บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> แดดยามเช้ากับเสียงของใครหนึ่งคน
เรื่อง : แดดยามเช้ากับเสียงของใครหนึ่งคน!!

เมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้าด้วยอาการงัวเงีย และได้พบว่าฉันได้อยู่คนเดียวจากที่ ๆ ฉันเลือก ทำไมไม่มีเสียงใครปลุกฉันให้ตื่น แล้วนี้มันเป็นวันที่เท่าไหร่แล้วที่ฉันต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบแค่ตัวฉันเองในห้องเล็ก ๆ ห้องนี้ ห้องที่ปราศจากความอบอุ่นรอบกาย เสียงที่น่าจะได้ยินนั้นหายไปไหนเมื่อฉันตื่นในยามเช้า ทำไมไม่มีเสียงคน ๆ นั้นมาร้องเรียกเพื่อให้เตรียมตักบาตร ความรู้สึกเช่นนี้เกิดขึ้นทุกครั้งและทุกวันเมื่ออาการง่วงนอนนั้นหายไป
ใช่สิ!! เพราะฉันต้องอยู่คนเดียวในที่แห่งนี้ ที่ ๆ ฉันเลือกจะอยู่ มันช่างห่างไกลเหลือเกินกันคนที่ฉันรักนักรักหนา ศรัทธาและเคารพเหลือเกิน ฉันคอยถามตัวเองอยู่เสมอว่าฉันควรจะกลับไปอยู่กับท่านทั้ง 2 หรืออยู่ที่นี่เพื่อสิ่งที่ตัวเองรักและทำตามความฝัน ครั้นกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งห้วงของความคิด เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นและรู้สึกได้ว่าตัวเองสะดุ้งจากเสียงนั้น ในใจรู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิน นี่เช้าอยู่นะใครช่างโทรมากวนแต่เช้า แต่ความรู้สึกนั้นกลับหายไปอย่างไม่มีเหตุผล เพราะเสียงที่ฉันได้ยิน ได้พูดคุย คือเสียงของคนที่ฉันกำลังนึกถึงด้วยความคิดถึงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เสียงนั้นบอกถึงความห่วงใยเหลือเกิน ทำให้ฉันนึกได้ว่าฉันกำลังไม่สบาย เสียงนั้นเป็นเสียงที่ฉันไม่อยากได้ยินจากการคุยโทรศัพท์ แต่อยากให้ยืนอยู่ตรงหน้า อยากเห็นหน้าเหลือเกิน เขาคนนั้นคือพ่อของฉัน พ่อที่ฉันคิดถึงเหลือเกินในยามป่วยไข้อย่างนี้ อาการเมื่อวัยเด็กกลับมาโดยทันทีที่ท่านถาม ด้วยอาการเป็นห่วงเป็นใย
เมื่อการสนทนานั้นจบลงก็ทำให้หวนคิดไปถึงวันเก่าก่อนเมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ พ่อ แม่ พี่สาว ที่รักและดีกับฉันอย่างที่ไม่มีใครจะรู้สึกและปฏิบัติได้เท่า เมื่อฉันและพี่สาวยังเด็ก พ่อกับแม่ทั้งหวงและห่วงเหลือเกิน ท่านทั้ง 2 เลี้ยงเราสองพี่น้องในแบบของท่าน เมื่อดื้อท่านก็ตี เมื่อทำตัวดีท่านก็รัก ยังจำได้ตอนนั้นเกิดอุบัติเหตุกับพี่สาวฉันพ่อและฉันเช็ดเลือดที่อยู่เต็มหน้าเต็มตัวของพี่สาว ฉันยังจำได้ติดตา น้ำตาของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อไหลออกมาพร้อมกับจับมือลูกสาวคนโตด้วยความเป็นห่วง ประหนึ่งเหมือนว่าหากเจ็บแทนได้ พ่อขอแลกความเจ็บปวดนั้นแทนลูก ทำไมหนอฉันถึงได้ยินประโยค ๆ หนึ่งที่บอกไว้ว่า น้ำตาของลูกผู้ชายใช่จะไหลออกมาง่าย ๆ ความรู้สึกในตอนนั้นช่างหนักหนาสาหัดเหลือเกินสำหรับฉัน เมื่อได้มองเห็นความเจ็บปวดที่ใจของพ่อและความเจ็บปวดที่กายของพี่สาวของฉัน เหมือนจะหายใจไม่ออกเหมือนมีคนมาบีบคอ น้ำในตาไหลออกมาเหมือนจะไม่ยอมหยุด พ่อกับฉันยืนอยู่ข้างเตียงคอยเช็ดเลือดที่เปื้อนหน้าเปื้อนตัวของพี่สาวและยืนเฝ้าอยู่อย่างนั้น พร้อมกับนางพยาบาลที่ทำงานช้าเหลือเกินในความคิดของฉัน หรือฉันใจร้อนเกินไปก็ไม่รู้ เพราะที่พี่สาวของฉันเจ็บปวดเหมือนจะนานเกินไปแล้ว ทำไมพี่สาวฉันไม่ยอมพูดอะไรสักคำ ทำไมถึงได้แต่ร้องโอดโอย ด้วยความเจ็บปวดอย่างนั้น ฉันอยากจะแบ่งความเจ็บความปวดนั้นบ้างแม้เซี่ยวก็ยังดี หลังจากนั้นไม่นานนัก แม่ก็ตามมาถึงและอาการของท่านก็ไม่ได้ต่างจากฉันกับพ่อสักเท่าไหร่นัก
อุบัติเหตุในครั้งนั้นช่างร้ายแรงเหลือเกินถ้าเทียบกับวันนี้ วันที่ฉันป่วย ความเป็นห่วงของพ่อก็ไม่ได้แตกต่างจากวันนั้นเลย ช่างเป็นห่วง ช่างเอาใจใส่ฉันเหลือเกิน
ความรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์เกิดขึ้นอีกครั้ง นึกถึงคำพูดสุดท้ายจากโทรศัพท์ว่า ไม่มีใครดูแลลูก “พ่อกับแม่กำลังจะไปหาลูก“ เกือบจะมีน้ำตาเล็ดลอดออกมาอีกครั้ง ฉันก็รู้สึกตัวเมื่อลมที่ลอดจาก หน้าต่างพัดผ่านใบหน้าของฉันไป ฉันนั่งยิ้มอยู่ครู่หนึ่งจึงนึกขึ้นได้ว่า “วันนี้วันจันทร์นี่นา....ตายหล่ะ....สายแล้ว” แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะนึกถึงเรื่องที่อยู่ในหัวสมอง ได้แต่ยิ้มและพูดกับตัวเองในใจว่า “ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อ ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่รักและเอาใจใส่อย่างนี้ ลูกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราสี่คนเกิดมาเป็นครอบครัว ลูกขอบคุณสำหรับความอบอุ่นที่ลูกได้รับ ขอบคุณ ขอบคุณเหลือเกิน.......”



โดย : หมูหลี
เมื่อ :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook