บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>>หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 9

เรื่อง : หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 9

บทที่ 9

ผมกำลังต้มมาม่าอยู่ในครัวเพื่อทานเป็นอาหารมื้อแรกของวัน เมื่อคืนผมกลับดึก เพราะงานยุ่งมาก แต่ยังอุตส่าห์ปลีกเวลาไปฟิตเนสก่อนคลับปิด ผมไม่อยากกลับที่พักเร็วไป ผมจึงมาแวะนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟร้านประจำที่มักจะมานั่งสม่ำเสมอแถวศาลาแดง ผมกำลังติดใจนิยายเกี่ยวกับการสืบค้นทางโบราณคดีเรื่องที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ผมจึงติดมันมาในกระเป๋าด้วยเสมอ
จัสตินไปถ่ายแฟชั่นลงหนังสือที่บาหลี เขาสัญญากับผมว่า เขาจะมาหาผมทันทีที่ลงจากเครื่อง อันที่จริงเขามีกำหนดกลับตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่เขายังไม่ได้กลับมา ไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์หรืออีเมล์ ผมว้าวุ่นใจเกินกว่าที่จะอยู่บ้านเพียงลำพังแล้วครุ่นคิดถึงเขา ผมมีสภาพไม่ต่างอะไรกับภรรยาที่เฝ้ารอคอยเวลาที่สามีจะกลับมาบ้าน เฝ้าคิดหวาดระแวงว่าสามีตัวเองกำลังปันใจไปให้คนอื่น ก่อนหน้านั้น ผมคิดว่า ถ้าเขามีผู้หญิงมายุ่งเกี่ยวในชีวิตบ้างก็คงจะไม่เป็นไร เพราะถึงยังไงเขาก็ยังเป็นผู้ชายที่มีความปรารถนาในตัวเพศตรงข้าม แต่นับตั้งแต่จัสตินกับผมมีอะไรกันบ่อยๆโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น มันทำให้ผมคิดมาก ทึกทักเอาเองว่าเขาเป็นของผม และเกิดอาการหึงหวงขึ้นมา
แล้วอยู่ดีๆเขาก็พรวดพราดเข้ามาหาผมในห้องครัว เขาชอบเป็นแบบนี้ประจำ หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ส่งข่าวคราวให้รู้ แต่บทจะโผล่มาก็มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเดินเข้ามาโอบกอดผมแล้วจูบผมเบาๆที่แก้ม ผมต่อว่าเขาที่เขาไม่ยอมบอกให้รู้ว่าเขาจะกลับ ผมจะได้ไปรับ แต่เขาบอกผมว่าเขาเกรงใจ ไม่อยากรบกวน จัสตินซื้อของฝากให้ผมตั้งหลายชิ้น เป็นของฝากจากบาหลีจำพวกของตกแต่งบ้าน เขาคิดเอาว่าผมน่าจะชอบ เขาวางมันไว้ตรงห้องรับแขกอยากให้ผมไปดู แล้วเขาก็ชวนผมออกไปทานข้าวนอกบ้านด้วยกันเย็นนี้ เพราะเขามีเรื่องอะไรบางอย่างจะพูดกับผม เขาไม่รอให้ผมซักถามอะไร เพราะเขาขอตัวกลับไปห้องพักของเขาก่อน ทิ้งให้ผมอยู่กับความกังขา ว่าเรื่องที่เขาพูดนั้นจะมีความหนักเบามากน้อยประมาณไหน เจ้าประคู้ณ........ ผมขอพรพระในใจ อย่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของเราเลย
คำอธิษฐานของผมไม่เคยได้ผลแม้เพียงสักครั้ง..........จัสตินบอกกับผมในค่ำคืนดินเนอร์สุดแสนโรแมนติกของเรา หนุ่มที่ผมเฝ้ารอคอยมาตลอด บอกกับผมว่าเขาเจอผู้หญิงคนหนึ่ง คนที่เขาคิดว่า น่าจะไปกันได้ดีกับเขา เธอทำงานในวงการเดินแบบเช่นเดียวกันกับเขา เธอเป็นนางแบบที่สวย เก่ง และฉลาด เขาชอบเธอทันทีที่แรกเห็น ผมได้แต่อ้ำอึ้ง มึนตึบกับสิ่งที่ได้ยิน แม้จะทำใจอยู่ตลอดเวลาว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขาในที่สุดมันต้องจบลง ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่เมื่อมันมาถึงจริงๆ ผมกลับทำใจยอมรับไม่ได้ ความเจ็บปวดเสียใจจู่โจมผมอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ผมเงยหน้าขึ้น เหลือกตามองเพดาน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำตามันไหลย้อนลงมา จัสตินก็คงจะจับความรู้สึกของผมได้ เพราะเขารู้มาตลอดว่าผมรักเขามากมายแค่ไหน เขาดึงมือผมไปบีบเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ และพูดกับผมว่า
“ผมเสียใจจริงๆนะครับ จริงๆแล้วผมก็ชอบคุณมากเลย และผมก็รู้ว่า คุณรักผม คุณทำเพื่อผมมาโดยตลอด ผมรู้สึกดีมากๆเลยเวลาอยู่ใกล้คุณ..... จริงๆนะ..... ผมไม่เคยฝืนใจเลยเวลาที่ผมมีอะไรกับคุณ ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นสิ่งแปลกปลอม หรือ ผิดปกติอะไรด้วยซ้ำ คุณก็คือมนุษย์คนหนึ่ง .....เป็นคนดีด้วย .....” จัสตินพูดกับผมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ผมรู้ว่านี่มันเป็นวิธีการพูดอย่างสุภาพของเขา เขากำลังรักษาน้ำใจผม เขากลัวว่าผมจะไม่เข้าใจ กลัวว่าผมจะโกรธเขา เขาจึงพยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น
“ แต่อย่างที่ผมเคยบอกคุณไว้แล้ว ผมปรารถนาจะสร้างครอบครัวกับคนที่จะสามารถให้กำเนิดลูกน่ารักๆ ให้ผมได้สัก 2-3 คน ซึ่งเราทำให้เกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นมาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นว่า คนดีๆอย่างคุณกบจะต้องเจอใครสักคนที่เขารักคุณ และคุณเองก็รักเขาด้วย” จัสตินยิ้มให้ผมอย่างจริงใจ
ผมฝืนยิ้ม แสร้งทำหน้าให้ดูร่าเริงอย่างคนที่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างดี ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ผมไม่เข้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ด้วยซ้ำ ผมเกลียดช่วงเวลานี้ อยากจะหายตัวไปจากเขา อยากจะให้เรื่องนี้มันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายของผม อยากจะหยิกตัวเองว่ามันเจ็บไหม ผมทำใจยอมรับไม่ได้กับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม นี่คือความเป็นจริง และผมต้องเผชิญหน้ากับมันอย่างสง่างาม
ผมอยากจะบอกกับจัสตินว่า ผมเพิ่งหาเจอคนที่ผมปรารถนาจะใช้ชีวิตด้วย แต่เขาคนนั้นก็กำลังจะจากผมไป จัสตินเป็นคนเดียวในโลกนี้ ที่ผมอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปจนแก่เฒ่า หลายต่อหลายครั้งในชีวิตที่ผมเคยคิดจะลงเอยกับใครสักคน แต่ไม่เคยทำได้สำเร็จ ไม่มีรักแท้ที่จีรังยั่งยืนในชีวิตของเกย์อย่างพวกเรา ผมเฝ้าบอกตัวเองว่าให้มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และต้องทำใจให้ได้ถ้าหากจะต้องจากพรากในอนาคต ที่ผ่านมาผมไม่เคยเสียใจหรือทนทุกข์ แต่กับความรักครั้งนี้มันต่างจากครั้งอื่นๆ ผมยังไม่พร้อมที่จะสูญเสียมันไป
“ผมก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นครับ” ผมบอกเขา พยายามทำน้ำเสียงให้สดชื่น กระตือรือร้น
“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมคิดว่า ผมน่าจะหาแฟนดีๆได้สักคน หน้าตาของผมก็พอจะดูดีอยู่บ้าง และหุ่นก็ยังพอใช้ได้ ใช่ไหม”
“แต่คุณเริ่มมีพุงนิดหนึ่งนะ” เขาชี้ไปที่พุงของผม ผมรีบจับชั้นของผิวหนังหน้าท้องโดยอัตโนมัติ แต่มันไม่มีให้เห็นเพราะช่วงหลังๆนี้ผมออกกำลังกายสร้างความแข็งแรงของหน้าท้องทุกวัน คนตรงหน้าหัวเราะชอบใจที่แกล้งผมได้
“ถ้างั้นขอให้ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำของเราทั้งสองคนได้ไหม?” ผมร้องขอเขา จัสตินมองหน้าผมเนิ่นนาน ผมหวาดหวั่นด้วยกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ แต่เขากลับทำให้ผมรู้สึกชื่นหัวใจด้วยการตอบตกลง

ผมใช้สองมือกุมใบหน้าหล่อเหลาของจัสตินไว้ ก่อนจะใช้ปลายลิ้นของผมไล้ไปตามรอยริมฝีปากของเขา ผมวนเวียนอยู่บนเส้นรอบปากก่อนจะดูดริมฝีปากบนและล่าง จากนั้นผมก็สอดลิ้นเข้าไปในปากที่เผยออ้าแล้วดูดเหมือนกับที่ผมทำกับน้องชายของเขา
จัสตินตอบสนองผมด้วยจูบที่หวานล้ำ เราแลกจูบที่ดื่มด่ำแก่กัน อารมณ์ของผมพลุ่งพล่านกระเจิดกระเจิง ผมดึงเสื้อของเขาให้พ้นจากตัว เขาก็ทำอย่างนั้นกับผมเช่นกัน จนร่างกายของเราเปล่าเปลือยมีเพียงปราการด่านสุดท้ายปกปิดไว้เท่านั้น
ผมไล้ปลายนิ้วไปทั่วใบหน้าของเขา เรื่อยมาถึงคอ จากหัวไหล่สู่หัวไหล่ และจากแขนลงไปถึงปลายนิ้วมือ ผมพยายามใช้สัมผัสเป็นตัวส่งกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นทุกปุ่มประสาท เป็นการปลุกเร้าเขาให้เตรียมพร้อมสำหรับความสุขสันต์และการค้นหาซึ่งกันและกันที่จะตามมา ผมตั้งใจจะทำให้เขามีความสุขเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เพราะผมไม่เคยเกิดความมั่นใจได้เลยว่า เราจะมีวันเวลาอยู่ร่วมกันได้นานแค่ไหน
ผมรู้ว่าจัสตินไม่รังเกียจที่จะมีอะไรกับผู้ชายด้วยกัน แต่ในขณะเดียวกันธรรมชาติทางเพศของเขาก็ร่ำร้องสัมพันธภาพบนเตียงนอนจากผู้หญิงมากกว่า ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้มีโอกาสแนบชิดเขาอย่างนี้ ผมจึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะสร้างความสุขให้กับเขา ผมอยากจะให้เขาประทับใจในตัวผมบ้าง ความเห็นแก่ตัวของผมอันเกิดมาจากการที่ผมหลงรักเขาอย่างมากมาย มันทำให้ผมอยากจะเป็นบุคคลหนึ่งที่เขาระลึกถึงอยู่ไม่รู้คลาย และในวาระที่จะต้องจากกันอย่างไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้หวนกลับมาพบกันหรือไม่ ผมยิ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายเป็นพิเศษ ที่จะทำให้เขาลืมผมไม่ลง
ผมขยายเส้นทางของมือไปยังบริเวณหน้าอก หน้าท้อง และต้นขาด้านในของเขา นิ้วมือของผมไล่เรื่อยจากสะดือไปถึงเหนือโคนเส้นขนในที่ลับ จากนั้นเลื่อนไปลูบไล้สัมผัสอย่างอ้อยอิ่งบริเวณขาหนีบ ผมละเลยที่จะยุ่งเกี่ยวกับน้องชายของเขา ผมแกล้งทรมานเขาเล่น จัสตินหายใจแรงขึ้น เขาปล่อยให้ผมปลุกเร้าเขาด้วยมือและปากไปพร้อมๆกัน เมื่อประสาทของจัสตินตื่นตัวเต็มที่ ผมก็คิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วที่ผมจะใช้ปากให้เกิดประโยชน์กับร่างกายของเขา
ผมพรมจูบไล้ไปทั่วซอกคอและติ่งหูของเขา โลมไล้ยอดอกด้วยการใช้ฝ่าลิ้นวาดวงกลมๆรอบฐานหัวนม ผมขบกัดเบาๆ ในขณะที่มือของผมสอดเข้าข้างในเพื่อกอบกุมของรักของเขา ผมลากมือไปตามผิวหนังที่บอบบางนั้นและรับรู้ถึงการขยายตัวที่เพิ่มมากขึ้น ลิ้นและปากของผมลากต่ำลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงท้องน้อย ผมอ้อยอิ่งอยู่บริเวณนั้นเนิ่นนาน แล้วก็เลื่อนต่ำลงมาถึงกลางลำตัว ผมทักทายน้องชายที่กำลังตี่นเต้นของเขาผ่านชั้นในสีขาว ใช้ปากห่อหุ้มส่วนหัวเอาไว้ และดูดเน้น ผมใช้ปากตรงบริเวณอื่นๆด้วย ก่อนจะสรุปสุดท้ายด้วยการเม้มคู่แฝดของเขาไว้ในปาก และทั้งๆที่น้องชายของเขายังคงถูกห่อหุ้มด้วยชั้นในแบบนั้น ผมปล่อยลมหายใจอุ่นๆเป่ารด ส่งผลให้จัสตินสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
จัสตินส่งสายตาอ้อนวอนมาที่ผม เสียงของเขากระเส่ายามที่เรียกร้องให้เราก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาหฤหรรษ์ด้วยกัน แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว ผมรู้แล้วว่าในตอนนี้จัสตินต้องการร่างกายของผมมากแค่ไหน ผมเกี่ยวกางเกงในสีขาวออกจากตัวของเขาทันทีเพื่อปลดปล่อยเจ้าม้าพยศที่กำลังดีดตัวเตรียมพร้อมจะออกศึกให้ออกมาสู่สนามรบ
ผมอบอุ่นจัสตินน้อยด้วยปากของผมอีกครั้ง รับรู้ได้ถึงพละกำลังที่แข็งขืนอยู่ข้างใน หนุ่มหล่อของผมครางอือ เมื่อผมหยอกล้อกับเรือนร่างส่วนนั้นของเขา มือของผมสอดเข้าไปใต้ก้น กดปลายนิ้วลงบนผิวเนื้อบั้นท้ายของเขา และลูบไล้นวดเฟ้น ผมไม่อยากให้เขาถึงจุดสุดยอดเร็วเกินไป ผมอยากให้เราสองคนไปพร้อมๆกัน
จัสตินคงทนไม่ไหวแล้ว ร่างกายของเขาเครียดเขม็ง เขาดึงผมขึ้นมาจากส่วนล่างของเขา แล้วจับให้นอนหงาย ตัวของเขาก้าวขึ้นมาทาบทับ เขาบดสะโพกเข้ากับท้องน้อยของผม ร่างกายที่ตึงเขม็งส่วนนั้นเบียดแน่นกับเรือนกายส่วนร่างสร้างความรัญจวนใจให้ผมอย่างมาก
เขายกขาทั้งสองข้างของผมขึ้น แล้วล๊อกไว้ด้วยแขนของเขา ด้วยท่านั้นทำให้สะโพกของผมลอยเด่น ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาในร่างของผม ผมอุ่นวาบภายในกาย ยามที่เขาเคลื่อนไหว จัสตินขยับร่างกายช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ผมแทบคลั่งด้วยความปั่นป่วนรัญจวนใจที่ประทุอยู่ภายใน ผมกัดกรามแน่น เมื่อร่างกายได้รับการกระแทกกระทั้น ตาของผมพร่าพราย หัวใจเต้นแรงรัว สมองอื้ออึง และแล้วน้ำตาสองสายก็ไหลรื้นกลบตา
ผมได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้น เสียงของผมเอง ผมกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ....หัวเราะทั้งๆที่น้ำตาอาบแก้ม หัวเราะให้กับความสุขที่ผมได้รับเป็นครั้งสุดท้ายจากจัสติน ชายหนุ่มที่ผมรักมากที่สุดในชีวิต ผมกำลังเริงร่ากับความสุขที่ได้รับ ทั้งๆที่ใจของผมเจ็บปวดรวดร้าว
ร่างกายของชายที่ผมรักกระตุกถี่ๆ เขาเรียกชื่อผม ก่อนที่จะผวาเข้ากอดรัดผมแน่น เมื่อเขาบรรลุถึงปลายทางแห่งสวรรค์
จัสตินโอบกอดผมไว้ในอ้อมแขน เขาลูบไล้เนื้อตัวของผมอย่างแผ่วเบา แล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าของผม เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ผมกลับรับรู้ได้ถึงความพยายามของเขาในการที่จะใช้ภาษากายสื่อความรู้สึกที่มีต่อผม นี่ถ้าหากว่าผมไม่ได้กำลังอยู่ในช่วงแห่งความทุกข์แสนสาหัสทางใจ ผมอาจจะเผลอไผลคิดไปได้ว่าเขาก็มีใจให้กับผมเหมือนกัน .......โอ....ผมปวดร้าวและสิ้นหวังเสียเหลือเกิน ...ทำไมผมถึงได้รักเขามากมายแบบนี้นะ ทำไมโลกนี้จึงโหดร้ายกับผมนัก ทำไมผมถึงไม่สามารถจะอยู่กินกับเขาได้ จะมีหนทางใดบ้างไหมที่จะทำให้เขาเปลี่ยนใจจากผู้หญิงคนนั้น มารักผม
คำถามต่างๆนานา ผุดขึ้นมาอย่างมากมายในความคิด แต่ไร้ซึ่งคำตอบที่จะแก้ปัญหาของผมได้ ปัญหาของผมมันเป็นเพียง ตัณหา ความอยากได้ใคร่ดี ความพิศวาส ลุ่มหลง ความปรารถนาในสิ่งที่ไม่มีทางจะได้มาเป็นของตัว มันเป็นหลุมพรางที่ผมตกลงไปแล้วไม่สามารถจะตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ ซึ่งส่วนหนึ่ง มาจากการที่ผมเองก็ไม่ยอมพยายามที่จะก้าวขึ้นมา.........ให้ตายเถอะ จากนี้ไปมันคือนรกชัดๆ เลย ผมจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรกัน หากปราศจากหนุ่มผมทองคนนี้ที่ผมรัก
เราล่ำลากันด้วยความรักและอาลัย มันเป็นค่ำคืนที่แสนสุข และแสนสั้นนักในความคิดของผม แม้ผมจะทำใจยอมรับไม่ได้กับการที่เขาจะไปเป็นของคนอื่น แต่ผมก็จำต้องเคารพการตัดสินใจของเขา ผมยังอยากเห็นคนที่ผมรักมีความสุข ถึงแม้ว่าผมจะต้องทุกข์ทรมานใจก็ตาม วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็คงจักต้องปล่อยให้มันเป็นไป ผมทำได้แค่เพียงประคับประคองชีวิต และ หัวใจของตนเอง ให้คงสภาพเดิมอย่างที่มันควรจะเป็น



โดย : purpleeyes
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook