บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 1

>> ทสึนามิเปี๊ยนไป๋

เรื่อง : ทสึนามิเปี๊ยนไป๋


เปิด ตำนานยุทธภพ.....ลี้น้อยมีดบิน....

..........................................................................................
พลังทสึนามิ....เปี๋ยนไป๋


หากในยามนี้ถามว่าผู้คนกริ่งเกรงพลังใดมากที่สุดในยุทธภพ คงมิมีผู้ใดในแผ่นดินมิรู้จัก
“พลังคลื่นทสึนามิ”
อา...พลังอันร้ายกาจยิ่งนัก มันใช้เวลามิถึง 1 ชั่วยามกวาดเก็บสิ่งของชีวิตผู้คน ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลอันดามันอันเรืองชื่อหายไปในพริบตาสร้างความเสียหายให้กับยุทธภพอย่างที่มิเคยปรากฏมาก่อน

อา...ในชีวิตของคนผู้หนึ่งทุกข์สุขย่อมคละเคล้าปนกัน
ผู้ใดหลีกพ้น ผู้ใดเลือกได้.....
พลังคลื่นสูงใหญ่ดุจเขาฮั้วซัว....ก็หาได้เลือกที่จะปราณีต่อผู้ใดไม่
คลื่นใหญ่ถาโถมกระหน่ำชายฝั่งพังพินาศภายในพริบตา
เด็กเล็ก ชายหญิง กุลี ผู้ดี ไพร่ มันหาได้ใส่ใจไยดีไม่ อา....
ชะตากรรมอันใดฤา...ที่ชักพาให้ผู้คนหลากหลายที่มา หลากหลายเผ่าพันธุ์
ต้องมาล้มหาย ตายจากบาดเจ็บพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ฤา..นี่เป็นชะตาฟ้ากำหนด
ท่ามกลางความเศร้า..ความทุกข์..ความระทม...ที่มิอาจเลือกได้
ท่ามกลางความตระหนกตกใจและตื่นตะลึงในพลังอันใหญ่ยิ่งของธรรมชาติ
กลับปรากฏร่างเงาของเหล่าวีรบุรุษ วีรสตรีผู้กล้ามากมายอย่างที่มิเคยมีมาก่อน....
อา...นี่เรียกว่าสถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
ท่ามกลางความสูญเสียกลับก่อเกิดคุณธรรมน้ำมิตรมากมาย นักสู้ผู้กล้าต่างอาสาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างมิกลัวความเหน็ดเหนื่อย.....
ท่ามกลางมหันตภัยร้าย กองอิฐปูนและซากอสุภะของผู้คนนับพันหมื่นแสน ยังมีดอกไม้สวยสดงอกงามขึ้นมา
ดอกไม้แห่งความรัก ดอกไม้แห่งความสามัคคีปองดอง
ไร้สี ไร้รส ไร้กลิ่น ไร้รูป หากแต่สัมผัสได้ด้วยใจแหละรู้ว่ามีอยู่จริง
.................................................................................

ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก....ช่างน่าประทับใจจริง ๆ
.....................................................................................
จริงหรือ...สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ
ย่อมเป็นความจริง....แต่มิแน่เสมอไป....เพราะเหตุใดฤา...
สถานภาพของวีรบุรุษเปราะบางยิ่งนัก
เพราะหากวีรบุรุษมิสามารถจัดการกับสถานการณ์ให้เรียบร้อยรัดกุม
สถานภาพของวีรบุรุษอาจเปลี่ยนเป็น “เลวบุรุษ” ได้ (อ่านว่า เล..วะ..บุ..รุษ)
เนื่องจากเหล่าชาวยุทธมิอาจโทษว่า หรือด่าก่นเทวดาฟ้าดินได้
เหล่าวีรบุรุษหรือบรรดาที่เตรียมตัวที่จะเป็นวีรบุรุษ
ที่มิอาจเกาะเกี่ยวขบวนรถม้าสายวีรบุรุษนี้ได้ทัน ย่อมพลันเปลี่ยนเป็น “เลวบุรุษ” ทันที
สถานการณ์เยี่ยงนี้มิมีผู้ใดตอบความรู้สึกชัดแจ้งได้ดีเท่ากับ “เทพบุตรแร็กเก็ตทองคำ”ผู้มีฝีมือตีคลีอันดับหนึ่งในยุทธจักรเซียมล้อ และสำนักสื่อสารพิราบเจ็ดสีที่เชื่อกันว่าเป็นอันดับหนึ่งในยุทธภพ
ใช่ฤาไม่ว่า.....วีรบุรุษไม่มีน้ำตา......จึง......มิมีน้ำตาให้กับวีรบุรุษ
อา...ฤาว่าพวกมันต่างก็มิเคยเป็นวีรบุรษกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
อา...ฤาว่าภาพวีรบุรษที่พวกมันเคยเป็นต่างล้วนเป็นหน้ากากที่ฉาบทับผิวหน้าอันแท้จริงไว้เท่านั้นเอง
วิกฤตสถานการณ์ทสึนามิเที่ยวนี้พวกมันต่างมิอาจหยิบฉวยหน้ากากวีรบุรุษมาใส่ได้ทัน....มิเป็นไร...รออีกร้อยปีข้างหน้าก็มิสาย...”ไม้ล้มข้ามได้คนล้มอย่าข้าม” จอมยุทธผู้กล้าฆ่าได้หยามไม่ได้ ยืด..ได้..หด..ได้อยู่แล้ว
เคยได้ยินผู้คนในยุทธภพกล่าวขานกันอย่างท้อแท้รันทดทั่วไปว่า “แผ่นดินนี้ใดใดล้วนดีไปหมด เสียอย่างเดียวที่มีชาวเซียมล้ออาศัยอยู่เท่านั้นเอง”
ผู้ใดได้ยินล้วนเจ็บปวดยิ่งนัก....ช่างน่าปวดใจจริง ๆ
หากแต่เพลานี้....วาจาที่กล่าวมาข้างต้นผู้ใดได้พบผู้ใดได้ยินต่างล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า
“ช่างเป็นวาจาบัดซบเหลวไหลสิ้นดี”
อันที่จริง....ความดีใดใดแห่งแผ่นดินนี้ จักมีมิได้เลย
หากมิมี...พวก....เรา...ชาวเซียมล้ออาศัยอยู่ต่างหากเล่า เรา...ทุกคน...ทุกท่าน...ทุกมือที่มองมิเห็นที่ร่วมกันกอบแก้วิกฤติในครั้งนี้นั้น....ต่างก็คือวีรบุรุษที่แท้จริงในแผ่นดิน

หากวันใด...มีผู้ใด..บังอาจมากล่าววาจาบัดซบเหลวไหลดังกล่าวข้างต้นให้ข้าพเจ้าลี้น้อยได้ยินแล้วไซ้ ข้าพเจ้าจักถือว่ามันผู้นั้นคือศัตรูที่มิอาจร่วมแผ่นดินเดียวกันได้ ดาบกระบี่ต่างมิมีหัวใจ หากแต่ดาบอยู่คนอยู่ ดาบหายคนตาย มีดสั้นหามีราคาอันใดไม่ หากแต่คุณค่าของมันกลับอยู่ที่มันมิเคยพลาดเป้ามาก่อนนั่นเอง...

เพลานี้...ผู้ประสพภัยต่างเริ่มได้รับการปลอบขวัญแหละพลิกฟื้นความเสียหายให้กลับคืนมา
เสื้อผ้าแม้ถูกฉีกขาด.......ก็ยังปะเย็บได้ แต่หัวใจที่ถูกฉีกขาดยังสามารถปะเย็บได้หรือ....
ย่อมไม่...
หากแต่หัวใจที่ถูกฉีกขาด.... กลับได้รับการเยียวยาด้วยหัวใจเช่นกัน...จาก...
ผู้คนทั้งแผ่นดิน.....แผ่นดินนี้หาเคยสอนให้เราทิ้งกันไม่....
ท่านมิได้อยู่คนเดียวเด็ดขาด....ท่านมิได้อยู่เดียวดายแน่นอน.....

พลังคลื่นทสึนามิ....มิเพียงแต่พัดพาให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งอันดามัน 6 หัวเมืองได้รับความเสียหายเท่านั้น
หากแต่ยังพัดพาให้เหล่าพลพรรคหน้ากากเจ็ดสีต่างพากันเสียศูนย์ไปมิใช่น้อย
อันใดฤา...

อันที่จริงแล้วการปรากฏตัวของคลื่นใหญ่ในครั้งนี้นั้น ก็หาได้เป็นที่ต้องการของผู้ใดไม่ หากแต่เพราะเป็นไปตามเกณฑ์ของธรรมชาติที่มิมีผู้ใดคาดการณ์กำหนด อันเรียกได้ว่าเป็นภัยพิบัติของมนุษย์ชาติ
คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต ยังคงใช้การได้อยู่เสมอ แม้แต่ท่าน “จูกั๊ดเหลียง” ในสมัยสามก๊กยังต้องยอมสยบให้กับฟ้าดิน

หัสเดิมทีแล้วพรรคหน้ากากเจ็ดสีได้ตกลงวางแผนกันไว้ว่า จะมอบหมายให้ “หล่อเล็กหงส์” ที่พึ่งเอาชนะใจเหล่าผู้คนในเมืองหลวง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้นำแห่งมหานครเทียนจิน อันรุ่งเรือง เมื่อไม่กี่เพลาที่ผ่านมาสร้างความคึกคักให้กับเหล่าสมาชิกพรรคอยู่หลาย โดยการเปิดแผนซื้อใจผู้คนในเมืองหลวงอีกครั้งหนึ่งโดยใช้แผนที่ชื่อว่า “จั๊บ...จั๊บ....จั๊บ”
“ไฮ้....อันใดเรียกว่าแผน...จั๊บ...จั๊บ...จั๊บ..”
จั๊บ...จั๊บ...จั๊บ..ย่อมเป็น จั๊บ...จั๊บ...จั๊บ...
จั๊บ...จั๊บ...จั๊บ...หาใช่เสียงรับประทาน “ก๋วยจั๊บ”น้ำข้นลอยหน้าด้วยไข่พะโล้อันโอชะ
จั๊บ...จั๊บ...จั๊บ..แปลเป็นภาษาของชาวเซียมล้อได้ว่า “สิบ...สิบ...สิบ”
“ไฮ้...สิบ...สิบ...สิบ” อันใด
สิบ...สิบ...สิบ...ก็คือ...สิบ...สิบ....สิบ
สิบถนนสวย...สิบสวนงาม...สิบสายธารใส...ด้วยหวังว่าจะเป็นที่ประทับใจของเหล่าผู้คนในมหานครเทียนจิน
อันอัตคัดขัดสนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มานาน เป็นของขวัญปีใหม่ประมาณนั้น นัยว่า นี่แหละผลงานของผู้นำที่มาจากพลพรรคหน้ากากเจ็ดสี อันเป็นการช่วยส่งเสริมหาคะแนนเสียงให้กับเหล่าตัวแทนที่จะร่วมชิงชัยคัดเลือกหาผู้นำยุทธภพที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เพลาข้างหน้า
อา…ด้วยบารมีที่ยังพอเหลืออยู่บ้างของ “หล่อเล็กหงส์”
โครงการดี...ไอเดียเจ๋ง...จังหวะเปิดตัวใช้ได้...แต่...แป๊ก...( ฮา ....)
ดังว่า...คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต...กลับถูกกระแสคลื่น “ทสึนามิ”พัดถล่มจมหายไปด้วยทั้งที่มิได้อยู่ในเขตภัยพิบัติกับเขา
อีกทั้งมุกนี้ก็คล้ายดังกับว่า มิอาจทำความ “ประทับใจคนเสื้อคับ”...ในมหานครเทียนจินซักเท่าไหร่
อันใดเรียกว่า “คนเสื้อคับ”....”คนเสื้อคับ” มีความหมายเยี่ยงไร
คนเสื้อคับในที่นี้ย่อมหมายถึงคนผู้หนึ่งที่ล่วงลับไปแล้ว...คนผู้มีคติส่วนตัวอยู่ว่า “มิฆ่าน้อง มิฟ้องนาย มิขายเพี่อน” อา...ช่างเป็นชายชาติชาตรียิ่งนัก เพื่อนพ้องน้องนายผิด ข้าก็จะปกป้องยิ่งชีพ แผ่นดินบรรลัยช่างหัวมัน ประมาณนั้น นั่นเป็นตำนานอีกบริบทหนึ่งของยุทธภพเซียมล้อ...ข่าวมีมาต่อไปอีกว่าแม้ยามที่ท่านผู้นี้สิ้นชีพไปแล้วก็หาได้นอนตาหลับอันใดไม่...คงทิ้งปริศนาอันดำมืดไว้มากมาย....บาปกรรมมีจริง....ทำดีได้ดี...ก็ยังมีจริง ท่านผู้นี้มีฉายานามหรือนิกเนมที่เรียกกันเล่น ๆ ว่า “จ๊อด” ดังนั้นความหมายของคำว่า “มิอาจทำความประทับใจคนเสื้อคับ” จึงมีความหมายว่า “มิอาจประทับใจจ๊อด”นั่นเอง...( ฮา...... )
เหตุที่มิอาจประทับใจจ๊อดนั้นเป็นเพราะว่า มุกก็ยังคงเป็นมุกเดิม ๆหาแปลกใหม่อันใดไม่ คล้ายดั่งมุกตลกสังขารท่าเดินนกกระยางของตลกในเหลาน้ำชาริมถนนดาษดื่นทั่วไป อีกทั้งเหล่าบรรดาผู้คนในมหานครต่างก็พอรับรู้อยู่แล้วด้วยตัวเองว่าผลงานที่ทำออกมาเป็นเยี่ยงไร...พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง....ขายผลงานย่อมมิอาจทำได้ง่ายดายดั่งการจำหน่ายหัวเผือกหัวมันใส่ใบตองแห้งหลอกทารกทาริกาอันใดไม่....(ฮา.......)
หากแต่ลองย้อนมาดูทางฝั่งของจอมยุทธกระบี่มือหนึ่ง “ษิณฉีจ้วงลี่” กันดูบ้าง ผู้ใดจะคาดคิดกันได้บ้างว่านอกจากท่านจะมีความสามารถช่ำชองในการใช้เพลงยุทธ “พลังดูดดาว” อันลือลั่นที่สามารถดึงดูดเอาเหล่าบรรดาจอมยุทธทั่วทั้งแดนดินเข้ามาอยู่ใต้สังกัดได้แล้ว แม้แต่พลังคลื่น “ทสึนามิ” เอง “ษิณฉีจ้วงลี่” ก็ยังสามารถดึงดูดเข้ามาหล่อหลอมรวมกับพลังที่มีอยู่เดิมของตัวเองแล้วแปรเปลี่ยนเป็น “พลังทักษิณามิ” ได้อย่างกลมกลืนหน้าตาเฉย สร้างความพิศวงงงงวยให้กับเหล่าบรรดาจอมยุทธทั่วหล้า อา...สูงสุดคืนสู่สามัญพลังอันร้ายกาจยิ่งนัก ขุนพลที่เก่งกล้าสามารถยามออกรบย่อมต้องมีการวางแผนการล่วงหน้า แต่ขุนพลที่สามารถตั้งรับสถานการณ์อันมิคาดหมายมาก่อนล่วงหน้าแล้วสามารถจัดการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกแล้วเอาชนะได้ในที่สุดย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้รับการขนานนามว่า “ยอดขุนพล”

นั่นย่อมแตกต่างไปจากเหล่าพลพรรคหน้ากากเจ็ดสี ที่มีมารหนวดหลิมเป็นหัวหน้าพรรคแหละจอมมารลิ้นบินเป็นที่ปรึกษา ที่สมาชิกหลายส่วนบ้างก่อกำเนิดมาจากครอบครัวใหญ่ตระกูลสูง บ้างเป็นคุณหนูใหญ่คุณชายรอง บ้างเป็นกงจื้อสืบทอดสายเลือดผู้ดีแปดสาแหรกขาด ชีวิตยากที่จะพบพานกับเหตุสุดวิสัยเหนือความคาดหมายเยี่ยงนี้
ย่อมแตกตื่นตะลึงลาน ลมปราณแทบแตกซ่าน มีปากเหมือนมีตูด หรือหากมีตูดก็หามีหูรูดไม่ ได้แต่ปล่อยอุจจาระปัสสาวะเรี่ยราดอนาจใจ อา...แล้วเยี่ยงนี้จะโทษหาผู้ใดกันเล่า ด้วยธรรมชาติของพลพรรคหน้ากากเจ็ดสีต่างล้วนยึดถือคัมภีร์ที่ว่าด้วย “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี”
กล่าวกันว่าผลพวงของการเปลี่ยนแปลงพลังคลื่น...ทสึนามิ...เป็นพลังคลื่น..ทักษิณามิ..ในครั้งนี้อาจส่งผลดีต่อคะแนนเสียงของเหล่าพลพรรค “ไท่อ้ายไท่”
เฮอะ...เฮอะ...เหอ “ษิณฉีจ้วงลี่” เอ๋ย... ท่านประสบความสำเร็จเกินไปแล้ว มีบ้างบอกว่าท่านกำลังมือขึ้น อย่าเกจนหมดหน้าตักล่ะ เหนือฟ้ามีฟ้า เหนืออินทรียังมีกระจอก จัดการให้ดีเถิด ยิ่งสูงยิ่งหนาว ข้าพเจ้าขอบอก.......

คารวะผู้กล้าทุกท่าน

ลี้น้อยมีดบิน...17-1-48....


โดย : ลี้น้อยมีดบิน
เมื่อเวลา :

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook