บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> The art of Hank

เรื่อง : The art of Hank

ตอนที่ 1 : Ready to beginning.

แฮรริสเองมันก็แค่เด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น... เหมือนกับเด็กปกติทุกอย่าง วันๆก็เอาแต่เรียนไปเรื่อยเปื่อยว่างๆก็ไปเล่นเกมกันในวันหยุดแต่ถ้าเพื่อนมาเยี่ยมก็เล่นกีฬากันตามปกติ แต่...ก็มีสิ่งหนึ่งที่เขาแตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิงโดยไม่มีใครมาเหมือนได้ กลางวันเขาก็เป็นแค่เด็กนักเรียนม.ต้นคนนึงเท่านั้นไม่ได้มีอะไรแตกต่าง แต่ว่าเวลากลางคืน... เขาจะกลายเป็นอาชญากรที่แสนร้ายกาจของโลกไซเบอร์นี้... ทุกคนเรียกอาชญากรคนนี้... แฮคเกอร์ อาชีพที่ผิดกฎหมายและถูกจับตามองมากที่สุดในอินเตอร์เน็ต ฉายาต่างๆในวงการที่เขาได้รับ... มีเข้ามามากมายจากความสามารถนี้ แต่ที่เขาชอบมากที่สุดจากการเป็นอันดับหนึ่งคือ... Hacker the ripper…

ผมที่ดูยุ่งเหยิงสีแดงส้มเหมือนเพลิงที่ทำให้มันดูเท่ห์ได้... แต่ดูไปมันก็ไม่มีระเบียบเอาเสียเลยราวกับหวีที่เพื่อนๆของแฮร์ริสเอามาฝาก... มันไม่มีความหมายอะไรเลยนอกจากพลาสติกที่มีซี่แหลมหลายๆอันที่เอาหยิบขึ้นมาดูเล่นเหมือนกับกระจกที่ไม่สะท้อนหน้าตาให้เห็น สิ่งนี้เหมือนกับตัวช่วยทำสมาธิของเขา มันทำให้เขาสามารถจ้องมันได้เกือบ 2 ชั่วโมงถ้าไม่มีใครพูดด้วย

หน้าที่สูบไปหน่อยจนเกือบที่จะมองไม่เห็นแก้มของเขา ทำให้ดูรู้ได้เลยว่าเขาไม่ค่อยชอบออกกำลังกายแม้ว่าตนเองจะเก่งหรือไม่ แต่คิ้วเข้มๆนั้นทำให้เขาดูเท่ห์ขึ้นมาหน่อย การเรียนที่ไม่ค่อยจะเอาถ่านสักเท่าไหร่ทำให้เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงว่าหัวขี้เลื่อยใบนี้จะเต็มไปด้วยCodeลับ ความลับ และรหัสต่างๆเอาไว้ได้มากจนกลายเป็นแฮคเกอร์

ถ้าคุณคิดว่านี่เป็นวันโกหกล่ะก็อย่านึกคิดเพราะว่าเราไม่ได้อำคุณเลยแม้แต่นิด นี่คือเรื่องจริงของเด็กชายแฮคเกอร์ม.ต้นอายุ 13 ปีที่ฉลาดที่สุดในโลก

เรื่องที่เคยเป็นการสบประมาทของเหล่าแฮคเกอร์ที่ว่าเด็กม.ต้นทุกคนที่อวดดีว่าเก่งล้วนแต่เป็นคนปากพล่อยชอบอวดตัวเองนี้ได้ถูกลบออกไปแล้ว เมื่อเขาเข้ามาในวงการนี้ทำให้มีทั้งคนชื่นชมและรังเกลียดเขาในฐานะเด็กอวดดีคนหนึ่งที่มีความสามารถเกินตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆกลับมีแต่คนต้องการตัวเขา

หลายคนที่ไม่รู้ความลับนี้อาจจะไม่ทราบว่าทำไม... ซึ่งก็ไม่มีใครรู้นอกจากตัวแฮร์ริสเองเท่านั้นที่แปลกแยกและแตกต่างไปจากแฮคเกอร์ทุกคน พ่อของเขา นายพลคอร์ลิน ฟาราเรสผู้ก่อตั้งองค์กรลับC.A.D.H.(Capture All Dirty Hacker) นายพลที่เป็นคนคิดค้นโปรแกรมตามล่าแฮคเกอร์ คนที่คิดค้นและสร้างบุคลากรแห่งCyber cop(ผู้จับตาและทำลายแฮคเกอร์) แต่กลับมีลูกชายเป็นแฮคเกอร์มือหนึ่งที่ไม่มีใครจับได้แม้แต่พ่อของตัวเอง

คำถามจากหลายคนที่ถามมาว่าทำไม ทำไม ทำไมถึงได้คิดจะมาเป็นแฮคเกอร์กันได้ เขาเองก็ตอบไปได้คำเดียวว่า

“ก็ไม่รู้อ่ะ ก็แค่อยากจะลองเป็นดู”

ความลับต่างๆที่เขาได้มาก็ไม่ได้ไปทำลายหรือก่อความเสียหายแค่เพียงอยากจะลองความสสมารถของตนเองเท่านั้น ความสามรถที่ประเมิณได้ยากว่าจะอัจฉริยะขนาดไหนถ้าหากไปเป็นอย่างอื่น

ทุกสิ่งที่เขาทำไปนั้นเป็นเพียงแค่ความ ‘อยากรู้’ และ ‘อยากทำ’ เท่านั้นไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากความอยากรู้อยากเห็นของเด็กม.ต้นคนนี้ที่ประหลาดและแตกต่างจากคนอื่น

--------------------

ตอนที่ 2 : Oh! I was Kidnapped!!!!!!!

“งัม...ๆ งึมงัมๆ แจ้บ...ๆ”แฮร์ริสเคี้ยวน้ำลายในปากอย่างสบายอารมณ์กับการนอนในวิชาประวัติศาสตร์ภาคบ่ายซึ่งส่วนมากจะเป็นวิชาที่นักเรียนทุกคนจะตั้งใจเรียน ไม่งั้นสอบไปก็มีแต่ตกสถานเดียว แต่เป็นเรื่องน่าแปลกที่เขามักจะหลับในชั่วโมงนี้แต่ก็ไม่เคยสอบตกไม่เหมือนเด็กคนอื่นที่ชอบหลับเลย

“แฮร์ริส....”

................................................

“แฮร์ริส..........”

................................................

“แฮร์ริส!!!!!!!!!!!”อาจารย์สวอนสันตะโกนเรียกเรียกแฮร์ริสเสียงดัง เขาลุกขึ้นมาด้วยความรวดเร็วจนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ล้มลงไปแล้วก็ร้องเพลงชาติอังกฤษด้วยความรวดเร็ว

“ฮ่าๆๆๆ........... ฮ่าๆๆๆ..........”เสียงหัวเราะดังมาจากทั่วห้องเรียน ใบหน้าของทุกคนที่พยายามกลั้นรอยยิ้มแต่ก็ไม่สามารถหยุดหัวเราะ ไม่เว้นแม้แต่ตัวอาจารย์สวอนสันเองก็เผลอหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน ไม่น่าเชื่อเลยว่าการกระทำของเขาจะเป็นเรื่องน่าตลกขนาดนี้ เขามองซ้ายทีขวาทีด้วยความลุกลนเมื่อรู้ตัว

“ฮะๆ คือว่าผม... เอ่อ...”เขายิ้มเจื่อนๆด้วยความอายเพราะเพื่อนหัวเราะเยาะ หน้าสีขาวของเขาค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆไม่รู้ว่าความจริงแล้วโกรธหรืออายกันแน่ เขาหันไปมองเพื่อนชายคนนึงที่อยู่ด้านซ้ายมือที่ยังหัวเราะอยู่ หมอนั่นค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดายตาที่มองตนอยู่ ก็พบกับสายตาอาฆาตแค้นของแฮร์ริสเข้าให้เล่นเอาเจ้าตัวหัวเราะต่อไม่ออกเลยทีเดียว

“นี่เธอเป็นอะไรของเธอกันเนี่ย อิๆ”อาจารย์สวอนสันพูดไปหัวเราะไป

“เอ่อ... ผมเผลอหลับน่ะครับ”เขาตอบไปเฉยอย่างไม่กลัวอะไร สีหน้าที่เฉยเมยเหมือนไร้ความรู้สึกแต่แฝงไปด้วยความโกรธสุดขีด ดูได้จากมือของเขาที่กำแน่นจนเหมือนเนื้อข้างในมันจะระเบิดออกมา เล่นเอาเพื่อนๆรอบข้างถึงกับผงะทีเดียว

“ช่างเหอะ... ฮะๆ เอาเป็นว่าครูให้อภัยเธอแล้วกันนะ”

“ขอบคุณมากครับอาจารย์....”เขาค่อยๆเดินไปที่เก้าอี้แล้วก็หยิบมันตั้งให้เหมือนเดิม หยิบกระเป๋าที่หล่นมาเก็บแล้วก็นั่งลงเหมือนเก่า สีหน้าแสดงถึงอาการเก็บกดขั้นรุนแรง

“ฮะๆ โอย...ขำจนปวดท้อง... เอาล่ะนักเรียนตอนนี้เรามา.....”อาจารย์สาววิชาประวัติศาสตร์ค่อยๆสอนนักเรียนต่อไป แต่ก็กุมท้องไปด้วยเพราะหัวเราะมากเกินไปจนท้องแข็ง

“ใครตอบได้มั่งว่าใครเป็นคนประดิษฐ์โทรศัพท์เป็นคนแรก และประดิษฐ์ได้ในปีใด”เธอถามนักเรียนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเนื่องจากกำลังอารมณ์ดี

“มิสเตอร์แฮร์ริส... ฟาราเรส”แฮร์ริสสะดุ้งยืนขึ้นอีกรอบนึง

“เอ่อ... น่าจะใช่อเล็กซานเดอร์ แกรแฮม เบลล์ มั้ง... ครับ”

................................................

“ถูกต้องแล้ว... สงสัยการที่เธอได้ร้องเพลงชาติอาจจะทำให้เธอสมองดีขึ้น...”

“น่าจะใช่นะ”อาจารย์สาวส่งยิ้มมาพร้อมกับมุขตลกที่เรียกเสียงหัวเราะไปทั่วห้อง ดูเหมือนว่าชั่วโมงนี้อาจไม่เป็นอันเรียนกันต่อแน่ๆ

“ฮะๆ... ตลกดีครับ”เขายิ้มอย่างไม่เต็มใจกลับไปแล้วก็นั่งลง หน้าตาเฉยเมยด้วยความเบื่อหน่ายในการเรียนที่แสนจะน่าเบื่อ มุขตลกของอาจารย์สวอนสันที่ทำให้นักเรียนหัวเราะกันทั่วห้อง แต่ดูเหมือนว่าตัวแฮร์ริสคงจะไม่รู้สึกขำเลยสักนิดกับคำหัวเราะเยาะเย้ยจากคนอื่น

“นายทำตัวน่าขำมากเลยนะ... ฮะๆ”เพื่อนข้างๆเขาทักอย่างขำๆ

“หึๆ ขอบใจมากสำหรับคำชม”เขายิ้มเจื่อนๆกลับไปแล้วก็หันกลับไปเรียนต่อ ทำเอาเพื่อข้างถึงกับชักนิดๆกับการกระทำนี้แล้วก็ค่อยๆหันกลับไปเรียนต่อ

“กริ๊ง........... กริ๊ง.................”เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น เสียงนี้เปรียบเสมือนสวรรค์โปรดลงมาช่วยชีวิตเขาเอาไว้

“เอาล่ะนักเรียนเลิกเรียนได้ค่ะ”อาจารย์สาวพูดก่อนที่จะหยิบสัมภาระแล้วก็เดินออกจากห้องไป เด็กๆแต่ละคนหยิบกระเป๋าของตนแล้วก็เดินออกจากห้องไป บางคนก็ไปกับเพื่อนบางคนก็เดินไปคนเดียว แฮร์ริสเองเป็นคนแบบที่สองเค้าไม่ค่อยจะมีเพื่อนสักเท่าไหร่ วันนี้เขาก็ต้องเดินกลับไปคนเดียว

“ไอ้เฉิ่ม... วันนี้นายนี่ตลกมากเลย พูดจริงๆเลยนะชั้นว่านายดูงี่เง่ามากเลย”คำพูดสบประมาทนี้ผ่านหูเขาไป เสียงของชาร์คผู้ร่ำรวย หลานชายของผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้ หลานชายผู้อวดดีในสิ่งที่ตนเองมีและจองหองในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่

“วันนี้ชั้นไม่อยากจะทะเลาะกับใครเข้าใจมั๊ย ?”แฮร์ริสพูดแล้วก็ค่อยๆเดินต่อไปโดยไม่สนใจชาร์คและพรรคพวกที่ยืนมองเขาด้วยสายตาดูหมิ่น เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาทกัน

“เอ๊าะเหรอ... สงสัยจะตาขาวเป็นไก่ต้มไปแล้วสิเนี่ย โถๆไอ้เฉิ่มเอ๊ย - -”ไม่ทันที่ชาร์คจะพูดจบ แฮร์ริสซึ่งไม่สามารถระงับความโกรธเอาไว้ได้แล้วก็พุ่งเข้าไปคว้าคอนักเลงหนุ่ม ดึงตัวชาร์คเข้ามาก่อนที่จะง้างมือเตรียมที่จะชกหน้าของชาร์ค

“อ๊ะๆ ลืมไปแล้วเรอะ... ว่าชั้นน่ะ... มันหลานใคร ถ้ารู้แล้วก็ปล่อยชั้นซะ”ชาร์คเอ่ยเตือนสติแฮร์ริสเอาไว้ เขาค่อยๆเอาหมัดลงช้าๆแล้วก็เดินออกรั้วโรงเรียนไป มือกำแน่นไว้ด้วยความโกรธบวกกับสีหน้าเก็บกดแล้วทำให้ดูเหมือนกับเขาแทบจะฆ่าคนได้เลย

“โถๆ ที่แท้ก็ไม่กล้าสินะ โถๆน่าสงสารไอ้ไก่อ่อนที่แสนจะขี้ขลาด”ชาร์คและพรรคพวกพูดทิ้งท้ายแฮร์ริสซึ่งเดินจากไปอย่างไม่สนใจใยดีกับพวกนั้นเลยสักนิด

เขาเดินไปเรื่อยๆแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ตะวันใกล้จะลับฟ้าแล้ว ตอนนี้มันสีส้มสวยงามมากแสงที่ใกล้จะสิ้นนั้นทำให้ท้องฟ้าดูเนียน หมู่เมฆสีขาวทำให้ใจเราล่องไปตามความฝัน ทุกอย่างบนท้องฟ้าทำให้เขาลืมเรื่องทุกอย่างได้ มือที่กำแน่นค่อยๆคลายออกปล่อยให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ใบหน้าที่ดูเก็บกดและเคร่งเครียดค่อยผ่อนลงจนกลายเป็นใบหน้าที่อ่อนโยนและผ่อนคลาย

“มีแต่นายเท่านั้นแหละที่เป็นเพื่อนชั้น... ท้องฟ้า”เขาเอ่ยลอยๆแล้วก็เดินไปเรื่อยๆด้วยใจที่โล่งและปรอดโปร่ง

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“กริ๊ง.......”แฮร์ริสใช้นิ้วชี้กดกริ่งประตูก่อนที่จะถอยออกมาแล้วเดินไปรอบๆหน้าบ้าน หน้าเงยขึ้นมองท้องฟ้าอีกครั้งเพื่อคลายความเครียดที่เหลืออยู่

บ้านหลังนี้มีหลังคาสีแดงน้ำตาลทำให้มันดูเด่นจากบ้านหลังอื่นๆ ตัวบ้านเป็นสีขาวสะอาดเหมือนกับไม่เคยถูกสิ่งสกปรก หน้าต่างเปิดอ้ารับลมที่ปะทะเข้ากับผ้าม่านสีฟ้า

“มาแล้วค่ะ”เสียงแม่ของเขาดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ค่อยดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะช้าๆ

ประตูสีขาวค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่หน้าบ้าน เธอมีผมสีแดงส้มเหมือนกับแฮร์ริส ชุดสีขาวผ้าบางของเธอโดนแสงอาทิตย์ส่องทำให้มันดูเปร่งประกาย

“เอ้า - - ลูก เข้ามาสิจะยืนอยู่อีกนานเหรอน่ะ”เธอทักทายพร้อมกับส่งยิ้มให้ลูกของตน แล้วก็เดินเข้าไปในบ้านแล้วก็ตรงไปที่ครัว

“ครับแม่ ไปเดี๋ยวนี้แหละครับ”เขาพูดแล้วก็ค่อยๆเดินตามแม่ของตนเข้าไปในบ้าน เขาเดินตรงไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่น วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะกระจก จากนั้นก็นอนแผ่หลาบนโซฟาเพื่อผ่อนคลาย

“วันนี้มีอะไรเครียดๆรึเปล่าลูก เห็นทำท่าอยากจะผ่อนคลายอะไรนักหนา”

“ก็นิดหน่อยครับ แต่ก็โอเคแล้วล่ะครับ”เขาตอบก่อนที่จะลุกพรึบขึ้นนั่งบนขอบโซฟาตัวนั้น แล้วก็ยิ้มตอบแม่ของตนที่กำลังยืนมองอยู่

“เดี๋ยวผมขึ้นไปทำงานก่อนนะครับ”เขาพูดแล้วก็ค่อยๆเดินขึ้นชั้นสองไป แล้วก็ตรงไปที่ห้องของตนพร้อมกับกระเป๋านักเรียน

“เดี๋ยวอีก 1 ชั่วโมงแม่เอาอาหารเย็นขึ้นไปให้นะลูก”

“ครับแม่”แฮร์ริสพูดแล้วก็ค่อยๆเปิดประตูห้องนอนของเขา ห้องสีครีมสะอาด โต๊ะไม้ข้างหน้าต่างที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ สิ่งของทุกอย่างวางอย่างเป็นระเบียบในชั้นวางของ เขาเดินไปแล้วนอนลงบนเตียงสักครู่ก่อนที่จะลุกขึ้นไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เปิดกระเป๋าออกแล้วก็เอาหนังสือคณิตศาสตร์ออกมา แล้วก็ค่อยๆทำงานไปเรื่อยๆ เรื่อยๆจนเหลืออีกเพียง 1 วิชา

“แม่เอาอาหารวางไว้นี่นะลูก”เสียงแม่ของเขาดังขึ้นพร้อมกับเสียงประตู

“ครับแม่ เดี๋ยวผมไปกินครับ”

“อย่านอนดึกนักล่ะลูก... เดี๋ยวจะตื่นสาย”

“ครับแม่”เขาตะโกนตอบมารดาของตนไปแล้วก็หันกลับมาทำงานต่อ...

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“เหื่อย... เสร็จซะที”แฮร์ริสพูดขึ้นอย่างโล่งใจพร้อมเลื่อนเก้าอี้หมุนไปรอบๆห้องนอนของตน

“เอาล่ะต่อไปก็อาหารสมอง...”เขาพูดด้วยเสียงน้ำลายสอก่อนที่จะลงมือทานอาหารเย็นที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ข้างๆกันกับโต๊ะทำงานของตน อาหารในถาดค่อยๆลดลงเรื่อยๆจนหมดซึ่งพร้อมกับเสียงเรอออกมาครั้งนึงเพราะความอิ่ม แฮร์ริสหยิบถาดนั้นออกจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ของตน จากนั้นก็...

“It’s time for hack.”เขาพูดแล้วก็กดสวิชต์คอมพิวเตอร์ เสียงวืดๆดังขึ้นเพื่อวอร์มเครื่อง

“เอาล่ะนะ... วันนี้ทำอะไรดีเอ่ย เมื่อวานทำฐานเว็บเพื่อนเจ๊งไป เมื่อรืนก็เพิ่งแฮคธนาคารไป...”เขาพูดก่อนที่จะทำหน้าครุ่นคิด คิ้วที่เลิกขึ้นทำให้เขาดูเหมือนคนที่ฉลาดมากแต่ก็ยังไม่ตรงกับตัวเอง

“ไปHackรัฐบาลกันเล้ย.............”แฮร์ริสทำเสียงตกเหมือนกับน่าเบื่อแล้วก็เริ่มคิดต่อ

“งั้นก็ลองไปHackในส่วนของรัฐบาลดีกว่าว่ะ ยังไม่เคยเลยนี่”เขาพูดแล้วเลื่อนเมาส์ไปเปิดInternet exporerขึ้นมาแต่ว่ามันไม่เหมือนกับรุ่นอื่นๆ

“ยินดีต้อนรับผู้มาเยือน”

“ใส่Passwordเพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบHack”ข้อความเหล่านี้ปรากฏขึ้นบนหน้าจอInternet exporer แฮร์ริสเลือนตาของตนเข้าไปWeb camก็มีแสงสแกนตาเขา

“Passwordถูกต้อง ยินดีต้อนรับกลับมาแฮร์ริส”มีเสียงดังออกมาจากลำโพงข้างคอม

“กรุณาพิมพ์ชื่อเว็บไซต์หรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับเว็บที่ท่านต้องการHack”มีข้อความปรากฏขึ้นที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาค่อยพิมพ์คำที่ต้องการลงไปช้าๆ

“โฮมเพจของรัฐบาล...”

“ติ๊ด...”มีเสียงดังขึ้นพร้อมข้อความว่า ค้นพบทั้งหมด10ไซต์

“เอาล่ะนะเอาอะไรที่มันยากๆหน่อย...”แฮร์ริสค่อยๆมองไปตามurlต่างๆที่โชว์บนหน้าจอ

“เอาเว็บนี้แล้วกัน”แฮร์ริสเลื่อนไปคลิกที่ไซต์ขององค์การC.A.D.H.เสียงคลิกดังขึ้นมาจากเมาส์ ตอนนี้เขากำลังจะเข้าไปHackเว็บไซต์ที่พ่อของตนเป็นคนก่อตั้งแล้ว...

“เอาล่ะ... เปิดตัวเจาะProxy... ไหนดูซิ...นี่ไงองค์กรC.A.D.H. 192.777.555.23”เขาลากดำที่ipที่พบแล้วก็ก็อบปี้ไว้ก่อนจะปิดตัวโปรแกรมเจาะProxy แล้วไปคลิกที่ไอคอนHarris hack tool....

“เอาล่ะใส่ipลงไปแล้วก็กด... Enter!!!!!!!!!!!!!!!”เสียงวืดๆและไฟกระพริบของโมเด็มความเร็วสูงของเขากำลังทำงาน... พรึบ...มีหน้าจอหนึ่งโผล่ขึ้นมาในจอคอมพิวเตอร์

“นี่มันอะไรกันเนี่ย.... ใครทำฐานข้อมูลแบบนี้วะ”ที่หน้าจอไม่มีอะไรเลยนอกจากคำว่าC.A.D.H. แล้วก็มีปุ่มคำว่าGoอยู่ที่ด้านล่างสุด

“เอาก็เอาวะเสี่ยงดูสักครั้ง ตายก็ตายเพราะเรามัน... ชอบเสี่ยงอยู่แล้ว”เขาคลิกไปที่ปุ่มGo...

“ฮ่าๆๆๆ”มีเสียงหัวเราะออกมาจากลำโพง เสียงของผู้ชายคนหนึ่ง

“เครื่องของคุณจะถูกไวรัสกิน และจะดับในเวลา 10 วินาที จากนั้นตอนเช้าเราจะไปรับตัวคุณ”มีข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ตอนนี้...สุดยอดHackerเจอตอดกลับซะแล้ว แถมคราวนี้เจ็บซะด้วย

“เห้ย..... สำรองๆ สำรองข้อมูลเดี๋ยวนี้”มีเสียงติ๊ดที่ลำโพง หน้าต่างดาวน์โหลดก็โผล่ขึ้นมา แถบแสดงผลค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“ปิ๊ง... สำรองข้อมูลเสร็จแล้ว”มีแผ่นดิสก์เด้งออกมาจากเครื่องใส่แผ่น แฮร์ริสรีบคว้าเอาไว้ทันที

“วูบ......”คอมดับวูบลงไปทันทีหลังจากที่เขาดึงแผ่นดิสก์ออกมา

“นี่มันอะไรกันวะ... ไอ้พวกรัฐบาลนี่บังอาจมาแหยมกับเราได้...”เขาพูดอย่างเสียอารมณ์แล้วก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ก่อนที่จะล้มตัวลงไปนอนที่เตียง

“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยRestoreข้อมูลกลับมาละกัน”แฮร์ริสพึมพำขึ้นมาอย่างเสียอารมณ์แล้วก็นอนมองไปที่เพดานสีฟ้า แล้วก็ค่อยๆผล็อยหลับไป

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“หาว........ เอาล่ะมาคืนข้อมูลกันเลยละกัน...”แฮร์ริสตื่นมาในตอนเช้า และตอนนี้กำลังคืนข้อมูลให้เครื่องของตนที่ถูกไวรัสกินไปเมื่อคืน

“วัยรุ่นเซ็งเลยว่ะ”

“ลูกๆ มีคนเค้ามาหาจ๊ะ เห็นบอกว่ามีธุระเรื่องเมื่อคืนน่ะลูก”แม่ของเขาตะโกนขึ้นมา เขาสะดุ้งขึ้นมาทันทีทันใดเลย

“อะไรกันวะเนี่ย ไอ้ที่เมื่อคืนบอกจะมารับตัว มันมาเอาไปจริงๆเรอะเนี่ย”เขาพูดอย่างตื่นตระหนก อาการลนลานจนหน้ากลัวของเขาดูทำให้เขาเหมือนคนบ้า เขาหยิบเสื้อและกางเกงก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุด

“ตายๆๆ ตายแน่เลย...”เขาพูดอย่างลนลานขณะที่กำลังเร่งรีบลงบันไดอย่างรวดเร็ว

“เอ่อนี่ไงคะลูกชายของชั้นที่คุณถามหา”แม่ของเขาหันไปมองเขาที่มาวิ่งยืนแล้วหยุดอยู่ข้างๆ

“เอาล่ะหนู... เมื่อคืนเธอไปHackองค์กรเราเข้าใช่มั๊ย ?”ชายหนุ่มชุดสูทสีดำคนหนึ่งถามเขา ตัวแฮร์ริสเองที่ไม่กล้าพูดก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆไป

“เอ่อ... คุณผู้หญิงครับ สามีคุณโทรมาบอกแล้วใช่มั๊ยครับว่าเราต้องการตัวเด็กคนนี้”ชายอีกคนถามแม่ของแฮร์ริส เธอพยักหน้าหงึกๆแต่ดูไม่เครียดเท่าไหร่

“ไม่ต้องกลัวนะลูก ทำตัวง่ายๆสบายๆไว้นะ”เธอกระซิบบอกเขาที่กำลังทำหน้างงอยู่

“เอาล่ะ... ไปกันได้แล้ว”ชายทั้งสองคนจับแขนของแฮร์ริสแล้วก็ลากไปที่รถหรูสีดำคันหนึ่ง

“นี่มันอะไรกันเนี่ย.... แม่ครับ!!!!!!!!”เขาตะโกนอย่างตกใจพร้อมกับลนลานมองซ้ายทีขวาที

“ใจเย็นๆลูก... ไม่ต้องกลัวนะ”

“แม........”ไม่ทันที่แฮร์ริสจะพูดจบ เขาก็ถูกเหวี่ยงเข้าไปในรถ ด้วยสัญชาตญาณเขาพยายามจะหนีแต่ประตูรถก็ปิดกระแทกเขากลับไปชนอีกฝั่งของรถ แต่หนทางยังไม่หมดเขาขยับไปเปิดประตูอีกข้างแต่ว่า... มันก็ล็อกไม่สามารถที่จะเปิดได้ ชายสองคนที่จับตัวเขาขึ้นรถมาแล้วสตาร์ทรถ

“บรืนๆ”รถแล่นไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันที่เขาจะหันไปมองบ้านด้วยซ้ำมันก็ไกลจนมองไม่เห็นแล้ว

“ชั้นถูกลักพาตัว............!!!!!!!!!!!!!!”แฮร์ริสตะโกนออกไขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีเสียงไหนเล็ดลอดออกมานอดรถเลยแม้แต่นิด...

..................................................................................
ติดตามตอนบทต่อไป.......................

--------------------

ตอนที่ 3 : C.A.D.H. ?

“นี่มันอะไรกันเนี่ย” แฮร์ริสร้องตะโกนอย่างตื่นกลัว ดวงตาเบิกกว้างแสดงถึงความต้องการที่จะอยู่รอดจนถึงขีดสุด เขาพยายามที่จะดิ้นให้หลุดออกจากเชือกที่รัดมือของเขาไว้ตอนที่รถหยุดไปครั้งหนึ่ง แล้วชายชุดดำมานำมันเขามัดเอาไว้

“อ้าก!!!!!!!!! ปล่อย..... ปล่อย......” เขาร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

“นี่ไอ้หนูเงียบหน่อยได้ไหม...” ชายชุดดำคนที่ขับรถพูดอย่างหมดความอดทน พร้อมฟันสีกันทำให้แฮร์ริสรู้ได้ทันทีว่าชายคนนั้นเริ่มจะหมดความอดทนแล้ว

“ไม่จนกว่าพวกคุณจะปล่อยผม อ้าก!!!!!!! ปล่อย.......” เขาแหกปากต่อปอย่างไม่สนใจคำพูดอะไรของชายชุดดำ แต่แล้วชายชุดดำก็หันควับมาทางเขา พร้อมกับชักปืนสั้นขึ้นมาจ่อหัว

“เราไม่อยากจะฆ่าเธอนัก... ฉะนั้นอย่าทำให้เราหมดความอดทน...” ชายถือปืนค่อยๆลดมันลงช้าๆแล้วก็เก็บเข้าเหน็บเข้าไปที่กางเกงสีดำ แล้วก็หันกลับมองเรื่อยเปื่อยโดยไม่สนใจว่าแฮร์ริสจะรู้สึกอย่างไร กับปืนที่อยู่ๆมันก็พุ่งเข้ามาจ่อหัวของเขา

“นายมาเอาตัวชั้นทำไมกัน... แล้วทำไมไม่ฆ่าชั้นซะ...” แฮร์ริสเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหวั่นๆ

“นายเป็นคนที่องค์กรเราต้องการมาก เพราะนายเป็นคนแรกและคนเดียวที่คิดจะ... ไม่สิไม่มีสมองแล้วดันไปHackองค์กรที่มีไว้จับHackerอย่างพวกเธอ” ชายชุดดำคนที่ขับรถเอ่ยโดยไม่หันกลับมามองเขาเลย

“อ๋อ... ที่แท้เราก็เป็นคนมีความสามารถนี่เอง...” เขาพูดอวดดีอย่างไม่สนใจคนรอบข้างพร้อมมกับหัวเราะด้วยเสียงที่ดูหลงตัวเองที่สุดในโลก

“อีกเหตุผลคือเรามีเรื่องหนึ่งที่ต้องการให้นายเข้ามาช่วยเหลือเรา...”

“โถกรรมจริง... นึกว่าเราเก่ง ที่แท้ก็เรียกมาเป็นเป๊ะช่วยงานนี่เอง”

“แล้วงานนี่มันระดับไหนล่ะ ?” แฮร์ริสถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง

“หึๆ งานนี้น่ะนะไอ้หนูเอ้ย... มันเป็นการช่วยชีวิตคนทั้งยุโรปเลยล่ะ” เมื่อชายชุดดำพูดจบก็มีเสียงกลืนน้ำลายอย่างหวาดเสียวของแฮร์ริสดังขึ้น

“อะไรกัน.... ผมไม่ใช่พระเจ้านะจะได้ทำยังงั้นได้อ่ะ”

“แล้วที่เธอเข้ามาในองค์กรของเราได้ล่ะ... แถมยังใช้โปรแกรมที่สร้างด้วยตนเองในการHackด้วย...”

“................”เขาเงียบไม่พูดอะไร

“พวกชั้นก็ว่ามันสุดยอดแล้วล่ะ...” ชายชุดดำพูดพร้อมกับหันมามองหน้าแฮร์ริสสักครู่ก่อนที่จะหันหน้ากลับไป

“แล้วทำไมที่ทำงานพวกพี่มันไกลอย่างนี้เล่า...” แฮร์ริสพูดขึ้นอย่างเสียอารมณ์พร้อมกับหันหน้าไปมาอย่างกระสับกระส่าย ด้วยเหตุผลบางอย่างเขารู้สึกว่างานนี้มันไม่ง่ายเอาซะเลย ซ้ำอาจมีอันตรายเข้ามาพ่วงท้ายด้วยก็ได้

“อีกนิดเดียวไอ้หนู รอแป๊บหนึ่ง” ชายชุดดำพูดขึ้น แล้วก็ผ่านไปเกือบ 15 นาทีรถก็ค่อยๆจอดลงที่หน้าตึกร้างสีขาวแห่งหนึ่ง มันสูงประมาณสี่ชั้นอาจเตี้ยกว่าหน่อย แต่มีสามชั้นในตึกเท่าที่เห็นได้ ทั้งตะไคร่และต้นไม้เถาวัลย์ต่างๆเลื้อยรัดไปเต็มอาคาร

ชายชุดดำเปิดประตูแล้วค่อยๆดึงตัวเขาออกมาแล้วก็ค่อยๆพาเดินไป ทั้งสามค่อยๆเดินเข้าไปในตัวอาคารชั้นหนึ่ง หยุดอยู่ยืนสักครู่ แฮร์ริสมองไปรอบๆข้างในมันดูโทรมมากมีใยแมงมุมและพวกพืชกาฝากเต็มไปหมด ทั้งสามค่อยๆเดินต่อไป มีครั้งหนึ่งที่แฮร์ริสบังเอิญเดินไปเหยียบตะขาบที่ตัวใหญ่เกือบเท่าหัวแม่มือ ชายชุดดำพาเขาเดินลงมาที่ชั้นใต้ดินของตึก

“อย่างน้อยก็น่าจะมีการทำความสะอาดบ้างนะ” เขาบ่นขึ้น

“จะให้เปิดเป็นร้านขายของชำหรืออพาร์ตเมนต์ล่ะไอ้หนู” ชายชุดดำคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างกวนๆ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนักได้แต่มองไปรอบๆ เป็นอะไรที่น่าแปลกมากที่เขาไม่ตกใจอะไรเลย

“เอาล่ะถึงประตูแล้ว...” ชายชุดดำพูดขณะที่ทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ในห้องกว้างสีดำในชั้นใต้ดิน ด้านหน้าพวกเขาคือประตูเหล็กที่มีช่องสำหรับใส่บัตรผ่านอะไรสักอย่าง... ชายชุดดำควักเอาบัตรสีเงินที่เกลี้ยงทั้งสองด้านออกมาแล้วรูดไปที่เครื่องรูดบัตรผ่าน มีเสียงดังครืดๆพร้อมกับประตูเหล็กนั้นค่อยๆเปิดออก... ทั้งสามค่อยเดินเข้าไปข้างในประตู ในนั้นเป็นห้องเงินที่ไม่มีทางออกอะไรเลยนอกจากทางประตูเหล็กที่พวกเขาเข้ามา

“เอาล่ะไอ้หนู นี่คือบททดสอบของเธอ...” ชายชุดดำทั้งสองผลักเขาออกไป

“นี่มันอะไรกัน...” แฮร์ริสหันไปดูข้างหลังก็พบว่าชายทั้งสองคนนั้นหายไปแล้ว

ครืดๆ... เสียงอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่ เขาหันไปมองรอบๆห้องพบว่าผนังของห้องกว้างนี้ค่อยๆเคลื่อนที่บีบเข้ามาทางเรื่อยๆ

“นี่คือบททดสอบของเธอนะแฮร์ริส เธอต้องถอดรหัสให้ได้” มีเสียงดังขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วก็แท่นบางอย่างเลื่อนขึ้นมาจากบนพื้น มันเป็นลักษณะคล้ายๆโต๊ะกับคอมพิวเตอร์ที่เปิดเอาไว้แล้วโดยข้างล่างเป็นตัวเคสที่ด้านหลังมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด โดยสายเหล่านี้ถูกรวบไว้แล้วต่อลงไปในพื้น

“โธ่เอ้ย... นึกว่าจะเข้ากันง่ายๆ....” แฮร์ริสรีบวิ่งเข้าไปที่คอมพิวเตอร์แล้วก็ค่อยๆเปิดโปรแกรมทีละโปรแกรมอย่างใจเย็น เขาค่อยๆมองไปเรื่อยๆในหน้าจอที่แทบจะไม่มีอะไรเลย นอกจากไอคอนMy computer ไอคอนMy document และไอคอนMy network place

“โธ่เอ๊ย... ขอร้องให้ที่นี่มันใช้คอมกับเน็ตเร็วพอก็แล้วกัน อาเมน...” แฮร์ริสพูดเสียงสั่นๆแล้วก็คลิกไปที่ไอคอนMy network place หน้าต่างบานหนึ่งก็ปรากฏออกมา

“เอาล่ะ... คลิกall computer in workgroup... แต่ไปก็หาเครื่องหลัก... อืมนี่ไงเครื่อง01...” แฮร์ริสกำลังจะคลิกต่อแต่ก็หยุดขึ้นมาคิดถึงบางสิ่ง...

“หึๆ สอบเข้ามันคงไม่ง่ายอย่างนี้หรอก... ชื่อขององค์กรคือ...C.A.D.H... ถ้าตามลำดับอักษรแล้วต้องเป็นเครื่องที่...”

“เครื่องที่ 16 ...” เสียงคลิกสองครั้งดังขึ้นมาหลังจากที่แฮร์ริสพูด... ลูกศรชี้อยู่ที่เครื่องที่ 16 ... ครืดๆ...เสียงผนังค่อยๆหยุดลงช้าๆอย่างฝืดๆ

“ฟิ้ว... ค่อยยังชั่ว... นึกว่าจะต้องตายก่อนได้ของเล่นซะแล้ว...” เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ทันใดนั้น...

“อะไรกันฟะ!!” แฮร์ริสร้องอย่างตกใจแล้วเอามือทุบกับโต๊ะ ตอนนี้เครื่องที่เขาใช้กลับกำลังโดนไวรัสกิน หน้าต่างเตือนของโปรแกรมกำจัดไวรัสอย่างรวดเร็ว

We found Viruses 3756 files.

File list:

Virus name : Prime. 1164
Name of file have a virus : Black_list.ino , kokjoma_hot.tro
History : File is not on this computer.

Virus name : Timebomb Trojan
Name of file have a virus : insecx_jinx_bug.jan , hotfile_bomb.tro , fire_girl.sec
History : File is not on this computer.

Virus name : W95.boza.bomb
Nome of file have Visus : Hell_oncomp.kkk , gonnadie.tro , hot_chick.gon
History : File is not on this computer.

ตอนนี้จากจำนวนไวรัสแค่สามพันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหมื่นได้แล้ว

“นี่มันอะไรอีกวะเนี่ย!!” แฮร์ริสหันไปมองรอบๆตัวตอนนี้ประตูที่หยุดไปแล้วนั้น กลับเริ่มต้นทำงานขึ้นใหม่อีกครั้ง แล้วดูเหมือนว่ามันจะบีบเข้าหาเขาเร็วกว่ารอบแรกด้วยซ้ำ และดูเหมือนว่ามันจะเร็วขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนไวรัสที่เข้ามา

“นี่มันอะไรกันฟะเนี่ย หึ่มๆ...” แฮร์ริสเริ่มหันกลับไปหาทางรอดทางเดียวของเขา คอมพิวเตอร์... แต่แล้วก็ไม่พบอะไรนอกจากไฟล์ต่างเครื่องที่ตัวเขาไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย

“อะไรกันอีกเนี่ย... ไอ้พวกไฟล์โจมตีก็ดันไม่อยู่ในเครื่องแล้วเราจะไปแก้ยังไงล่ะเนี่ย” แฮร์ริสร้องขึ้นอย่างหมดหวังพร้อมกับเอามือขึ้นมากุมหน้าของตน แต่แล้วก็มีอย่างหนึ่งที่เขาคิดขึ้นได้

“ไฟล์โจมตีไม่ได้อยู่ในเครื่องงั้นเหรอ...” แฮร์ริสทำท่าครุ่นคิดพร้อมกับหลับตาลง แล้วเขาก็ลืมตาขึ้นช้า “นึกออกแล้วเว้ย!!”

พูดเสร็จแฮร์ริสก็เดินไปรอบๆเครื่องไม่นานก็หยุดตรงด้านหลังมอนิเตอร์จอคอมพ์ เขาก้มลงไปดูส่วนล่างของส่วนที่ยื่นออกมาด้านหลังจอพบว่ามีเลขปั๊มไว้ว่า 16 อยู่

“ที่แท้ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายของที่นี่ ทำให้เครื่องอื่นระดมส่งไวรัสเข้ามาพังเครื่องได้งั้นเรอะ” พูดเสร็จแฮร์ริสก็เร่งลงมือค้นตามายต่างๆที่ด้านหลังเครื่อง เขาค่อยๆค้นไปตัวหัวปลั๊กทีละหัวอย่างใจเย็นแม้ว่าผนังที่บีบเข้ามาเรื่อยๆจะไม่ชะลอลงเลยก็ตาม แต่เขาก็ยังคงหาไปเรื่อยๆอย่างไม่ลดละ

“สาย Lan อยู่ไหนฟะ (Lan : Local Area Network ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับเครื่องที่ใกล้กันหรือบริเวณเดียวกัน) สงสัยถ้าต้องดึงออกมาคงจะยาวเป็นเมตร”

“.................”

“เจอแล้วเว้ย...!!” แฮร์ริสร้องเสียงดังพร้อมกับดังสายๆหนึ่งออก มันเป็นสายสีขาวที่หัวเป็นสีฟ้า ทันใดนั้น หลังจากที่เขาดึงสาย Lan ตัวเลขที่แสดงถึงจำนวนไฟล์ไวรัสก็ค่อยชะลอลงจนในที่สุดมันก็หยุดลง แต่ถึงแม้ว่าจำนวนไฟล์ที่ส่งมาจะหยุดลงก็ยังมีปัญหาที่การหยุดผนังที่กำลังบีบเขาเข้ามาเรื่อยนี้

“งั้นก็ง่ายขึ้นแล้วล่ะ” แฮร์ริสเดินไปที่ด้านหน้าเครื่อง เลื่อนเมาส์ไปมาบนหน้าจอแล้วก็เลื่อนไปคลิกที่ปุ่ม Delete it all. บนหน้าต่างเตือนของโปรแกรมกำจัดไวรัส จากนั้นตัวเลขที่แสดงจำนวนไฟล์ไวรัสก็ค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ จนผ่านไปร่วม 30 วินาทีตัวเลขก็กลายเป็นศูนย์ พร้อมๆกับผนังรอบข้างเขาที่ค่อยๆเคลื่อนตัวช้าลงเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็หยุดลง ผนังรอบด้านห่างจากตัวเขาเพียงแค่ 2 เมตรเท่านั้น

“เฮ้อ... ในที่สุดก็โล่งอกสักที” แฮร์ริสถอนหายใจแล้วก็ล้มตัวลงไปนั่งที่พื้น พร้อมกับนวดขาของตนเนื่องจากเขาไม่มีเก้าอี้ให้นั่งเลยระหว่างที่ผ่านด่านทรหดนี่ทำให้เขาต้อองยืนมาตลอด

“เมื่อยเว้ย เมื่อย!!” แฮร์ริสเสียงดังราวกับว่าตั้งใจจะให้ใครสักคนที่อาจจะมองดูเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งรู้ถึงความรู้สึกของเขาที่เป็นอยู่ ทันใดนั้น... ตึ้ง...!! มีเสียงดังขึ้นมาจากคอมพิวเตอร์

“อะไรอีกล่ะเนี่ย!!” แฮร์ริสร้องเสียงดังแล้วก็ลุกขึ้นไปดูที่คอมพิวเตอร์ ปรากฏว่ามีหน้าต่าง Msn messenger (Msn messenger เป็นโปรแกรมหนึ่งที่ใช้สำหรับคุยกันทาง Internet )

_____________________________
ผู้ทดสอบ (The tester.) tester@cadh.go.lo.ho.lo
_____________________________

ผู้ทดสอบ (The tester.) :
นายเกือบจะผ่านการทดสอบแล้วล่ะนะ เหลืออีกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
_____________________________


“อะไรอีกนะ แค่นี้มันยังไม่เพียงพออีกเรอะ” แล้วแฮร์ริสก็พิมพ์ตอบไป

_____________________________
ผู้ทดสอบ (The tester.) tester@cadh.go.lo.ho.lo
_____________________________

ผู้ทดสอบ (The tester.) :
นายเกือบจะผ่านการทดสอบแล้วล่ะนะ เหลืออีกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ผู้เข้าคัดเลือก (The student) :
ชื่อที่นายตั้งให้มันลาวมากเลยนะ เอาเป็นว่าฉันไม่ถือละกานนะ :-P ว่าแต่ว่า
ไอ้การทดสอบอันต่อไปนี่มันอะไรกันล่ะ
_____________________________


พิมพ์เสร็จแฮร์ริสก็ย่อหน้าจอลงแล้วก็นั่งลงไปนวดขาของตนเองอีกรอบ ผ่านไปเกือบ 5 นาทีก็มีเสียง ตึ้ง... ขึ้นมาอีก แฮร์ริสค่อยลุกขึ้นมาดูพบว่าอีกฝ่ายได้ส่งไฟล์ๆหนึ่งมา

_____________________________
ผู้ทดสอบ (The tester.) tester@cadh.go.lo.ho.lo
_____________________________

ผู้ทดสอบ (The tester.) :
นายเกือบจะผ่านการทดสอบแล้วล่ะนะ เหลืออีกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ผู้เข้าคัดเลือก (The student) :
ชื่อที่นายตั้งให้มันลาวมากเลยนะ เอาเป็นว่าฉันไม่ถือละกานนะ :-P ว่าแต่ว่า
ไอ้การทดสอบอันต่อไปนี่มันอะไรกันล่ะ

ผู้ทดสอบ (The tester) :
นายต้องโหลดโปรแกรมนี้ไปแล้วก็ใช้มัน Hack เข้าไปในระบบของเราให้ได้
_____________________________


“อืม... โอเค” แล้วแฮร์ริสก็ลองมือ Download มาทันที และเมื่อมีเสียงสัญญาณแสดงว่าโหลดเสร็จเขาก็เปิดโปรแกรมนั้นขึ้นมาทันที หน้าต่างสีฟ้าอ่อนเปิดขึ้นมา ลักษณะของมันคล้ายๆกับ Command Prompt (Command Prompt เป็นโปรแกรมที่เรียกกันในชื่อว่า Dos เป็นระบบปฏิบัติการยุคเก่า ตอนหลังถูกพัฒนาขึ้นมาใช้ร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows ทั่วไป) เพียงแต่มี Menubar (แถบคำสั่ง) และ Toolbar (แถบเครื่องมือ) ให้เท่านั้นเอง

“อืมๆ... รู้จักทำดีนะ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้จักมันมาก่อน แต่ก็จะลองใช้ดูละกันนะ แล้วก็อย่ามาหาว่าผมล้วงความลับจากองค์กรของคุณมากเกินไปก็แล้วกันนั้นครับ” เมื่อแฮร์ริสพูดเสร็จก็มีเสียง ตึ้ง... ดังขึ้นอีกรอบ ที่หน้าจอของ Msn messenger มีรูปตัวการ์ตูนพยักหน้าแล้วมีช่องคำพูดเขียนไว้ว่าตกลงปรากฏอยู่งั้น

“งั้นก็เริ่มละนะ” พูดเสร็จแฮร์ริสก็เริ่มลงมือทันที มือขวาที่คุมเมาส์ควบกับมือขวาที่พิมพ์คีย์บอร์ดได้ราวกับเล่นเปียโนก่อให้เกิดเสียงดังขึ้น ดังแม้จะไม่ใช่เสียงจากเครื่องดนตรี แต่มันก็ฟังดูไพเราะไปอีกแบบ

ผ่านไปร่วม 30 นาที แฮร์ริสก็ผละออกจากคอมพิวเตอร์พร้อมกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตามองแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ปริศนาข้างตน พร้อมกับสวดภาวนาให้มันได้ผลที... คลิก...เสียงเหมือนมีการปลดล็อกดังขึ้นมาจากผนัง เขาจ้องมองมันอย่างตกใจก่อนจะลุกขึ้นมามองไปรอบๆห้อง... ผนังทั้งสี่ด้านค่อยๆเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆแสงสีขาวข้างหลังนั้นสาดส่องเข้ามาทั่วบริเวณนั้นๆ

“นี่มันอะไรกันเนี่ย... วัยรุ่นงงเลยนะพี่...” แฮร์ริสพูดพร้อมกับหันไปมองรอบๆตัวเองอีกครั้ง จู่ๆเสียงปรบมือจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านหลังผนังที่กำลังจะเปิดขึ้น แสงสีขาวค่อยๆหรี่ลงจนเขาสามารถที่จะมองเห็นรอบๆด้านได้ พบว่ามีคนจำนวนไม่ต่ำกว่า 80 คนยืนปรบมือให้เขาอยู่ ดูเหมือนว่าห้องที่เขาอยู่นั้นจะมีโดมครอบไว้อีกชั้นหนึ่ง

“โอ้... นี่มันงานคัดเลือกหรือรับปริญญากันเนี่ย” เขาพูดอย่างงงแต่ก็ยิ้มไปด้วยเพราะปลื้มกับเสียงปรบมือ

“เก่งมากเลยไอ้หนูเอ้ย... ทำได้ดีมากๆเลย...” ชายชุดดำสองคนเดินแหวกคนที่รุมล้อมตัวเขาเอาไว้เข้ามาหา

“เอ้าลุง... ไหงไม่ทำให้มันเครียดน้อยกว่านี้หน่อยล่ะ สมองคนเราน่ะมันมีขีดจำกัดนา... ถ้าผมสายตาสั้นพวกลุงต้องแก้ให้เป็นแบบเก่าด้วยเล่า” แฮร์ริสเดินเข้าไปก่อนที่จะพูดล้อเล่นกันเล็กน้อย

“โถ... ไอ้หนูนี่น้อ... ไม่ไหวเลย... เดี๋ยวอาจต้องเจออะไรที่มันโหดกว่านี้เยอะเลยล่ะ... ถ้าเธอได้เป็นเจ้าหน้าที่ขั้นสูง... ฉะนั้นจำเอาไว้ว่าต้องใจเย็นทุกสถานการณ์...” ชายชุดดำก้มลงกระซิบเข้าที้ข้างหูของเขา...

“ถึงลุงจะเป็นคนแปลกหน้าแต่ผมก็จะจำไว้ครับ” แฮร์ริสยิ้มให้ชายชุดดำทั้งสอง พวกเขาก็ยิ้มตอบ

“เอาล่ะ... ถ้าทดสอบกันเสร็จแล้วหน่วยคุ้มกันและดูแลช่วยพาสมาชิกใหม่มาหาชั้นด้วย” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นทั่วห้อง ชายชุดดำก็จูงมือผมเดินออกไปจากเหล่าฝูงชน

“เอ้า... พวกลุงเป็นหน่วยคุ้มกันและดูแลหรอครับ...” ชายชุดดำพยักหน้าหงึกๆ

“แล้วจะมีของเล่นแปลกในการHackไหมครับลุง...” ชายชุดดำอีกคนพยักหน้าหงึกๆ

“แล้วเราจะไปไหนกันครับ...” แฮร์ริสถามอย่างสงสัย

“เราจะไปหาผู้บัญชาการกันน่ะไอ้หนู”

...............................................................................................................................
..........................................................................................

ทั้งสามค่อยๆเดินตามทางเดินมาถึงลิฟต์หลอดแก้วสีขาว มันเรียงกันอยู่ข้างหน้าทั้งสามคน ชายชุดดำพาเขาไปที่ลิฟต์ตัวกลางแล้วกดที่เครื่องหมายขึ้น... เอี๊ยด...ประตูลิฟต์ค่อยๆเปิดออกข้างในนั้นเป็นเหมือนโลกในอวกาศ รอบนอกลิฟต์กระจกดูเหมือนว่าจะเป็นท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่

“จะหรูอะไรขนาดนี้ว้า...” แฮร์ริสมองไปรอบๆอย่างสนอกสนใจ

“ถ้าเอาการบ้านวิชาดาราศาสตร์ที่โรงเรียนมาทำที่นี่คงจะเสร็จได้ง่ายๆสบายๆเลยมั๊งเนี่ย” ประตูลิฟต์ปิดลง ชายชุดดำหันมามองแฮร์ริส... ก่อนที่จะคว้าตัวเขามาที่หน้าแป้นกดชั้น...

“เอาล่ะนะ... นี่เป็นการทดสอบที่ชั้นคิดขึ้นมาเอง... เธอต้องกดรหัสผ่านที่จะพาเราขึ้นไปบน...” ไม่ทันที่ชายชุดดำจะพูดจบ แฮริริสก็หันหน้าหนีพร้อมกับกดปุ่มตัวเลข 3 1 4 8 ที่แป้นกดชั้น

“นี่เธอรู้...”

“น่าจะสงสัยผมบ้างนะเวลาที่ผมกำลังจะเปิดประตูน่ะ... ว่าผมได้ทำอะไรบ้าง... อย่าลืมสิว่าผมเป็นHackerเด็กอัจฉริยะนะ” แฮร์ริสพูดโอ้อวดตนเองแล้วก็หันกลับไปมองท้องฟ้าจำลองนอกลิฟต์ต่อ... ทำเอาชายชุดดำถึงกับหมั่นไส้เขาขึ้นมานิดๆ

“หึๆ ไอ้หนูเอ๊ย...” ชุดดำเอ่ยอย่างอบอุ่น...

“มีอะไรหรอครับ...”

“เปล่าหรอกไม่มีอะไร... ไม่มีอะไรหรอกไอ้หนู...” ชายชุดดำพูดอย่างง่ายๆแล้วก็หันไปจ้องที่ประตูลิฟต์ ติ้ง...เสียงนี้ดังขึ้นเมื่อลิฟต์ถึงชั้นที่ท่านผู้บัญชาการอยู่ ประตูลิฟต์แก้วค่อยๆเปิดออก ทั้งสามก้าวเดินออกไปข้างหน้าตามทางเดินที่มีเพียงทางตรงทางเดียว การเดินครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด ทางเดินนี้มันยาวมากจนในที่สุดยังไงมันก็ต้องมีจุดสิ้นสุด ทั้งสามคนเดินมาถึงประตูกระจกเลื่อนสีขุ่นบานใหญ่

“นายพลคอร์ลิน ฟาราเรส ผู้บังคับบัญชาและก่อตั้งองค์กรC.A.D.H.” ข้อความนี้สลักอยู่บนกระจกนั้น

“จำไว้นะลูกถึงแม้พ่อจะตายไปแล้วแต่เค้าก็ไม่ได้จากเราไป... พ่อเค้าชื่อคอร์ลิน ฟาราเรส...”เสียงกังวานของแม่เขาดังขึ้นในหัว

แฮร์ริสจ้องมันตาค้าง... ความลับที่ถูกปกปิดมานานก็ได้ถูกเปิดเผยขึ้น พ่อของเค้าคือคนที่ก่อตั้งองค์กรที่ต่อต้านคนอย่างเค้า คนที่เค้าไม่เคยรู้เลยสักนิดว่าเป็นพ่อของตนเอง ตอนนี้เขาเริ่มจะสับสนแล้วว่าเรื่องนี้อะไรกันแน่ ทั้งที่แม่บอกว่าพ่อของเขาตายไปแล้ว แต่นี่... ทำไมเขาถึงยังอยู่ได้

“นี่ไอ้หนูเป็นอะไรรึเปล่า...” ชายชุดดำถามอย่างเป็นห่วงพร้อมก้มลงมาดู

“เอ่อ... ชั้นรู้นะว่ามันทำใจยากแต่ว่าเธอก็ต้องทำใจให้ได้... เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นใครก็ทำใจได้ยากทั้งนั้นแหละ บางคนอาจเสียใจบางคนอาจดีใจ แต่ยังไงเราก็ต้องเข้าใจว่าอะไรที่เราไม่รู้คือสิ่งที่เราต้องเจอ” ชายชุดดำอีกคนพูดพร้อมกับตบไหล่ของเขาเบาๆเพื่อให้กำลังใจ

“เอ่อ... ผมขอทราบชื่อของลุงๆได้ไหมครับ... จะได้เรียกถูกน่ะ” เสียงของแฮร์ริสสั่นๆ

“ชั้นชื่อ666 มันเป็นรหัสน่ะ จำลักษณะเป็นว่ามีแผลใต้ตาซ้ายนะ”

“ส่วนชั้น999 เป็นรหัสเหมือนกัน จำลักษณะเป็นว่ามีแผลใต้ตาขวาละกันนะ” ชายชุดดำทั้งสองยิ้มให้เขาแล้วก็เดินจากไปพร้อมกับโบกมืออำลา

“ขอให้โชคดีนะไอ้หนู” แฮร์ริสโบกมือตอบ แล้วก็หันหน้ากลับมาที่ประตูกระจกเลื่อน เขาเดินเข้าไปใกล้ๆประตูกระจกนั้นช้าๆ... ฟืดๆ...เสียงประตูกระจกนั้นเลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว แฮร์ริสผงะเล็กน้อยแล้วก็ค่อยๆเดินเข้าไปในห้องหลังประตูนั้น

ภายในนั้นเป็นห้องสีขาวทรงกลม มีขนาดใหญ่กว้างขวางใหญ่โตมาก มีการตกแต่งที่ดูจากสีขาวสลับดำได้ดีตามผนังมีรูปภาพต่างๆแขวนเอาไว้และที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นกรอบกระจกใสที่ไม่มีอะไรปิดบังเอาไว้ ทำให้สามารถที่จะมองเห็นทุกสิ่งผ่านกรอบกระจกนี้ได้ แต่ที่ดูแปลกที่สุดคือคือมีวงกระจกใสทรงกลมที่มีท่อใสต่อจากตัววงกระจกนั้นขึ้นไปบนเพดานทรงโค้งนั้นอยู่กลางห้องสีขาวนี้ ภายในนั้นมีโต๊ะโค้งอยู่ตัวหนึ่งพร้อมกับเก้าอี้หมุนที่ทำจากหนังสัตว์สีดำ และที่เก้าอี้นั้นมีชายคนหนึ่งนั่งมองหน้าเขาอยู่...

“คุณคือใครกันแน่...” แฮร์ริสเล็งคำถามเข้าใส่ชายปริศนา

“เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้...”

“คุณเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวผม...”

“ชั้นว่าเธอพูดอะไรบางอย่างผิดไปนะ ต้องพูดว่าคุณเป็นหนึ่งในครอบครัวของผมใช่ไหม...” ชายปริศนาคนนั้นยิ้มกริ่มขึ้นอย่างวางอำนาจ

“หึๆ... คุณคือพ่อของผมงั้นเรอะ...” ชายตรงหน้าแฮร์ริสพยักหน้าหงึกๆพร้อมกับยืนหน้าออกมาพร้อมกับพูดว่า

“ถ้าไม่เชื่อเธอก็ไปตรวจD.N.A.เลยสิ” พ่อของเขาพูดอย่างกวนๆ

“ถ้างั้นคุณก็คงจะเป็นพ่อที่แย่ที่สุดในโลกที่ทิ้งแม่ของผมไป...” แฮร์ริสพูดเสียงสลดใจ... พร้อมใช้มือปาดน้ำตาที่บังเอิญไหลออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“งั้นขออนุญาตพูดละกันนะ... ลูกอย่าเข้าใจผิดว่าพ่อทิ้งแม่ไปเรายังไม่ได้หย่ากันด้วยซ้ำ”

“อย่างน้อยพ่อก็น่าจะมาเยี่ยมพวกเราบ้าง...”

“พ่อเป็นคนขององค์กรลับ แถมเป็นคนใหญ่คนโตด้วยขืนออกไปโชว์ตัวมีหวังโดนทำร้ายเอาสิลูก”

“แต่ถึงผมจะเกลียดพ่อยังไง... พ่อก็ยังเป็นพ่อของผม...” แฮร์ริสเช็ดน้ำตา เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตา

“แล้วพ่อมีอะไรให้ผมทำ... ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พ่อต้องการให้ลูกแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มลัทธิประหลาด... มันวางแผนที่จะปล่อยไวรัสไปควบคุมสถานที่ปล่อยจรวดนิวเคลียร์ทั่วโลกให้ปล่อยลงมาทั่วยุโรป”แฮร์ริสกลืนน้ำลายดังเอื้อกอย่างหวาดเสียว

“แล้วมันจะมีอะไรให้ฝึกล่ะ... ผมเองก็Hackเป็นแล้ว ยังจะมีอะไรอีกล่ะครับพ่อ.. เอ่อ...ท่านผู้บัญชาการ”เขาตอบกลับไป

“ก็การฝึกบุคลิกภาพไงล่ะ ถ้าเธอไปทั้งนี้ละก็ มีหวังเราเจอเธอในสภาพที่หัวแบะเพราะลูกปืนเจาะก็ได้...”

“ฉะนั้นเราจึงต้องฝึกเธอให้เป็นคนที่แข็งแกร่งและมีไหวพริบ ไม่งั้นมีหวังเธอคง...”

“ท่านผู้บัญชาการไม่ต้องบอกก็ได้ครับว่าจะเป็นอย่างไรถ้าไปที่นั่นโดยไม่มีการฝึกฝน มันสยองน่ะครับแค่นึกภาพก็อยากหาถังขยะมารองรับอ้วกแล้วล่ะครับ” แฮร์ริสพูดตลกๆ

“แล้วเราจะเริ่มฝึกกันเมื่อไหร่ล่ะครับ แต่... เอ่อ...”

“มีอะไรรึเปล่าไอ้หนู”

“คือว่าผมห่วงเรื่องการเรียนผมอยู่อ่ะครับ เพราะว่าถ้าหากมาทำงานที่นี่ผมก็จะไม่ได้เรียนหนังสือเลย...”

“ไม่ต้องห่วงหรอกทางเรามีครูสอนให้ ซึ่งจะทำให้เธอฉลาดจนคนอื่นคิดไม่ถึงเลยเมื่องานนี้เสร็จ”

“หือ.........?”

“เรื่องจริง!!!!!!” พ่อของเขาเน้นเสียงพร้อมกับบอกคำสั่งต่อไป

“พรุ่งนี้ตอนตีสองเราจะมาฝึกตัวเธอให้เก่งขึ้น...”

“เอ่อ... คือว่าผมๆ ผมกลัวว่าจะตื่นไม่ทันน่ะครับ”

“อ๋อ... ไม่ต้องกลัวหรอกเธอตื่นทันอยู่แล้วล่ะ” ผู้บัญชาการยิ้มให้เขา

“เอาล่ะหมดเรื่องแล้วไปเก็บข้าวของใส่ห้องนอนของเธอซะนะ...”

“ครับ...” แฮร์ริสตอบพร้อมกับเดินออกประตูไป เขาค่อยๆเดินไปตามทางเพื่อตรงไปยังลิฟต์ เขากดปุ่มลิฟต์เพื่อลงไปชั้นล่าง ในใจก็คิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ ประตูลิฟต์ค่อยๆเปิดออก เขาเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับเหม่อมองไป
“จะยังไงก็ช่างขอแค่ให้มีของเล่นใหม่มาให้เล่นก็โอเคแล้วล่ะ”แฮร์ริสบ่นขึ้นมาคนเดียว ฟืดๆประตูลิฟต์ค่อยๆเปิดออก เขาเดินออกไปช้าๆพร้อมกับมองคนข้างนอกที่กำลังรุมล้อมเขาเอาไว้

“ไอ้หนูเป็นไงบ้าง นายได้อยู่ที่นี่รึเปล่าล่ะ...” ชายชุดดำเดินเข้ามาพร้อมกับพูดอย่างตื่นเต้น

“คือว่า... พ่อ...เอ๊ย ผู้บัญชาการสั่งให้ผมไปเก็บของน่ะครับ...”

“โธ่...” รอยยิ้มบนหน้าของชายชุดดำก็หายไปกลายเป็นปากเบ้แทน

“เอาไปไว้ในห้องนอนของที่นี่น่ะครับ” ทันใดนั้นรอยยิ้มของชายชุดดำก็โผล่ขึ้นมาทันที

“งั้นพวกชั้นจะช่วยละกันนะ”

“ขอบคุณมากครับ” แฮร์ริสเอ่ยพร้อมกับเดินตามชายชุดดำที่เดินนำไป

จากนี้ต่อไปไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ เราก็จะยังเป็นตัวเราเหมือนเดิม....

..................................................................................
ติดตามตอนบทต่อไป.......................


--------------------

ตอนที่ 4 : Ready to be apprenticed.

“เหื่อย....ๆ งึมงัมๆ แจ๊บๆ”แฮร์ริสเคี้ยวน้ำลายอย่างสบายอกสบายใจ หลังจากที่นอนหลับไปทันทีที่หัวสัมผัสกับหมอนได้ 30 วินาที คำพูดสุดท้ายที่เขาพูดก่อนที่จะหลับคือ

“เตียงนี่มันนุ่มน่านอนจริงๆเลย...”

ตอนนี้เวลาประมาณ 01:50 น.แล้วแต่ว่าแฮร์ริสก็ยังนอนค้างอยู่บนเตียงเหมือนเก่าราวกับคนเป็นเจ้าชายนิทรา ทั้งที่มีนาฬิกาปลุกอยู่ข้างๆเตียงแต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาตื่นขึ้นมาได้เลย มีชายคนหนึ่งเปิดประตูห้องของเขาเข้ามาพร้อมกับบางสิ่งในมือ เขายกมือขึ้นดูนาฬิกาที่ข้อมือพบว่าตอนนี้เวลา 02:00 น.แล้ว

“ฮึๆ ถึงเวลาแล้ว...”ชายลึกลับพูดพร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างน่ากลัว...

“ซ่า.........”น้ำจำนวนเกือบ 1 ลิตรสาดลงมาบนหน้าของแฮร์ริสอย่างแรง เขาสะดุ้งลุกขึ้นมาอย่างตกใจ ลุกลี้ลุกลนมองไปรอบอย่างรวดเร็ว

“เอาล่ะไอ้หนู ตอนนี้ 02:00 น.แล้ว ได้เวลาฝึกแล้วไอ้หนู”ชายลึกลับคนนั้นคือ999นั่นเอง เมื่อเขาเอาแว่นออกทำให้รู้ได้ว่าเป็นตัวเขาไม่งั้นคงสับสนกับ666แย่เลย

“โธ่เอ๊ย... เซ็งเลยว่ะ...”

“999นายเนี่ยก็น่าจะปลุกให้ช้ากว่านี้หน่อยนะ คนยังนอนไม่อิ่มเลย...”แฮร์ริสพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วก็ลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ ในห้องน้ำนั้นมีทุกอย่างเตรียมไว้แล้วไม่ว่าจะเป็นชุดหรือจะเป็นผ้าเช็ดตัว ลักษณะของห้องเป็นสีขาวมีขนาดกว้างใช้ได้ ตกแต่งด้วยสิ่งต่างๆจนมันดูเป็นสิ่งที่หรูหราระดับ 5 ดาวเลยที่เดียว

“เธอมีเวลา 10 นาทีในการอาบน้ำ ขอให้ใช้มันให้เป็นประโยชน์มากที่สุดนะไอ้หนู”

“ครับ!!”

“ไม่ชินเลยว่ะได้อาบน้ำในห้องหรูๆเนี่ย... แต่มันก็ดีอยู่หรอกนะ... ได้มาเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้านบ้างถึงจะดี”แฮร์ริสบ่นขึ้นมาอย่างสุขใจ

“แต่มันก็ไม่ชินเหมือนเดิมแหละน้า... น่าเสียดาย”แฮร์ริสหมุนก๊อกน้ำเพื่อปิดฝักบัวแล้วก็หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาคลุมตัว เขาค่อยเดินออกมาจากห้องอาบน้ำมาที่หน้าอ่างล้างหน้า เขาค่อยหยิบชุดขึ้นมาใส่ทีละชิ้น

“โธ่เอ๊ย... ที่นี่ดันไม่มีเจลอีกเซ็งเลยว่ะ...”แฮร์ริสบ่นอย่างเซ็งๆ

“ติ๊ด...”มีเสียงดังขึ้นที่หน้าอ่างล้างหน้า ทันใดนั้นกระจกข้างหน้าเขาก็หมุนกลับไปอีกด้านกลายเป็นช่องใส่อุปกรณ์ตกแต่งตัวมากมายก่ายกอง... เขาตกใจมากจนถึงกับผงะหงายหลังล้มลงไป

“อะไรกันเนี่ย... ชักจะทันสมัยเกินไปแล้วนะ...”แฮร์ริสลุกขึ้นถูก้นตัวเองอย่างปวดๆพร้อมกับหยิบขวดเจลตรงชั้นที่เคยเป็นกระจกส่องหน้าในห้องน้ำ เขาบีบเอาเจลใส่ผมใสๆสีชมพูไปลูบผมตนเองพร้อมกับใช้หวีช่วยไปด้วยเมื่อเสร็จการใช้เจลแล้วเขาก็เอามันไปวางไว้ที่ชั้นเหมือนเดิม

“แค่นี้ก็เสร็จแล้ว...”ไม่ทันที่เขาจะเอามาออกห่างจากชั้นนั้นมันก็กลับด้านจะไปเป็นกระจกทันที ทำให้เอาชั้นนี้มันหนีบเอามือเขาจนแสบไปหมด

“เห้ย... ไอ้ตู้บ้าเปิดเดี๋ยวนี้นะเฟ้ย.......”แฮร์ริสสั่งด้วยเสียงที่แสดงถึงความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง... ทันใดนั้นตู้ก็เปิดกลับออกมาเหมือนเดิม เขารีบเอามือของตนออกมาทันทีพร้อมกับใช้อีกมือนวดไว้เพื่อคลายความเจ็บปวด...

“โอย... เสร็จแล้วโว้ย ปิดได้แล้ว”เจ้าชั้นมรณะนั่นก็ปิดลงแต่ยังฝากความเจ็บปวดไว้กับมือขวาซ้ายของแฮร์ริส

“นี่ไอ้หนู!!! เสร็จรึยัง...นี่มันจะเกินเวลาแล้วนะ”999ตะโกนเรียกแฮร์ริส

“ครับๆผมมาแล้วครับ”แฮร์ริสพูดพร้อมกับใส่เสื้อที-เชิร์ตแล้วก็เดินออกมาจากห้องอาบน้ำ พบว่า999และ666ยืนรอเขาอยู่แล้วที่ประตูทางเข้าออกของห้อง

“ทำไมมันช้าจังล่ะไอ้หนู...”666ถามเขา

“แล้วที่มือไปโดนอะไรมาน่ะ...”999ก้มลงมามองดูที่มือของเขาพร้อมกับเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

“เอ่อ... โดนกระจกในห้องน้ำหนีบเอาน่ะครับ...”

“ซีด... โอยแสบ...”แฮร์ริสร้องขึ้นมาเพราะแสบแผลที่ยังไม่หายสนิทเลย

“หะๆ... คราวหน้าก็ระวังหน่อยละกันไอ้หนู อย่ามัวแต่ประมาทไปตลอดเวลาแล้วก็อย่าแต่งหล่อจนเพลินล่ะ... หะๆๆ”666เตือนเขาพร้อมกับลูบหัวอย่างเอ็นดูแล้วก็เดินออกไป แล้วกวักมือเรียกเขาให้เดินตามไป

“นวดให้ดีละ... ดีนะที่วันนี้น่ะไม่ใช่ฝึกHackน่ะ....”

“ค่อยยังชั่วหน่อย... ไม่งั้นมีหวังมือผมเน่าตายพอดี”แฮร์ริสพูดอย่างหวั่นๆพร้อมกับนวดมือตัวเองไปคุยไป เขาค่อยเดินตามชายชุดดำทั้งสองคนไปตามทางเดินสีขาวซึ่งเป็นทางเดินที่จะตรงไปยังโดมบัญชาการขององค์กร ประตูสีเทาค่อยๆเปิดออกช้าๆ เขาเดินเขาไปข้างในพบว่าทุกคนในโดมนั้นกำลังนั่งจดจ่อกันอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่C.A.D.Hนะหนู”ทุกคนที่เขาเดินผ่านพูดขึ้นมาราวเขาเป็นเครื่องจักรอัตโนมัติ

“เอาล่ะแล้ววันนี้... วันแรกของผมเราจะฝึกอะไรล่ะ”

“ฝึกบุคลิกภาพน่ะไอ้หนู... แต่ขอบอกเลยว่าเนี่ยอ่ะยากสุดๆเลยนะ”666เตือนแฮร์ริสพร้อมกับพาเขาเดินเข้าไปที่ฟลอร์กลางโดมบัญชาการ

“นี่คือสมาชิกใหม่ของพวกเรา... ฉะนั้นก็ช่วยกันดูแลเด็กใหม่คนนี้ด้วยนะ...”

“ครับ/ค่ะ...”คำตอบดังขึ้นทั่วโดมพร้อมๆกันราวกับว่าเป็นคนที่ได้รับการฝึกมา

“งั้นก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”แฮร์ริสเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้มหัวลงเพื่อแสดงความเคารพ

“เอาล่ะ... ไปที่ฝึกฝนกันนะ”999บอกพร้อมกับยิ้มให้แฮร์ริสที่กำลังยืนงงอยู่

“งั้นเรามาทำอะไรกันที่นี่เล่า...”

“ก็มาแนะนำตัวไงล่ะ”666พูดขึ้นพร้อมกับพาเขาเดินไปออกจากโดมไป ด้านหน้าพวกเขาเป็นทางแยกที่มีมากมายหลายทาง โดยแต่ละทางจะมีป้ายบอกว่าจะไปไหน

“อืมๆ... ห้องนอนต่างๆ โรงอาหารแล้วก็...”

“ไม่ต้องกังวลหรือบ่นอะไรไปหรอกไอ้หนู... เราจะพาเธอไปเอง”แล้วทั้งสามก็เดินเขาไปในทางหนึ่งที่เขียนไว้ว่าสถานที่ฝึกฝนของเหล่าสมาชิกใหม่...

“เอ่... นี่มันก็เริ่มจะไกลเหมือนกันแล้วนะทำไมยังไม่ถึงสักทีล่ะ...”

“เอ้า... ก็จะได้ออกกำลังกายด้วยไงไม่ต้องออกไปข้างนอกให้คนอื่นเค้าจับได้...”

“โห... เล่นไม่ยอมให้ขึ้นไปด้านบนเลยเรอะ...”

“อื้ม... ใช่แล้วล่ะ”666ตอบแล้วก็เดินต่อไป ทั้งสามเดินไปเรื่อยๆตามทางเดินออกกำลังกายนี้ที่ทอดยาวไปเรื่อยๆเหมือนว่าจะไม่มีวันจบ

“เอาล่ะ... ถึงแล้ว...”666พูดขึ้นเมื่อการเดินสุดทรหดนั้นจบลงที่ประตูสีเทาตัดกับผนังสีขาวที่ยาวมาจากทางแยกตรงโดมบัญชาการแล้ว

“เดินเข้าไปสิแฮร์ริส...”666พูดพร้อมกับหมุนลูกบิดเพื่อเปิดประตูให้เขา

“อื้ม... ขอบคุณมากนะ666”666ยิ้มพร้อมกับหยิบแว่นดำขึ้นมาสวม

“ต่อจากนี้999จะเป็นคนฝึกเธอนะ...”666พูดพร้อมกับเดินจากไป ดูท่าทางว่าเขาไม่เหนื่อยเลยหลังจากที่เดินมาตั้งไกลมากแล้ว

“โห... ไม่คิดจะนึกเหนื่อยเลยเรอะนั่นน่ะ...”

“พวกเราพาพวกมือใหม่มาเดินกันอย่างงี้ทุกวันแหละ”999พูดขึ้น ทำเอาเขาถึงกับกลืนน้ำลายเลยทีเดียว

“โห...”

“อย่ามัวแต่อึ้งเลยไอ้หนู... เรามาเข้าคอร์สฝึกฝนกันเถอะเดี๋ยวจะยืนกันหน้าห้องจนเมื่อยไปซะก่อน...”999พูดแล้วก็เดินเข้าไปในห้องฝึกนั้น แฮร์ริสเดินตามไปอย่างเก้งๆก้างๆเพราะยังไม่ชินกับสถานที่นี้นัก... ข้างในห้องฝึกเป็นห้องที่เหมือนกันกับห้องที่ตำรวจใช้สืบสวนทุกอย่างเลย ห้องนี้กว้างและมีผนังเป็นสีเทา ตรงกลางห้องมีโต๊ะไม้ที่มีลิ้นชักกับเก้าอี้ 2 ตัวอยู่ และตรงมุมห้องต่างๆก็จะมีกล้องนิรภัยติดตั้งไว้เพื่อสอดส่องเหตุการณ์ภายในห้อง มีโทรทัศน์เครื่องใหญ่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่คนที่โต๊ะสามารถหันมาดูได้ และที่ทำให้รู้เลยว่าเป็นห้องนี้คือ... กระจกสะท้อนที่เราสามารถมองเห็นหน้าเราเอง... แต่ข้างหลังอาจมีคนจ้องมองเราอยู่

“เห้... ไอ้หนูเธอจะจ้องมันอีกนานมั๊ยเนี่ย มันก็แค่ห้องฝึกฝนน่า”999พูดขึ้นพร้อมกับลากตัวเขาเข้ามานั่งที่โต๊ะไม้กลางห้องฝึกฝน

“นี่ชั้นถามจริง... เธอเป็นอะไรของเธอกัน... ทำไมเวลาเข้าไปห้องไหนก็ชอบมองไปทั่วทุกทีเลย”

“อ๋อ... จะได้รู้ทางหนีทีไล่น่ะครับ... เผื่อไว้”

“อ๋อ...”999ทำเสียงครุ่นคิด

“ไหวพริบใช้ได้ทีเดียว... อืมๆเอาเป็นว่าเธอผ่านแล้วเรื่องไหวพริบ...”999ทำสีหน้าครุ่นคิดไปเรื่อยๆในเรื่องต่างๆ

“นี่ลุง... มีอะไรรึเปล่า... เห็นคิดอยู่ตั้งนานแล้วนะ”แฮร์ริสพูดขึ้นพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปมอง999ใกล้ๆ แต่999ก็ยังไม่ได้พูดอะไรได้แต่ครุ่นคิดไปเรื่อยๆ

“อืมๆ... ยังไงเราก็ต้องมาฝึกเธอใหม่หมดเลยยกเว้นเรื่องไหวพริบนี่แหละ”

“อ๋อ... เห็นนึกซะนานเชียวผมล่ะก็นึกว่าจะค้างตายไปแล้วซะอีก...”แฮร์ริสพูดขึ้นตลกๆพร้อมกับยิ้มอย่างขำๆ

“เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลยละกัน”999พูดขึ้นพร้อมกับหันไปมองที่โทรทัศน์ ทันใดนั้นมันก็เปิดขึ้นทันที แฮร์ริสผงะจนเกือบที่จะตกเก่าอี้แต่เขาก็ยังพยุงตัวได้ทัน

“อืมๆ...”999พูดขึ้น

“อะไรเล่าลุง...”

“เธอยังตกใจง่ายเกินไปหน่อย... อืมๆ... ยังงี้ต้องฝึกให้เธอมีสติมากกว่านี้”999พูดขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด แฮร์ริสที่เพิ่งได้ยินก็หันมามองอย่างงุนงงพร้อมกับเบิกตาซะโต

“อย่าบอกนะว่าลุง999จะจัดการทดสอบอีก”999พยักหน้าหงึกๆพร้อมกับก้มหน้ามายิ้มให้แฮร์ริส

“ทนๆไปเถอะน่า ยังไงก็มีของเล่นใหม่ๆให้หนูเล่นละกันน่า”999พูด

“เอาๆ ก็ได้ๆทนก็ทน”

“อืม...”999ทำเสียงเหมือนครุ่นคิดอีกครั้ง ทำให้แฮร์ริสนึกขึ้นว่าตาลุงคนนี้อาจจะนึกแผนอะไรประหลาดๆออกให้เขาฝึก

“เอาล่ะนะ... มาเริ่มบททดสอบกัน”999พูดออกมาทำเอาใจของแฮร์ริสโล่งขึ้นมาเล็กน้อย

“อืมๆ... แล้วผมต้องทำอะไรบ้างล่ะลุง”

“เธอต้องดูวีดีโอม้วนหนึ่งแล้วต้องเปลี่ยนไปตามลักษณะคนในนั้นให้ได้”

“แล้วมีอะไรอีกไหมลุง”

“ถ้าเธอทำไม่ได้ก็จะถูกไฟฟ้าอ่อนๆช๊อต...”

“เหือก...”เสียงหายใจของแฮร์ริสดังขึ้นพร้อมกับร่างกายของเขาที่เริ่มจะกระตุกถี่ขึ้น

“นี่มันไม่รุนแรงไปหน่อยเรอะ”999ฟังก็ส่ายหน้าไปมา

“ไม่เท่าไหร่หรอกถ้าหากเธอเป็นหน่วยตะลุมบอนเธอจะโดนหนักกว่านี้อีก... ขอแค่เธอตั้งใจทำตามบวกกับไหวพริบในการใช้งานที่เธอมีอยู่... เธอก็จะไม่โดนไอ้พวกไฟฟ้านี้ช็อตหรอกน่า”999พูดพร้อมกับหยิบรีโมตจากลิ้นชักใต้โต๊ะขึ้นมาเปิดทีวีที่อยู่ใกล้ๆกับโต๊ะ ใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอทีวี ใบหน้าของเขาดูบึ้งตึงแต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา

“เอาล่ะนะ”999พูดขึ้น ทันใดนั้นก็มีเหล็กเข้ามารัดตัวแฮร์ริสเอาไว้ เหล็กเหล่านั้นดูราวกับกระจกสะท้อนที่ดูแข็งมากและมีความทนทานสูง แฮร์ริสพยายามที่จะดึงมือออกแต่ก็ไม่เป็นผล

“นี่มันอะไรกันอีกล่ะเนี่ย”

“อย่าฝืนดึงต่อไปเลยไอ้หนู เหล็กนี่มันแข็งกว่าเพชรอีก... ต่อให้เป็นนักกล้ามแชมป์โลกก็ยังทำให้มันเปลี่ยนรูปไม่ได้เลย หึๆอย่าให้ต้องพูดถึงเรื่องดึงออกเลยนะ เรื่องนั้นน่ะฝันไปเถอะ”999พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มนิดๆ

“เอาเป็นว่าเธอยินยอมที่จะฝึกฝนกับพวกเราจะดีกว่านะ”999ยิ้มตาปี๋

“โธ่เอ้ย...”แฮร์ริสพูดอย่างไม่สบอารามณ์ “เอาก็เอา”

“เอาล่ะงั้นเรามาเริ่มกันเลยนะ...”999พูดพร้อมกับกดปุ่มเพลย์ที่รีโมตโทรทัศน์ หน้าของชายโทรทัศน์ที่หน้าจอก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่อ่อนโยนจากใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดและบึ้งตึง

“นี่คุณจะบ้าหรอ ผมน่ะมันก็ผู้ชายนะครับ”ชายในโทรทัศน์พูดขึ้นมา

“เอาล่ะแฮร์ริส ทำตามซิ”999พูดขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าแฮร์ริส

“นี่คุณจะบ้าหรอ... จ้าก!!!”ไม่ทันที่แฮร์ริสจะพูดจบมันก็รู้สึกจี๊ดขึ้นมาทันที เหมือนกับมีเข็มนับพันเล่มพุ่งเข้ามาทิ่มแทงเขาตรงบริเวณที่เหล็กยึดเขาเอาไว้

“อะไรกันอ่ะ ผมยังไม่ทันพูดอะไรเลยอ่ะ”

“เธอดูการออกเสียงของเธอสิ... ระหว่าง คนในทีวี กับ เธอแทบจะอ่านเป็นตัวเดียวกันเลย ชั้นบอกเธอแล้วนะว่านี่เป็นการฝึกฝนบุคลิกภาพนะ มันไม่ใช่การฝึกที่ง่าย”

“คร้าบ...ๆ ผมเข้าใจแล้วคร้าบ...”หลังจากนั้นเวลาก็ค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆจนผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วระหว่างนี้มีแต่เสียงโอดครวญของแฮร์ริสดังขึ้นเพราะไฟฟ้าช๊อต

“โอ๊ย!!”

“โอ๊ย!!”

“โอ๊ย!!”

แล้วประตูก็ค่อยๆเปิดอ้าออก แฮร์ริสค่อยเดินออกมาพร้อมกับอาการที่ตั้งตัวไม่ค่อยอยู่สักเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการถูกไฟช๊อตจากเก้าอี้มหันตภัยนั้น 999ค่อยเดินตามออกมาพร้อมกับแตะไหล่เขาเบาๆ

“ถือว่าดีมากนะสำหรับครั้งแรกในการฝึกฝนบุคลิกภาพนี่น่ะ”999พูดพร้อมกับลูบหัวของแฮร์ริสอย่างเอ็นดู

“เอาล่ะเราไปกันต่อ อูย... ได้รึยังล่ะลุง”

“อื้มไปได้แล้วล่ะ... ต่อไปเป็นการฝึกฝนเพื่อหาความสามารถแฝงนะ”999ผลักแฮร์ริสออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องฝึกฝนบุกลิกภาพอีกครั้งพร้อมกับปิดประตู

“เอ้าลุง... หายไปไหนอีกล่ะเนี่ย”แฮร์ริสหันกลับไปมองก็ไม่พบ999 เขาเดินเข้าไปในห้องฝึกฝนบุกลิกภาพพร้อมกับมองไปรอบๆก็ไม่พบว่ามีใครอยู่เลยสักคน

“อะไรกันวะเนี่ย คนที่นี่มันชักจะแปลกจังวุ้ย...”แฮร์ริสพร้อมกับเดินออกมาจากห้องก็พบกับ666ยืนรอเขาอยู่แล้วที่หน้าประตู

“เอ้ามาตอนไหนเนี่ย”แฮร์ริสพูดขึ้นอย่างงงๆ

“หึๆ องค์กรเราน่ะมีอะไรที่มันแปลกกว่านี้อีกเยอะไอ้หนู”666พูดพร้อมกับจูงมือแฮร์ริสให้เดินออกมา

“นี่ลุง รีบๆพาผมไปฝึกส่วนต่อไปเร็วเหอะ ผมรู้สึกไม่ชอบไอ้ห้องฝึกนี้เลยอ่ะ นึกถึงไอ้เก้าอี้นั่นแล้วสยองอ่ะ”แฮร์ริสพูดขึ้นพร้อมกับพยายามที่จะเดินให้ห่างประตูห้องเอาไว้

“หึๆ เอาล่ะเดี๋ยวชั้นจะพาเธอไปสู่การฝึกฝนเพื่อหาความสามารถแฝง”666พูดขึ้นพร้อมกับพาแฮร์ริสเดินไปตามทางเก่าที่พวกเขาได้เดินทางมายังห้องฝึกมหาโหดนี้

“โอย... ยังชาไม่หายเลยอ่ะ โอย...”

“ฮึๆ”666หัวเราะอย่างเอ็นดู แล้วก็เดินตรงไปตามทางที่จะพาพวกเขาไปยังทางแยก

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“เอาล่ะเราไปฝึกกันต่อเหอะ”666พูดขึ้นพร้อมกันกับที่พวกเขามาหยุดอยู่ที่ทางแยกพอดีเลย

“เอ้อลุง แล้วไอ้การฝึกฝนเพื่อหาไอ้ความสามารถแฝงอะไรนี่เนี่ยมันอะไรกันล่ะ”แฮร์ริสถาม666ที่กำลังจะพาเขาเดินต่อไปยังทางแยกที่จะพาพวกเขาไปสู่ห้องฝึกฝนเพื่อหาความสามารถแฝง

“ก็เป็นการฝึกฝนทักษะที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวเราไงล่ะ หลายคนเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่มีความสามารถเลยแต่ความจริงแล้วทุกคนมีความสามารถที่แท้จริงซ่อนเร้นเอาไว้อยู่ภายในตัวตนปกติที่เราเห็นกันอยู่”666ค่อยๆอธิบายไปเรื่อยๆเกี่ยวความสามารถแฝงที่ฟังดูแล้วเหลือเชื่อมาก

“ฮึๆ เอาล่ะชั้นจะยกตัวอย่างให้ฟังนะ เธอรู้จักอัลเบิร์ต ไอสไตน์ใช่มั๊ย”แฮร์ริสพยักหน้าหงึกๆ

“อืม... ชายคนนี้เป็นคนที่มีความสามารถแฝงทางด้านความจำและการคำนวณน่ะ ชายคนนี้เป็นคนที่สามารถดึงเอาความสามารถแฝงออกมาได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการฝึกฝน แต่ว่าเขาคิดมากในหลายเรื่องทำให้เขาใช้งานร่ายกายอย่างถูกวิธี”666ค่อยๆพูดอย่างช้าแล้วก็อธิบายต่อไป

“ทำให้เขาสามารถที่จะดึงความสามารถที่แท้จริงซึ่งแฝงอยู่ออกมาได้เข้าใจมั๊ย”

“ครับๆ”

“ดี!! งั้นเราก็ไปต่อกันเลยนะ เสียเวลากับการอธิบายมานานแล้ว”แล้วทั้งสองก็ค่อยเดินไปยังทางแยกทางหนึ่งที่เขียนไว้ว่าสถานที่ฝึกฝนเฉพาะทาง...

“อืม... ว่าแต่ใครเป็นสอนวิชานี้ล่ะครับ ผมอยากรู้ไว้เผื่อจะได้โล่งอกขึ้นมาบ้าง”แฮร์ริสถามขึ้นระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินไปตามทาง

“อ๋อก็มีชั้นน่ะกับอาจารย์อีกคนนึง เป็นครูสาวที่ไฟแรงมากเลยนะเธอเป็นคนที่เรียนมาทางด้านนี้โดยเฉพาะเลย”666พูดขึ้นพร้อมกับหันมามองที่แฮร์ริส

“อย่าเผลอไปจีบอาจารย์เค้าเข้าล่ะ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ก็เพราะเค้ามีแฟนแล้วน่ะสิ”

“เอ้าแล้วใครกันล่ะครับ”แฮร์ริสถามไปแต่666ก็ไม่ตอบกลับมา เขาเพียงเหล่แว่นลงมามองแฮร์ริสอย่างมีเลศนัยนิดเพื่อทำให้เขาทราบว่าชายที่เป็นแฟนอาจารย์หญิงคนนั้นคือใคร

“อ๋อ... พอเข้าใจแล้วครับ”แฮร์ริสพร้อมกับกลืนน้ำลาย แล้วก็เดินต่อไปตามทางเดิน

จู่ๆ666ก็ค่อยๆเดินช้าลงแล้วก็หยุดเดินที่หน้าประตูสีดำบานหนึ่ง

“เอาล่ะนะไอ้หนูเรามาฝึกฝนกัน”666พูดขึ้นพร้อมกับเปิดประตูบานใหญ่ออก...

..................................................................................
ติดตามตอนบทต่อไป.......................


--------------------

ตอนที่ 5 : Ready to be apprenticed.(2)

ทั้งสองค่อยๆเดินเข้าไปในห้องฝึกฝนเพื่อหาความสามารถแฝง 666ค่อยๆก้าวเดินไปยังบริเวณกลางห้อง ภายในห้องนี้เป็นสีขาวกว้างใหญ่จนแทบจะเรียกได้ว่าเอาคนเป็นพันคนมานั่งกันอยู่ในนั้นได้เลยด้วยซ้ำไป ตามบริเวณต่างๆมีอุปกรณ์สำหรับฝึกฝนต่างๆมากมาย เช่น ฐานฝึกยิงปืนซึ่งมองไปทางไหนก็ไม่พบว่าจะมีปืนเลยสักกระบอกเดียว แท่นหนังสือเป็นร้อยเล่มพร้อมกับมีโต๊ะอ่านหนังสือเรียงกันเป็นแนวยาวนับสิบโต๊ะ เครื่องออกกำลังกายต่างๆที่มีตั้งแต่เล็กจนไปถึงสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครยกได้เลย ฯลฯ ตามบริเวณต่างๆก็มีทั้งเด็กหนุ่มสาว รวมไปถึงวัยรุ่นและบุคคลวัยกลางคนสุมหัวกันฝึกฝน

“เอ้า...ทุกคน มารวมตัวกันตรงนี้นะ”666ป้องปากร้องประกาศเรียกให้ทุกคนในห้องกว้าง

“เฉพาะเด็กใหม่ที่มาเข้าฝึกนะครับ ส่วนที่เหลือก็ฝึกฝนกันต่อไปนะครับ”ทันใดนั้นกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันเดินเข้ามาก็เริ่มกระจายตัวเองไปตามที่ๆตนเคยสุมหัวกัน เหลือเพียงเด็กหญิงสาว 2 คนและเด็กหนุ่ม 1 คน

“สวัสดีวานาเดียร์ เอ่อ...”666พูดขึ้นพร้อมกับก้มลงไปดูรายชื่อ

“เอ่อ...บิชคัส”

“ค่ะ... มาแล้วค่ะ”หญิงสาวน่ารักผมสีทอง ตาสีฟ้าน้ำทะเลที่ดูน่ารักจนเหมือนกับนางฟ้า ชุดของเธอดูเรียบร้อยมากจนเหมือนกับว่าเธอเป็นคุณหนู

“แล้วก็... คาซากิ อิรูมิ”

“มาค่ะ”เสียงดังมาจากหญิงสาวตัวโตสัดส่วนคล้ายนางแบบชื่อดัง ถ้าให้เรียกง่ายๆคืออึ๋มมาก!! ตาซ้ายของเธอเป็นสีน้ำเงินแต่ตาขวาของเธอเป็นสีเขียว ชุดของเธอดูไม่แตกต่างจากเด็กต่างๆที่ทันสมัยมากจนหลายคนหันมามอง เธอสวมชุดเกาะอกสีชมพูที่โชว์ท้องของเธอที่ดูเรียวจนแทบจะเรียกได้ว่าสุดยอด กระโปรงที่สั้นจนเกือบจะเรียกได้ว่าสั้นกว่า 2 คืบมือ

“คราวหน้าแต่งตัวให้มันเรียบร้อยกว่านี้หน่อยนะ”

“ค่ะ”อิรูมิตอบสั้นๆพร้อมกับเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างหน้า666 เธอนั่งลงด้วยท่าทีหยิ่งผยองราวกับตนเป็นคนสูงส่งที่ห้ามใครมาทำให้แปดเปื้อนเลย

“อืม... ส่วนสุดท้ายก็...เอ่อ... ทอม เฟลิสัน”ทันทีที่666พูดจบเด็กชายคนนั้นก็เดินเข้ามาพร้อมๆกันกับวานาเดียร์

“ครับผม”ทอมพูดอย่างร่าเริงพร้อมกับเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างๆกันกับอิรูมิที่กำลังนั่งหยิ่งอยู่หันมามอง

“อืมสวัสดีนะชั้นทอม ทอม เฟลิตัน”

“อืมๆยินดีที่ได้รู้จักนะ เธอก็หน้าตาดีนี่แต่ก็ยังไม่พอ”อิรูมิพูดอย่างไม่สนใจอะไรมากนัก

“ชิชะ ทำเป็นหยิ่ง ที่แท้ก็ไม่ได้ทีดีอะไรนี่หว่า อะโด่เอ๊ย”แฮร์ริสที่นั่งอยู่นินทาอิรูมิ หญิงสาวผู้ร่วมงานด้วย

“อะไรนะ...”อิรูมิหันไปทันทีพร้อมกับจ้องแฮร์ริสค้างไปชั่วขณะก่อนที่จะอ้าปากค้าง มันกว้างมากจนแทบจะเรียกได้ว่ากรามของเธอจะฉีกออกมาแล้ว

“โอ้พระเจ้า...”

“อะไรอีกเล่ายัยอึ๋ม”แฮร์ริสพูดอย่างเซ็งๆ

“เธอคือ Hacker the ripper...”

“ใช่มั๊ย”อิรูมิถาม แต่แฮร์ริสเองก็ได้แต่พยักหน้าเพราะหมั่นใส้ในความหยิ่งผยองของอิรูมิ

“โอ้พระเจ้า... ยินดีที่ได้รู้จักนะ เป็นเกียรติอย่างมากสำหรับชั้นที่ได้รู้จักกับสุดยอดHacker”อิรูมิลุกขึ้นพร้อมกับตรงเข้าไปจับมือแฮร์ริสที่ผงะทันทีที่เธอจับมือเขา เธฮเขย่ามือเขาอย่างรุนแรงจนมือของเขาแทบจะขาดอยู่แล้ว แฮร์ริสที่งงๆอยู่ก็เริ่มได้สติและพยายามจะดึงมือของตนเองออกจากมือของอิรูมิ

“นี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อมาก โอ้It’s very special for me!!! ............”แฮร์ริสฟังอิรูมิพูดไปเรื่อยๆก็งงๆที่เธอจะเป็นคนชาติไหนกันแน่ทั้งที่ชื่อออกจะแนวญี่ปุ่นๆ แต่การพูดกลับมีภาษาต่างๆเข้ามาปนเปเข้าด้วยกัน

“เอ่อ... นี่อิรูมิจ๊ะเรามาฝึกฝนนะจ๊ะ มีมารยาทหน่อยสิจ๊ะ”เสียงหวานๆของวานาเดียร์ดังขึ้น แฮร์ริสถึงกับหันไปมองทันทีเมื่อมองเห็นเจ้าของเสียงเขาก็ถึงกับค้างในความสวยของวานาเดียร์

“มีอะไรหรอจ๊ะ”วานาเดียร์พูดขึ้นเมื่อเห็นแฮร์ริสจ้องเธฮซะตาค้าง

“เอ่อ... เปล่าครับ เปล่า”เด็กชายพูดปัดพร้อมกับรีบหันหน้าไปมองทางอื่นทันที

“เอ่อ... คือว่าขอโทษจ๊ะวานาเดียร์”อิรูมิพูดขึ้นสีหน้าของเธอแดงเพราะความอายนิดๆ ไม่ใช่เพราะว่าถูกวานาเดียร์เตือนแต่ว่าเป็นเพราะเสียงหัวเราะของทอมที่กำลังยิ้มเล็กยิ้มใหญ่เนื่องจากพยายามกลั้มเสียงหัวเราะเอาไว้ ทันทีที่อิรูมินั่งลงไปหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากอายเป็นแดงฉ่ำด้วยความโกรธทันที

“อืมๆเอาล่ะหวังว่าทุกคนคงรู้จักกันแล้วเนอะ... เอ้ยลืมไปนักเรียนของเราที่เป็นชายหนุ่มคนนี้คือ...”

“แฮร์ริส ฟาราเรสครับ”แฮร์ริสพูดโพล่งขึ้นมาพร้อมกับโค้งคำนับ

“ยังไงก็ขอฝากตัวไว้ด้วยครับ”แฮร์ริสพูดขึ้นอย่างมีมารยาทด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนน้อมก่อนจะรีบนั่งลงไปทันที

“อืม... งั่นคราวนี้เราก็คงจะรู้จักกันแล้วเนอะ เอาล่ะเรามาเริ่มเรียนกันเลยนะ

โพล่ง!! ทุกคนหันไปดูเสียงที่ดังขึ้นมาจากจากประตูทางเข้าของห้องฝึกฝน พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาโดยตรงมายังกลางห้องกว้างที่พวกแฮร์ริสนั่งอยู่

“ขอโทษค่ะที่มาสาย คือว่าดิชั้นทำรายงานช้าไปหน่อยน่ะค่ะ”หญิงสาวในชุดขาวกระโปรงดำเดินเข้ามาขนาบข้างๆกับ666ที่ยืนงงอยู่แต่ก็มีสีหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย

“นี่เธอมาสายนะ”666กระซิบข้างหูหญิงสาว

“คือว่าชั้นขอโทษจริงๆค่ะ”เธอตอบเบาๆ

“เอาล่ะนะทุกคนนี่คือคุณครูของพวกเธอที่จะมาช่วยชั้นสอนพวกเธอ เธอชื่อ...”

“ครูชื่อมาน่า ไวท์จ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ”คุณครูสาวพูดอย่างรวดเร็วพร้อมกับรีบเดินเข้ามาใกล้กับโต๊ะของแฮร์ริส

“เธอชื่อแฮร์ริส ฟาราเรสใช่มั๊ยจ๊ะ”แฮร์ริสพยักหน้าหงึกๆ

“อืมๆ... เอาล่ะทุกคนไปฝึกได้เลยนะ แต่แฮร์ริสเธฮต้องมากับชั้นและ666”ทุกคนเดินออกไปหมดเหลือแต่เพียงแฮร์ริสที่นั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียว

“เอาล่ะมาเร็วจ๊ะ”มาน่าพูดพร้อมกับเดินออกไปยังบริเวณชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่มีคนจำนวนมากกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ แฮร์ริสเห็น666เดินไปแล้วกวักมือเรียกจึงรีบเดินตามไปทันที ทั้งสามหยุดอยู่ที่หน้าชั้นหนังสือตู้หนึ่งที่เขียนเอาไว้บนชั้นว่าหนังสือประวัติศาสตร์ทุกประเภท

“ให้เธอหยิบมาสักเล่มนะ... เอาแบบใหญ่ๆไม่ก็กลางๆนะ เพราะถ้าเธอไม่เลือกเองฉันจะเลือก...”ครูมาน่าพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่หนังสือเล่มโตกว่า 1 ฟุตที่กำลังมีเด็กหนุ่มใส่แว่นหนาเตอะกำลังอ่านมันอยู่จนไปถึงครึ่งเล่มแล้ว

“เล่มนั้นล่ะ”แฮร์ริสกลืนน้ำลายเสียงดังพร้อมกับรีบหยิบหนังสือที่หนากว่า 1000 หน้า ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าไม่หนาเท่าไหร่นักจากหลายๆเล่มบนชั้นนั้นที่มีขนาดคงไม่ต่ำกว่า 2000 หน้า

“ดีมาก... เอาล่ะเธออ่านไปเรื่อยนะแล้วเดี๋ยวครูจะมาถาม”

“ครับ”

“แต่ครูขอเตือนนะว่าถ้าเธอไม่ยอมอ่าน... เธอจะได้นั่งไอ้เก้าอี้ในห้องฝึกฝนบุคลิกภาพ”ครูมาน่าเอ่ยลับหลังเมื่อตนเดินจากไปแต่น้ำเสียงดูเหมือนว่าจะตั้งใจให้เขาได้ยิน

“ครับ...”แฮร์ริสพูดเสียงเสียวแล้วก็ค่อยๆเปิดหนังสือเล่มนั้นไปทีละหน้าทีละหน้า แต่ดูเหมือนเขาจะดูแบบผ่านๆอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนหมดเล่ม เสียงถอนหายใจดังออกมาพร้อมกับตัวเขาที่พิงผนักเก้าอี้ลงไป

“โอเว้ย... ก็ไม่เห็นยากนี่แป๊บเดียวก็จำได้แล้ว”แฮร์ริสพูดอย่างโอ้อวด ทำเอาเด็กหนุ่มคนข้างๆที่กำลังอ่านหนังสือ 1 ฟุตนั้นถึงกับหันมามองอย่างตกใจ

“นี่เธออ่านจบแล้วจริงๆหรอ...”ชายคนนั้นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“อื้อ... ทำไมหรอ...ก็มันจบแล้วจริงๆนี่”แฮร์ริสพูดขึ้นช้าๆที่ละประโยคแล้วก็เบือนหน้าหนีไปอย่างไม่สนใจนัก

“อืม...”ชายคนนั้นทำเสียงครุ่นคิดเล็กน้อย

“ชั้นชื่อแกรนดิออร์ เชนเทียร์ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”แฮร์ริสหันกลับมาพร้อมกับแนะนำตัว “อื้ม... ชั้นชื่อแฮร์ริส ฟาราเรส เรียกแค่แฮร์ริสพอนะ”

“อืมๆ... เป็นที่น่าสนใจ อืมๆ... อย่างนี้ต้องจำเอาไว้หน่อยดีกว่า”เชนเทียร์พูดขึ้นเบาๆ

“งั้นชั้นขอถามอะไรสักอย่างละกันนะว่ารหัส 11100001 11001110 11000011 11101100 11000011 11010100 11001010 00100000 10111111 11010010 11000011 11010010 11100000 11000011 11001010 นั้นแปลว่าอะไร...”

“แป๊บนะ...”

“อืมๆภาษาBinaryน่าสนใจดีนี่... อืมๆได้แล้ว!!”

“เอ้า... แล้วเป็นคำว่าอะไรล่ะ”

“ชื่อชั้นไง... แฮร์ริส ฟาราเรส”เชนเทียร์ได้ยินก็ยิ้มขึ้นอย่างดีใจ แฮร์ริสเห็นก็เลิกคิ้วอย่างงงๆ

“อืมๆ นายเยี่ยมมากเลยนี่... จำได้หลายอย่างมาก...แม้แต่ภาษาBinaryก็จำได้...”

“อิๆขอบใจนะที่ชม... อ่ะนะ”แฮร์ริสพูดขึ้นอย่างอายๆเพราะคำชม

“อืม...ๆ เป็นคนร่าเริงดีเนอะ แล้วนายไม่คิดถึงครอบครัวบ้างเรอะ”

“ก็บ้างนะ แต่ที่นี่ก็มีคนหนึ่งอยู่อ่ะ...”

“ใครหรอ?”เชนเทียร์ถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“อิๆไม่บอกหรอกนะ เรื่องนี้มันเป็นความลับ”แฮร์ริสพูดแล้วก็ก้มลงไปมองพื้นสักครู่แล้วก็ค่อยเงยหน้าขึ้นมา แล้วก็ยิ้มให้เชนเทียร์ที่กำลังนั่งงงอยู่

“นี่!!! แฮร์ริส ระวัง!!!!!”เสียงของอิรูมิดังขึ้น แฮร์ริสที่กำลังคุยอยู่กับเชนเทียร์ก็หันไปดู พบว่าอิรูมิได้ขว้างมีดมาที่เขาทันทีที่เขาหันไปมอง

“เฮ้ย... ยัยบ้า!!!!!!!!”มีดเล่มนั้นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง แฮร์ริสพยายามเอี้ยวตัวหลบตัวก็คงไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้มันห่างกับเขาแค่ 2 ฟุต

“บอกให้หยุด!!!!!!!!!!!!!!!!!”แฮร์ริสร้องตะโกนพร้อมกับหลับตาปี๋... ทุกคนในห้องฝึกนี้ต่างๆจ้องกันมองที่เขา... ทุกคนๆในห้อง... มีเสียงหือหาดังขึ้นทั่วไปและเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แฮร์ริสค่อยๆลืมตาขึ้นช้าแลพบว่ามีดเล่มนั้น... มันอยู่หยุดอยู่ข้างหน้าแขนของเขาที่ยกมือขึ้นมาห้ามปรามไวตอนที่กำลังตกใจอยู่... มีดเล่มนั้นตั้งนิ่งไม่ไหวติงเลยแม้สักนิด แฮร์ริสเมื่อมองเห็นภาพข้างหน้าก็ข้างไปชั่วครู่พร้อมกับเกร็งตัว จู่ๆมีดนั้นก็ค่อยๆบิดเบี้ยวไปเรื่อยๆ

“เห้ย....!!!”เสียงของ666ดังขึ้นทำให้เขาเกิดตกใจมีดจึงหล่นลงไปทันที...

“เอ่อ...ครับๆมีอะไรหรอครับ”

“เธอเป็นอะไรมั๊ย”666วิ่งเขามาถามเขาพร้อมกับจับไหล่ของเขาพร้อมกับเขย่าไม่ยอมหยุด

“เธอเป็นอะไรมั๊ย... เธอเป็นอะไรมั๊ย...”666ถามอย่างกังวลพร้อมกับเอี้ยวตัวซ้ายขวามองดูรอบๆตัวเขา

“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ครับ... มีอะไรหรอครับ”แฮร์ริสทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับหันไปจ้องอิรูมิที่ทำเสียงหัวเราะก่อนจะเดินจากไป

“เอาเป็นว่าความสามารถพิเศษอีกอย่างของเธอคือการใช้พลังจิตนะ...”อาจารย์มาน่าพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินมาจับไหล่เชนเทียร์

“เชนเทียร์เธอไม่เป็นอะไรใช่มั๊ย”เชนเทียร์ที่พูดไม่ออกได้แต่พยักหน้าแล้วก็หันไปมองเธอทีแฮร์ริสทีอย่างงุนงง

“เอาล่ะแฮร์ริสตอนนี้ตาชั้นถามเธอ จำได้มั๊ยที่ชั้นบอกไปน่ะ”แฮร์ริสพยักหน้า

“แล้วเธอยังจำได้รึเปล่าว่าเธออ่านได้อะไรมาบ้าง”แฮร์ริสพยักหน้าอีกครั้งหนึ่ง

“เอาล่ะเรามาเริ่มกันเลยแล้วกันนะ”

“ครับเอ่อ... อาจารย์มาน่า”แฮร์ริสตะกุกตะกักก่อนที่จะค่อยๆตั้งตัวให้เข้ากับเก้าอี้เล็กน้อย แล้วก็เงยหน้าขึ้นมา แววตานั้นเปลี่ยนคนที่กำลังหวาดผวาและตกใจกลับมาเป็นแววตาที่ดูมั่นใจและไม่หวาดหวั่น ทำเอาอิรูมิที่แอบๆเดินเข้ามาดูถึงกับผงะเล็กน้อย

“หึ...”แฮร์ริสทำเสียงเบ่งพร้อมกับหันไปมองหน้าอิรูมิ เธอเห็นทีก็ถึงกับผงะ แฮร์ริสยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วก็หันกลับไปมองอาจารย์มาน่าต่อ

“เอาล่ะอาจารย์ครับ... มาเริ่มกันครับ”แฮร์ริสบิดคอเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มอย่างมีเลศนัย อิรูมิเห็นก็รู้สึกอิจฉาแกมหมั่นใส้วิ่งออกจากห้องไป

การถามคำถามค่อยๆเป็นไปเรื่อยๆช้าๆ แต่ก็มีประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัดและเป็นที่แปลกใจมากที่แฮร์ริสสามารถตอบได้แทบจะหมดทุกข้อ 666เองก็ปรบมือเอาเป็นการใหญ่เมื่อการถามคำถามจบลง อาจารย์มาน่าค่อยๆจดบันทึกลงในกระดาษแผ่นหนึ่งอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา

“อีกความสามารถพิเศษของเธอคือ... ความจำเป็นเลิศ... อืม... เป็นเด็กพิเศษทีเดียวที่มีความสามารถถึงสองอย่าง”อาจารย์มาน่าพูดพร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด

“หือ... แล้วมีอีกรึเปล่าครับ...”

“ก็มีนะ... ก็พวก 3 คนที่มากับเธอไงเล่า... แล้วก็...”

“ใครครับอาจารย์...”แฮร์ริสถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ก็นายเนี่ยแหละ คนนี้เลย...”อาจารย์มาน่าพูดพร้อมกับตบไหล่ของเด็กหนุ่มนามว่าแกรนดิออร์ เชนเทียร์

“ครูครับอย่าชมผมสิครับผมอายนะครับ...”

“อิๆ... ว่าแต่ว่าเธอรู้จักกันมารึยังล่ะ...”

“อ๋อเพิ่งรู้จักกันเมื่อตะกี้ก่อนที่มือมีดปริศนาจะปามันมาน่ะครับ... อืมๆตกใจมากเลยอ่ะ... แต่ยังไงผมก็ได้รู้เนอะว่าผมมีพลังจิตกะเค้าด้วย...”แฮร์ริสพูดยิ้มๆก่อนที่จะยืนขึ้นพร้อมกับยืดตัวให้หายเมื่อยอย่างกระฉับกระเฉง

“ขอชมนายนะแฮร์ริส...”เชนเทียร์ลุกขึ้นพูดพร้อมกับตบไหล่ของเค้าเบาๆ

“ขอบใจมากนะที่ชม... เพื่อนใหม่ของชั้น”แฮร์ริสยิ้มนิดๆแล้วก็ค่อยเดินจากไป เขายกมือขึ้นพร้อมกับสะบัดซ้ายขวาเพื่ออำลา...

“เอาไว้เดี๋ยวเจอกันที่โรงอาหารนะ... เดี๋ยวชั้นต้องไปฝึกต่อ...”แฮร์ริสพูดโดยไม่หันหลังโดยมี666เดินตามหลังไปด้วยอย่างงงๆ โดยเขาสลับกันมองหน้าแฮร์ริสทีอาจารย์มาน่าทีพลางทำปากเป็นคำว่าขอโทษให้อาจารย์สาวที่ได้แต่พยักหน้า แต่แฮร์ริสจะรู้ไหมว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่มองเขาไม่ห่างทุกวินาทีที่เขาทำอย่าง... หญิงสาวคนนั้นคือวานาเดียร์ บิชคัส... เธอเปรยสายตามองแฮร์ริสไปเรื่อยด้วยสายตาที่ดูลึกซึ้งจนแฮร์ริสเดินออกไปข้างนอก

“ใช่แน่ๆ... ชอบแฮร์ริสเค้าล่ะสิ... อิๆรู้นะจ๊ะหนูวานาเดียร์”อิรูมิวิ่งเข้ามาโอบไหล่ของวานาเดียร์ที่เอามือขึ้นมากุมหน้าเนื่องจากอาย

“อิรูมิก็... เธอพูดอะไรของเธอเนี่ย... พูดบ้าๆ”วานาเดียร์พูดอย่างอายๆพร้อมรีบเดินหนีไป

“อะโด่เอ้ย... อย่าคิดว่าชั้นไม่รู้นะว่าเธอชอบแฮร์ริสน่ะ... อะโธ่เอ๊ย... ทำเป็นอาย”อิรูมิบ่นอย่างเสียอารมณ์แล้วก็เดินไปที่เป้าปามีดต่อ...

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“อืม...ๆ”แฮร์ริสค่อยๆเดินออกห่างจากประตูห้องหลังจากที่เขาได้แอบฟังอยู่

“นี่ไอ้หนูคิดยังไงกันนะที่ จู่ๆก็เดินออกมาแล้วแถมยังทำเป็นอวดเท่ห์ยังงั้นอีก”666พูดเสียงออกๆจะหมั่นไส้เขาเล็กน้อย

“ฮึๆ ถามได้อ่ะลุง ก็ผมจะทำเท่ให้สาวชอบดิ... ไม่เห็ยยัยวานาเดียร์ บิชคัสเรอะ น่ารักจะตาย”แฮร์ริสโอ้อวดตนเองไปเรื่อยๆพร้อมกับอวดความดีของตนเองที่ไม่ค่อยจะมีประโยชน์สักเท่าไหร่เลย

“โธ่เอ้ย... เป็นเด็กเป็นเล็กหัดหน้าหม้อ... ไม่ไหว ไม่ไหวเลย...”

“อะไรนะ666... นายนินทาชั้นว่าอะไรนะ...”แฮร์ริสหันมาจ้อง666

“ป่าวนิ... ไม่มีอะไร้... ไม่มีอะไรเลย... หูแว่วไปรึเปล่า”666แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แล้วก็หันหน้าหนีทำเป็นมองโน่นมองนี่

“งั้นเรอะ...”แฮร์ริสพูดพร้อมกับทำเสียงเจ้าเล่ห์...

“ก็เออ...”ไม่ทันที่666จะพูดจบแฮร์ริสก็พุ่งเข้าไปตี666ทันที

“หนอยๆ.... บังอาจมานินทาเรอะ”

“เห้ย...!! ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!!”666ร้องเสียงดังพร้อมกับค่อยลากตัวแฮร์ริสเดินออกไป... พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่นึงคอยจับจ้องเค้าอยู่เสมอ... แม้แต่ตะกี้ที่พวกเขาเล่นกัน... พวกเขาไม่รู้เลยถึงอันตรายที่แอบแฝง...!?

..................................................................................
ติดตามตอนบทต่อไป.......................

--------------------



ตอนที่ 6 : Have a good date.

“เห้ยๆ...!! พอๆ พอได้แล้วไอ้หนู เลิกตีได้แล้ว ฉันรำคาญ”666พูดขึ้นอย่างรำคาญพร้อมกับพยายามที่จะทั้งปัดและผลักแฮร์ริสที่จะพยายามตีตนออกไป

“ก็นายดันมาว่าฉันหน้าหม้อเองนี่... ใครว่าเล่า ก็นานทีจะเจอคนน่ารักอย่างนั้นที อีกผมก็ไม่มีแฟนด้วย เลยอยากที่จะมีคนน่ารักๆมาเป็นคนดูแลสักคน... ก็แค่นั้นอ่ะ”แฮร์ริสตะโกนแต่คำนี้ตั้งออกมาจากห้องฝึกฝนเพื่อค้นหาความ สามารถแฝงแล้วก็ยังไม่หยุดสักที

“ก็นี่แหละที่เค้าเรียกว่าหน้าหม้อ... เห็นคนน่ารักเป็นไม่ได้ต้องมาจีบ... คราวหน้าน่ะอย่าทำอวดดีอีกนะ”ทั้งสองเถียงกันไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุดจนมาถึงทางแยกที่พวกเขาเดินมายังห้องฝึกฝนเพื่อค้นหาความสามารถและห้องฝึกบุคลิกภาพ

“เอาล่ะ... ที่เหลือนายก็ต้องไปฝึกฝนต่อเองแล้ว...”666พูดแล้วก็พาแฮร์ริสเดินไปยังทางแยกที่เขียนไว้ว่าโรงอาหาร

“อื้อ... ดีเหมือนกันจะได้มีอะไรกินสักหน่อย... รองท้องเอาไว้กันไว้สำหรับตอนบ่าย...”

“คือว่าฉันมีอะไรจะบอกเธอนะไอ้หนู... ที่เธอบอกว่าบ่ายน่ะมันก็ถูกนะ แต่ว่ามันเป็นบ่ายห้าโมงเย็นแล้ว... ไม่ใช่สิถ้าจะให้เรียกแบบเธอก็คงต้องเรียกว่าห้าโมงเย็นสิ เธอจะได้ไม่งง...”666พูดแล้วก็ยกนาฬิกาข้อมือของตนขึ้นมาดูเวลา

“หะ....!? อะไรกันเนี่ย ห้าโมงเย็นแล้วเรอะเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยอ่ะ... ผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วเนี่ยตั้งแต่ตีสอง”

“น่าจะประมาณ 15 ชั่วโมงได้แล้วล่ะมั้ง... คาดว่านะ”666พูดเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น... แม้เวลาจะผ่านไปถึง 15 ชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังดูเหมือนว่าเขาจะไม่เป็นอะไรเลย ไม่แม้แต่จะง่วงเลยสักนิดเดียว

“อะไรของมันวะเนี่ย... นานขนาดนี้เชียว...สงสัยต้องรีบไปกินแล้วล่ะมั้งเนี่ย เดี๋ยวจะกินอาหารผิดเวลาเข้า...”แฮร์ริสรีบวิ่งไปตามทางที่ตรงไปยังโรงอาหาร 666ส่ายหัวแล้วก็รีบวิ่งตามไปทันที ทั้งคู่วิ่งไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุดหรือแม้แต่จะทำท่าเหนื่อย

“เอ้า...ลุง นึกว่าจะยืนเป็นตอไม้เน่าอยู่ตรงนั้นซะแล้ว...”แฮร์ริสได้ยินเสียงฝีเท้าของ666ดังขึ้นก็หันไปบอก

“หนอย....!!!ไอ้หนู เธอว่าใครเป็นตอไม้เน่าหะ”

“ก็ลุงนั้นแหละ... นอกจากเจ้าตัสจะไม่รับก็แล้วแต่เค้า... ไม่ใช่เรานิ”ว่าแล้วแฮร์ริสก็เร่งฝีเท้าทิ้ง666ไว้ข้างหลัง 666ที่ไม่ยอมแพ้ก็รีบเร่งวิ่งตามมาขึ้นทันที

“โอ้... เก่งเหมือนกันนี่ แต่มันยังไม่พอ”

“หนอยดูถูกงั้นเรอะ... บังอาจมากไอ้หนูที่มาท้าฉันแข่งวิ่ง...”ทันใดนั้น666ก็เร่งความเร็วในการวิ่งขึ้นแล้วก็แซงแฮร์ริสไป พร้อมกับหันหน้ามาแลบลิ้นใส่

“หนอย... เห็นว่าฉันบ้าHack แล้วคิดว่าจะไม่มีแรงวิ่งเรอะ...”ทันใดนั้นแฮร์ริสก็เร่งความเร็วขึ้นทันที เขาวิ่งมาด้วยความเร็วที่ดูเหมือนจะเร่งขึ้นไปเรื่อยๆจนแซงหน้า666ไปอีกรอบ แต่666ที่ถดนำหน้าไปก็ไม่ยอมหยุดเร่งขึ้นไปเรื่อยๆแต่ก็ยังไม่ทัน ทั้งคู่วิ่งไปเรื่อยๆจนถึงประตูแห่งหนึ่งที่

“หึๆ... ที่แท้ลุงก็ตามไม่ทันนี่หว่า... นึกว่าจะเก่งซะอีก อะโด่เอ้ย...”แฮร์ริสหันกลับมามองพร้อมกับสายตาท้าทาย แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจทันทีเพราะอยู่666ก็หยุดไป

“เห้ยลุง!!! เป็นไรป่าวอ่ะ...”

“ฉันสั่งให้เธอหยุดเดี๋ยวนี้...!!!!!!!!”666ตะโกนลั่น

“อะโด่เอ้ย... ที่แท้ก็เจ็บขาแล้วอยากให้หยุดตัวเองจะได้เร่งนำไปรู้อยู่หรอกน่า...”

“ไม่ใช่!!!”

“แล้วอะไรเล่า!!!”

“เธอจะชนประตู!!!!!!!!!!!!!!!”666ตะโกนลั่นพร้อมกับชี้ไปที่ประตูข้างหน้าแฮร์ริส แฮร์ริสเพิ่งหันกลับมามองตามนิ้วของ666ที่ชี้ไปที่ประตู เขาหันไปก็พยายามจะเบรกแต่ก็ไม่ทันแล้ว...

“ตูม.....!!!!!!!!!!”แฮร์ริสปะทะเข้ากับประตูทางเข้าโรงอาหารเต็มๆเปา เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดของแฮร์ริสดังขึ้นไปทั่ว... เสียงของเขาดังขึ้นลั่นทั่วโรงอาหาร 666รีบวิ่งเข้ามาทันทีโดยไม่หยุดดู เขาก้มลงมาดูแฮร์ริสที่ยังล้มก้นจ้ำบ๊ะอยู่ที่พื้น

“โธ่เอ้ย... ไม่ไหวเลย ไม่ไหว”666ยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างละอายตนเอง แล้วก็เดินเข้ามาพยุงเอาตัวแฮร์ริสขึ้น

“อูย... ก้น... ก้นผม!!!!! ก้นหัก ก้นแตก ก้นแหลก ก้น... ก้น... ก้นช้ำ...”แฮร์ริสร้องไปกำบั้นท้ายตนเองไป หน้าตาดูไร้ความสุขซ้ำยังอมทุกข์อีกต่างหาก แฮร์ริสที่กำลังหันหน้าหันหลังกำลังดูก้นตนเองอยู่ก็ไม่ทันได้สังเกตสิ่งต่างๆรอบตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

“ว่าแต่เกิด...”แฮร์ริสเงยหน้าขึ้นกำลังที่จะหันหน้าไปถาม666ก็ถึงกับชะงักเมื่อเห็นสายตาของทุกอย่างจ้องเขาไม่ว่าจะเป็น... คนกำลังทานข้าว คนทำกับข้าว คนล้างจาน หรือแม้แต่แมวและสัตว์เลี้ยงทุกตัวหันมามองเขาหมดไม่มียกเว้นเลย แล้วที่น่าอายกว่านั้นคือโรงอาหารนี้กว้างพอๆกับโรงพละและมีคนเต็มโรง... แฮร์ริสค่อยๆหน้าแดงขึ้นเรื่อย ปรอตความอายค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆครับ... โทษครับ... ขอโทษด้วยครับ”แฮร์ริสรีบลุกขึ้นมาทำการขอขมาทุกสิ่งในโรงอาหาร เขารีบวิ่งไปทันทีที่พิธีขมานี้เสร็จลง

“นี่ลุง... แล้วเราจะทำยังไงกันล่ะเนี่ย”แฮร์ริสหันไปถามแต่ก็ไม่พบ666เลย เขาหันไปหารอบๆก็พบว่า666เดินไปรับถาดอาหารและกำลังจะรับข้าวไปหาที่นั่งแล้ว แฮร์ริสเห็นก็รีบวิ่งตามไปทันทีโดยไม่อยู่ยืนรอให้คนอื่นหัวเราะ

“นี่ลุง... ไหงไม่รอกันบ้างเลยอ่ะ”แฮร์ริสวิ่งมาต่อหลัง666หลังจากที่เพิ่งรับถาดมา

“จะอยู่ให้อายเรอะ... เอ้อเว้ย... ไอ้หนูนี่แปลกแหะ”666หันมาพูดสักครู่แล้วก็หันกลับไปหาที่นั่งต่อไป

“นี่แฮร์ริสมานั่งด้วยกันสิ”เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น แฮร์ริสหันไปมองต้นเสียงพบ ทอม วานาเดียร์สาวน้อย และอิรูมิผู้บ้าแฟชั่น

“อ๋อ... ไม่เป็นไรหรอกเราไม่ไปเบียดนายหรอก นั่งกันตามสบายเถอะ”แฮร์ริสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรงใจแต่เท่าที่ดูที่ตรงนั้นนั่งได้อีกตั้ง 4 คน

“นี่แฮร์ริส เธอจะไม่มานั่งด้วยกันจริงหรอ”ไม่ทันที่วานาเดียร์จะกวักมือ แฮร์ริสก็ดึงตัว666เข้ามานั่งด้วยทันที แฮร์ริสและ666นั่งลงกันคนละฝั่ง 666อยู่ด้านอิรูมิ และทอม ส่วนแฮร์ริสก็ไม่ต้องพูดถึงนั่งอยู่ข้างๆกับวานาเดียร์

“.......................”ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยอยู่ครู่หนึ่ง...

“อื้อๆ... แล้วเชนเทียร์ล่ะ...หายไปไหนแล้วล่ะ เราเดินกันเขามายังไม่เห็นเลยอ่ะ”แฮร์ริสเป็นคนชิงพูดขึ้นมาปลุกความเงียบให้หายไป

“พวกเธอทะเลาะกันไม่ใช่หรอคะ...”วานาเดียร์พูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้แฮร์ริส

“หะๆ ห็คือ.. อ่า...”แฮร์ริสอายจนพูดไม่ออกแล้ว

“ก็พวกเธอน่ะเอาแต่ทะเลาะกันอะไรรอบข้างเกิดขึ้นก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”อิรูมิพูดขึ้นมาก่อนที่ทั้งสองคนนี้จะถอดวิญญาณลอยไปบนสวรรค์ซะก่อน

“เอาเถอะๆ คือว่าเชนเทียร์เค้ากินเสร็จไปประมาณ 15 นาทีได้แล้วล่ะเห็นบอกว่าจะไปเล่นโกะ กะหมากรุกอ่ะนะ”ทอมพูดขึ้นแล้วก็ก้มลงไปทานข้าวต่อ

“อ๋อ... เข้าใจแล้วล่ะ”

“อืมๆ... แฮร์ริสนี่นายรู้ป่าวว่าหมอนั่นน่ะ... ฉายาว่าอะไร”

“จะไปรู้เรอะ... ฉันเพิ่งมานะเฟ้ย...!!”

“ความจริงแล้วฉายาก็ไม่เชิงหรอก แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังสมองของเขาที่มี IQ ถึง 200...”อิรูมิพูขึ้นช้าทีละคำตรงช่วงประโยคที่ว่า มี I Q ถึง 2 0 0...

“โอ้เว้ย... เดี๋ยวนี้เจอแต่คนแปลกๆนายเชนเทียร์สุดฉลาดแล้วยังมีเธออีก...”แฮร์ริสพูดแล้วก็ชี้ไปที่อิรูมิ เธอสะดุ้งขึ้นทันที

“เธอน่ะเป็นบ้าอะไร... จู่ๆก็ปามีดมาใส่น่ะ... ถ้าคิดจะทดสอบช่วยกับอาจารย์ทั้งสองละก็ ฉันขอบอกว่าเธอไม่ต้องไปช่วยพวกเค้าก็ได้ มีหวังคนที่เธออยากจะทดสอบด้วยแล้วไม่มีพลังจิตก็ตัวเป็นรูพอดีสิ...”แฮร์ริสพูดอย่างเสียอารมณ์ แต่ดูเหมือนว่าอิรูมิจะหน้าซีดทันทีที่แฮร์ริสพูดจบ

“นี่อิรูมิเธอปามีดไปใส่แฮร์ริสเค้าจริงๆเหรอ”วานาเดียร์ยิงคำถามใส่อิรูมิเป็นคนแรก

“นี่อิรูมิเธอคิดจะทำอะไรของเธอกันแน่”ทอมลุกขึ้นมาทุบโต๊ะพร้อมกับจ้องหน้าของอิรูมิ

“นี่เราน่ะอยู่องค์กรเดียวกันนะ”วานาเดียร์พูดขึ้น แต่ฝ่ายที่จะไม่มีการพูดอะไรเลยมีเพียงแฮร์ริสที่กำลังฟังคำถามที่ถูกยิงไปยังอิรูมิ และ666ที่ได้แต่เงียบและไม่ได้อะไรเลยนอกจากจ้องหน้าอิรูมิ

“เอ่อ... คือว่า...”อิรูมิพูดไม่ออก

“อะไรเล่า!!!!”ทอมตะคอกเสียงจริงจัง

“พวกเธอไปถามคุณครูมาน่าเอาก็แล้วกันนะ... เธอเป็นคนสั่งให้ฉันปาใส่...”อิรูมิพูดจบก็หยิบถาดข้าวขึ้น

“ไปก่อนนะ...”แล้วเธอก็เดินหายไปเลย...

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“อะไรกันนะ... ไหนคุณครูว่าจะหยุดมีดตอนมันเข้าใกล้แฮร์ริส... แต่ที่เราเห็นแฮร์ริสเป็นคนหยุดมีดเองนี่ ซ้ำยัง...”

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“เนี่ย... ร่องรอยของยัยบ้านั่นที่ทำไว้...”แฮร์ริสลุกขึ้นแล้วก็ชูมือข้างขวาให้ทุกคนดูมันมีรอยบาดที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่ดูเหมือนว่าจะลึกเหมือนกัน

“อะไรกันนะ... ยัยนั่นนี่แปลกคนจริงๆเลย”ทอมเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งลงไปบนเก้าอี้หลังจากที่ยืนดูแผลของแฮร์ริส

“หนูว่าเราอย่าเพิ่งมาระแวงอะไรเค้าเลยนะคะ ความจริงแล้วถ้าต้องสืบก็น่าจะสืบจากคุณครูมาน่ามากกว่านะคะ หนูว่านะ”วานาเดียร์พูดขึ้น พลางจับมือของแฮร์ริสขึ้นมาดู

“แล้วนี่เจ็บมากมั๊ย...”วานาเดียร์ถามแฮร์ริสที่กำลังทานข้าวอยู่ ข้าวในปากคำใหญ่ถูกกลืนลงท้องไปทันทีโดยไม่มีการติดคอ เหมือนกับว่าเอาน้ำมันมาทาหลอดอาหารไว้

“อ๋อ... ก็พอทนได้น่ะครับ เดี๋ยวคงต้องไปปฐมพยาบาลนิดหน่อย”แฮร์ริสพูดอย่างสุภาพแล้วก็หันกลับไปทานข้าวต่อไป

“งั้นหรอคะ... แน่ใจนะคะว่าไม่เป็นอะไร”

“อื้ม... พูดจริงครับวานาเดียร์”

“คือว่าฉันแค่เป็นห่วงเฉยๆน่ะค่ะ...”ทันใดนั้นทอมก็ยิ้มขึ้น 666ก็เผลอหัวเราะออกมาพรืดหนึ่ง... แฮร์ริสนั้นไม่เป็นอันจะทานอะไรแล้วเพราะตอนนี้เขาเกร็งจนหน้าตัวเองแดงไปหมดแล้ว

“อ่าๆ...”

“อะไรเหรอะคะ”วานาเดียร์ถามเสียงใสแล้วก็คว้ามือของแฮร์ริสมาดู

“เอ่อ... เปล่าหรอกครับ...ไม่มีอะไรก็แค่... ขอบคุณมากครับที่เป็นห่วง”แฮร์ริสพูดตะกุกตะกักด้วยความอาย โดยตอนนี้หน้าของเขายังไม่หายแดงเลย

“งั้นก็... เอ่อ...”วานาเดียร์พูดขึ้นหลังจากที่รู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกจับมือแทน

“อะไรครับ”แฮร์ริสพูด

“ฉันไปก่อนนะคะ... คือว่าจะไปฝึกต่อแล้ว แล้วก็ต้องไปหยิบอาวุธมาด้วย”วานาเดียร์รีบลุกขึ้นพร้อมกับก้มหน้าลงเพื่อปกปิดอารมณ์ที่แสดงขึ้นบนใบหน้า วานาเดียร์ค่อยๆหยิบถาดด้วยมือที่กำลังสั่นระริกแล้วก็วิ่งไปเลย แฮร์ริสหัวเราะน้อยๆแล้วก็หันกลับมากินข้าวต่อ

“อะโธ่เอ้ย... ไอ้เด็กคนนี้นี่ว่าไปแล้วว่าหน้าหม้อยังไม่ฟังอีก”666พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอือมละอา ทันใดนั้นแฮร์ริสที่กำลังกินข้าวอยู่ก็ทำช้อนหลุดจากมือทันที

“อืมๆ... ผมเห็น...”ไม่ทันที่ทอมจะเอ่ยสนับสนุนข้าวผัดที่ถูกกำเป็นก้อนจากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามาชนโผละที่หน้าของเขา 666ผงะเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แฮร์ริสหัวเราะพรืดนิดๆแล้วก็หยิบช้อนขึ้นมาทานข้าวต่อ

“หนอย... ไอ้เด็กคอม...”ข้าวผัดที่อยู่บนหน้าทอมตกลงมาเข้าปากเขาทันทีที่พูด แต่ไม่ใช่ที่อยู่บนหน้าเขาอีกอีกที่ตกเข้าปาก แฮร์ริสใช้พลังจิตบังคับข้าวอีกกำมือหนึ่งพุ่งเข้าไปในปากของทอม

“คำดีๆมีให้พูดไม่ยอมพูด...”แฮร์ริสเอ่ยขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นด้วยสีหน้าเยือกเย็นที่ซ่อนอาการที่แท้จริงไว้

“ไอ้เอ็ก... อ้า... ออมอิ๊วเอ้อ...(ไอ้เด็ก... บ้า... คอมพิวเตอร์)”ทอมพูดขึ้นทั้งๆที่ข้าวยังเต็มปาก เขาหยิบมีดที่ใช้ทานข้าวขึ้นมาแล้วก็เล็งไปที่แฮร์ริส

“หง่า... เล่นมีดเลยเรอะ งั้น...”แล้วมีดก็พุ่งเข้ามาหาเค้า

“ผมไปก่อนละกันนะ”แล้วแฮร์ริสก็ใช้พลังจิตหยุดมีดไว้ จากนั้นก็ออกวิ่งทันทีโดยถาดข้าวที่อยู่บนมือถูกวางไว้บนเก้าอี้นั่งทานข้าวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“อุดอ๊ะเอ้ย... อับอาไอ้อั้นอีอ่อน...(หยุดนะเฟ้ย... กลับมาให้ฉันตีก่อน)”ทอมร้องแล้วก็วิ่งตามแฮร์ริสไป โดยทิ้งถาดข้าวไว้บริเวณนั้นอีกคนหนึ่ง 666เอียงมองไปดูทั้งสองที่กำลังไล่ล่ากันอยู่ โดยทอมเป็นฝ่ายล่าและแฮร์ริสเป็นฝ่ายถูกล่า

“หึๆ... เด็กพวกนี้นี่ ซนยังกะลิง”ว่าแล้ว666ก็กลับไปทานข้าวให้หมด ขณะที่666กำลังทานข้าวอยู่ก็มีชายคนหนึ่งตรงเข้ามาหาเขาพร้อมกับยกมือขึ้น โดนในมือของชายคนนั้นมีของบางสิ่งอยู่...

“ใช้ได้เลยนะเด็กพวกนี้นี่ โดยเฉพาะแฮร์ริสที่แค่เพียงไม่นานเท่านั้นก็บังคับใช้งานพลังจิตเพียงไม่กี่ครั้งก็ใช้ได้เหมือนเป็นของเล่น...”666หันกลับไปมองพบว่า999ยืนอยู่ข้างหลังเค้าพร้อมกับก้มลงมาจับเก้าอี้ที่666นั่งอยู่

“ก็มันแน่อยู่แล้วล่ะ... หมอนั่นน่ะมันมีไหวพริบในหลายๆเรื่อง แต่บางเรื่องที่เจ้าหนูนั่นมันไม่เพอร์เฟคต์เท่าไหร่เลยต้องหาคนมาเสริม”666พูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมอง999ที่ยืนเอามือยันเก้าอี้ของเขาไว้เพื่อทรงตัวอยู่ข้างหลัง

“นั่นก็จริงของนายนะ... แต่ฉันชักจะสงสัยยัยอิรูมิแล้วสิ ว่าทำไมยัยหล่อนนั่นถึงต้องขว้างมีดไปใส่แฮร์ริสด้วย ฉันสงสัยจริงๆนะ แต่ว่า...”

“แต่ว่าอะไรเรอะ999”666พูดขึ้นพร้อมกับหนี่ตามองหน้า999ที่กำลังจะพูดต่อ

“ฉันว่าเราน่าจะสงสัยมาน่าดีกว่าว่าทำไมเธอถึงต้องสั่งให้อิรูมิพุ่งมีดไปที่แฮร์ริส...”

“นี่999... ฉันเข้าใจว่านายเป็นห่วงนะ แต่เรื่องนี้ฉันจะคุยกับมาน่าเค้าเอง”666พูดพร้อมกับฉีกยิ้มที่ดูเหมือนจะไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ แล้ว666ก็หันกลับไปทานข้าวต่อ ฝ่าย999ก็ถอนหายใจแล้วก็เดินจากไป

...............................................................................................................................
..........................................................................................

“เหื่อย... ในที่สุดไอ้บ้ามีดนั่นก็ไม่ตามมาแล้ว โอย... เหนื่อยเป็นบ้าเลยอ่ะ”แฮร์ริสกู่ร้องเสียงดังที่บริเวณทางเดินที่เกือบจะถึงโดมบัญชาการ แฮร์ริสเสยผมขึ้นช้าๆแล้วก็เดินเข้าไปเข้าประตูทางเข้าโดมไป

“โอย... วิ่งซะเหนื่อย ไอ้ทอมก็วิ่งซะเร็ว เล่นเอาขาเราปวดไปหมดเลย โอย...”แฮร์ริสเดินก้มหน้าพร้อมกับเอามือไปนวดที่คอเล็กน้อย

เขาเดินไปที่บริเวณกระจกโดมยักษ์ที่กั้นระหว่างในนี้กับภายนอก เขาเดินเข้าไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุดจนถึงถึงกระจก เขานั่งลงแล้วเอามือเข้าสัมผัสกระจกบางใสที่กั้นเอาเขากับภายนอกไว้ ดวงตาค่อยๆสั่นเทิ้ม ควงจิตเริ่มเคลื่อนคล้อย แฮร์ริสหลับตาลง เขาคิดไปเรื่อยๆบรรจงนึกภาพที่ตนฝัน... ราวกับไม่มีกระจกขวางกั้นเขาแล้ว ทุกอย่างเป็นเหมือนฝัน แฮร์ริสยืนอยู่ในห้องสีขาว แล้วทุกสิ่งรอบตัวเขาก็แตกปริออกให้เห็นโลกภายนอก ทุ้งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่ มองออกไปก็จะเห็นทิวเขาที่งดงาม

“ยังกับฝันที่กลายเป็นจริง... อยากจะอยู่ที่นี่ ในความคิดของเราให้นานเท่าที่จะทำได้...”แฮร์ริสรำพันขึ้นแล้วก็เริ่มออกเดินไปจากจุดที่ยืน เขาก้มลงไปเด็ดดอกไม้ดอกหนึ่งขึ้นมาดมแล้วก็เอามาเก็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อนอก เขาเริ่มเดินต่อไปสักพักก็พบธารน้ำไหลรินอยู่เบื้องหน้า แฮร์ริสก้มลงไปมองเงาหน้าตัวเองในน้ำนั้น

“จี๊ดๆ... จี๊ดๆ...”หนูตะเภาตัวหนึ่งวิ่งมาที่ธารน้ำแล้วก็ก้มลงกินน้ำ แฮร์ริสค่อยๆย่อตัวลงไปมองเจ้าหนูน้อยที่กำลังดื่มน้ำอย่างเอร็ดอร่อย หนูตะเภาน้อยรู้ตัวหันมามองแฮร์ริส

“เป็นไงบ้างเอ่ย... เจ้าหนูตะเภาน้อย”แฮร์ริสก้มลงไปเกาคางของมัน เจ้าหนูน้อยยังสงสัยเลยไม่กล้าเข้าใกล้

“อย่ากลัวข้าเลยนะเจ้าหนู... ข้าไม่ทำอะไรแกหรอกน่า... มาเร็วเจ้าหนูตะเภาน้อย...”แฮร์ริสแบมือลงมารับตัวเจ้าหนูตะเถา แล้วเจ้าหนูตะเภาก็เริ่มจะเข้าใจ รีบวิ่งขึ้นไปบนมือของแฮร์ริสแล้วก็เอาหัวถูเอากับมือของแฮร์ริส

............................................................................

“มีใครอยู่ไหมคะ...”วานาเดียร์เดินเข้ามาในโดมบัญชาการ เธอหันมองไปรอบก็ไม่พบใครเลย

“เหื่อย... สงสัยคงต้องดูดาวคนเดียวอีกแล้วมั้งเนี่ย”ว่าแล้ววานาเดียร์ก็เดินไปข้างหน้า ตรงไปยังบานกระจกยักษ์ข้างหน้าตน แล้วเธอก็หยุดอยู่บริเวณที่ห่างจากกระจกประมาณ 2 เมตร

“จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ ข้างนอกนั่น...”เมื่อวานาเดียร์พูดจบก็เดินเข้าไปนั่งติดกระจกแล้วก็เอามือไปสัมผัสกับมัน... ตำแหน่งของเธออยู่ห่างกับแฮร์ริสเพียง 1 เมตร

“เอ้า... แฮร์ริส...เธอมานั่งทำอะไรที่นี่คะ”วานาเดียร์ถามแต่แฮร์ริสก็ไม่ตอบอะไร ด้วยความสงสัยของเธอ วานาเดียร์จึงค่อยคลายเข้าไปใกล้แฮร์ริสเพื่อที่จะปลุกเขาขึ้นมา

............................................................................

“ฮ่าๆ เจ้าหนูน้อย... เป็นยังไงบ้างสนุกมั๊ย...!!! ยู้หู้!!!”แฮร์ริสร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงแจ่มใส พร้อมกับโยนเจ้าหนูตะเภาน้อยให้ลอยขึ้นไปแล้วรับเอาไว้

“จี๊ดๆ”เสียงเจ้าหนูน้อยร้องอย่างมีความสุข

............................................................................

“เอ่อ... แฮร์ริส... นี่...”วานาเดียร์ค่อยๆเคลื่อนตัวใกล้แฮร์ริสเข้าไปเรื่อยๆ พร้อมกับยื่นมือไปหาเขา

............................................................................

“ฮ่าๆ....”แฮร์ริสโยนเจ้าหนูตะเภาน้อยนั้นขึ้นอีกครั้ง เสียงมันร้องจี๊ดอย่างสนุกสนาน

“แฮร์ริสคะ... เป็นอะไรรึเปล่า...”

“หมับ...”แฮร์ริสยื่นมือทั้งสองไปกุมมือของวานาเดียร์เอาไว้ ทำเอาเจ้าหล่อนหน้าแดงขึ้นมาทันทีทันใดเลย แล้วแฮร์ริสก็ค่อยลืมตาขึ้น

“ฮะๆเจ้าหนุตะ... เภา...”แฮร์ริสพูดต่อไม่ออกทันทีที่เห็นว่าตนเองกำลังจับมือกับใคร... แฮร์ริสรีบปล่อยมือแล้วซุกกระเป๋ากางเกงทันที ส่วนวานาเดียร์ก็ชักมือกลับทันทีที่ถูกปล่อย

“เอ่อ... ผม/ฉัน ผิดเองครับ/ค่ะ”ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน แล้วความเงียบก็เข้ามาแทรกทั้งสอง ไม่มีใครพูดะไรเลย

“คือว่า...”ทั้งสองเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน

“คือว่า...”เป็นเรื่องบังเอิญอีกแล้วที่ทั้งสองจะพูดพร้อมกัน

“เชิญคุณพูดก่อนเถอะครับ...”แฮร์ริสพูดขึ้นโดยก้มหน้าลงไปด้วยความอาย

“เธอมาทำอะไรที่นี่หรอแฮร์ริส... คือว่า... แค่ฉันอยากรู้น่ะ”วานาเดียร์พูดขึ้นเบาๆแล้วก็มองหน้าแฮร์ริสด้วยความอยากรู้ แต่แฮร์ริสก็ไม่ตอบอะไรโดยเอาแต่จ้องหน้าของวานาเดียร์ไม่กระพริบตา

“นี่...”

“นี่...!!!!”วานาเดียร์ร้อง

“ครับๆ มีอะไรครับ”

“ฉันถามว่า... เธอมาทำอะไรที่นี่หรอแฮร์ริส...”วานาเดียร์ย้ำแฮร์ริสที่เพิ่งหลุดจากภวังค์

“อ๋อ... ผมแค่อยากจะไปเดินเล่นข้างนอกน่ะครับ ที่นี่ผมไม่เคยมาด้วยแต่ก็ไม่มีโอกาส เลยมาตรงนี้เพื่อมองข้างนอก... แล้วบรรยากาศมันให้ ผมก็เลยเพ้อไปจนเปลี่ยนที่ไปเลย”แฮร์ริสอธิบาย

“อ๋อ...”

“ว่าแต่วานาเดียร์... คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ”แฮร์ริสถามพร้อมกับเกาหัว

“เอ่อ... ฉันมาดูดาวน่ะ ฉันน่ะนะเวลาเหงามักจะไปดูดาวเสมอๆแหละ”วานาเดียร์พูดเสร็จก็ล้มตัวลงนอนราบกับพื้นแล้วเงยหน้าขึ้นไป

“แล้วเธอดูดาวเป็นรึเปล่าล่ะแฮร์ริส?”วานาเดียร์เอียงคอมาถามแฮร์ริสที่กำลังนั่งมองข้างนอกอยู่

“เอ่อ... มีเป็นหรอกครับ... แต่ผมก็ชอบดูดาวเหมือนกับคุณนี่แหละเวลาที่ผมเหงา...”ว่าแล้วแฮร์ริสก็ล้มลงนอนไปอีกคนหนึ่ง

“งั้นฉันจะสอนเธอให้ละกันนะ”

“อะไรนะครับ...”แฮร์ริสสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง

“ก็แค่ดูดาวน่า...ไม่มีอะไรหรอก”

“งั้น... งั้น... งั้นก็ได้ครับ”ถึงแม้แฮร์ริสจะเป็นคนที่เหมือนจะเจ้าชู้แต่ก็ยังมียางอายเหมือนกัน

“เอาล่ะมานอนข้างชั้นนะ”วานาเดียร์กวักเรียกแฮร์ริส แล้วเขาก็เข้ามานอนข้างวานาเดียร์โดยดี

“อืม... วันนี้เราโชคดีมากนะที่ฟ้าโปร่ง จะได้เห็นดาวกัน”

“เอาล่ะนะแฮร์ริสเธอมองตามมือชั้นนะ... แล้วจำไว้ให้ดีล่ะ บางทีถ้าเราโชคดีอาจจะมีดาวตกมาให้เราอธิษฐานก็ได้นะ” วานาเดียร์พูดขึ้นแล้วก็เริ่มชี้ไปที่กลุ่มดาวต่างๆ

“นั่นคือกลุ่มดาวม้าบิน หรือที่เรียกกันว่ากลุ่มดาว Pegasus นะ”วานาเดียร์ใช้มือวาดเป็นวงไว้ พร้อมกับใช้นิ้วลากเป็นรูปให้แฮร์ริสดูเป็นกลุ่มๆไป

“น่าจะไม่มีกลุ่มดาวนะ... ผมจะได้คุยกับคุณสองคนไปนานๆ”แฮร์ริสบังเอิญหลุดปากออกมาขณะกำลังเพลินกับการบรรยายเรื่องดาวจากวานาเดียร์

“อะไรนะคะ...”วานาเดียร์ถาม

“อ๋อ... เปล่าหรอกครับ”แฮร์ริสพูดแล้วก็หันขึ้นไปดูดาวต่อ

“อธิบายต่อเถอะครับ”

“เอ่อ... เอ่อ... ค่ะ”ว่าแล้ววานาเดียร์ก็อธิบายต่อไป การบรรยายเป็นเรื่อยๆจนเมื่อแฮร์ริสแทรกขึ้นมา

“อื้อ... คุณวานาเดียร์เคยฟังกลอนเกี่ยวกับดวงดาวหรือยังครับ...”วานาเดียร์ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มทำไมหรอคะ

“อืม... จะว่ากลอนก็ไม่เชิงนะครับ ผมเคยได้ยินมาน่ะครับ ว่าแต่ว่าคุณวานาเดียร์อยากจะฟังไหมล่ะครับ”แฮร์ริสถามอย่างสุภาพ โดยวานาเดียร์ก็พยักหน้าตอบ

“เอาล่ะนะครับ”แฮร์ริสเอ่ยแล้วก็เริ่มท่องคำกลอนนั้น

ภายใต้ดวงดาวเต็มท้องฟ้า
เป็นอีกครั้งที่ฉันหลับตา .. อธิฐาน
ขอให้เธอเป็นเจ้าของใจ .. มาเนิ่นนาน
แวะเวียนมาพบกัน .. อีกสักครา

“แค่นี้หรอคะ...”วานาเดียร์ถาม

“ไม่ครับยังมีอีก”แล้วแฮร์ริสก็เริ่มพูดต่อ

หากดวงจันทร์นั่นสว่างสุขใสที่สุดในฟากฟ้าล่ะก็...
มันคงแฝงความเศร้าไว้มากมาย
เปร่งแสงมากมายเพื่อลบริ้วรอยซึ่งซ่อนอยู่ด้านหลัง

แม้นจันทร์เจ้าที่เฝ้าปองมองไม่เห็น
ดาวดวงน้อยลอยเด่นไม่เว้นหาย
โอ้! จันทร์เจ้าสกาวฟ้าอย่าเดียวดาย
แสงดาวรายพรายแรงอยู่เคียงจันทร์

ถ้าใครแหงนมองฟ้าในคืนที่ไร้แสงจันทร์ ก็คงจะเห็นว่า มีดาวสองดวงที่เปล่งแสงอยู่ใกล้ๆกัน
หลายคนคิดว่า ดาวสองดวงนั้น อาจจะเป็นเพื่อนกัน เป็นพี่น้อง แม้กระทั่งเป็นคนรัก
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันกลับอยู่ห่างกันไกลแสนไกล

“จบแล้วล่ะครับ...”

“แล้วใครเป็นคนแต่งหรอแฮร์ริส...”วานาเดียร์ถาม

“ผมเองล่ะครับ... ผมมักจะร้องเวลาที่ผมเหงา”แฮร์ริสพูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้ามองขึ้นไปที่ดวงจันทร์

“โอ้... จันทร์เอ๋ยดวงน้อยๆ ข้าจักรอจักคอยเฝ้าถวิลหา แม้นบัดนี้ตัวข้าสิ้นชีวา แต่ดวงใจยังจะคิดถึงเจ้าเอย...”แฮร์ริสที่กำลังมองดวงจันทร์เพลินเอ่ยคำกลอนขึ้น วานาเดียร์ที่ได้ยินก็เริ่มจะหน้าแดง

“เก่งจังนะคะ...”

“ขอบคุณครับ...”แฮร์ริสน้อมรับคำชม ทันใดนั้น...

“นี่ๆแฮร์ริส!!! ดูนั่นสิ”อยู่ๆวานาเดียร์ก็ลุกขึ้นนั่งแล้วก็ชี้ไปด้านหลังเขา

“อะไรหรอครับ... วานาเดียร์”แฮร์ริสหันไปมองตามมือของวานาเดียร์

“ดาวตกไงล่ะ... อธิษฐานเร็ว”ทันใดนั้นวานาเดียร์ก็เอามือทั้งสองข้างมากุมไว้ที่หน้าอกของตน แล้วก็เอาหน้าติดกับมือ ปากของเธอก็เริ่มขยับเป็นคำอธิษฐาน แฮร์ริสพยายามที่จะอ่านปากแต่ก็ยังถอดไม่ออก

“เอาก็เอา... ลองดูบ้างนะ”ว่าแล้วแฮร์ริสก็อธิษฐานดูบ้าง

“อืมๆ... เอาล่ะเสร็จแล้ว”แล้วแฮร์ริสก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับแยกมือออก แล้วก็หันไปมองวานาเดียร์ที่อธิษฐานเสร็จก่อนแล้ว

“คุณอธิษฐานว่าอะไรเหรอครับ”แฮร์ริสถาม

“จะบอกได้ยังไงล่ะจ๊ะ... มันเป็นความลับ”วานาเดียร์แล้วก็เดินออกไป

“ยังไงๆก็ขอบคุณมากนะคะ”วานาเดียร์หันมาพูดกับแฮร์ริสแล้วก็เดินออกไป

“เรื่องอะไรเหรอครับ”

“อ๋อ... เรื่องที่ดูดาวเป็นเพื่อนไง... ฉันหายเหงาแล้วล่ะต้องขอบคุณเธอมากเลยนะแฮร์ริส”พูดเสร็จวานาเดียร์ก็เดินออกไป ทิ้งให้แฮร์ริสที่กำลังหน้าแดงอยู่

..................................................................................
ติดตามตอนบทต่อไป.......................

--------------------




โดย : Grandmastergames
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook