และก็ขอให้เกิดเป็นคนดี มีชื่อเสียงมีฐานะที่มั่นคง ร่ำรวย เพราะชาตินี้พ่อลำบากมามากแล้ว ฉันไม่อยากให้พ่อลำบากอีก ถึงพ่อในชาติหน้าจะไม่รู้ว่าชาตินี้พ่อเป็นใครก็ขอให้พ่อมีแต่ความสุข ความสมหวังก็พอ ลูกคนนี้ จะขอรับกรรมทั้งหมดที่ทำไว้กับพ่อ และก็ขอสัญญาว่าจะดูแลแม่ จะไม่ทอดทิ้งแม่เหมือนที่ทอดทิ้งพ่อไป จะไม่ปล่อยให้อะไรมันสายเกินไปอีก ขอเพียงพ่อไม่เกลียดลูกก็พอ
รักพ่อมาก พ่อเป็นพ่อที่ประเสริฐที่สุดสำหรับลูกเสมอ
พ่อสอนให้ฉันให้ฉันรู้จักความรัก เหมือนกับความรักที่พ่อมีให้กับฉัน การให้อภัย เหมือนกับการให้อภัยของพ่อที่ให้ฉัน พ่อสอนให้ฉันรู้จักโต
ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้สอนฉันด้วยคำพูดแต่เหตุการณ์ต่างระหว่างฉันกับพ่อได้สอนฉัน
ตอนนี้ฉันได้รู้จักความรักที่ยิ่งใหญ่ของพ่อ แต่กว่าจะรู้ก็สายเกินไป ดังนั้นฉันจึงอยากให้คนที่อ่านเรื่องของฉันได้นำเรื่องของฉันไปเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ยังไม่ได้ตอบแทนพ่อกับแม่ ฉันอยากให้ทุกคนได้แสดงความกตัญญู ก่อนที่ท่านจะไม่อยู่กับเรา เพราะอนาคตไม่มีใครรู้ได้ เราไม่รู้ว่าท่านจะอยู่กับเราไปได้นานเท่าไหร่ พ่อแม่มีพระคุณเสมอ และไม่มีพ่อแม่คนใดที่ไม่รักลูก เพราะฉะนั้นเราควรตอบแทนท่านก่อนที่จะสายเกินไป



โดย : นันทารี
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook