บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>>  หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 8

เรื่อง : หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 8

บทที่ 8

กว่าจะจัดข้าวของและทำความสะอาดห้องหับให้เขาเสร็จก็ปาเข้าไปสองทุ่ม ท้องของผมร้องจ๊อกๆ เขาเองก็แสดงให้รู้ว่าหิวเช่นกัน เนื่องจากผมเสนอตัวช่วยเขาทำความสะอาดห้องวันนี้ เขาก็เลยทำใจป้ำด้วยการเลี้ยงอาหารค่ำผมหนึ่งมื้อ โดยให้ผมเลือกสถานที่ได้

ผมชวนเขาไปทานอาหารไทยที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และสั่งอาหารไทยจำพวกห่อหมก ยำรสจัด และแกงคั่วให้เขาลองทาน เขาเคยบอกผมว่าอยากจะลองทานอาหารเผ็ดๆดูบ้าง เพราะมาอยู่เมืองไทยตั้งปีหนึ่งแล้ว ยังทานอาหารไทยได้ไม่ทุกชนิดเลย เขาไม่ค่อยสบายใจเวลาที่ไปทานอาหารกับเพื่อนคนไทย และทุกคนต้องมาคอยเทคแคร์เขา เพื่อนๆบางคนจะไม่ยอมทานอาหารเผ็ดเลย ถ้าหากมีจัสตินร่วมวงด้วย


ข้อดีของจัสตินอยู่ตรงนี้ก็คือ เขาจะไม่ชอบทำให้ใครยุ่งยากลำบากใจ ไม่อยากให้ใครมาดูแลเหมือนเป็นเด็กๆ เขามีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบลองในสิ่งที่แปลกใหม่อยู่เสมอ เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย ทำให้ชีวิตตื่นเต้น

จัสตินหน้าแดง เหงื่อแตกพลั่ก เมื่อทานยำวุ้นเส้นแล้วเผลอเคี้ยวพริกขี้หนูไปสองสามเม็ด ด้วยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผัก แต่เขาก็ไม่ร้องโวยวาย เพียงแต่ดื่มน้ำแก้เผ็ดเข้าไปหลายอึก ผมลอบยิ้มเมื่อเห็นน้ำตาเขาร่วง เขาทำตาเขียวใส่ผมที่ขำเขา แล้วเขาก็ท้าทายด้วยการกินอาหารเผ็ดๆในจานอื่นๆอีก ผมคิดว่าเขากำลังทำตัวให้สนุกสนานกับประสบการณ์แปลกใหม่ที่เขาได้สัมผัส
ผมมองไปที่ปากได้รูปของเขาและรู้สึกสงสาร เพราะมันเจ่อบวม เพราะทานของเผ็ดเข้าไปมาก ในใจนึกอยากโน้มใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้แล้วใช้ลิ้นเลียขับไล่ความร้อนไปจากปากของเขา ดูเหมือนเขาจะอ่านใจผมออก เพราะเขาห่อปากทำท่าจูจุ๊บให้ผม น่าหมั่นไส้นัก นายคนนี้ รู้เท่าทันผมไปหมดเสียทุกเรื่อง แต่ไม่ยอมรับรู้อยู่เรื่องเดียวว่า ผมอยากจะเป็นของเขาตลอดไป

เราสองคนถูกขัดจังหวะด้วยเสียงแหลมเล็กเสียงหนึ่ง กระโปรงผ้าบางพลิ้วสีสดผ่านแว่บเข้ามาในสายตาของผม จัสตินเงยหน้าไปตามเสียงเรียกทักทาย

“บังเอิญจังเลยนะจ๊ะ ไม่นึกว่าจะมาเจอจัสตินที่นี่ พาแฟนมาทานข้าวหรือจ๊ะ”

หางเสียงของมะนาวดูเยาะเย้ยถากถาง สายตาที่มองมาที่ผมไม่ค่อยจะเป็นมิตรนัก ผมหันไปมองหน้าจัสติน เห็นเขาขมวดคิ้ว ทำหน้าไม่พอใจ

“แล้วมันเรื่องอะไรของคุณไม่ทราบ หือ มะนาว แล้วคนรักของคุณล่ะ ไม่มาคุมด้วยหรือ ถึงปล่อยให้คุณมาเที่ยวระรานชาวบ้านเขาอย่างนี้”

จัสตินโต้ตอบกลับ น้ำเสียงขุ่น มะนาวแสร้งทำเป็นตาโต ยกมือทาบอก

“อุ๊ย จัสตินล่ะก็ มะนาวไม่ได้มาหาเรื่องนะคะ เพียงแต่มะนาวมาทานข้าวที่นี่พอดี แล้วบังเอิญเห็นคุณ กับเอ้อ เพื่อนของคุณคนนี้ นั่งอยู่ด้วยกัน ท่าทางสนิทสนม คุยกันกระหนุงกระหนิง ก็เลยคิดว่า เขาเป็นแฟนกับคุณน่ะสิคะ โธ่ ใครๆก็รู้ ว่าคุณน่ะกับใครก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าหญิงหรือชาย”
มะนาวทำเสียงเหน็บแนม ผมฟังแล้วนึกโกรธมะนาวขึ้นมาทันที และเริ่มเห็นใจจัสติน ที่เจอคำพูดร้ายๆของอดีตคนรักอย่างนี้ บางส่วนของจิตใจ ผมสมน้ำหน้าเจ้าหล่อน เป็นอย่างนี้ก็สมควรแล้วที่จะไม่ได้หัวใจของจัสตินไป หนุ่มหล่อของผมทำสีหน้าเย็นชาใส่มะนาว เขาพูดด้วยเสียงเยียบเย็นว่า

“จะหญิงหรือชาย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผม เพราะผมจะเลือกมีอะไรกับคนดีๆเท่านั้น สำหรับคนบางคนที่มีแต่เปลือกนอกที่สวยงาม แต่จิตใจด้อยค่า ผมก็แค่มีความสัมพันธ์ด้วยชั่วครั้งชั่วคราว พอให้เอาไปคุยได้ว่า ผมให้เกียรติที่จะมีอะไรกับเขา และผมก็ไม่เคยลังเลเลยที่จะเลิกราอย่างไม่ใยดี ”

ผมรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในใจกับคำพูดของเขา ลอบมองหน้าของมะนาวซึ่งบัดนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ แดงยิ่งกว่าปากที่แดงเจ่อเพราะพริกของจัสตินเสียอีก หล่อนสะบัดหน้าเดินจากไปด้วยความโกรธ จัสตินไม่แม้แต่จะมองตาม สักพักหนึ่ง เขาก็หงายหน้าหัวเราะอย่างชอบใจ ผมคิดว่าเขาเหมือนเด็กชายเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง ซึ่งบังเอิญได้แก้แค้นคนที่ทำให้ตนเองไม่พอใจ

“ไม่สงสารเขาหรือ พูดกับเขาแรงเสียขนาดนั้น” ผมถามเขา จัสตินยักไหล่

“ไม่หรอกครับ คุณกบไม่รู้หรอกว่า ผมเจออะไรมาบ้าง ตั้งแต่เลิกรากันไปกับมะนาว ผมคิดว่าเราจะจากกันด้วยดี อุตส่าห์ยกคอนโดที่เป็นรังรักระหว่างเรา ขายต่อให้เขาในราคาที่ถูก ทั้งๆที่ผมอยากจะขายทิ้งมันใจจะขาด ผมเคยคิดว่าเมื่อเลิกกันแล้ว ผมก็อยากจะเก็บวันเวลาดีๆเอาไว้ แต่มะนาวทำให้ผมเปลี่ยนความคิด ผมพูดจากับเขาเหมือนเพื่อนเวลาที่เจอกัน แต่เขาพูดจาไม่ดีกับผมมาตลอด”
“ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่า เหตุผลที่เขาไปมีคนอื่น ก็เพราะว่าเขาคิดว่าคุณเป็นชู้รักของผม และเขาจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นฟังตลอดเลย ผมไม่เข้าใจว่าเขาทำอย่างนั้นทำไม”

ผมรู้สึกเสียใจที่ได้ยินจัสตินพูดอย่างนั้น ผมกลายเป็นสาเหตุหนึ่งของการเลิกราครั้งนี้หรือ แล้วช่วงเวลาที่ผ่านมาที่เขาต้องถูกคนอื่นมองว่าชอบรักร่วมเพศ เขาจะทุกข์ใจแค่ไหนหนอ.....น่าสงสารยอดรักของผมเสียจริง

“แล้วนี่คุณจะทำอย่างไรต่อไปละครับ ท่าทางมะนาวเขาจะโกรธๆคุณอยู่นะ แล้วข้าวของของคุณก็ยังอยู่ที่คอนโดที่คุณขายให้มะนาวไม่ใช่หรือ โกรธกันอย่างนี้ เขาจะให้คุณเข้าห้องหรือเปล่า ”

“ให้เข้าสิ...... ผมกับเขาคุยกันแล้ว บอกเขาว่าอีกสองวันจะไปขนของออกมา มะนาวไปต่างจังหวัดในช่วงนั้น ก็ดีเหมือนกัน.......จะได้ไม่ลำบากใจกันทั้งสองฝ่าย”

“ผมไปช่วยคุณขนของนะ” ผมอาสา ส่วนหนึ่งเพราะอยากช่วยเหลือ อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการให้จัสตินกับมะนาวตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิง

“จะดีหรือครับคุณกบ ผมกลัวว่าผมจะไปรบกวนเวลาของคุณเปล่าๆ ผมจ้างคนขนของได้ครับ” เขาทำท่าเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอก เราเป็นเพื่อนกันนี่นา นี่คือความช่วยเหลือที่เพื่อนจะให้กัน อย่าปฏิเสธเลยนะครับ”

“นี่ไงเขาถึงบอกว่า คนไทยเป็นคนที่มีน้ำใจ ขอบคุณมากเลยครับ”

สองวันต่อมา ผมไปช่วยจัสตินขนย้ายข้าวของตามที่รับปากไว้ มะนาวไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่เธอบอก เธอกับนายแบบหนุ่มที่เป็นแฟนคนใหม่ของเธอเฝ้าดูการขนของของพวกเราด้วย ทั้งสองพากันหัวเราะหยอกเย้า และแอบซุบซิบพูดคุยเกี่ยวกับเราทั้งสอง หูของผมแอบได้ยินคำว่า “คู่รักเกย์คู่ใหม่” จากปากสวยๆของมะนาวที่พูดจงใจให้ได้ยิน แต่จัสตินกลับทำหูทวนลม เขาทักทายมะนาวตามปกติ แต่เป็นการทักทายที่แห้งแล้ง ไร้อารมณ์ สำหรับผมแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆจะต้องทักทายมะนาว เพราะเธอเองก็ไม่ได้แสดงท่าว่าอยากจะพูดคุยกับผมเหมือนกัน

ข้าวของส่วนใหญ่ของจัสตินเป็นพวกหนังสือ และซีดี นอกนั้นก็เป็นพวกของสะสมต่างๆ ผมเพิ่งได้รับรู้ว่า พ่อหนุ่มของผมนั้นใฝ่ฝันอยากจะเป็นช่างภาพมานาน ผมแอบเห็นลังที่เขาเก็บอัลบั้มภาพที่เขาถ่ายด้วยตนเอง ฝีมือพอใช้ได้ทีเดียวล่ะ เขาเคยพูดว่า สักวันหนึ่ง เมื่อเขายุติงานที่เขาทำประจำทุกวันนี้แล้ว เขาจะออกท่องโลก แล้วเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของการเป็นนักถ่ายภาพไว้ เขาอาจจะทำงานให้กับนิตยสารท่องเที่ยว หรือ สารคดีบางฉบับ เขาปรารถนาที่จะทำความฝันให้เป็นจริงในเร็ววัน

เราใช้เวลาด้วยกันทั้งวันกับการย้ายและจัดข้าวของส่วนตัวของเขา จัสตินค่อนข้างจะมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีสไตล์ที่ทันสมัย ซึ่งสังเกตได้จากข้าวของ เลื้อผ้าที่เขาเลือกใช้ น่าแปลกที่นายแบบสินค้าแบรนด์เนมอย่างเขา กลับเลือกใช้เสื้อผ้าคุณภาพดีที่มีราคาปานกลาง แทบจะไม่มีสินค้าฟุ่มเฟือยราคาแพงในห้องของเขา ยกเว้นแต่พวกอุปกรณ์ไฮเทค จำพวกกล้องถ่ายภาพ วิดิโอ และเครื่องเสียง

เขายังชอบสะสมพวกของเล่นจำพวกรถ และ ตุ๊กตาฮีโร่ต่างๆด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นด้านที่เป็นเด็กในตัวของเขา ผมชอบกล่องไม้ที่มีขนาดใหญ่กว่ากล่องที่บรรจุรองเท้าสองคู่ มันเป็นกล่องที่แม่ของเขาซื้อให้ ซึ่งในนั้นบรรจุอัลบั้มรูปถ่ายครอบครัวของเขา จดหมาย และของสำคัญต่างๆ ผมรู้สึกทึ่งในตัวผู้ชายคนนี้ที่อุตส่าห์หอบหิ้วสิ่งของที่แสดงถึงความรัก ความอบอุ่นจากอดีตสู่ปัจจุบัน ข้ามน้ำข้ามทะเลติดตัวไปไหนมาไหนด้วย มันทำให้ผมรู้ว่า สำหรับเขาแล้ว ครอบครัวมีความสำคัญกับเขามากเพียงใด

จัสติน ชวนผมเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน หลังจากเราจัดข้าวของเสร็จ และรู้สึกเหนียวตัวจนอยากได้ความเย็นสดชื่นจากสายน้ำ ช่วยชำระล้างร่างกาย และทำให้ผ่อนคลายขึ้น

ผมอยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ในอ่างน้ำ โดยมีเขานอนซ้อนอยู่ด้านหน้า แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอิงแอบอยู่กับแผ่นอกของผม ผมใช้สองมือบีบนวดไหล่ให้กับจัสติน ปรารถนาที่จะใช้สัมผัสของผมช่วยทำให้เขาหายจากความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หนุ่มหล่อของผมก็ดูจะพึงพอใจอยู่ไม่น้อย เพราะเขาหลับตาพริ้ม และเอนศีรษะที่มีผมสีทองยุ่งเหยิงแนบไหล่ผม

ผมโอบกอดจัสตินไว้ และลูบไล้ร่างกายของเขาอย่างแผ่วเบาอ่อนโยน อดไม่ได้ที่จะสูดดมกลิ่นเนื้อชายที่ผิวแก้มของเขา เขาครางอือ เมื่อผมลูบไล้ลงไปถึงท้องน้อย และดึงมือผมให้ลากต่ำไปจนถึงน้องชายของเขาที่คึกคักอยู่ใต้น้ำ ผมสัมผัสผิวเนื้อของจัสตินที่ขยายตัวจนล้นมือของผมอย่างแสนรัก เนิ่นนานทีเดียวที่ผมเกาะกุมร่างกายส่วนนั้นของเขาไว้ ครู่หนึ่งจัสติน ก็พลิกตัวกลับ หันหน้ามาทางผม ดันหน้าผมให้เงยแหงนรับจุมพิตของเขา ร่างกายที่จมอยู่ในอ่างน้ำครึ่งตัวของผมกลับร้อนวูบขึ้นมาด้วยแรงปรารถนา ผมรัดร่างของเขาไว้แนบแน่น ปล่อยให้เขาทำทุกอย่างกับร่างกายของผม
เขาทั้งอ่อนโยนและรุนแรง จนผมสั่นสะท้านไปทั้งตัว ผมแทบจะสำลักกับความสุขที่ได้รับจากจัสติน คร่ำครวญหวนไห้ ร่ำร้องเรียกชื่อเขาอย่างบ้าคลั่ง รู้สึกเหมือนกับเวลามันเนิ่นนานเสียเหลือเกิน นับจากครั้งสุดท้ายที่ผมกับเขามีอะไรกัน แต่เวลานี้ เขาอยู่ตรงนี้ กำลังร่วมรักกับผม เราจูงมือกันขึ้นสวรรค์พร้อมกัน ผมจะไม่ยอมพลาดช่วงเวลาที่แสนสุขนี้ ใครจะว่าผมโลภโมโทสัน ไม่รู้จักพอก็ช่างมัน เพราะสำหรับผมแล้ว ทุกๆวินาทีที่ผมกับเขาอยู่ด้วยกัน เป็นช่วงเวลาแห่งความหฤหรรษ์โดยแท้ ผมยอมแลกได้แม้กระทั่งทุกสิ่งที่มี ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างเขาเป็นพอ

“ไหนบอกว่า เหนื่อยไง” ผมแซวเขา หลังจากที่เราเล่นเกมส์ ซ่อนกายด้วยกันถึง 5 ครั้ง …….. “ตั้ง 5 ครั้ง ต่างหาก” ผมบอกตัวเอง นึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ผมไม่เคยมีอะไรมาราธอนกับใครมากครั้งในคืนเดียวมาก่อนเลย ยังแปลกใจตนเองที่รู้สึกกระปี้ กระเปร่า ดี๊ด๊า อย่างไรชอบกล นี่กระมังที่เรียกว่า ความรัก ผมยอมตายถวายชีวิตให้กับเขาคนเดียวเท่านั้น

“ได้ยาชูกำลังขนาดนี้ จะเหนื่อยได้ยังไง” เขาตอบมาเป็นภาษาไทย รู้จักคำว่า ยาชูกำลังอีกแน่ะ

“ อาจจะทำได้อีก สัก 2 หรือ 3 ครั้ง .......แต่ว่า.....” จัสตินลูบบั้นท้ายผมเบาๆ อย่างอ่อนโยน

“กลัวกบ จะรับไม่ไหว....” แล้วเขาก็กระซิบที่ข้างหูด้วยข้อความหยอกเย้าผมว่า

“ขี้เกียจยืนคุยกับคุณตลอดเวลา................... เพราะคุณนั่งไม่ได้”

ผมทำตาเซ็กซี่ใส่เขา “นั่งคุยไม่ได้ ก็นอนคุย แล้วกัน......ผมชอบ”

“อย่ามาทำเป็นปากดีไปหน่อยเลย” เขาว่า
จัสติน ลุกขึ้นนั่ง ใช้หมอนสองใบวางซ้อนไว้ด้านหลังตรงหัวเตียง แล้วเอนตัวไปพิง ร่างกายของเขาเปลือยเปล่า มีเพียงท่อนล่างตั้งแต่ช่วงเอวลงมา ที่มีผ้าห่มปกคลุม ส่วนตัวผม อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเขา แต่ผมยังไม่อยากนอน หรือทำกิจกรรมอื่นใดทั้งสิ้น อยากอยู่กับเขา อยากทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับเขาทั้งวันทั้งคืน
ใจคิด มือจึงทำตามใจสั่ง ผมลูบไล้ร่างกายภายใต้ผ้าห่มของเขา จัสติน หันมาทำหน้าเข้มใส่ แต่ตากลับแวววาว เขากระโจนใส่ผม และแล้วเตียงของเขาก็กลายเป็นสนามรบย่อยๆ ที่นักรบหนุ่มสองคนต่างใช้กำลังประลอง โดยไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้กัน และอย่างที่คุณเองก็น่าจะพอเดาได้ ผมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้พละกำลังของนักรบหนุ่มผู้สง่างามนามจัสตินอย่างสิโรราบ ปราศจากซึ่งข้อสงสัย ( อันที่จริง ยอมแพ้ตั้งแต่แรกแล้ว.....)


โดย : katesnk
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook