บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> การแก้แค้นของดาริกา

เรื่อง : `การแก้แค้นของดาริกา

เรื่องสั้น
การแก้แค้นของดาริกา
Stillbreathing

“ช๊อควงการบันเทิง ดาริกา นางแบบนักแสดงชื่อดังเชือดข้อมือตายสยองคาห้องพัก”

“พบปมมรณะ ทั้งพัวพันรักสามเส้ากับนักแสดงหนุ่มเจ้าของฉายา นักล่าพรหมจรรย์ และทายาทเศรษฐีพันล้านผู้กำลังผันตัวเข้าสู่เส้นทางการเมือง ตำรวจยังไม่ปักใจว่าดาราสาวฆ่าตัวตายเอง เพราะค้นพบหลักฐานบางอย่างส่อเค้าฆาตกรรมอำพราง”

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 13.00 น. ร้อยตำรวจเอกอานุ พงษ์พรหมได้รับแจ้งจากนายสมคิด เนินกระโทก ผู้จัดการฝ่ายอาคารและสถานที่ของของพัชราภาเรสซิเดนท์ คอนโดสุดหรูแถวพระราม 3 ว่าเกิดเหตุฆ่ากันตายที่ห้องพักเลขที่ 69 ซึ่งอยู่ที่ชั้น 6 ของอาคารดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงสถานที่เกิดเหตุพบว่าเป็นห้องพักของนางสาว ดาริกา ราตรี นางแบบและนักแสดงสาวชื่อดังซึ่งเพิ่งจะมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับภาพถ่ายวิดีโอกิจกรรมลับเฉพาะระหว่างตนเองและทายาทไฮโซเผยแพร่ทางอินเตอร์เนตและหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้ สภาพศพของดาราสาว นอนเปลือยกายในอ่างน้ำ ตามใบหน้าและลำตัวมีรอยฟกช้ำ ลำคอมีรอยถูกรัด ที่ข้อมือถูกเชือดจนเส้นเลือดขาด โดยมีมีดโกนมรณะตกอยู่บนพื้น สันนิษฐานว่าตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ในห้องพักไม่มีร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด นายสมคิดในฐานะผู้รับผิดชอบอาคารและเป็นหนึ่งในผู้พบศพได้ให้การว่า ตนเองได้รับแจ้งจากผู้ที่พักอาศัยห้องข้างๆของดาราสาวว่าในตอนดึกของคืนที่ผ่านมา ห้องของดาราสาวได้มีการส่งเสียงดังรบกวนคล้ายการทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันของคนคู่หนึ่ง จึงเรียกให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอาคารไปจัดการ เมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจตราก็ไม่พบว่ามีเสียงอะไร และคืนนั้นก็มีเจ้าหน้าที่อยู่ยามเพียงลำพังคนเดียว ไม่สามารถละทิ้งเวรยามได้ตลอด ตนจึงได้ให้เจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ของอาคาร โทรขึ้นมาที่ห้องพักของดาราสาว แต่ไม่มีใครรับสาย ตนจึงเข้าใจว่า ดาราสาวคงไม่อยู่ในห้องพัก ในตอนเช้าของวันที่ 14 เพื่อนของดาราสาวได้โทรเข้ามาหา เมื่อไม่มีผู้รับ สายจึงโอนกลับมายังโอเปอเรเตอร์ ซึ่งเมื่อต่อกลับเข้าไปใหม่ ก็ยังคงไม่มีผู้รับอยู่เช่นเดิม จนเวลาประมาณ 11 โมง เพื่อนของดาราสาวที่อ้างว่ามาพบกันตามนัด ได้มาหาที่คอนโด แต่ไม่สามารถเข้าห้องได้ จึงมาแจ้งที่เจ้าหน้าที่อาคารเพื่อขออนุญาตขึ้นไป เพราะเห็นเป็นที่ผิดสังเกต ตนกับ รปภ.และเพื่อนของดาราสาวจึงขึ้นมายังห้องดังกล่าว หลังจาก เคาะประตูห้องอยู่นานก็ไม่มีเสียงขานรับ จึงถือวิสาสะไขกุญแจห้องเข้ามา และพบว่านักแสดงสาวเสียชีวิตแล้ว (อ่านต่อหน้า 16)

****************************************

“ผู้กำกับเรียกเราไปพบ บอกว่าเราเล่นเลิฟซีนแข็งทื่อเป็นสากกะเบือ เราโกหกไปว่าไม่ชิน แกเลยตั้งตนเป็นครูสอนให้ ใครกันนะเรียกแกว่าผู้กำกับจอมซาดิสท์ ช่างเป็นชื่อที่เหมาะเหม็ง แค่คืนเดียวแท้ๆ เล่นเอาเราระบมทั้งตัว” 2/8/45

“คุณเกี๊ยวเพิ่งกลับมาจากสวิส ซื้อนาฬิกาให้เป็นของขวัญ เราเลยแสดงความขอบคุณอย่างยกใหญ่ แย่หน่อยที่พอผ่านครั้งที่ 5 คุณเกี๊ยวก็หมดแรงเสียก่อน ต้องช่วยตนเองอีกตามเคย” 15/8/45

“จูบกับจิมมี่ ให้รสชาติดีมากๆ เก่งอย่างนี้นี่เล่า สาวๆถึงยอมพลีกายถวาย เรายังไม่เล่นด้วยหรอก ต้องหว่านเสน่ห์ให้โงหัวไม่ขึ้นก่อน” 5/9/45

“วันนี้จิมมี่เล่นนอกบท ผู้กำกับสั่งคัตแล้ว ยังไม่ยอมเลิก ต้องเกร็งขาแทบแย่ ดีนะที่มีผ้าห่มคลุม เลยไม่มีใครทันเห็น ผู้กำกับชมใหญ่ว่าเราเล่นได้ถึงอารมณ์ ถ่ายเสร็จเรากับจิมมี่พร้อมใจกันไม่กลับ อยู่ซ้อมบทเลิฟซีนกันต่อซะหนึ่งอาทิตย์เลย ” 17/9/45

ร.ต.อ.อานุปิดสมุดบันทึกหลังจากอ่านกลับไปกลับมาเป็นรอบที่สิบ เขาหยิบมันมาจากลิ้นชักหัวเตียงในตอนที่ตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาหลักฐาน สมุดบันทึกของดาริกา เต็มไปด้วยข้อความที่พาดพิงถึงบุคคลต่างๆ โดยเน้นหนักไปทางด้านกิจกรรมทางเพศที่แสนจะผาดโผน มองดูเผินๆเหมือนกับหล่อนเป็นหญิงสาวที่ฝักใฝ่ในเพศรส ซึ่งใช้การขีดเขียนบันทึกเป็นเพียงเพื่อต้องการระบายอารมณ์ความรู้สึกและแรงปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายในของตนเอง แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่ในบันทึกเล่มนี้คือความเจ็บปวดรวดร้าว และถึงแม้มันจะมีถ้อยคำที่เปิดเผยตัวตนของเจ้าหล่อนในเรื่องเซ็กส์อย่างโจ๋งครึ่ม แต่มันก็อาจจะเป็นหลักฐานชิ้นดีที่จะทำให้เขาสืบทราบได้ถึงสาเหตุการตายของหล่อน เขารำพึงในใจ มันจะเป็นอย่างไรหนอ หากบันทึกคาวสวาทชิ้นนี้มันตกไปอยู่ในมือนักข่าวผู้กระหายหิวกับเรื่องคาวๆของคนดัง คงจะทำให้เจ้าของหนังสือพิมพ์เล่มใดเล่มหนึ่ง หรืออาจจะหลายเล่ม ร่ำรวยเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมจากการขายข่าวครั้งนี้เป็นแน่

เขาสอดสมุดบันทึกลงในซองสีน้ำตาล และเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ชั่วโมงการทำงานในวันนี้ของเขาหมดลงแล้ว ค่ำนี้เขามีนัดกับหวานใจของเขา พราวมณี พรายพนา นักข่าวบันเทิงสาวแสนสวยผู้เป็นเพื่อนสนิทกับดาริกา ราตรีนั่นเอง



“ดาเป็นคนที่น่าสงสารมาก” พราวมณีเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น อานุเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เขานั่งเอนกายในอริยาบทสบายๆทว่าใบหน้าของเขากลับเคร่งขรึม ตรงข้ามคือหญิงสาวที่เขารัก คืนนี้เธอดูสวยเป็นพิเศษในชุดกระโปรงติดกันผ้าบางพลิ้วสีม่วงอ่อนซึ่งขับผิวขาวนวลของเธอให้ดูโดดเด่น ผมดกหนามัดเป็นมุ่นมวยตรงท้ายทอยส่งผลให้ใบหน้าของเธอดูหวานละมุนขึ้น แต่เพราะความหมกมุ่นอยู่กับคดีที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ จึงทำให้อานุไม่ทันสังเกตเห็น

“ชีวิตของดา ถูกคนเอาเปรียบมาตลอด” พราวมณีหยุดนิดหนึ่งเพื่อเรียบเรียงเรื่องราวแต่หนหลัง “ดาเป็นสาวเร็วกว่าใคร ความสวยของดาดึงดูดคนจำนวนมากให้เข้ามาหา และหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นนักกีฬารูปหล่อ ขวัญใจของสาวๆเกือบทั้งโรงเรียน ดาหลงรักเขามาก ยอมมอบกายให้กับเขา เพียงเพื่อที่จะถูกหักหลังในวันหนึ่ง ดาเจ็บปวดเจียนตาย และจากเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ดาเปลี่ยนไป”

เธอถอนหายใจก่อนจะกล่าวต่อ “ จากคนที่ร่าเริงสดใส และขี้อาย ดากลายเป็นคนที่กล้าขึ้น มั่นใจในตนเองมากขึ้น ช่วงหนึ่งดาใช้ชีวิตดุจนกน้อยในกรงทอง ถูกเลี้ยงดูอย่างเมียน้อย เมื่อผู้อุปการะดาตาย ดาไม่เหลืออะไรเลย คนบ้านใหญ่ไม่ยอมให้ดามีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์สินใดๆทั้งสิ้น ดาจึงต้องดิ้นรนจนกระทั่งได้เข้าสู่วงการบันเทิง และอย่างที่เห็น ดาเสียผู้เสียคน ใช้ชีวิตเหลวแหลก วงการนี้ได้กลืนความเป็นคนดีของดาไปเสียสิ้น ”

อานุบีบมือของสาวคนรักอย่างปลอบโยน เขารับรู้ถึงความเสียใจที่พราวมณีมีต่อการจากไปของเพื่อนรัก เขายังจำได้ดีถึงวันแรกที่เขาได้เจอกับดาริกา พราวมณีเป็นฝ่ายแนะนำให้เขาได้รู้จักกับนางแบบสาวซึ่งกำลังไต้เต้าเข้าสู่วงการบันเทิง บุคลิกลักษณะของหล่อนเมื่อ 2 ปีก่อนเป็นสาวสวยที่เปี่ยมล้นด้วยความมั่นอกมั่นใจ หล่อนดูเซ็กซี่และยั่วยวน แต่ก็ดูเปราะบางอ่อนไหว ในขณะที่คนรักของเขาออกจะห้าวๆ เขาได้เห็นความอ่อนโยนและความผูกพันที่ทั้งคู่แสดงต่อกัน มันทำให้เขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ตัวตนของดาริกาที่ได้พบเห็นช่างแตกต่างกับคนที่ตกเป็นข่าวลืออื้อฉาวราวฟ้ากับเหว

“ดาเขาไปดีแล้วล่ะนะ เขาหมดเวรหมดกรรมไปแล้ว เพื่อนขอพราวเจ็บปวดมามาก บางทีการที่เขาลาจากโลกนี้ไป อาจเป็นหนทางในการหลีกหนีจากความทุกข์ยากที่ดีที่สุดสำหรับเขา พราวครับ ในฐานะที่ผมเป็นผู้ดูแลคดีนี้ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ดา ไม่ว่าผลจะออกมาว่าเป็นการฆาตกรรม หรือ ฆ่าตัวตายเองก็ตาม” เขาให้ความมั่นใจกับเธอ หญิงสาวพยักหน้า นัยน์ตาของเธอรื้นไปด้วยน้ำตา ใจกระหวัดรำลึกไปถึงวันที่ได้พบเห็นศพของเพื่อนรักที่คอนโดสุดหรูของดาริกาในตอนสายของวันนั้น หญิงสาวปิดเปลือกตาลง เธอบอกกับตัวเองในใจว่า มันถึงเวลาแล้วที่โลกจะต้องได้รับรู้ถึงความใจโฉดชั่วของมนุษย์ คนที่บีบคั้นจนดาริกาต้องตายจะต้องได้รับผลกรรมที่ตนเองก่อขึ้น และสังคมจะต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยกับความผิดพลาดของดาริกา

**************************************************

อานุนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนเอง เบื้องหน้าเขาคือ สถาปนา หรือ เกี๊ยว วัชรสิทธิชัย ทายาทเศรษฐีพันล้านซึ่งมีข่าว
พัวพันฉาวโฉ่กับดาราสาว โดยเฉพาะวิดีโอเรตเอ็กซ์ของเขาและหล่อนถูกนำไปอัดสำเนาเผยแพร่ขายทั่วประเทศ ตกเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับนานนับสัปดาห์

“ผมไม่รู้ไม่เห็นเรื่องการตาย ของดาทั้งสิ้น คุณกล่าวหาอย่างนี้ ผมจะฟ้องคุณ คุณไม่รู้หรือว่าผมเป็นใคร” สถาปนา ตะคอกใส่ เขารู้สึกฉุนเฉียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง เรื่องร้ายต่างๆถั่งโถมเข้ามาจนเขาแทบจะตั้งตัวไม่ติด สถานการณ์ที่เขาคาดไว้ว่าจะทำให้เขาเป็นต่อทางการเมือง กลับพลิกผันโดยที่เขาเป็นผู้เพลี่ยงพล้ำ

“ใจเย็นๆสิคุณสถาปนา ผมไม่ได้เชิญคุณมาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ในฐานะที่ผมรับผิดชอบคดีนี้อยู่ ก่อนที่ผมจะสรุปคดีให้กับผู้ใหญ่ ผมจะต้องหาความเป็นไปได้ถึงสาเหตุการตายของดาริกา จริงอยู่แม้ว่ารูปการณ์มันจะบ่งชี้ว่าหล่อนฆ่าตัวตาย แต่จากสภาพศพที่ถูกทุบตีจนบอบช้ำมันทำให้สงสัยว่าอาจจะเป็นการฆาตกรรม....” เขาแย้มพรายเป็นการหยั่งท่าที สถาปนาแค่นหัวร่อ

“แล้วคุณก็เลยมาสืบค้นเอาจากคนที่มีข่าวพัวพันกับเขางั้นสิ นี่คุณตำรวจ ผมเสียเวลามามากแล้ว และผมมีเรื่องต้องทำอีกมากมาย ผมบอกว่าไม่เกี่ยวก็หมายความว่าไม่ได้มีส่วนเอี่ยวใดๆทั้งสิ้น”

“แต่เธอเอ่ยถึงชื่อคุณในบันทึกเล่มนี้” เขาชูสมุดบันทึกขึ้น แต่สิ่งที่ยื่นไปตรงหน้าของสถาปนาคือกระดาษ เอ 4 ซึ่งเป็นสำเนาจากบันทึกเล่มดังกล่าว “ขอโทษที่ไม่สามารถให้อ่านจากตัวจริงได้ เพราะผมอาจจะใช้มันเป็นหลักฐานในการเอาผิดกับคนร้าย” เขากล่าวเสียงเข้มและจ้องคนตรงหน้าไม่วางตาราวกับจะหยั่งลึกลงไปให้ถึงภายในจิตใจของเศรษฐีหนุ่ม สถาปนากระชากกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน ข้อความที่ปรากฏเป็นลายมือของดาริกา ซึ่งเขาจำได้ดี เกริกพลอ่านข้อความแรก

“คุณเกี๊ยวขอร้องให้เรายอมถ่ายวิดีโอตอนมีอะไรกัน เขาบอกว่ามันช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้คึกคัก และเขาอยากเก็บความทรงจำที่ดีกับเราไว้ เราเองก็ไม่น่าเห็นแก่แหวนไพลินล้อมเพชร หนัก 5 กะรัตวงนั้นเลย ต้องมาเปลืองเนื้อเปลืองตัวถ่ายทุกท่าทุกมุมอย่างกับเป็นนางเอกหนังเอ็กซ์ก็ไม่ปาน อดสูตัวเองสิ้นดี” 22/9/45

“คุณเกี๊ยวเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป ไม่ค่อยให้เงินใช้เหมือนเคย แถมซ้ำดุด่าว่ากล่าวทำตัวเหินห่าง โทรไปก็ไม่รับสาย อ้างนั่นอ้างนี่ แล้วยังไปมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับนังนักร้องลูกครึ่งอีก ทนไม่ไหว ต้องทำให้รู้สำนึกเสียบ้าง หลังจากนั้นค่อยบอกเลิก” 30/10/45

“ไม่น่าเชื่อว่าเราจะถูกคุณเกี๊ยวแบล็คเมล์ วิดิโอม้วนนั้น คุณเกี๊ยวใช้ข่มขู่ให้เราเลิกตอแย เขาไม่ต้องการคบกับเราอีกต่อไป เขาตบเราด้วย เขาด่าว่าเราเป็นตัวซวย และจะเอาวิดิโอนั้นไปให้นักข่าวเพื่อทำลายชื่อเสียงของเรา เราจะทำอย่างไรดี เขาขู่จะฆ่าเราด้วย หากเราแฉเขากลับ” 14/11/45

สถาปนาเงยหน้าขึ้นมามองอานุ ก็พบสายตาที่มองกลับมาอยู่ก่อนแล้ว หน้าของสถาปนาซีดขาวแล้วแดงสลับกันก่อนจะเปลี่ยนเป็นถมึงทึง เขาส่งเสียงคำราม ยามที่เขาโกรธ ใบหน้าขาวตี๋ของเขากลับดูบิดเบี้ยวอย่างไรชอบกล

“ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่านังนั่นมันจะเขียนเรื่องแบบนี้ขึ้นมา แต่คุณจะเอาหลักฐานเลื่อนลอยนี่มาปรักปรำผมไม่ได้หรอกนะ เพราะผมไม่ได้ฆ่านังนั่น แค่ไปยุ่งด้วยก็ซวยตายห่_แล้ว” เขาชะโงกข้ามโต๊ะมาจ้องอานุตาถลน อานุไม่หลบ จ้องตอบเงียบๆ ท่าทางเรียบเฉย แต่เอาเรื่องของอานุทำให้สถาปนาอึ้ง พูดไม่ออก เขาขมกรามเป็นสันนูน เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันพูด

“ โอเค เพื่อให้เรื่องมันง่ายขึ้น ผมจะบอกคุณให้หมด คุณจะได้เลิกยุ่งกับผมเสียที ก็อย่างที่คุณได้รู้จากไอ้หนังสือพิมพ์เฮงซวยเหล่านั้นแหละ ผมถ่ายวิดีโอเซ็กส์ระหว่างผมกับเขา แล้วมันเสียหายอะไรล่ะ ในเมื่อมันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะขู่หรอก แต่ยัยนั่นก็ตามราวีผมทุกวัน คุณน่าจะเข้าใจ ผมกำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้ง การมีเรื่องชู้สาวจะทำให้ผมมีแต่เสื่อมความนิยม ผมก็เลยตัดสินใจบอกเลิก แม่นั่นก็ยังไม่ยอมเข้าใจ ผมเลยยกเรื่องนี้ขึ้นมาแบล็คเมล์ก็เพราะว่าต้องการให้ดาริกาเลิกตามตื้อผม ใครจะไปรู้ว่าวิดิโอนั่นจะหลุดลอดออกไปถึงพวกหนังสือพิมพ์ เครื่องมือของผมมันย้อนมาทำร้ายผมเอง คุณว่าผมไม่เจ็บปวดหรือ” เขาระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่

“ผมปวดหัวมากๆกับผู้หญิงคนนี้ ไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย เห็นสวยๆทำเป็นซื่อใสไร้เดียงสาอย่างนั้น ใครจะรู้ว่างูพิษดีๆนี่เอง ผมอาจจะอยากฆ่าเขา แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้แน่ ปัญหาเดียวยังแก้ไม่ตก ผมจะเพิ่มปัญหาให้ตัวเองอีกทำไม สิ่งเดียวที่ผมต้องการทำตอนนี้ก็คือหาตัวไอ้คนที่มันเอาวิดิโอนั่นไปเผยแพร่ ผมกะจะฟ้องพวกมันกราวรูดเลย คอยดู”

อานุมองหน้าทายาทเศรษฐีหนุ่มนิ่งนาน เป็นไปตามที่เขาคิด เขาไม่ได้สงสัยนายสถาปนาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะจากข้อมูลที่เขาได้รับมา สถาปนาเป็นประเภทดีแต่ปาก ไม่กล้าสู้คน ถึงแม้เขาจะมีพ่อที่ร่ำรวยและมีอิทธิพล แต่เขากลับเก่งกล้าไม่ได้ครึ่งหนึ่งของผู้เป็นพ่อ หากเขาไม่ได้เป็นลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐีและนักการเมืองผู้กว้างขวางแล้ว เขาคงไม่สามารถทำตัวกร่าง ข่มขู่คนอื่นได้ถึงเพียงนี้ การที่เขาเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ก็เพื่อต้องการทดสอบทฤษฎีของเขานั่นเอง ชายหนุ่มขีดเขียนบันทึกลงไปในแฟ้มที่กางอยู่ เสร็จแล้วจึงปิดแฟ้มลง เป็นการยุติการสนทนา

“เอาล่ะ ผมคงจบการสอบปากคำเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับที่ให้ความร่วมมือ ข้อมูลของคุณนับว่าเป็นประโยชน์ อย่าโกรธตำรวจเลยครับ มันเป็นกระบวนการยุติธรรมที่เราต้องใช้ให้เสมอภาคกัน” เขายิ้มให้แต่สถาปนาไม่ยิ้มตอบ เขาลุกขึ้นยืน และชี้หน้าอานุ “รอให้ผมเป็นส.ส.ก่อน คุณเสร็จแน่”

“ผมจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งเต็มที่เลยครับ” เขาตอบกลับก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างกับเจอเรื่องที่ชวนขำเมื่อลับร่างของนายสถาปนาผู้ฝันจะยิ่งใหญ่ดุจเดียวกับผู้บังเกิดเกล้า แต่บารมีไม่ถึงพอ แถมซ้ำดวงยังซวยอีกต่างหาก “ขอให้คุณรอดพ้นจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมเถอะ”

*******************************************

พราวมณีบิดตัวด้วยความเมื่อยขบ หลังจากขดตัวนอนอยู่ในรถตู้มาร่วม10 ชั่วโมง เมื่อวานนี้เธอได้รับมอบหมายจากหัวหน้ากองบรรณาธิการให้นั่งรถตู้มาพร้อมกับช่างภาพขึ้นมาเชียงใหม่เพื่อมาทำข่าวการเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องใหม่ของภาคย์ ผู้กำกับจอมซาดิสท์ ซึ่งครั้งนี้เป็นการร่วมทุนสร้างระหว่างไทยกับฮ่องกง โดยมีดาราหนุ่มลูกครึ่งชาวไทยคือ จิมมี่ ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นผู้แสดงนำ ร่วมกับอภัสดา นักร้องสาวผู้หันมาเอาดีกับการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก

กองถ่ายเลือกโลเกชั่นที่ดอยสุเทพเป็นฉากที่หนึ่ง ขณะที่พราวมณีไปถึงนั้น เป็นช่วงพักกองถ่ายพอดี นักแสดงแยกย้ายกันไปทานข้าวหรือซ้อมบทตามมุมต่างๆ หลังจากพราวมณีให้ตากล้องถ่ายบรรยากาศในกองถ่ายจนได้ภาพที่ต้องการแล้ว พราวมณีก็มองหาเป้าหมายที่เธอจะทำการสัมภาษณ์ ที่ซุ้มอาหาร ชายร่างอ้วนเตี้ยหัวล้านใส่เสื้อยืดสีเขียวกางเกงขายาวลายทหารกำลังยืนชิมอาหารจากแม่ครัวชาวเหนือซึ่งผู้จัดการกองถ่ายได้จัดหามาเพื่อเอาใจนักแสดงที่อยากทานอาหารพื้นเมือง พราวมณี เดินลิ่วเข้าไปหา

“สวัสดีค่ะ พี่ภาคย์ วันนี้พราวได้รับมอบหมายให้มาทำข่าวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของพี่ พี่พอจะมีเวลาสัก 10 นาทีพอจะให้สัมภาษณ์ได้มั๊ยคะ” เธอทำเสียงหวานอ้อนออด

“โอ๊ยทำไมจะไม่ได้ล่ะ” ภาคย์โปรยยิ้มหวานเยิ้มให้พราวมณี และเริ่มพล่ามน้ำลายแตกฟองถึงหนังเรื่องใหม่ที่ตนกำกับ ระหว่างนั้นพราวมณีก็ให้ช่างภาพถ่ายรูปตนกับภาคย์ไปด้วย เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ พราวมณีให้ช่างภาพพักทานข้าว ส่วนเธอขอคุยกับภาคย์สักครู่

“เมื่อไหร่พราวจะยอมใจอ่อนมาเล่นหนังเป็นนางเอกให้พี่เสียที สวยอย่างนี้รับรองพี่ปั้นจนดังระเบิดแน่” เขาชักชวน แววตากรุ้มกริ่ม หญิงสาวหัวเราะ

“ไม่เอาหรอกค่ะ พราวไม่อยากดังแบบ ดา ” เธอจงใจเน้นคำ ภาคย์ผงะไปนิดหนึ่ง แต่ก็กลบเกลื่อนด้วยสีหน้าโศกเศร้ามองยังไงก็ดูเหมือนกับเป็นการเสแสร้ง “พี่ได้ข่าวเขาแล้ว เสียใจเหมือนกัน เขาไม่น่าคิดสั้นเลยนะ ดวงกำลังขึ้นแท้ๆ”

“เขาคงเสียใจที่ใครๆก็หาประโยชน์จากเขาน่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่ง ดาคงน้อยใจที่พี่เปลี่ยนตัวนักแสดงจากเขาไปเป็นนักร้องลูกครึ่ง หลังเหตุการณ์วิดิโออัปยศนั่น ” เธอลอบสังเกตสีหน้าของภาคย์ไปพร้อมๆกัน ผู้กำกับจอมซาดิสก์หน้าแดงก่ำระล่ำระลักพูด

“พี่ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนตัวหรอก เพราะดาเขาก็เล่นหนังเก่ง แต่ผู้อำนวยการสร้างน่ะสิ เขาไม่ยอม เขาเป็นห่วงหนังของเขา การเอาดาราที่มีเรื่องฉาวโฉ่มาแสดงอาจจะทำให้หนังของเขาพัง ดาก็เลยต้องถูกปลดออกกลางครัน พี่รู้ว่าเขาเสียใจแต่พี่ก็พยายามชดเชยให้กับเขานะ”

“ด้วยการไปปลอบโยนเขาถึงอพาร์ตเมนต์ในคืนวันที่ 13 ก.พ.ใช่ใหมคะแล้วพี่เอาของขวัญวาเลนไทน์อะไรไปให้เขาล่ะ คงจะไม่ถูกใจดาถึงฆ่าตัวตาย”

ภาคย์ตาเหลือก รีบคว้าแขนของพราวมณีเดินหลีกไปตรงที่ปลอดผู้คน “อย่าเที่ยวพูดสุ่มสี่สุ่มห้านะพราว หาเรื่องให้พี่เป็นผู้ต้องหาแล้วไหมล่ะ ทำไมพราวถึงคิดว่าพี่อยู่กับเขาล่ะ”

“คืนนั้นพราวโทรไปหาดาเพื่อชวนออกมาทานข้าวด้วยกัน เห็นเขาเหงาๆ แต่เขาปฏิเสธ บอกว่าเขานัดกับพี่ไว้ พี่เป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเขาในคืนนั้น พี่นอนกับดาด้วยใช่ไหม?”เธอจ้องหน้าเขาอย่างคาดคั้น ภาคย์ตั้งท่าจะปฏิเสธแต่แล้วก็เปลี่ยนใจพยักหน้า พราวมณียิ้มเยือกเย็น ในจิตประหวัดไปถึงคำปรารภของดาที่มักจะเล่าให้เธอฟังเสมอเมื่อมีเรื่องทุกข์ใจ

“ดาโดนหักหลังนะพราว ไอ้ผู้กำกับตัวแสบมันหันไปปั้นดาราใหม่ ทั้งๆที่ดายอมนอนกับมันฟรีๆเพื่อแลกกับการได้เล่นบทนี้ แต่มันก็กลับเขี่ยดาทิ้งง่ายๆ ดาเจ็บใจมากเลยนะ พราวคอยดูนะถ้ามีโอกาสดาจะแก้แค้นพวกมันให้สาสม”

“จากการชันสูตรพบอสุจิในช่องคลอดของดา แสดงว่าต้องมีคนอยู่กับดาในคืนวันที่ 13 ซึ่งคนๆนั้นมีการร่วมเพศกับดาก่อนที่จะตาย นอกจากนี้เพื่อนข้างห้องและยามยังให้การตรงกันว่า คืนนั้นมีเสียงทะเลาะตบตีกันออกมาจากห้องของดาด้วย ตอนนี้ตำรวจกำลังสืบค้นว่าใครคือคนๆที่อยู่กับดาในคืนนั้น อีกไม่นานพี่คงจะถูกเรียกไปสอบปากคำ คราวนี้พวกขาเม๊าท์ช่างนินทาทั้งหลายคงมีเรื่องพูดคุยสนุกปากไปอีกหลายวัน แต่มันอาจจะเป็นผลดีกับหนังของพี่นะ เพราะเท่ากับไม่ต้องเสียค่าโฆษณาใดๆหนังก็ดังได้” พราวมณีจงใจพูดไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงในการสร้างภาพยนตร์ เพื่อตอกย้ำความกลัวให้เกิดขึ้น ไม่มีผู้กำกับคนใดหรอกที่ปรารถนาให้หนังที่ตนเองทำมันขึ้นมาประสบกับความหายนะ ซึ่งคำพูดของเธอได้แสดงผลอันทรงพลังออกมา ภาคย์ทรุดตัวลงนั่งชันเข่ากับพื้น ใช้มือทั้งสองข้างปิดใบหน้า ภาพของผู้กำกับจอมโหดแทบไม่เหลือเค้าให้เห็น นานนับ 10 นาทีที่ภาคย์นั่งนิ่ง พราวมณีนั่งลงข้างๆเขา และรอคอยอย่างอดทน ครู่หนึ่งภาคย์ก็เปิดปากพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

“พี่อยู่กับเขาจริง และนอนกับเขา แต่พี่ไม่ได้เป็นคนฆ่า เขา เราไม่ได้แม้แต่จะทะเลาะกันด้วยซ้ำ คืนนั้นพี่ไปหาดา 2 ทุ่มตามนัด เราออกไปทานข้าวด้วยกัน แล้วก็กลับมาที่ห้องของดา เพื่อที่เราจะได้ทำอะไรพิเศษร่วมกันอย่างเคย พี่ขอบอกอย่างไม่อายเลยนะ ว่าดากับพี่มีรสนิยมทางเพศที่รุนแรง พี่เริ่มลงมือทุบตีดา ยิ่งตี เขาก็ยิ่งกรีดร้องครวญครางอย่างมีความสุข พี่พลั้งมือใช้สายหนังรัดคอเขาแน่นเกินไปตอนที่ให้เขาเป็นม้าพยศ แต่มันก็แค่นั้น มันไม่ได้ทำให้เขาถึงตาย พี่ออกจากห้องนั้นตอนเที่ยงคืน เขายังหลับบนเตียงอยู่เลย”

มีเสียงกริ๊กดังขึ้น เป็นเสียงดีดตัวของเทปเสียงยามที่มันทำงานไปจนถึงเนื้อเทปสุดท้าย ภาคย์ปากค้าง จ้องพราวมณีอย่างตื่นตระหนก หญิงสาวแกะเทปจากเครื่องบันทึกขนาดจิ๋วในกระเป๋าของเธอใส่กล่องเก็บไว้

“อย่ากลัวเลยค่ะ พี่ภาคย์ เทปนี้ไม่สามารถจะระบุได้ว่าพี่ฆาตกรรมดาหรือไม่ แต่มันจะเป็นหลักฐานชั้นดีที่จะส่งไปยังภรรยาผู้อำนวยการสร้างจอมขี้หึงของพี่ที่เขี่ยดาออกจากหนังเรื่องนี้” เธอเว้นจังหวะก่อนจะล้วงจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา “แต่มันจะไม่ทำอันตรายใดๆกับพี่เลย หากพี่ยินยอมอ่านจดหมายฉบับนี้ของดาและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”

พราวมณียื่นมันให้เขา ภาคย์รับมาอ่านแล้วตีสีหน้าลำบากใจ “ดาขอร้องให้พี่ปลดจิมมี่และอภัสดาลาออกจากหนังเรื่องนี้ ขืนทำแบบนั้น 2 คนนั่นต้องเอาพี่ตายแน่ๆ อย่างนี้มันแบล็คเมล์กันชัดๆนี่”
หญิงสาวยักไหล่ “พี่ภาคย์เลือกเอาแล้วกัน ว่าอยากจะทำหนังเรื่องนี้ต่อหรือเปล่า เทปนี้ดาจะเก็บไว้ก่อน พี่เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็มาบอกแล้วกัน พราวก็จะทำลายมันทิ้ต่อหน้าพี่เอง” พราวมณีลุกขึ้นยืนก็พอดี จิมมี่เดินเข้ามายังคนทั้งสอง เขายิ้มทักทายอย่างคนรู้จักกัน พราวมณีเคยสัมภาษณ์เขาตอนเข้าสู่วงการใหม่ๆ เธอยิ้มหวานให้ก่อนส่งจดหมายซองหนาหนักให้เขาหนึ่งซอง “ของขวัญวันสิ้นลมของดาริกา เขาฝากมาให้คุณ” เธอกระซิบก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังอภัสดาที่กำลังให้ช่างแต่งหน้าทำสวยอยู่ จิมมี่ส่งสายตาที่เป็นคำถามมายังภาคย์ แต่ผู้กำกับจอมโหดซึ่งบัดนี้ได้ลุกขึ้นยืนเรียบร้อยแล้วไม่ยอมตอบกลับเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง หนุ่มลูกครึ่งมองตามด้วยความสงสัยว่าอะไรที่เป็นต้นเหตุให้ผู้กำกับที่ได้ชื่อว่าดุดันคนนี้มีทีจ๋องๆให้กับยายนักข่าวสาวนั่น เขาหยิบซองมาเปิดดูพลางคิดด้วยความสงสัยว่าดาริกาฝากอะไรไว้ให้ แล้วเขาก็ได้คำตอบที่ทำเอาหน้าซีดเผือด ไม่ต้องดูทั้งหมดก็รู้ว่ามันเป็นภาพถ่ายลับเฉพาะระหว่างเขากับสันต์กระเทยเฒ่า อดีตแมวมองและผู้จัดการส่วนตัวที่เคยปลุกปั้นเขาให้โด่งดัง ภาพเหล่านั้นถูกถ่ายมานานแล้วในสมัยที่เขาเพิ่งเข้าสู่วงการใหม่ๆ ตอนนั้นเขายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ตนเองโด่งดัง แม้จะต้องทนรับสภาพการเป็นสามีของกระเทยเฒ่าก็ตาม เขาถีบหัวสันต์ทิ้งทันทีที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง สันต์คงแค้นเขามากเลยเก็บรูปที่ถ่ายกันเล่นๆพวกนี้เอาไว้ แต่ภาพพวกนี้มาอยู่ที่ดาริกาได้อย่างไร หล่อนรู้จักกับสันต์ตั้งแต่ตอนไหน ทำไมเขาไม่เคยรู้เรื่อง หรือว่านี่เป็นการที่หล่อนกับสันต์รวมหัวกันแก้แค้นเขา จริงสิ ดาริกามาหาเขาเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา บอกว่าตั้งท้อง แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าเด็กเป็นลูกของเขา หล่อนเป็นผู้หญิงที่ฟรีเซ็กส์ เป็นที่รู้ดีในวงการบันเทิงว่าหล่อนพร้อมใจจะออกไปกับทุกคนที่พอใจ พ่อของลูกในท้องหล่อนอาจจะเป็นใครสักคนที่หล่อนไปนอนด้วยนั่นแหละ ซึ่งแน่นอนต้องไม่ใช่ผู้ชายที่เชี่ยวชาญการป้องกันตัวจากอุบัติเหตุไม่คาดฝันแบบนี้อย่างเขา หากจะคิดไปอีกแง่หนึ่ง ถ้าหล่อนต้องการแก้แค้น ทำไมถึงให้เพื่อนเอารูปมาให้เขาล่ะ หล่อนต้องการจะบอกอะไรกับเขากันแน่ะ เขาพยายามนึกถึงเรื่องราวต่างๆระหว่างเขากับหล่อนอย่างรวดเร็ว แล้วเขาก็ตกใจกับความคิดที่จู่ๆก็ผุดขึ้นมาในหัว

“มันผิดด้วยหรือที่ดาอยากจะมีชื่อเสียงโด่งดัง ดาอยากจะมีเงิน อยากมีบ้าน มีรถ ดาจึงต้องทำทุกอย่าง จิมมี่ล่ะ ไม่เคยทุ่มเทเพื่อสิ่งที่ต้องการเลยหรือ” หล่อนเคยย้อนถามเขา เมื่อตอนที่เขาเอ่ยถึงอดีตของหล่อนกับผู้ชายที่ผ่านมา โดยเขาใช้มันเป็นข้ออ้างในการที่จะชิ่งหนีจากหล่อน นี่เองสิ่งที่หล่อนได้แก้แค้นเขาอย่างสาสม คือการได้ให้โอกาสเขาสำนึกถึงสิ่งที่เขาเคยดูถูกเหยียบหยามหล่อน เพราะทั้งหมดนั้นเขาก็เคยทำมาแล้วทั้งสิ้น เพราะความอยากได้อยากมีในชื่อเสียงซึ่งเป็นภาพลวงตาเหล่านั้น เขาจึงยอมแลกศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขาเพื่อมัน ยอมทำในสิ่งที่เห็นว่าเป็นเรื่องน่าละอาย เมื่อไม่คิดว่าใครจะล่วงรู้ เขาก็เลยลืมเลือนไม่เคยคิดถึงมัน ไม่น่าเชื่อภาพเก่าๆเหล่านี้กับคำพูดของหล่อนไม่กี่คำกลับย้อนมาทิ่มตำให้เขารู้สึกเจ็บปวด จิมมี่ยัดรูปถ่ายทั้งหมดไส่ไว้ในกระเป๋าหลัง และเดินอย่างเซื่องซึมไปยังที่นั่งซึ่งถูกจัดให้เฉพาะสำหรับนักแสดงนำอย่างเขา ลืมความตั้งใจที่จะมาปรึกษาบทกับผู้กำกับเสียสิ้น

********************************************************

“ไอ้นักข่าวจอมสะเออะ หน้าตาเหมือนหมาเน่า หนอยแน่ะจะเคลมสวาทเรา แลกกับการเลิกตามราวี ให้มันแฉไปเถอะ เราไม่แคร์มันหรอก ใครจะไปเชื่อมัน เขารู้กันทั้งนั้นมันชอบขอของฟรี ”1/7/75

“ไอ้นักข่าวบ้านั่นก็ตามสอดแนมเราไปทั่ว คราวนี้มันดันไปขุดคุ้ยข่าวที่เราเคยทำแท้ง และเคยมีเสี่ยลี้ยงโชคดีที่มันยังหาหลักฐานแน่ชัดไม่ได้ แต่เราจะไม่ประมาทเป็นอันขาด เพราะถ้าพลาดเราอาจได้รับความเสียหาย” 1/10/45

อานุอ่านทบทวนข้อความเหล่านั้นไปมา ยังมีอีกหลายคนเข้ามามีบทบาทในชีวิตของดาริกา เขาใช้ปากกาเมจิกขีดวงกลมล้อมชื่อๆหนึ่งในกระดาษเอ 4 มันเป็นคอลัมน์ซุบซิบชื่อเบื้องลึกดารา ได้มาจากเว็บไซด์ของหนังสือพิมพ์ Daily Express เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวอื้อฉาวเกี่ยวกับพฤติกรรมของดาราที่มั่วยา ฟรีเซ็กซ์ และเป็นเกย์ ซึ่งผู้เขียนได้บรรยายภาพเป็นฉากๆเหมือนได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์ ลูกน้องที่เขาให้ไปหาข้อมูลได้ถ่ายสำเนาเฉพาะข่าวที่โจมตีเกี่ยวกับดาริกามาให้ และยังสืบรู้มาว่าคนที่เขียนคอลัมน์นี้เป็นนักข่าวชื่อโอภาส เป็นคอลัมนิสต์ปากจัดที่ใช้ชื่อนามปากกาว่า “มาหยารัศมี” ในการเขียนข่าวโจมตีคนอื่น นายคนนี้ชอบขอนอนกับดาราสาวๆเพื่อแลกกับการเขียนเชียร์ คนไหนยอมก็จะถูกยกยอจนโด่งดัง หากปฏิเสธก็จะถูกกลั่นแกล้งจนหมดอนาคต เขาอ่านหน้าต่อไป

“คืนนี้แหละแกจะได้เห็นดีกัน ไอ้นักข่าวหน้าโง่ แกทำลายชีวิตฉันเสียยับเยิน บทเรียนที่แกจะได้รับในวันนี้ แกจะต้องจำจนตาย” 13/02/46

ดาริกาทำอะไรกับนักข่าวคนนั้นในวันก่อนที่ตนเองจะเสียชีวิต เขาครุ่นคิด หล่อนนัดโอภาสมาที่บ้านหรือเปล่า พราวมณีเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ให้ฟังหมดแล้ว จึงเป็นอันว่าตัดผู้ต้องสงสัยไปสองคน

“หมวดครับ นี่หนังสือพิมพ์ที่สั่งไว้ อ้อ มียามจากคอนโดชื่อบุญ ฝากซองนี่ให้กับหมวดครับ เขาบอกว่าผู้จัดการฝ่ายอาคารที่ชื่อคุณสมคิด พบมันที่ตู้จดหมายใส่จดหมายของอาคาร คุณสมคิดคาดว่าอาจจะเป็นของที่คุณดาริกาแอบเอามาใส่ไว้ก่อนตาย ซึ่งอาจจะเป็นของสำคัญ และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เพราะมันจ่าหน้าซองถึงหมวด” เขารับซองจากเจ้าหน้าที่ธุรการ พลางกล่าวขอบคุณ ความสงสัยท่วมท้นอยู่ในใจกับปริศนาซองจดหมายที่อยู่ๆก็โผล่มาถึงเขา อะไรที่เธอส่งมาให้ มันเกี่ยวพันกับคดีที่เกิดขึ้นนี้หรือเปล่า เขาแกะซองและเทของที่อยู่ข้างในออกมา มันเป็นเทปเสียง ซึ่งบนปกเทปซึ่งเป็นกระดาษสีขาวมีข้อความเขียนไว้ “ความลับห้อง 69 วันที่ 14 ก.พ. เวลา 02.00 น.” เขาหยิบซาวน์เบาท์ของเขาในลิ้นชักโต๊ะขึ้นมา และเอาเทปใส่เข้าไป มีเสียงครืดคราดเมื่อเทปเริ่มเดิน และก็เสียงพูดเบาๆ เขาเร่งเสียงให้ดังขึ้น มันเป็นการโต้ตอบกันทางโทรศัพท์ เสียงคุยกันในห้อง และ เสียงครวญครางที่บอกให้รู้ถึงการเสพสังวาสกันของคน 2 คน แต่นั่นมันก็ทำให้เขาขนลุก เพราะเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของดาริกา และชายอีกคนหนึ่งที่หล่อนเรียกชื่อเขาว่า โอภาส เขาพยายามจับใจความและได้รับรู้ถึงเหตุการณ์บางส่วนที่เกิดขึ้นในห้องนั้น และก่อนที่เทปนั้นจะหมดม้วน ก็มีเสียงเรียกชื่อของเขาได้ยินขึ้นในเทป

“ผู้หมวดคะ ช่วยดาด้วย”เสียงของดาริกาแหบพร่า “คนทำผิดต้องได้รับการชดใช้ ดาอยากให้ผู้หมวดนำเทปนี้ไปส่งให้ทางสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์ก็ได้นะคะ จะได้ช่วยกันกระชากหน้ากากภัยสังคมพวกนี้ อย่าถามนะคะว่าทำไมดาไม่เอาไปให้ด้วยตนเอง กว่าจะได้ฟังเทปม้วนนี้ ผู้หมวดก็คงรู้แล้ว” แล้วเสียงของดาริกาก็เงียบหายไป เขาปลดเทปออกใส่ซองดังเดิมแล้วเลื่อนออกไปวางข้างๆ และหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน เขาต้องการหยุดคิดถึงเรื่องของดาริกาสักพัก หนังสือพิมพ์มีข่าวน่าสนใจหลายเรื่อง เป็นเรื่องนโยบายใหม่ๆของนายกฯที่กำลังถูกโจมตีจากฝ่ายค้านว่าเป็นไปไม่ได้ ข่าวคลี่คลายคดีปริศนาฆาตกรรมตระกูลดัง ข่าวของนายเกี้ยว สถาปนาที่ตระเวณสร้างภาพตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ พร้อมนางแบบลูกครึ่งอภัสดา ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวจากการแสดงกลางครัน และข่าวเด่นที่ได้รับการพาดหัวรองลงมาที่เรียกความสนใจจากเขาก็คือ

“หนุ่มไฮโซ ทายาทนักธุรกิจชื่อดังชูลักษณ์ ฆ่าตัวตายหลังพบว่าตนเป็นเอดส์”

นสพ.ลงข่าวว่า นายศักดิ์สิทธิ์ หรือ โม่ ยนตรลักษณ์ นักฟุตบอลดาวรุ่งสโมสรธนาคารสินไทยลูกชายของนายชูลักษณ์นักธุรกิจคนสำคัญซึ่งมีบทบาทหนุนหลังพรรคการเมืองต่างๆมากมาย ได้ใช้ปืนยิงตัวตายอนาถคาบ้านพักเมื่อวานที่ผ่านมา จากการสืบสวนพบว่า นายศักดิ์สิทธิ์มีความเครียดหลายเรื่อง โดยก่อนตายนายนายศักดิ์สิทธิ์ได้ไปพบพบหมอและได้ทราบว่าตนติดเชื้อHIV และก่อนหน้านั้นเดือนหนึ่งนายศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกตำรวจเรียกไปสอบสวนกรณีร่วมกับเพื่อนอีก 11 คนรุมโทรมหญิง ซึ่งคู่กรณีก็คือดาราสาวชื่อฉาวคนหนึ่งซึ่งเพิ่งฆ่าตัวตายเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา คดีนี้เป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และจบลงที่ศาลยกฟ้องเพราะไม่มีพยาน แต่ตอนนี้คดีได้ถูกรื้อขึ้นมาทำใหม่ โดยการร้องเรียนจากดาราสาว และเพื่อนนักข่าวบันเทิง

เขาย้อนนึกถึงข้อความที่ได้อ่านในบันทึกส่วนตัวของหล่อน เขาจำมันได้ดี เพราะเขาอ่านมันหลายครั้ง เพื่อประโยชน์ในการคลี่คลายคดี หล่อนรำพันถึงความคับแค้นใจที่มีต่อคนรอบข้าง

“โอ๊ย เบื่อมากอยากจะตายให้พ้นๆ ทำไมชีวิตเราไม่เคยมีความสุขเสียที เราไปทำแท้งมาเป็นหนที่สองแล้ว เราไม่รู้หรอกนะว่าเป็นฝีมือของใคร แต่มันทำให้เราหมดเงินไปตั้งมากมาย แม่ก็มาขอเงินไปเล่นการพนันอีก จิมมี่ก็เอาแต่จะมีเซ็กส์กับเราฟรีๆ แถมบางทียังมาขอเงินใช้ แถมวันนี้ก็ยังเป็นวันซวยของเราอีก เราเจอไอ้โม่กับพวกของมันที่พัทยตอนเราไปถ่ายแบบ มันกับพวกมาแข่งบอลให้ธนาคารของพ่อมัน มันบอกว่ามันคิดถึง มันอยากจะรำลึกความหลังกับเรา มันยังบอกอีกว่ามันกับพวกยังจดจำคืนวันงานฉลองสำเร็จการศึกษาได้ดี เราเกลียดมันที่สุด ทำไมสัตว์นรกอย่างพวกมันจึงไม่ถูกลากคอเข้าตารางนะ กระบวนการยุติธรรมอยู่ที่ไหน ทำไมถึงปล่อยให้คนชั่วมันลอยนวล” 10/1/46

เขาถอนหายใจ ภาพของดาริกาแว่บผ่านเข้ามาในสมอง ผู้หญิงสวยเซ็กซี่ที่มีความแค้นเปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจ แม้หล่อนจะตายไปแล้ว หล่อนก็ยังแก้แค้นใครต่อใครที่ทำลายชีวิตของหล่อนได้อย่างสาสม

**********************************

อานุกำลังนั่งชมข่าวบันเทิงอยู่บนโซฟาหนานุ่มในห้องนอนขนาดใหญ่ โดยมีพราวมณีนอนเอกขเนกอยู่บนโซฟา หัวของเธออยู่บนตักของเขา ในมือถือจดหมายฉบับหนึ่ง จดหมายของดาริกา


พราว เพื่อนรัก
หากพราวกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่ล่ะก็ แปลว่าดาได้ลาจากเธอไปชั่วนิจนิรันดร์ อย่าร้องไห้ หรือเสียใจกับการตายของดาเลยเพื่อนรัก เพราะดาเป็นคนตั้งใจทำให้มันเกิดขึ้น เวลาของดาในโลกอันโสมมได้หมดลงแล้ว และดาต้องการที่จะไปอยู่ในโลกแห่งใหม่ โลกที่ไม่มีใครเอาเปรียบดา

พราวจำได้ไหม ที่ดาเคยบอกว่า ดาเป็นเอดส์และจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสิ้นปีนี้ แรกทีเดียวดากลัวมาก ถึงขนาดคุ้มคลั่ง กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน คนเรานี่ก็แปลก ทั้งๆที่รู้ว่าเราไม่สามารถหลีกหนีความตายได้พ้น ทุกๆคนต้องเผชิญหน้ากับมัน แต่เราก็มักจะทำทุกวิถีทางให้รอดพ้นจากความตายอันน่าสะพรังกลัวนั่น เวลาที่ดาทุกข์ใจแสนสาหัส ดาเคยคิดอยากจะตายไปเสียให้พ้น แต่เมื่อความตายมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม ดากลับไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้ากับมัน แต่ในที่สุดดาก็ปลงตก ดาจะไม่นอนรอให้ความตายมาเยือน แต่ดาจะกำหนดความตายด้วยตัวของดาเอง แต่ก่อนตาย ดามีภาระกิจบางอย่างที่ต้องสะสางให้เสร็จ…..

พราวคงได้เห็นการแก้แค้นของดาแล้วใช่ไหม ดาอยากจะเป็นคนเล่าให้พราวฟังด้วยตนเองถึงวิธีการที่ดาจัดการกับพวกมันแต่ละคน แต่ดาคงไม่มีโอกาส เอาเป็นว่าดาเล่าให้ฟังในจดหมายดีกว่า เริ่มจากไอ้เกี้ยว ดาเป็นคนขโมยวิดิโอม้วนนั้นมาจากมันเองแหละ มันอยากจะถีบหัวดาส่งดีนัก ดใส่ซองปิดผนึกส่งามันไปให้ไอ้โอภาส ลงชื่อจากผู้หวังดี ก่อนหน้านั้น มันคงจะเคยระแคะระคายมาบ้างว่ามีวิดิโอนี้อยู่ มันดีใจที่ได้กระพือข่าวคาวๆแบบนี้ ตอนแรกมันก็สงสัยเหมือนกันนะเพราะมันมีภาพดและคุณเกี้ยวอยู่ด้วย มันไม่แน่ใจว่าเป็นของจริงหรือคนที่หน้าเหมือน มันเคยมาเลียบๆเคียงๆถามดา แต่ดาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ปฏิเสธ ดาคงจะเล่นละครเก่งมาก มันเชื่อว่าดาปกปิดความลับบางอย่างไว้ มันลงทุนไปทำสำเนาไว้ 1 ม้วน แล้วนัดต่อรองกับดา มันให้ดาเห็นภาพในวิดีโอ ดาเลยแสร้งทำเป็นตกใจ ขอร้องมันว่าอย่าเผยแพร่ จะให้ดาทำอะไรก็ได้ ดายอมทั้งนั้น ดาเสนอที่จะให้เงินมันเพื่อให้เรื่องเงียบ อารามที่มันอยากได้ตัวดากับเงินมันก็เลยเชื่อ ดาต้องยอมนอนกับมันเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เห็นมั๊ยมันเป็นคนสันดานเลว เห็นแก่ได้ที่สุด ดายอมเพื่อให้แนบเนียน แต่ช่วงนั้นดาสะอิดสะเอียนมันแทบตาย หลังจากนั้น ดาก็เดินแผนการว่ามันเรียกร้องมากเกินไป และแกล้งไม่ยินยอมและท้าให้มันเอาไปเผยแพร่ด้วย เพราะดาทนไม่ไหวแล้ว ดายังแกล้งทำตัวตีห่างจากมัน พอมันขู่ดาก็ไม่สน มันคงโมโห เลยเอาไปเผยแพร่ในอินเตอร์เนต และลงนสพ. มันทำเองทั้งนั้น แต่มันฉลาดมากเพราะมันทำอย่างแนบเนียน แล้วมันก็เขียนข่าวด่าดา ดาควรจะโกรธมัน ดาควรจะแค้นมัน แต่ยังไม่ดีกว่า ดาควรจะขอบคุณมันด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้ผลลัพธ์เป็นไปตามความสิ่งที่ดาคาดหมาย ดาได้ทำลายไอ้เกี้ยว ทั้งครอบครัว ทั้งคะแนนเสียงของมันพังทะลาย ก็สาสมแล้ว ดายืมมีดของมันฆ่ามันเอง โดยไอ้โอภาสเป็นผู้ร่วมมือโดยไม่รู้ตัว

รายต่อมาคือไอ้โม่ ดาแค้นมันนัก ก่อนหน้านี้ดาเคยรักมันมาก อยากฝากชีวิตไว้กับมัน ดารักมันจนหมดใจ แต่มันกลับคิดเพียงแค่หาความสุขทางกายกับดา มันตอบแทนบุญคุณความรักของดาด้วยการพาเพื่อนมันมาข่มขืนดา จำได้ไหม ที่เราช่วยเรียกร้องความยุติธรรม แต่กฏหมายยังไม่สามารถเอาผิดมันได้ แล้วมันยังมีหน้าจะมาขอนอนกับดาอีก มันคงเห็นว่าตอนนี้ดาสวย ดาสาวกว่าเดิม ในเมื่อ มันอยากฟันดานัก มันจะได้สิทธินั้นที่มันต้องการ ดาก็เลยนัดพบกับมัน ดานอนกับมันด้วย เสร็จแล้วดาก็ให้มันดูผลตรวจเลือด HIV ของดา พราวน่าจะได้เห็นหน้ามันนะ ตอนที่มันรู้ ตามันเหลือกค้าง นี่คงจะเป็นเรื่องตกใจที่สุดในชีวิตของมัน ดาไม่รู้หรอกนะว่าหลังจากนั้นเป็นอย่างไร แต่มันคงจะเป็นสิ่งสร้างความสะใจแก่ดาแน่นอน ความจริงดาอยากจะแก้แค้นเพื่อนมันอีก 10 คนด้วยซ้ำ แต่ช่างมันเหอะ ไม่ว่าผลที่เกิดขึ้นกับไอ้โม่จะเป็นอย่างไร มันก็คงจะส่งผลกระทบกระเทือนไปถึงเพื่อนของมันได้บ้างล่ะ

คนที่สามคือไอ้ภาคย์ มันเป็นพวกชอบซาดิสท์ ตอนดาเข้าวงการครั้งแรกมันก็หลอกฟันดาแล้ว หนังของมันที่ดาได้เล่นแต่ละเรื่อง ดาก็ต้องเฝ้าเพียรส่งส่วยให้กับมัน ดาต้องหลอกว่าดาชอบความรุนแรง แต่พราวรู้มั๊ย แต่ละครั้งดาเจ็บเจียนตาย ดานัดมันแล้วสร้างเรื่องขึ้นมา ดาหลอกล่อให้มันเฆี่ยนตีดาแรงๆ ให้มันเอาเข็มขัดรัดคอของดา แล้วดาก็แกล้งกระตุกจนเชือกมันรัดคอดาแน่น ดาเกือบตายแน่ะ กว่ามันจะรู้สึกตัว ดาอยากให้ร่องรอยที่มันทำปรากฏอยู่บนตัวดาเยอะๆ แต่งานนี้ ดาคิดว่าดาคุ้ม เพราะดารู้ว่าพราวฉลาด พราวคงเดาได้ว่าใครเป็นฝากรอยไว้กับดา และพราวคงจะไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่ใช่ไหม ดาเดาถูกหรือเปล่าจ๊ะ ดาอยากให้ไอ้ภาคย์มันร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่มันทำกับดา มันต้องขอขมาดา ในเรื่องที่มันตัดชื่อดาออกจากหนังของนังเมียผู้อำนวยการสร้างของมัน นังนักร้องกับไอ้พระเอกเฮงซวยนั่น ต้องไม่ได้เล่นหนังเรื่องนี้ด้วย พราวได้บอกเรื่องที่ดาขอร้องไว้กับพราวนี้ให้ไอ้เจ้าภาคย์มันรู้แล้วใช่ไหม ดาหวังว่ามันจะไม่ปฏิเสธคำขอของดา

อ้อ ดาขอบคุณพราวมากเรื่อง พี่ช่วยเป็นธุระส่งรูปให้ไอ้จิมมี่ (หวังว่าพราวคงส่งนะ) ไอ้นี่มันเป็นคนลืมกำพืดของตนเอง มันด่าว่าดาเสียๆหายๆ มันเคยเรียกดาว่าอีกะหรี่ แล้วมันล่ะ มันก็ไอ้จิกกะโล่เหมือนกัน ก่อนที่มันจะขึ้นมายืนตรงจุดนี้ได้ มันก็ขายตัวให้พวกกระเทยมาก่อน ตอนแรกดาก็ไม่รู้เรื่องนี้หรอก บังเอิญดาไปเมาที่ตรอกข้าวสาร เลยไปรู้จักกระเทยเฒ่าชื่อสันต์ซึ่งก็เมาอ้วกแตกอยู่ข้างๆ ดาจำเขาได้ ว่ากระเทยแก่นี่เคยเป็นผู้ปลุกปั้นจิมมี่ขึ้นมา เราเกิดถูกชะตากันขึ้นมาเฉยๆ ดาเจอแกอีกหลายครั้ง คุยไปคุยมาก็เลยรู้ว่าเราแค้นคนๆเดียวกัน แกเผลอเล่าให้ดาฟังตอนเมาได้ที่ว่าแกถ่ายภาพร่วมเพศของตนเองกับไอ้จิมมี่เก็บไว้เป็นที่ระลึก แกรักไอ้จิมมี่มาก แต่มันทิ้งขว้างแก แกคิดจะแบล็คเมล์ไอ้จิมมี่เป็นการแก้แค้น แต่แกก็ทำไม่ลง ได้แต่พกรูปติดตัวเอาไว้ ตอนนี้แกถังแตก เพราะไอ้จิมมี่ทำแกแสบมาก ใส่ร้ายแกจนเด็กๆที่แกปลุกปั้นทิ้งแกไปอยู่กับคนอื่นหมด ไม่มีใครจ้างแกเป็นผู้จัดการ ดาเห็นเป็นโอกาส เลยเสนอเงินให้แกก้อนโต เพื่อแลกกับภาพถ่ายเหล่านั้น หว่านล้อมตั้งนานกว่าแกจะยอม ดาต้องใส่ไฟใส่แรงแค้นต่อไอ้จิมมี่เข้าไป จนแกฮึด ดาเลยได้เหมาซื้อภาพทั้งเซ็ตนั่นเลย ดาสะใจมากเลยรู้มั๊ยที่เห็นภาพพวกนั้น แล้วดาก็หวังว่าการส่งภาพไปให้มันจาก คงจะทำให้มันลดความหยิ่งยะโส แล้วเลิกดูถูกคนอื่นได้บ้าง

คนสุดท้าย ไอ้โอภาส ทุกครั้งที่มันโทรมาขอนอนกับดา เพื่อแลกกับการเขียนโปรโมท ดาแอบอัดเทปไว้ทุกครั้ง และเมื่อสักครู่นี้เอง ดานอนกับมัน ดายั่วยวนให้มันพูดออกมาทั้งหมดแล้วดาก็อัดเสียงมันไว้ ดาต้องการให้เหลือบอย่างมันพ้นไปจากวงการบันเทิงของบ้านเรา ดาเอาเทปที่อัดไว้ใส่ซอง แล้วแอบเอาไปหย่อนที่ตู้จดหมายของคอนโดตอนที่ไอ้โอภาสเผลอ ดาเขียนชื่อของอานุไว้เพื่อให้แฟนพราว ใช้เป็นหลักฐานในการจัดการกับคนชั่วอย่างมัน ดาไม่รู้ว่าจะสามารถเอาผิดมันได้หรือเปล่า แต่ดาคิดว่า มันอาจจะทำให้ไอ้โอภาสได้รับบทเรียนบ้าง ป่านนี้อานุคงจัดการให้ดาไปแล้ว (ถ้าเขาสงสารดานะ)

เป็นอย่างไรบ้าง การแก้แค้นคนชั่วช้าที่มันทำกับดา พราวคงสะอิดสะเอียนเต็มทีใช่ไหม คงนึกไม่ถึงล่ะสิว่าดาจะจัดการคนได้อย่างเลือดเย็นอย่างนี้ ดาไม่อยากเป็นอย่างนี้หรอก ดาอยากเป็นคนดี ทุกวันนี้ดาก็รู้สึกเกลียดชังตนเองมากพออยู่แล้ว ดาเมาทุกวัน และนอนกับทุกคนที่ดาพบเห็น เพราะดาเหงา ดาอยากมีคนที่รักดา รักอย่างจริงใจ ไม่ใช่หวังแค่เพียงร่างกายและความสุขชั่วครั้งชั่วคราวจากดา แต่ดามันมีกรรม ไม่เคยมีใครที่รักดาจริง ดามีชีวิตอยู่บนความหดหู่ ความสิ้นหวัง และการทำร้ายตนเอง ดารู้ว่าดาปล่อยให้โทสะมันครอบคลุมจิตใจดามากเกินไป จนมันทำร้ายดาในที่สุด และบัดนี้มันถึงเวลาแล้วที่ดาควรจะตัดสินโทษให้แก่ตนเองด้วย ดาเลือกเอาความตายเป็นการหนทางของการชดใช้ความผิดที่เกิดขึ้น

สุดท้ายนี้ ดาอยากจะขอขอบคุณพราวสำหรับการช่วยเดินเรื่องคดีเมื่อ 4 ปีก่อน และทุกๆความห่วงหาอาทรที่พราวมีให้ ดาเป็นคนไม่มีคุณค่าอะไรในตนเอง มีแต่คนชิงชังรังเกียจ ใครๆก็อยากจะทำร้ายดา แต่ ทุกครั้งที่ดาท้อแท้ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ พราวจะยืนหยัดเคียงข้างดาเสมอ ดาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ชีวิตเล็กๆของดา จะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากใคได้ถึงเพียงนี้ร ดาจะไม่ลืมเลือนสิ่งดีๆที่พราวมอบให้ดาจนวันตาย แต่ตอนนี้ดาเหนื่อยล้ามากแล้ว ดาขอลาจากโลกนี้ไปชั่วนิรันดร์ หากชาติหน้ามีจริง ดาอยากเกิดมาเป็นเพื่อนของพราวอีก ดาสัญญานะ หากชาติหน้ามีจริง และดามีโอกาสได้มาเจอพราวอีก ดาจะทำให้พราวภูมิใจในตัวของดามากกว่านี้ ดาจะตอบแทนบุญคุณความรักที่ดามีให้ ด้วยการเป็นคนดีกว่าที่ดาเป็นในชาตินี้
ลาก่อนเพื่อนรัก หวังว่าเราคงจะได้พบกันใหม่

ดาริกา

******************************

พราวมณีพับจดหมายใส่ซองดังเดิม หลุบเปลือกตาลงเพื่อซ่อนน้ำตา เธอไม่อยากให้อานุเห็น เขาเหนื่อยยากจากการทำคดีให้ดาริกามาตลอดทั้งอาทิตย์ สำนวนคดีได้ปิดลงแล้ว ดาริกาจงใจที่จะฆ่าตัวเองตายเพื่อหลีกหนีโลกที่โหดร้ายใบนี้ และเธอได้ลากตัวคนชั่วรับโทษทัณฑ์ด้วยรูปแบบวิธีที่แตกต่างกันไป กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตอบสนอง ไม่มีใครสามารถหลีกหนีความชั่วช้าที่ตนเองได้ทำลงไปได้ วัวของใครก็ย่อมเข้าคอกคนคนนั้น ชีวิตของดาริกาเป็นอุทธาหรณ์ที่ดีต่อรุ่นหลัง เธอดำเนินชีวิตผิดพลาด เพราะสังคมและสิ่งแวดล้อม เหนืออื่นใด เป็นเพราะดาริกาไม่มีความมั่นคงในอารมณ์ เธอเอนไหวกับสิ่งต่างๆรอบข้าง และยอมรับสภาพการตกเป็นเหยื่อ ในสังคมที่โหดร้ายเช่นนี้ โลกที่โสมม และผู้คนที่ใจสกปรกบางคนได้พรากเอาความบริสุทธิ์ และใสซื่อของเธอไป และเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นคนเย็นชา หม่นหมอง ดาริกาเลือกที่จะทำให้ชีวิตตนเองดิ่งลงอยู่ในห้วงแห่งความหายนะ จนในท้ายที่สุดก็ต้องเลือกที่จะจบทุกสิ่งทุกอย่างลงด้วยความตาย

พราวมณีรู้สึกปวดร้าวใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และแม้ตัวเองจะได้ช่วยเพื่อนแก้แค้นทางอ้อม แต่ก็ไม่ทำให้พราวมณีรู้สึกเป็นสุขใจขึ้นมา หญิงสาวค้นพบว่า การใช้ชีวิตอย่างมีสติรอบคอบ และมีความั่นคงทางด้านอารมณ์และจิตใจ จะเป็นเกราะป้องกันตนเองจากภัยพิบัติในชีวิตทั้งมวล ซึ่งพราวมณีจดจำและถือเป็นรูปแบบในการดำรงชีวิตในเวลาต่อมา

“ลาก่อนเพื่อนรัก ขอให้ดาไปสู่สุคติด้วยเถอะนะ” พราวมณีพึมพำเบาๆ ก่อนจะเอนกายลงและหนุนศีรษะลงที่ตักของอานุ และเข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาต่อมา


โดย : stillbreathing
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook