บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 1

เรื่อง : หนุ่มโสดในฝันตอนที่ 1

หนุ่มโสดในฝัน
โดย purple eyes
บทที่ 1:

ผมแต่งตัวสไตล์เกย์สุดชีวิตเพื่อออกไปเที่ยวยามค่ำคืนหลังจากเลิกจากงานสัมมนาของบริษัท จุดประสงค์ของการออกจากห้องนอนในโรงแรมที่แสนอบอุ่น มาเผชิญอากาศข้างนอกที่หนาวเหน็บ นอกจากเพื่อการพักผ่อนแล้ว ผมกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆให้ชีวิต กับหนุ่มดีๆสักคนที่ผมอาจจะมีโอกาสได้เจอและสานความสัมพันธ์ต่อด้วย

คืนนี้ผมเลือกที่จะมานั่งในร้านกาแฟ เพราะเมื่อวานผมไปดื่มกินในผับมาแล้ว เลยรู้สึกเบื่อที่จะไปอีก การไปผับคนเดียว มันอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับหนุ่มๆ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเหงา อย่างบอกไม่ถูก

ผมอยู่ในภาวะของการขาดแฟนมากว่า 1 ปี คู่รักคนสุดท้ายเพิ่งโบกมือบ๊ายบายกับผมเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะถึงปีใหม่ด้วยซ้ำ ผมต้องฉลองความเป็นโสดโดยมีเพียงเพื่อนเท่านั้นที่อยู่รอบกาย ทำให้การเคาน์ดาวน์ของผมไม่เงียบเหงาจนเกินไป ในตอนนี้ ความสัมพันธ์ของผมกับอดีตคนรักไปไกลได้แค่คำว่า “เพื่อน” แม้ผมจะรู้ว่าเขายังคงรักและต้องการผมอยู่ แต่ผมกลับไม่ได้ต้องการเขาในฐานะคู่รักอีกแล้ว มันพูดยากนะ ผมอาจจะดูเหมือนคนใจดำ ซึ่งปฏิเสธความรักของเขาอย่างหมดเยื่อใย แต่ความรักอย่างเดียวมันไม่ทำให้เราไปกันได้หรอก มันต้องมีอย่างอื่นผสมผสานอยู่ด้วย นั่นก็คือ ความเข้าใจ การให้เกียรติ และการให้อิสรภาพ ถึงแม้ผมจะอยากมีใครสักคนที่ผมรักและอยากอยู่ใกล้ชิด แต่ขณะเดียวกันผมก็หวงแหนความเป็นส่วนตัวของผมมาก ผมไม่ชอบการผูกมัด หรือ การอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าพอผมหายไป ก็โทรตามจิก คอยตามหวง มันเป็นอะไรที่แย่เกินกว่าจะรับได้สำหรับผม

ถ้าจะถามว่า ผมรู้สึกแย่ไหม กับ “รัก” ที่ต้องเลิกราอยู่บ่อยๆ ผมขอตอบโดยไม่ต้องคิดว่า “เปล่าเลย” ผมอาจจะเสียใจอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทิ้ง หรือ เป็นฝ่ายถูกทิ้ง แต่คนที่เป็นเกย์ส่วนใหญ่จะรู้ดีอยู่แล้วว่า ความสัมพันธ์ของพวกเราไม่เคยจีรังยั่งยืน ความรักของเกย์เป็นรักที่ขาดพัฒนาการ เราไม่มีความผูกพันที่ลึกซึ้งเช่นชายรักหญิงทั่วไป ความเป็นจริงเหล่านี้เป็นเรื่องที่พวกเรายอมรับกันตั้งแต่แรก เวลาผมเลิกกับใคร ผมไม่เคยโกรธ หรือ เกลียดชังคนรักของผมสักคน ผมมักจะนึกถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องแย่ๆ เป็นเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ ผมมักจะไม่ค่อยเก็บมาคิดมาจำให้รกสมอง คนที่เลิกกันก็เป็นเพื่อนกันได้นี่นา คุณว่าจริงไหม
ผมหยุดความคิดคำนึงของผม แล้วถอนสายตาจากภาพที่มองเห็นผ่านกระจกข้างหน้า เมื่อได้ยินเสียงพูดเป็นสำเนียงต่างชาติดังขึ้นข้างๆ พร้อมกับเสียงเก้าอี้ที่ถูกลากออกไป ผมหันไปมองก็เห็นหนุ่มฝรั่งตัวสูงใหญ่ ผมยาวสีทองรวบไว้อย่างลวกๆเป็นหางม้า ผมคงจะทำตาโตอ้าปากค้างกระมัง เพราะผมเห็นหนุ่มคนนั้น หัวเราะและยักคิ้วให้ผม เขาพูดอะไรบางอย่าง ผมมัวแต่อึ้งไม่ทันฟัง เขาเลยต้องพูดซ้ำ จับใจความได้ว่า ที่นั่งในร้านมันเต็ม เหลือเก้าอี้ว่างตรงโต๊ะผมพอดี เขาจะขอนั่งด้วยคนได้ไหม ผมรีบพยักหน้า แล้วก้มลงมองหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ โชคดีที่ผมหยิบมันติดมือมาด้วย เลยทำให้ผมมีอะไรอย่างอื่นทำนอกจากนั่งเขิน

ผมไม่รู้จะบรรยายสถานการณ์ตอนนี้ของผมอย่างไรดี เอาเป็นว่าจะค่อยๆเรียบเรียงเพื่อให้คุณเห็นภาพได้อย่างชัดเจนก็แล้วกัน สมมุติว่า คุณกำลังนั่งเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย และหนึ่งในเรื่องที่คุณคิดคำนึงอยู่ก็คือ เรื่องของหนุ่มในฝันที่คุณอยากเจอมากที่สุด คุณกำลังจินตนาการถึงคนๆนั้นอยู่ เค้าโครงของหนุ่มคนนั้น เริ่มปรากฏเป็นรูปร่างชัดเจนในสมองของคุณ ชายหนุ่มต่างชาติผิวขาว หน้าตาหล่อเหลา ตัวใหญ่ ไหล่กว้าง คิ้วเข้ม ตาสีฟ้า ริมฝีปากน่าจูบ คุณค่อยๆเห็นรายละเอียดของเขามากขึ้น เขามีผมยาวสลวยสีทอง มีเรียวหนวดบางๆขึ้นเหนือริมฝีปาก เขาใส่เสื้อกล้าม และนุ่งกางเกงเลสีเปลือกไม้ เท้าขาวๆที่มีเล็บสะอาดๆอยู่ในรองเท้าแตะหูคีบนันยาง สะพายเป้สีทึมๆไว้ใส่ข้าวของกระจุกกระจิก คุณเห็นแม้กระทั่งขนอ่อนที่ขึ้นอยู่ตามแขนของเขา และแล้วภาพที่คุณคิด กลับปรากฏเป็นจริงข้างหน้า พร้อมรอยยิ้มที่เซ็กซี่สุดสุด ยิ้มที่ทำให้คุณเกือบละลายกลายเป็นอากาศธาตุอยู่ตรงนั้น และนั่นแหละทั้งหมดที่ผมเห็น มันทำให้ผมไม่กล้าที่จะหันไปสบตาเขาตรงๆ
“ผมดูเหมือนตัวประหลาดหรือเปล่า หรือว่าผมแต่งกายไม่เหมาะสมกับที่นี่”เขาถามผมด้วยภาษาอังกฤษ ผมส่ายหน้า ไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่เขาพูด เขายิ้มอีก โอพระเจ้าช่วย จะให้ผมทำอะไรก็ยอม ถ้าหากรอยยิ้มนั้นจะมีให้ผมเพียงคนเดียว

“ผมเห็นคุณมองผม ตั้งแต่ผมเดินอยู่ข้างนอกร้าน จนกระทั่งผมเข้ามาในร้าน คุณก็ยังมองผมผ่านกระจกตรงหน้า ผมก็เลยคิดว่า ผมอาจจะเป็นสิ่งแปลกปลอมของที่นี่”

ไม่จริง ผมไม่ได้มองคุณ ไม่...ไม่ใช่... หรือว่าจะใช่ ถ้างั้น คุณก็ไม่ใช่คนในจินตนาการของผมงั้นหรือ ผมเพียงแค่เห็นคุณแล้วเก็บเอามาคิดคำนึงงั้นใช่ไหม นี่ยิ่งน่าอายหนักเข้าไปใหญ่ ผมโต้ตอบกับตนเอง เมื่อรู้ว่าเจ้าสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ภาพในฝัน มันเป็นภาพจริง และตัวตนที่แท้จริงกำลังจับผิดผมได้

“เปล่าหรอกครับ มันเป็นไปตามธรรมชาติของความอยากรู้อยากเห็น เวลาเราเจอใครที่แตกต่างจากเรา เราก็อดมองไม่ได้ ผมหมายถึงคุณไม่เหมือนพวกเรา ในเรื่องเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์น่ะ” ผมตอบเขาไปอย่างนั้น แต่ที่จริงอยากจะบอกว่า “ก็คุณน่ะ... น่าสนใจน้อยเสียเมื่อไหร่ หล่อเสียยิ่งกว่านายแบบ คนที่เห็นแล้วเมินก็น่าจะไปเช็คประสาทการรับรู้เรื่องความงามได้แล้วมั๊ง”
เขาหัวเราะกับคำพูดของผม ให้ตายสิ คราวนี้ผมยอมแลกทุกอย่างเลย ถ้าเขาจะหัวเราะแบบนี้กับผมคนเดียวเท่านั้น คนอะไร หัวเราะทั้งปากและตา เวลาที่เขาอยู่ในอารมณ์นี้ โลกสดใสตามเขาไปด้วย

“แสดงว่า คนไทยเป็นคนอยากรู้อยากเห็นน่ะสิ เพราะผมโดนมองตลอดเวลาเลย เวลาที่ถูกมองมากๆ ผมจะทำอะไรไม่ค่อยถูก ที่บ้านเมืองผม ไม่มีใครมองถึงขนาดนั้น แต่ที่นี่มองแบบหลายอารมณ์ความรู้สึกมากเลย ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร บางทีก็รู้สึกเขิน แล้วก็ไม่เป็นส่วนตัวนะ” เขาเล่าด้วยท่าทีไม่จริงไม่จังนัก ออกจะขำๆกับเหตุการณ์ที่เจ้าตัวประสบมาเสียมากกว่า ผมฟังเขาเล่าอย่างเพลิดเพลิน สำเนียงการพูด และน้ำเสียงของเขาช่างดูดีเหลือเกิน มันดูอบอุ่น และก็ดูขี้เล่น สนุกสนานอยู่ในที เฮ้อ.......... นี่ผมเป็นอะไรไปนะ ผมไม่สามารถจดจ่อกับหนังสือที่อยู่ตรงหน้าได้ เขาเองก็เช่นกัน ผมเห็นเขาถือพ๊อคเก๊ตบุคส์มาเล่มหนึ่ง แต่ไม่ได้เปิดอ่านสักหน้า

เขาชวนผมพูดคุยต่อ ไม่ได้สังเกตว่าผมกำลังทำอะไร เขาถามผมเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองไทย เขาเคยไปเที่ยวทางเหนือ และ อีสานมาแล้ว 2-3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาลงใต้ เขาหยอดคำชมว่าเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามหลายแห่ง ผู้คนอัธยาศัยไมตรีดี เขาได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยหลายคน และก็ถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนไทยหลายคนเหมือนกัน เขาเข้ามาทำงานในเมืองไทย โดยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่สถาบันสอนภาษาแห่งหนึ่ง และยังรับงานเป็นนายแบบและพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าอีกด้วย (ว่าแล้วไหมล่ะ หล่อซะขนาดนี้ จะหลุดรอดสายตาพวกโมเดลลิ่งไปได้อย่างไร) เราคุยกันอย่างออกรส เขาอายุ 25ปี(อ่อนกว่าผมตั้ง 5 ปีแน่ะ) แต่เขาเป็นคนที่มีความคิดอ่านเป็นผู้ใหญ่ มองโลกในแง่ดีอย่างน่าทึ่ง ผมให้คะแนนความหล่อของเขาที่ 15 เต็ม 10 และจากการพูดคุยที่แสนฉลาด มีอารมณ์ขันของเขาอีก 20 คะแนน

เราลาจากกันในค่ำคืนนั้นด้วยความเสียดายอย่างแสนสุดซึ้งของผม ผมอยากจะรู้จักเขาให้มากกว่านี้ แต่ร่างกายของผมกลับไม่เป็นใจ โชคร้ายที่ผมเกิดง่วงและหาวติดๆกันหลายครั้งให้เขาเห็น จนทำให้เขาเกิดเข้าใจผิดคิดว่าผมไม่อยากคุยกับเขา หนุ่มหล่อออกตัวหลายครั้งว่าเขาเป็นนักสนทนาที่ไม่ดีนัก เพราะคนที่คุยกับเขามักจะลงเอยด้วยการอยากหลับทุกที แต่มันไม่จริงเลย ผมเพลียจากการประชุมที่ยาวนานต่างหาก ผลจากการประชุมดึกๆหลายวัน ทำให้ร่างกายผมอ่อนล้าจนฝืนไม่ไหว ผมเศร้าใจเป็นที่สุดที่กำลังจะสูญเสียโอกาสงามๆในการได้คุยกับชายหนุ่มสุดเท่ห์ พรุ่งนี้ผมจะกลับกรุงเทพแล้ว แต่เขาจะอยู่ต่อสักพักก่อนที่จะมาเริ่มงานสอนในเทอมต่อไป เราต่างแลกเบอร์โทรศัพท์กัน เขาสัญญาว่าจะโทรมาหาผม และผมก็ได้แต่แอบหวังว่า เขาจะรักษาสัญญา(อย่างเคร่งครัด)


โดย : katesnk
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook