บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> The Adventure: ภาค1 ผจญภัยเกาะโอราน ตอน 3เรื่อง : The Adventure: ภาค1 ผจญภัยเกาะโอราน ตอน 3

ชื่อตอน : วิ่งไล่จับจนได้เรื่อง

“อืมมมม จะทำยังไงกับเจ้าตัวรอบคอบดีล่ะ จุดอ่อนเดียวที่รู้ก็คือกลัวน้ำทะเล แถมจะให้ตกน้ำก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะทำยังไงให้คนอื่นไม่สงสัยเราเนี่ยสิยาก แล้วเราจะจัดการเจ้าหมอนั่นยังไงดี”เนฟิเนเท่นั่งเท้าคางอยู่บนโต๊ะเขียน หนังสือเล่มโตกางแผ่หรา ประกอบด้วยปากกากับหมึก1ชุดและจดหมาย1ฉบับ ข้อความในจดหมายมีไม่มาก ประมาณ5บรรทัดได้ เนฟิเนเท่พับจดหมายเป็น3ส่วน สอดมันเข้าไปในตัวซอง และปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงอย่างประณีต

หนังสือที่ถูกเปิดอยู่บนโต๊ะถูกปิดลง และคั่นด้วยริบบินที่นาบมากับหนังสือ ชื่อเรื่องที่พิมพ์ด้วยอักษรสีดำตัวโตถูกทำให้เด่นชัดจากหน้าปกสีกากี หนังสือเล่มใหญ่ถูกวางอย่างเบามือที่หัวเตียง ส่วนหมึกและปากกาก็ถูกเก็บใส่ที่ที่สมควรของมัน เนฟิเนเท่ก้มลงเก็บแผนที่ที่กองอยู่บนเตียงให้เรียบร้อย เก็บใส่กระเป๋าสัมภาระของตนแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับจดหมาย1ฉบับที่ตนเขียนขึ้น

“อ้าว เนฟิเนเท่ หวัดดี” แอนโทนี่เอ่ยสวัสดีระหว่างที่เดินสวนกัน เนฟิเนเท่ทักตอบ การมาอยู่ในเรือลำนี้ได้สักพักทำให้เขาเริ่มสนิทกับพวกลูกเรือได้เป็นบางส่วนแล้ว ในตอนแรก ไม่ค่อยมีคนพูดด้วยด้วยซ้ำ นั่นเป็นสิ่งไม่ดี การรู้จักผู้คนทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข่าวสารกันได้ ได้รู้เรื่องในเรือที่เป็นเรื่องลับ เช่นที่มีข่าวลือว่ากัปตันจะไปเกาะโอรานแน่ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เนฟิเนเท่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

“อ้าว เนฟิเนเท่จะไปไหนเหรอ?”โครอาที่เดินสวนมาอีกคนถาม ตัวของโครอาในตอนนี้ก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิม ถึงจะบอกว่าอายุ 22ก็เถอะ ไม่เห็น22 ตรงไหนเลย ดูยังไงก็เป็นไปไม่ได้หรอก

“ข้าไปส่งจดหมายหน่อยน่ะ” เนฟิเนเท่ยิ้มแหยๆ

“อ๊ะ ส่งจดหมายเหรอครับ เมื่อกี้นี้ก็มีคนไปส่งเหมือนกันครับ... ฮิฮิฮิ”รอยยิ้มของโครอาชักทำให้เนฟิเนเท่ขนลุกซะแล้ว ไม่ค่อยได้เห็นเด็กคนนี้ยิ้มเท่าไหร่ แต่ตอนยิ้มสิน่ากลัว ดูสยองๆยังไงก็ไม่รู้แฮะ... คนในเรือลำนี้น่ากลัวจริงๆ

“อะ อ่านะ ข้าไปก่อนล่ะ” ถอยไปตั้งหลักก่อนดีกว่า...

เนฟิเนเท่เดินเลียบระเบียงที่ทำจากไม้ฮอกกานีอย่างดี(ไม่รู้เจ้าคาร์ลมันได้ตังง์มาจากไหนถึงทำระเบียงได้ดีขนาดนี้) หนาประมาณ4นี้ว สำหรับคนตัวเตี้ยอย่างเขาที่มีส่วนสูงแค่165ทำให้ระดับความสูงของระเบียงดูใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่ง ส่วนน้ำหนักไม่ต้องว่าถึง เบาเสียจนจะอุ้มได้ เนื้อก็ไม่ค่อยมี กล้ามก็มีนิดหน่อย ถึงจะมีทักษะทางด้านการต่อสู้ แต่เรื่องความแข็งแรงมันก็ต้องมีบ้าง ไม่ใช่ว่าจะใช่สมองอย่างเดียวได้ซะเมื่อไหร่ เวลาแข่งงัดข้อทีไรก็แพ้เค้าซะทุกที ...

“อ้าว… เจ้าก็มาส่งจดหมายด้วยเรอะ?” เสียงทุ้มที่คุ้นคยเอ่ยทัก ในขณะที่ตนเองกำลังลูบหัวนกพิราบตัวจ้อยอย่างเบามือเป็นระยะ ซองเหล็กที่ผูกอยู่ที่ข้อเท้าของเจ้านกถูกลงกลอน ขนาดของจดหมายใหญ่ไม่เบา รู้ได้จากขนาดของซองเหล็ก

เนฟิเนเท่มองไปหาผู้เรียก “ถ้าข้ามาส่งจดหมายสักครั้งหนึ่งนี่หิมะจะตกเหรอ?”เขาโต้ตอบ ส่วนคาร์ลนั้นหัวเราะร่าจนเจ้านกพิราบต้องบินออกจากมือ เมื่อรู้ว่าพิราบในมือหลุดไป คาร์ลก็จับมาลูบต่อโดยไม่สนใจว่ามันจะดิ้นยังไง

“ไม่หรอก อันที่จริง... ไม่ค่อยมีคนใช่มุขนี้กับข้าสักเท่าไหร่ แต่ข้าก็รู้สึกทึ่งนะ ที่มีคนตอบมาแบบนี้ บางคนที่ข้าพาขึ้นเรือมา พอรู้ว่าข้าจะพาเค้าไปเกาะนู้นเกาะนี้ช้าหน่อยก็โมโห ไม่ยอมคุยกับข้าเลย”ถึงตอนนี้คาร์ลถึงกับถอนหายใจออกมา “บางคนถึงกับยอมกระโดดนึ้หนีเลย ... ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนักกันหนา เรื่องแค่นี้เอง”เจ้ากัปตันพูดราวกับเป็นเรื่องเล่น ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องเล่นสำหรับเนฟิเนเท่เลย ถ้าเขาพลาดงานนี้ มีหวังกระเป๋ารั่วไปอีกหลายเดือนชัวร์

“...”เนฟิเนเท่เงียบไปสัก “งั้นเจ้าก็มีงานอดิเรกในการขนส่งมวลชนน่ะสิ ถึงได้รับคนขึ้นมาว่าเล่นอย่างนี้ ข้าไม่สงสัยเลยว่ามีคนกระโดดน้ำหนีเจ้า” เขาพูดอย่างเย็นชา... พูดเสียดสีหน่อยจะเป็นไร ให้มันรู้ซะมั่งว่าคนที่ต้องรีบน่ะเป็นยังไง...

“แหมๆ พูดอย่างกับว่าข้าเลวอย่างงั้นแหละ ก็พวกนั้นไม่ยอมบอกเองนี่ ว่าจะให้ไปส่งวันไหน เวลาไหน เมื่อไหร่ เดือนอะไร ปีอะไรนี่นา จะให้ข้ารู้ได้ไงว่าเขาต้องการจะไปตอนไหน” คำพูดของคาร์ลจิ้มเข้าไปเต็มหลังของเนฟิเนเท่ดังจึ๊ก ... ด่าทางอ้อมนี่หว่า... “เอาเถอะๆ ยังไงข้าก็พาเจ้าไปเกาะโอรานอยู่ดี ไม่ต้องเป็นห่วงๆ อย่ากังวลไปเลย อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด”คาร์ลพูดเหมือนมีอะไรอยู่เบื้องหลัง อะไรซักอย่างที่ไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่นอน

“ข้าไม่เข้าใจเรื่องที่เจ้าพูดอยู่ เจ้าต้องการบอกอะไรกันแน่”

“ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมาก ข้าไปล่ะ มีงานต้องทำ” อยู่ดีๆเจ้าตัวยุ่งก็แฮ้บหนีไปก่อนที่จะได้ถามอะไร แล้วยังหยิบนกไปอีกด้วย

“พูดอะไรของมัน? เดี๋ยวนี้อะไรๆก็ชักประหลาดขึ้นทุกที”เนฟิเนเท่พึมพัมกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปดูกรงนกพิราบ ห้องนี้อับพอสมควร น่าจะได้รับการฆ่าเชื้อหน่อย เขาเดินดูไปรอบๆ มองหานกพิราบที่แข็งแรงพอที่จะส่งจดหมายให้รึเปล่า เพราะการส่งจดหมายจากบนเรือไปบนแผ่นดินทำให้นกเสียพละกำลังมาก เผลอๆอาจจะตกลงมาตายก็ได้ เดี๋ยวดีไม่ดีจดหมายก็ไม่ถึงมือคนรับพอดี...

“เอ้อ ตัวนี้แหละ อ้วนดี ท่าทางจะบินได้ไกล” เจ้าขโมยหนุ่มพับจดหมายเป็นม้วนแล้วเสียบเข้าซองเหล็กที่ผูกอยู่ตรงขานก แต่ซองจดหมายใหญ่จนเกินไป ทำให้เนฟิเนเท่ต้องถอดเอาซองออก แล้วใส่แต่ข้อความลงไปในซองเหล็กของนกพิราบ

“ไปส่งให้ถึงมือเมอริเดียนนะ ตอนนี้เจ้านั่นอยู่เกาะโอราน ไปส่งที่ร้านกาแฟของเจ้านั่นที ด่วนเลยนะ” เขากระซิบกับนกพิราบเบาๆ แล้วมันก็บินออกจากห้องไป เนฟิเนเท่ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วเดินกลับห้องอย่างเดิม

++++++++++

ห้องเก็บไวน์
“อ้าว ส่งจดหมายเสร็จแล้วเหรอ? ได้เจอเนฟิลลี่(คิดเอง) รึเปล่าล่ะ เห็นจะไปส่งจดหมายเหมือนกัน” โครอาทักอย่างคุ้นเคย แต่เมื่อเห็นกัปตันตนนั่งลงอย่างเบื่อหน่ายพร้อมกับนกพิราบเจ้ากรรม มันส่งเสียงเบื่อหน่ายที่ต้องโดนยื้อไปยื้อมาโดยบุคคลอารมณ์บูดข้างหน้า

“เจอสิ”คาร์ลตอบอย่างไม่สบอารมณ์ เขายกขาขึ้นพาดบนโต๊ะ แสดงความหงุดหงิดอย่างชัดเจน“ก็เจ้านั่นน่ะ ข้าพูดด้วยก็โมโห ไม่รู้เป็นอะไรของมัน แค่ไปเกาะโอรานช้านิดช้าหน่อยไม่เห็นเป็นไรเลย ท่าทางแบบนั้นข้าไม่ชอบเลยซักกะนิดเดียว”คาร์ลบ่นออกมา พลางลูบเจ้านกแบบเคย

“อารมณ์เสียเยอะๆเดี๋ยวอายุสั้นหรอก”

“ช่างสิ”โจรสลัดหนุ่มลุกขึ้นเดินไปหยิบไวน์มาหนึ่งขวดจาก Wine cellar (ชั้นเก็บขวดไวน์) ที่เรียงอยู่รอบๆห้อง แต่ขวดไวน์ที่มี มีไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ เจ้ากัปตันเดินถอยหลังกลับไปที่โต๊ะเดิม แล้วหยิบที่เปิดไวน์ออกมา ดึงจุกไม้ก็อกออกอย่างชำนาญ

“จะดื่มหรอ?”

“อือ ขืนทิ้งไว้นานเดี๋ยวก็หมดอายุขัยกันพอดี” คาร์ลวางขวดไวน์ลงตรงขอบโต๊ะ “ตอนนี้ปล่อยให้มันหายใจก่อนสัก20นาทีแล้วกัน”

“ก็นะ คราวนี้มีแผนอะไรอีกล่ะ เห็นคุณสควาร์ทบอกมาว่าไปขอแผนที่โขดหินแถวๆนี้มา ความจริงข้าก็เห็นด้วยนะที่ไม่ควรทำ” คาร์ลปรายตามอง ...นี่จะมาห้ามอีกคนเรอะ... “ แต่ยังไงคุณสควาร์ทก็ต้องห้ามมาก่อนอยู่แล้วล่ะ ถ้าเค้าไม่สำเร็จแล้วข้าจะกล่อมเจ้าได้เรอะ?”โครอาหัวเราะพอเป็นพิธี ส่วนคาร์ลก็ยังทำหน้าสบายใจ

“เฮ้อ” เขาถอนหายใจยาว “ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าต้องอธิบายให้เจ้าเข้าใจจนปากชาซะแล้ว” คาร์ลเท้าคางบนโต๊ะ มองหน้าโครอาอยู่นาน “โครอา... ถ้าข้าจะถามอะไรเจ้าสักข้อ จะได้มั๊ย?”

“หือ”โครอามองคาร์ลงง พยายามรวบรวมสติ “ร้อยวันพันปีที่เราเป็นเพื่อนกัน เจ้าไม่เคยพูดอะไรทำนองนี้มาก่อนเลยนะ ข้าล่ะประหลาดใจจริงๆ เอ้า จะถามอะไรก็ถามสิ ข้าจะตอบให้”

“งั้นข้าถามล่ะนะ เจ้าว่าทำไมเจ้าเนฟิเนเท่ถึงอยากไปเกาะโอรานขนาดนั้น ในเมื่อที่นั้นไม่มีอะไร เป็นแค่เกาะที่มีจำนวนร้านค้ามากที่สุดแค่นั้นเอง เรื่องแค่ที่ว่า ข้าจะพาเจ้านั่นไปเกาะโอรานช้าแค่เนี๊ย”คาร์ลชูระยะห่างขอนิ้วชี้และโป้ง1นิ้ว “ทำไมเจ้านั่นต้องโมโหด้วย”

“บางที... เนฟิลลี่อาจจะมีเหตุผลสำคัญที่จะต้องไปเกาะโอรานก็ได้ บางที... เค้าอาจจะจำเป็นที่ต้องไปก็ได้ ใครจะรู้” โครอาเอ่ยเบาๆ เขานั่งลงข้างๆเจ้ากัปตัน “ในเรื่องบางเรื่อง...เราก็ไม่สามารถเข้าใจคนบางคนได้หรอกนะ”

++++++++++

“พี่เนฟิลลลลล”โดเวอร์ทำเสียงอ้อนเพราะคนข้างๆไม่ทำอะไรนอกจากอ่านหนังสือกับดูดชาเย็นอย่างสบายอารมณ์ ทำให้เด็กที่นั่งอยู่ใกล้ๆเริ่มฟิลล์ขาด

“หืมมมมม มีอะไร”เนฟิเนเท่ตอบกลับแบบไม่มองด้วยซ้ำ (น่าสงสารโดเวอร์ง่ะ)

“ก็... พี่เนฟิลไม่มาเล่นกับข้าเลยง่า คุยก็ไม่คุย อ่านหนังสืออยู่ได้” โดเวอร์พยายามลากเนฟิเนเท่ให้ไปเล่นกัน แต่สายตาของเนฟิเนเท่ก็มาคลาดเคลื่อนจากหนังสือแม้แต่มิลเดียว

“อืมม ไปเล่นกับพวกพี่ๆของเจ้าก่อนได้เปล่า? ข้ายุ่งอยู่ ตอนนี้กำลังสนุกอยู่พอดีเลย ตอนนี้พระเอกกำลังจะเจอผู้ร้ายแล้ว ถ้าไม่ได้อ่านตอนนี้จบ ข้าจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ๆ นะนะ ไปเล่นกับพวกพี่ๆก่อนได้มั๊ย?”

“อะไรง่ะ ก็สัญญาว่าจะเล่นด้วยกันนี่นา ขี้โกงอ่ะ ไม่ยอมนะ”โดเวอร์เริ่มร้องให้จนหยุดไม่อยู่ ส่วนเนฟิเนเท่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะทำให้เจ้าตัวน้อยหยุดร้องซะที เจ้าหัวขโมยพยายามงัดเอากลเม็ดพิชิตใจเด็กตั้งแต่ลูกอมไปจนร้องเพลงกล่อม

“เอ่อ โดเวอร์ ข้าไปเล่นด้วยแล้ว หยุดร้องให้ซ้าที แก้วหูข้าจะแตก”โดเวอร์หยุดชะงัด

“จริงนะ พูดจริงนะ” เนฟิเนเท่ผงกหัว1ครั้ง “เย้!!!! ไปเล่นกัน ไปเล่นกัน” โดเวอร์กระโดดเหยงๆไปรอบๆ ...ดูท่าเจ้าตัวจะดีใจมากเลย...

“คร้าบๆ ไปแล้วคร้าบบ”เนฟิเนเท่ตอบเอื่อยๆ ปิดหนังสืออย่างเบื่อหน่าย แล้วเดินตามโดเวอร์ไปเล่น “แล้ววันนี้ท่านจะเล่นอะไรล่ะคร้าบบบบบ”

“อืมมม...”โดเวอร์ใช้ความคิด “ เล่น...” สาทุ อย่าให้เล่นวิ่งไล่จับเลย

“วิ่งไล่จับบบบบบบบ” ... เหอๆ ไม่เห็นอยากเล่นเลย... “คราวนี้ผมเป็นคนไล่เอง พี่เนฟิลระวังให้ดี”

พอพูดเสร็จ โดเวอร์ก็กระโดดเข้ามาเตรียมจะจับ คราวนี้เนฟิเนเท่ได้แต่วิ่ง วิ่ง และวิ่ง ทางเดินที่ปกติจะเงียบ ไม่ค่อยมีคน แต่พอ2คนนี้มาวิ่งไล่จับกัน ทำให้เหมือนมีแผ่นดินไหวมาลงในเรือดังโครม โครม พวกลูกเรือที่อยู่บริเวณนั้นได้แต่ด่าทอไม่เป็นภาษา แต่ก็ไม่มีใครมาหยุดจนทั้ง2คนวิ่งผ่านห้องเก็บไวน์ซึ่ง... คาร์ลกับโครอากำลังคุยกันอยู่

++++++++++

“เฮ้ย!!!”คาร์ลรีบวิ่งไปที่หน้าห้อง หลังจากขวดไวน์ที่วางไว้ตรงขอบโต๊ะตกดัง เพล้ง อารมณ์ที่ดีขึ้นหลังจากการคุยกับโครอากลับบูดบึ้งอีกครั้ง “ไอ้บ้าที่ไหนมันมาวิ่งอยู่แถวนี้วะ? ใคร? ใครทำ?”คาร์ลตะคอกใส่ลูกเรือที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

พวกลูกเรือทุก ก็ต่างรู้ว่าคาร์ลเป็นคนอารมณ์ดี ไม่ค่อยถือโทษโกรธใคร เวลามีปัญหาก็สามารถแก้ได้อย่างรวดเร็ว เป็นคนรอบคอบ ทำอะไรวางแผนก่อน และแผนก็จะสำเร็จทุกครั้ง สามารถทำให้พวกลูกเรือเชื่อใจในเวลาไม่นาน ว่าง่ายๆก็คือ... เป็นกัปตันโจรสลัดที่ดีที่สุดในโลกนี้ก็ว่าได้ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่คาร์ลจะไม่ยกโทษให้ใคร และจะโมโหทุกครั้งที่เรื่องเกิดขึ้น แม้แต่คนโง่ก็จะไม่ทำอย่างนั้น คือการ... ทำขวดไวน์ที่คาร์ลสะสมแตก...

น่าจะเป็นเรื่องตลก เป็นที่ขบขันต่อลูกเรือ ถ้าใครมารู้เข้าคงจะหัวเราะจนท้องแข็ง แต่พวกลูกเรือที่อาศัยเรือลำนี้เป็นบ้านมาหลายเดือนต่างรู้ดี ว่าคนนี้ ถ้าโมโหเข้าล่ะตายหยังเขียด... ดีไม่ดีอาจจะเป็นศพถูกห่อหลับบ้านก็ได้...(เกินไปแล้วนะ)

++++++++++

“พอๆ ข้ายอมแพ้เจ้าแล้ว” เนฟิเนเท่วิ่งหนีจนหอบ เขาจึงมาพักเหนื่อยที่ห้อง อีกสักพักโดเวอร์ก็ตามมาในสภาพที่หอบพอกัน ทั้ง2นั่งพักเหนื่อยกันอย่างหมดแรง ทางด้านเนฟิเนเท่ก็เหนื่อยจนคอแห้งเป็นผง จนต้องควานหาน้ำมาดื่มแก้กระหาย ระหว่างนั้นคาร์ลกำลังสาวเท้ายาวๆของเขาไปหาเนฟิเนเท่หลังจากสืบสาวเรื่องราวและรู้ต้นเหตุของคนที่ทำให้ขวดไวน์สุดรักของตนแตกดังเพล้ง

“เนฟิเนเท่!!!”คาร์ลตะคอกชื่อของเจ้าหัวขโมยก่อนจะเปิดประตูซะอีก คนถูกเรียกเดินออกมาดู

“อ้าว มาทำ...” ยังไม่ทันจะพูดจบ กัปตันที่วัดอารณ์เดือดได้200กว่าเซลเซียสก็ดึงคอเสื้อของเนฟิเนเท่ขึ้นจนเจ้าตัวตกใจจนไม่ทันได้ป้องกันตัว “เจ้าทำอะ...”อีกครั้งที่พูดไม่ทันจบ คาร์ลก็ดึงคอเสื้อจนเขาอยู่ลอยเหนือพื้น

พวกโครอาเข้ามาสมทบกันในทีหลัง และเห็นเหตุการณ์ตอนที่คาร์ลกำลังดึงคอเสื้อของเนฟิเนเท่พอดี โครอาพยายามไกล่เกลี่ยอย่างสุดความสามารถ และพวกสมาชิคอีก10คนก็ทะยอยเข้ามาในห้อง ส่วนลูกเรือที่รู้เหตุการณ์กพยายามเล่าต้นเหตุของเรื่องให้บางคนที่ไม่รู้เรื่อง ปากต่อปาก ทำให้เรื่องนี้แพร่กระจายไปเป็นบทสนทนาที่ชวนลุ้นว่า เนฟิเนเท่จะเป็นหรือตายกันแน่

“เจ้ากล้าดียังไง? ถึงมาวิ่งแบบนั้น”คาร์ลตะคอกเสียงดัง ในตอนนี้ไม่มีใครห้ามได้แล้ว เพราะน็อตหลุดจนไม่ได้ยินคำอธิบายของโดเวอร์ซักคำ “เจ้ารู้มั๊ย? ว่า Chateau Mouton-Rothschild ปี92ขวดนั้นข้าเก็บมาตั้งนาน กว่ามันจะสุก(peak)ได้นะ” คาร์ลยังใส่ไม่หยุด

เอ๊ะ... ถ้าจำไม่ผิดนี่ Chateau นี่เป็นชื่อไวน์นี่นา (แถมดังอีกต่างหาก)

“คะ คาร์ล เอ่อ... ฟังข้าก่อนสิ ข้าขอโทษ คือ... ฟังข้าก่อนได้มั๊ย?”เนฟิเนเท่พยายามไกล่เกลี่ยเรื่องราว ทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่รู้อะไรมากนักและก็ยังงงไม่หายที่อยู่ดีๆเจ้าคาร์ลก็มาตะคอกๆใส่เป็นลูกคลื่นสึนามิถล่มภาคใต้...เอ้ย ถล่มเนฟิเนเท่ซะกระจุย

“ข้าไม่ฟัง!!!”กัปตันที่ปกติแสนจะใจดีและว่าง่ายเปลี่ยนเป็นคนละคน ด้วยความความโมโหที่ปะทุได้ที ทำให้คาร์ลกระแทกเนฟิเนเท่เข้ากับผนังอย่างจัง ข้าวของกระจุยกระจายไปทุกทิศทาง เนฟิเนเท่ครางเบาๆเพราะความเจ็บ บวกกับหายใจไม่ออก เพราะคาร์ลจับคอเสื้ออยู่

“คาร์ล!!! ข้าไปทำอะไรให้เจ้าต้องบุกเข้ามาในห้องแล้วมาอัดข้าอย่างนี้”เนฟิเนเท่เริ่มโมโหอีกคน เขาส่งหมัดเบาๆไปที่ท้องน้อยคาร์ล เพื่อตนจะได้หายใจออก

“ก็เจ้าน่ะ ...ข้า”ชายหนุ่มลุกขึ้นกุมท้องแล้ววิ่งมาเตรียมชนเนฟิเนเท่

แต่สมองที่ชาญฉลาดของเนฟิเนเท่พอจะเดาเรื่องออกแล้ว...แสดงว่าเราไปทำอะไรซักอย่างกับไวน์เจ้านั่นสินะ แสดงว่าไอ้ไวน์นั่นสำคัญมาก อ๊ะ ... หลังจากการประมวลผลอย่างรวดเร็วของมันสมองทำให้รู้ว่าเจ้าคาร์ลเอาจริงแน่ เนฟิเนเท่ควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าในตอนที่คาร์ลกำลังกุมท้องพอดี

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอมแดงวิ่งมาจะชกหน้าเจ้าหัวขโมยที่บังอาจทำขวดไวน์ของเขาแตก แต่เนฟิเนเท่กลับทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด( เพราะคิดไม่ทันต่างหาก) เขายื่นกล่องใบหนึ่งให้คาร์ล และสิ่งนั้นทำให้คาร์ลชะงัก

“อะไร?” เขารับไว้ ลองแกะมันดู และพบว่าข้างในเป็นขวดไวน์ที่ถูกห่ออย่างดี “นี่มัน...”คาร์ลยกขวดไวน์ขึ้นมาดูอย่างพินิจพิจารณาตั้งแต่ก้นขวดยันปากขวด ส่วนเนฟิเนเท่ยืนหวาดเสียวพร้อมกับพวกลูกเรือที่กำลังลุ้นว่าคาร์ลจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเป็นอย่างแรก

“นี่... ของเจ้ารึเปล่า?”เนฟิเนเท่พยักหน้าหงึกๆ ในตอนนี้ พวกลูกเรือรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะเตรียมสังเวียนทองให้คู่นี้ชกกันพร้อมแล้ว

“เจ้า... ให้ข้ารึ?” เขาพยักหน้าอีกครั้ง สีหน้าของคาร์ลก็ยังคร่ำเครียดเหมือนเดิม

“Chateau Mouton-Rothschild ปี82 ด้วย นี่มันแพงมากเลยนะ ตั้ง1000 กว่าเหรียญ (1เหรียญ-50บาท)” อยู่ดีๆคาร์ลก็โผเข้ากอดเนฟิเนเท่จนคนถูกกอดเกือบหายใจไม่ออก ท่าทางของคาร์ลเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ ดูเหมือนเจ้าตัวจะลืมว่าตัวเองโมโหจนขนาด ไม่มีใครกล้าท้าตายไปห้าม “แหม โทดทีแล้วกัน มาทำห้องของเจ้าเลอะเทอะออกขนาดนี้ เดี๋ยวข้าให้พวกลูกน้องช่วยเก็บให้นะ”คาร์ลเรียกลูกเรือให้มาจัดข้าวของให้เรียบร้อย ส่วนใหญ่ต่างก็งงกันทั้งนั้น

“ ส่วนมีปัญหาอะไรก็มาปรึกษากันได้ ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ ก็เพื่อนกันนี่ เอาเป็นว่า ลืมๆเรื่องที่ข้าเพิ่งทำเมื่อกี้ให้หมดไปเลยนะ พอดีข้าเข้าใจผิดไปหน่อย แต่ข้าขอบอกเลยว่าข้าไม่เคยรู้ว่าเจ้านิสัยดีขนาดนี้มาก่อน ข้าต้องประเมินเจ้าใหม่แล้วล่ะ”คาร์ลตีไหล่เนฟิเนเท่แปะๆ2ครั้ง

“อ่า... อือ มะ ไม่เป็นไร ข้า เอ่อ ไม่คิดอะไรหรอก”เนฟิเนเท่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เมื่อกี้ยังโดนเจ้าหมอนี่ซัดเข้ากำแพงซะเจ็บซี่โครงไปหลายซี่ ขอโทษนะเมอริเดียน... ไวน์หายากที่เจ้าฝากข้าซื้อ ข้าให้เจ้าบ้านี่ไปแล้วล่ะ หวังว่าจะไม่โกรธอะไรกันนะ เอาเป็นว่าอภัยให้ข้าด้วยนะ...

“อ้าว ไม่เป็นไรเหรอ ข้าว่าข้าอัดเจ้าไปแรงมากเลยนี่นา แต่ในเมื่อเจ้ายืนกรานว่าไม่เจ็บข้าก็ไม่ขัดข้อง แล้วตกลงนี่...”คาร์ลยื่นขวดไวน์มาใกล้ๆเนฟิเนเท่ “เจ้าให้ข้าจริงๆนะ”

... เหอๆ ถ้าไม่ให้ข้าก็ได้เป็นศพส่งกลับบ้านก่อนน่ะสิ...

“ใช่ ข้าให้เจ้าจริงๆ”

“อ้า... ถ้าเป็นอย่างนี้ขอข้าไปเก็บไวน์ก่อนนะ”คาร์ลพูดอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินออกจากห้องไป หลังจากที่คาร์ลเดินออกไปแล้ว เนฟิเนเท่ถึงกับเข่าอ่อน เหล่าฟาเรียน่ามุงส่งเสียงต่างๆนาๆ ทั้งเสียใจและร้องให้ พอเนฟิเนเท่เขาอ่อน โครอาก็รีบรุดเข้ามาดู

“เนฟิเนเท่ เป็นอะไรไปน่ะ?”

“เงิน... เงินตั้ง1145 เหรียญของข้า แล้วใครจะมาใช้คืนให้ล่ะ ให้เจ้าคาร์ลบ้างี่เง่าไปแล้วนี่นา ไอ้คาร์ลบ้า ข้าไปทำอะไรให้เจ้านะ”เนฟิเนเท่เตะขวดน้ำที่กลิ้งผ่านมาจนกระเด็นไปโดนใครบางคน (ตอนนั้นเนฟิลรีบเบือนหน้าหนี)

“อ่า ข้าว่าความปลอดภัยของเจ้าสำคัญกว่าเงินอีกนะ คิดดูสิ ถ้าโดนเจ้านั่นชก ไม่น่ามองนะ ดันไปกระตุ้นต่อมโมโหเอาได้”เนฟิเนเท่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แต่แล้วก็มีเสียงครูดยาวที่ดังไปทั่วเรือ ทำให้เป็นจดสนใจของลูกเรืออยู่สักครู่หนึ่ง แต่พอพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นร้ายแรง เสียงครูดคราดนั้นก็ถูกทำเป็นไม่สนใจ จนมีลูกเรือคนหนึ่งวิ่งมาสะดุดล้ม

ตึง ทุกสายตาต่างจ้องไปทีจุดกำเนิดเสียง

“โอ๊ย ขะ ขะ ขะ ขอโทษครับ คะ คือ คุณสควาร์ทให้ผมมาเรียกทุกคนโดยด่วนเลยครับ คุณสควาร์ทสงสัยว่าท้องเรือจะรั่ว”

++++++++++

พิมพ์มาจนจบตอนแล้ว บางคนคงจะสงสัยว่าไวน์ของคาร์ลกับของเนฟิเนเท่มันยี่ห้อเดียวกันนี่นา แต่ทำไมคาร์ลถึงดีใจขนาดนั้น คำตอบก็คือ ปีเก็บเกี่ยวไวน์ไม่เหมือนกันนี่เอง ไวน์ที่มีปีเก็บเกี่ยวต่างกันแค่ปีเดียวรสชาติก็ต่างกันราวฟ้ากับดินแล้ว มันก็ประกอบไปด้วยปัจจัยหลายๆอย่างทั้งคุณภาพขององุ่น ดิน อุณหภูมิ ปริมาณฝน อะไรทำนองนี้แหละ

เวลาจะดื่มไวน์ หลังจากที่ดึงจุกก็อกออกแล้ว ควรปล่อยให้ไวน์ได้หายใจเสียก่อน เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้น จะทำให้ไวน์เสียรสชาติที่แท้จริงไป90% ที่เหลืออีก10 คงทำให้คุณเสียเม็ดเงินไปฟรีๆ

อีกเรื่องหนึ่ง ไวน์ที่เนฟิเนเท่เก็บไว้ในกล่อง เนื่องจาก... เอ่อ ไวน์ที่มีอายุเก่าๆควรจะเก็บไว้ในตู้แช่ (ไม่งั้นมันจะเสีย)แล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้เนฟิเนเท่ไปเอาตู้แช่มาจากไหน ก็เอาอย่างนี้แล้วกัน ในกล่องนั้นมีคุณสมบัติคล้ายตู้แช่


โดย : กาแฟดำ
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook