บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>>สมรภูมิรบในองค์กร ภัยแฝงที่พึงระวัง

เรื่อง : สมรภูมิรบในองค์กร ภัยแฝงที่พึงระวัง!


ฉันมีเรื่องราวจากมุมเล็ก ๆ มุมหนึ่งในชีวิตของชายหนุ่มผู้ที่เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในวัยที่กำลังมีไฟในการทำงานอย่างเปี่ยมล้นมาเล่าให้ฟังกันค่ะ…หลายคนอาจตั้งคำถามในใจว่า แล้วเขาสำคัญอย่างไร? ควรจะต้องรู้จักเขาด้วยหรือ?…
ใจเย็น ๆ ค่ะ ฉันขอบอกก่อนว่าเรื่องราวบางแง่มุมจากชีวิตของเขาอาจจะให้ข้อคิดอะไรดี ๆ กับคุณผู้อ่านได้บ้าง…แม้ใครจะหาว่าฉันแอบเอาเพื่อนมาขายก็ตาม ฉันก็ขอยอมรับโดยดุษฎีค่ะ ถ้าเรื่องที่จะเล่านี้สามารถชี้แนะแนวทาง(ที่ถูกที่ควร)ในการทำงานให้กับคนหนุ่มสาวไฟแรง(ในการทำงาน)ทุกคนได้ไม่มากก็น้อย...เรื่องมีอยู่ว่า...
เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันได้มีโอกาสไปนัดพบปะสังสรรค์กับเพื่อนเก่ากลุ่มใหญ่ เพื่อนฝูงในกลุ่มต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน หนึ่งในนั้นมีชายหนุ่มหน้าตาดี(คนที่ฉันจะพูดถึง)ชื่อ“หน่อง”รวมอยู่ด้วยซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนด้วยกัน
งานนี้หน่องดูเหมือนจะผูกขาดการสนทนาเสียมากกว่าด้วยการเล่าเรื่องราวความเป็นไปในออฟฟิศของเขาให้เพื่อน ๆ ฟังแบบภาคภูมิใจสุดฤทธิ์ โดยเฉพาะกับตำแหน่งหน้าที่การงานที่ก้าวไปได้ไกลกว่าเพื่อนฝูงรุ่นเดียวกันอยู่ไม่น้อย
หน่องเล่าว่าหลังจากเรียนจบเขาก็ได้เข้าทำงานเป็นครีเอทีฟอยู่ที่โปรดักชั่นเฮ้าส์แห่งหนึ่งและก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าแผนกซึ่งนับว่าเป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตไกลคนหนึ่งทีเดียว และกลายเป็นคนโปรดของเจ้านายในชั่วระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี
เขาเล่าด้วยสีหน้าฮาเฮสุดฤทธิ์ว่าบรรยากาศในที่ทำงานของเขาเปรียบดั่งสมรภูมิรบเลยทีเดียว(ไม่ทราบว่าเขาคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่านะคะ) และก็ยังบอกอีกว่าเขาเองนั่นแหละที่เป็นตัวก่อสถานการณ์ป่วนขึ้นภายในออฟฟิศ(ฉันเองก็ยังงง ๆ กับความคิดของเขาที่ทำอะไรแปลก ๆ ราวกับจะทุบหม้อข้าวตัวเองยังไงยังงั้น)
เนื่องจากเขาได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างมากจากเจ้านายจึงทำให้ตอนนี้งานที่บริษัทส่วนใหญ่เขาจะได้มีส่วนเข้าไปร่วมรับผิดชอบรับรู้ความเป็นไปโดยตลอด แม้กระทั่งด้านรายรับรายจ่ายต่าง ๆ ของบริษัทที่ได้จากการพรีเซ้นต์งานออกแบบอาร์ตเวิร์คโฆษณา เขาก็ได้รู้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดเพราะเจ้านายไว้ใจขนาดเรียกปรึกษาด้วยอยู่เนือง ๆ ราวกับเขาเป็นผู้บริหารคนหนึ่งเลยทีเดียว
อีกทั้งในส่วนของการจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อสื่อสำหรับลงโฆษณาในนามบริษัทเองก็ตาม เขาก็จะเป็นผู้เปิดซองประมูลเป็นคนแรกและดำเนินการทั้งหมดนัยว่าช่วยสกรีนข้อมูลให้กับเจ้านายไปในตัว แต่แทนที่จะช่วยให้บริษัทประหยัดงบฯเขากลับแอบฮั้วกับบริษัทที่เข้ามาติดต่อธุรกิจด้วย เพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวซึ่งเขาบอกว่าเป็นการกินตามน้ำเท่านั้น(เหมือนที่ใคร ๆ ก็ทำกัน)มิได้โจ่งแจ้งให้ใครสงสัยแต่อย่างใด
ตอนนี้งานที่เขาต้องทำหลัก ๆ (นอกเหนือจากการติดต่อลูกค้าบ้างเพื่อรับงานเข้าออฟฟิศ) ก็คือ ขยันเสนอหน้ากับเจ้านายมากขึ้นและพยายามขันอาสาทำงานต่าง ๆ โดยที่เขาก็เอางานไปโยนให้กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ อีกที
ทั้งยังมีเรื่องของไอเดียต่าง ๆ ที่มีการนำเสนอกันในที่ประชุมเขาก็พยายามจะเข้าไปล้วงลูกให้ได้แทบทุกเรื่อง ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องมิใช่หน้าที่รับผิดชอบของเขาเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเขาก็มีวิธีการแทรกแซงและก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่นได้อย่างแนบเนียนชนิดมาเหนือเมฆ แม้กระทั่งเจ้านายของเขาเองก็คาดไม่ถึงและไม่เคยรู้ระแคะระคายใด ๆ เลย
พวกเราได้ฟังก็อึ้งกันไปและต่างก็มีคำถามตามมาว่า หน่องทำเช่นนี้เพื่ออะไร? ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา?...เขาหัวเราะและบอกกับเพื่อน ๆ ว่า เรื่องนี้มันเริ่มต้นมาจากที่เขาเข้าไปทำงานในบริษัทแห่งนี้เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นเขาก็เป็นเหมือนคนหนุ่มทั่วไปที่มีความเพียรพยายามมุมานะทำงานอย่างเต็มที่แม้ว่าภายใต้สถานการณ์กดดันต่าง ๆ ...
ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้างาน เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนปริมาณงานที่ดูจะมีมาให้ทำมากมายไม่รู้จักจบสิ้น อันเนื่องมาจากการขาดระบบในการบริหารงานและถูกกลั่นแกล้งจากหัวหน้า...เขาต้องอดทนเก็บกดทุกอย่างไว้ในใจและคิดอยู่เสมอว่าหากมีโอกาสขึ้นไปเป็นหัวหน้า เขาจะทำให้ทุกคนยอมรับเขาให้ได้...
แล้วไม่นานเขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งโดยใช้วิธีการจับจุดเจ้านายว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ยามอยู่ต่อหน้าเจ้านายก็แสดงตนเป็นคนที่มีไอเดียกระตือรือร้นขันอาสาทำให้เจ้านายไว้วางใจด้วยคำพูด ส่วนการกระทำก็ไปโยนให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นทำแทน(ถือตัวว่าเป็นคนโปรดเจ้านาย)
หลังจากนั้นเขาก็พยายามสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ขึ้น เพื่อบีบให้คนเก่าแก่ของบริษัทต้องถอยหนี(ออกจากบริษัท)กันไปหมด เหลือเพียงเด็กใหม่ ๆ ที่ถูกเขากล่อมให้มาเป็นฐานของเขาจนสำเร็จด้วยวิธีการอันแยบยล (เหมือนฐานเสียงของพรรคการเมืองยังไงยังงั้น)
หน่องบอกว่าที่ทำมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสะใจ(ฟังดูคล้ายคนโรคจิตแฮะ!) และหากเขาไม่ซิกแซกเสียบ้างเขาจะมีโอกาสก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วเพียงนี้หรือ?...ป่านนี้เขาก็ยังคงเป็นฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ มิได้เป็นตัวจักรสำคัญของออฟฟิศเหมือนทุกวันนี้ เขาไม่สนใจหรอกว่าเพื่อนร่วมงานจะมองเขาว่ายังไง และก็ไม่แคร์ด้วยว่าบริษัทจะอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหนเพราะเขามีธุรกิจสำรองไว้แล้ว
แถมยังสรุปอย่างหน้าชื่นอีกว่า สูตรแห่งความสำเร็จของเขาก็คือ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ (แม้กระทั่งการใช้เพื่อนร่วมงานเป็นบันไดเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น)
บรื่อออ!...ฟังแบบนี้แล้วยังแปลกใจเหมือนกันนะคะว่า คนแบบนี้เขามีชีวิตอยู่มาได้อย่างไร? เท่าที่สังเกตหน่องเล่าเรื่องราวเหล่านี้อย่างคล่องปากไม่มีความละอายใจอยู่ในแววตาให้เห็นแม้เพียงแว่บเดียว...
หน่องยังคงพล่ามเรื่องสมรภูมิรบในออฟฟิศของเขา...แต่ฉันขอตัวกลับก่อน(ด้วยกลัวว่าจะทนไม่ไหวเผลอติวเข้มวิชาศีลธรรมให้กับเพื่อนไปแบบไม่รู้ตัวค่ะ) ฟังเพื่อนคนนี้แล้วก็ทำให้รู้สึกว่าเขารักงานที่ทำหรือเปล่า? หรือจับงานเพียงฉาบฉวยเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำให้ตนเองเป็นคนสำคัญในสายตาของคนอื่นกันแน่?...ซึ่งคำตอบจะเป็นเช่นไรนั้น ไม่มีใครสามารถตอบได้ดีไปกว่าตัวเขาเอง!...
โชคดีที่ออฟฟิศเล็ก ๆ ของฉัน สมาชิกทุกคนรักใคร่กันดีคอยช่วยเหลือเกื้อกูลและพร้อมที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันอย่างจริงใจ ฉันคิดว่าความสามัคคีน่าจะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้มั่นคงกว่าการพยายามทำงานเอาหน้าปัดแข้งปัดขากันเอง...
ความรักและภักดีต่อองค์กรไม่อาจชั่งวัดกันได้ด้วยคำพูด ขอเพียงให้โอกาสในการทำงานและระยะเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของพนักงานอย่างยุติธรรมเท่านั้นเอง
นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากไว้เป็นแง่คิดแก่หนุ่มสาวยุคใหม่ที่เปรียบดั่งขุมพลังสำคัญของชาติ ฉันก็ภาวนาขออย่าให้มีหน่องคนที่สองหรือสามอีกเลย...สาธุ!...(ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)


โดย : ณิชนันท์
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook