บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 2

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> กุ๊กกิ๊ก กุ๊กกิ๊ก

เรื่อง : กุ๊กกิ๊ก กุ๊กกิ๊ก

ผมเคยถามตัวเองว่าทำไมถึงอยากเป็นนักเขียนนัก คำตอบก็คือ เป็นวิธีเดียวที่ผมจะหาเงินได้สักก้อนที่พอจะซื้อเกาะส่วนตัว กลางแม่น้ำปิง เรือยอชต์สักคัน เบนซ์เอสคลาสสักคัน และคฤหาสน์สักหนึ่งหลัง หรือถ้าไม่ได้แบบนั้นก็เอาแค่มีข้าวกินไปวันๆ ก็แล้วกัน อะเฮื้อ
เอาละในเมื่อใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียน อันดับแรกที่จะต้องทำคือหาเรื่องที่จะเขียนก่อน เมื่อก่อนผมเคยกลุ้มใจเพราะหาแฟนไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้ยิ่งกลุ้มใจกว่าเพราะหาเรื่องที่จะเขียนไม่ได้ หาแฟนไม่ได้นี่ยังแค่เหงาๆ เท่านั้น แต่หาเรื่องที่จะเขียนไม่ได้นี่ถึงกับอดตายเชียวนะครับ
ผมเคยคิดที่จะเอาเรื่องของชีวิตตัวเองมาเขียน แต่ก็กลัวว่าผู้อ่านจะรันทดตายไปเสียก่อน เพราะคงนึกไม่ถึงว่า โห...โลกนี้ยังมีชีวิตบัดซบขนาดนี้อีกหรือวะเนี่ย
จะเขียนเรื่องบู๊ก็รึ เหตุการณ์ฆ่ากันเองตายในบ้านเรายิ่งภาคใต้ยามนี้ก็ดุเดือดเลือดพล่านกว่าหลายเท่า
จะเขียนเรื่องฆาตกรรมยังไงก็คงสู้ เบียร์ลายไม่ได้แน่นอน เพราะฝีเขียนยังแตกต่างกันหลายขุม
จะเขียนเรื่องรักหวานแหววรึ..กลัวผู้อ่านจะเป็นโรคเบาหวานตายไปซะก่อน
แต่ในที่สุดผมก็รู้แล้วว่าควรจะเขียนเรื่องในแนวไหนดี ก็เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆกับผมยังไงครับ เขียนลื่นดีชะมัด มีอะไรผ่านแวบๆ เข้ามาก็ใส่ มีสาระมั่ง ไม่มีมั่ง ช่างหัวมัน เพราะชีวิตเราแต่ละคนก็มีสาระมากมายให้ปวดพระเศียรกันพออยู่แล้ว
เริ่มเลยแล้วกันครับ
น้องกุ๊กกิ๊ก คือแรงดลใจของผมในวันนี้และในวันต่อไป นิยามของน้องกุ๊กกิ๊ก คือ ผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 16ขวบกว่าๆ น้องกุ๊กกิ๊กเป็นผู้หญิงที่สูงมาก มากเกินที่ผู้ชายอย่างผมจะเอื้อมถึง (นี่แค่เริ่มต้น) ใบหน้ารูปวงกลมเรียว เกะกะอยู่เสมอด้วยรอยยิ้ม (และรอยตีนกาในอนาคตอันใกล้) เขี้ยวและลักยิ้มจะปรากฏยามยิ้มนิดๆ มีดวงตาอันอ่อนโยน สุดยอดจริงๆ ครับ
"ทำไมเธอถึงชื่อกุ๊กกิ๊ก?"
ผมเคยถามเพื่อน ซึ่งเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในจำนวนผู้หญิงอีกล้านเจ็ดที่ชื่อกุ๊กกิ๊ก
"ทำไม..ไปตรงกับชื่อมารดาคิงเหรอ"
หล่อนย้อน
"โป็กๆๆ."
ผมเขกหัวตัวเอง เพราะเขกหัวเธอไม่ได้เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิง การทำร้ายอิสตรีเพศโดยไม่จำเป็นนับถือว่าเป็นเรื่องไม่สมควรเป็นอันขาด
ผมอายุมากกว่าน้องกุ๊กกิ๊กไม่กี่ขวบ แต่หน้าแก่กว่าเธอหลายทศวรรษผมไปรู้จักเธอเข้าอีท่าไหน ท่านผู้อ่านอย่าไปรู้เลยครับ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผมเอาว่าน้องกุ๊กกิ๊กเป็นผู้หญิงที่ผมหลงรักก็แล้วกัน ง่ายดี
คำว่าหลงรักก็บอกความหมายในตัวอยู่แล้วว่ารักเขาข้างเดียว แต่จะเป็นข้างซ้าย ข้างขวา ข้างหน้า หรือข้างหลัง จ้างให้ผมก็ไม่บอก เธอมีเสน่ห์อันไร้ขีดจำกัด ทำให้ผมตกหลุมรักเธอได้อย่างง่ายดาย เหมือนกินกล้วยตาก(คือง่ายมากแม้กระทั่งเปลือกยังไม่ต้องปอก) ผมแอบบูชาเธอ แอบเก็บเธอไว้ในใจตลอดมา เพราะผมนั้นต่ำต้อยกว่าในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน ฐานะและด้านอื่นๆ อีกมากมาย มีทางเดียวเท่านั้นที่จะได้เธอมาก็คือ ฉุดเอา แต่ผมสังเกตดูน่องเธอแล้วก็เดาเอาว่าคงจะทำไม่ได้ง่ายๆ นัก เพราะดูมันมั่นคงแข็งแรงดีเหลือเกิน เรียกว่าพี่ๆ ขากระบือเลยทีเดียว ดีไม่ดีหากเธอเป็นมวยไทยเตะได้สูงๆ เหมือนจา พนม แล้วละก็ มีหวังว่าคอของผมได้หักสะบั้นแน่ๆแต่เชื่อเถอะครับว่าน่องไม่ได้บั่นทอนความรักทั้งในด้านกายและใจของผมที่มีให้เธอแม้แต่น้อย ผมเองยังต้องคอยหยุดหัวใจของตัวเองตลอดเวลา เพราะรู้ว่าคงไม่มีสิทธิ์ในตัวเธอ แต่คนเรานะครับ มันก็อดที่จะหวังไว้นิดๆ ไม่ได้ ตราบใดที่เธอยังไม่เป็นฝั่งเป็นฝา แต่ในที่สุดไอ้ความหวังนิดๆ ของผมก็ปลิวไปความจนได้ เมื่อผมรู้ว่าเธอจะหมั้นกับผู้ชายคนหนึ่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
เย็นวันนั้นฝนเทลงมาอย่างหนักท้องฟ้ามืดครึ้มไปหมด ตามแบบฉบับของบรรยากาศนิยายรักทั่วไป หากเย็นวันนั้นแดดออกเปรี้ยง อากาศร้อนตับแลบ เหงื่อแตกกลิ่นเต่าโชยหึ่ง ย่อมจะทำให้บรรยากาศของนิยายรักเสียไปเป็นอันมาก ดังนั้นฝนจึงต้องตกลงมา ท้องฟ้าจึงต้องดูเศร้าสร้อยถึงจะถูกหลักใช่มั้ยครับ
ผมมายืนรอเธอหลายชั่วโมงแล้วในลานจอดรถแห่งนี้ สายฝนกอดผมไว้ด้วยอ้อมแขนอันเปียกโชก ในที่สุดเธอก็ปรากฏกายออกมาภายใต้ร่มที่น่ารักลายคิตตี้สีชมพู น้องกุ๊กกิ๊กเดินมาและเมื่อเห็นผมเธอก็ทำตาโต
"ตายแล้วพี่เบียร์ มาทำอะไรที่นี่ล่ะ ดูสิ เปียกมะล่อกมะแล่กยังกับลูกหมาเอ้ยลูกแมวตกน้ำ"
ผมกลืนน้ำลายอย่างหล่อเหลาเอาการ
"พี่มารอน้องกุ๊กกิ๊กนั่นแหละครับ มีเรื่องอยากจะคุยด้วย ให้พี่นั่งรถไปด้วยคนได้มั้ยครับ"
"ได้สิจ๊ะ แต่..เอ้อ ตัวพี่เบียร์เปียกอยู่นะ ระวังจะไม่สะบาย"
"โธ่เอ๊ย..กลัวเบาะรถเปียกก็บอกมาเต๊อะ"
ผมคิดในใจ
"ไม่เป็นไรครับ พี่มีชุดมาเปลี่ยน น้องกุ๊กกิ๊กขึ้นรถไปก่อนละกันครับ พี่ขอยืมร่มลายคิตตี้สีชมพูหน่อย จะไปเปลี่ยนชุดที่ห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะครับ"
"ได้จ่ะ รอบคอบจังนะ เตรียมมาพร้อมเลย"
เธอยิ้มหวานจนฝนแทบจนตกลงมาเป็นน้ำเชื่อม
"โถ..ดูสิ คงหนาวแย่ ทีหลังไปหาน้องที่บ้านก็ได้นี่นา"
ไปหาน้องกุ๊กกิ๊กที่บ้านแล้วจะได้มาดพระเอกแบบนี้หรือครับ .. ผมถามเธอในใจ
รถติดอย่างมหาวินาศเหมือนกับจะเป็นใจให้ผมอยู่กับเธอได้นานยิ่งขึ้น (ความจริงมันก็เป็นใจอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว) ที่ปัดน้ำฝนสองข้างปัดไปปัดมาโดยไม่ยอมชนกัน เหมือนเส้นทางรักของผมกับน้องกุ๊กกิ๊ก พอผมโยกไปทางขวา น้องกุ๊กกิ๊กก็หลบไปทางซ้าย ผมโยกไปทางซ้าย น้องกุ๊กกิ๊กก็หลบไปทางขวาไม่มีทางได้ใกล้ชิดกัน ไม่เหมือนชายผู้ที่โชคดีคนนั้น เขาเปรียบเสมือนกระจกรถไม่ว่าน้องกุ๊กกิ๊กจะไปทางไหน เขาก็คงได้สัมผัสและอยู่ใกล้ชิดสนิทแนบกับเธอวันยังค่ำ
"ได้ข่าวว่าน้องกุ๊กกิ๊กจะหมั้น"
ผมเริ่มก่อนด้วยน้ำเสียงที่หล่อเหลาเอาการ
"จ่ะ.." เธอพยักหน้า
"อย่าลืมมางานหมั้นของน้องให้ได้นะ"
ผมทำหน้าเศร้าจนสงสารตัวเอง
"ครับ..พี่คงจะไป แต่ว่าวันนี้พี่จะมีเรื่องมาสารภาพกับน้องกุ๊กกิ๊ก ถ้าพี่ไม่บอกวันนี้พี่ก็อาจคงไม่มีโอกาสในวันต่อๆไป"
"สารภาพเรื่องอะไรล่ะ พูดยังกับพรุ่งนี้จะตายยังงั้นแหละ"
เธอยังมีหน้ามาหัวเราะคิกคัก
"ใช่ครับ พรุ่งนี้พี่จะตาย ตายไปจากความรู้สึกที่ดีๆ ตายไปจากหัวใจที่มันเรียกร้องโหยหาความรัก"
นี่..มันต้องยังงี้
"แหม..พูดยังกับพระเอกลิเก" เธอหัวเราะฮิๆๆ
อ้าวเดี๋ยวสวย เดี๊ยะๆ เดี๋ยวปัดเหนี่ยวเลย
"น้องกุ๊กกิ๊กครับ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ครับ"
"อ๊ะๆ พี่ทำหน้าขึงขัง น้องไม่แซว แล้ว มีอะไรก็ว่ามาเลย"
ผมถอนหายใจแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มและหล่อเหลาเอาการ
"น้องกุ๊กกิ๊กครับ....พี่รักน้องกุ๊กกิ๊ก"
อัสนีบาตฟาดลงมาเป็นสายยาวจากฟากฟ้า ตามด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาทพายุไต่ฝุ่นพัดกรรโชกอย่างรุนแรง เกิดมหาคลื่นยักษ์สึนามิที่ดวงจันทร์ ดูเหมือนธรรมชาติจะสร้างบรรยากาศเข้าข้างผมจนโอเวอร์ น้องกุ๊กกิ๊กหันมามองผมด้วยสายตางงๆ
"ล้อเล่นน่า"
"จริงๆ ครับ พี่แอบชอบน้องกุ๊กกิ๊กมานานแล้ว แต่พี่ก็ไม่กล้าปริปากเพราะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร น้องกุ๊กกิ๊กเองก็ไม่เคยมีท่าทีสนใจ แต่ไม่เป็นไรครับ พี่ว่าอย่างน้อยโลกนี้ก็มีความเมตตาอยู่บ้างที่มีคนอย่างน้องกุ๊กกิ๊กมาให้พี่หลงรัก พี่ต้องขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่น้องกุ๊กกิ๊กไม่ว่าอะไร ที่พี่แอบรักน้องกุ๊กกิ๊กอยู่ข้างเดียว พี่มีความสุขมากครับ พี่รู้สึกว่าโลกนี้มันช่างสดใสเหลือเกิน พี่ขับรถผ่านสนามบินทีไร พี่ก็อดใจไม่ได้ที่จะชะเง้อมองหาน้องกุ๊กกิ๊กบนฟากฟ้าที่สูงนั้นเสียทุกครั้งไป แต่อย่างว่าล่ะครับ พี่ก็เหมือนสุนัขวัดที่ได้แต่แหงนมองดาวเทียมไทยคม คงจะทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้"
เธอนั่งนิ่งสองมือจับอยู่ที่พวงมาลัย ตาลอยออกไปยังไฟท้ายของบรรดารถที่ติดกันเป็นพรึดข้างหน้า แววครุ่นคิดปรากฏขึ้นจากสีหน้า จากนั้นก็นั่งฟังผมพร่ำพรรณนาอีกพักใหญ่ ซึ่งคำพรรณนาเหล่านั้นไม่สามารถนำมาเปิดเผยในที่นี้ได้ เพราะอาจจะทำอันตรายให้กับระบบทางเดินอาหารของใครหลายๆคน
"พี่ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่มาบอกน้องกุ๊กกิ๊กถึงความในใจ"
พระเอกเอ่ยต่อ
"แต่พี่คิดว่าอย่างน้อยสิ่งที่พี่เก็บไว้คนเดียวตลอดมา น่าจะได้เปิดเผยออกให้ผู้ที่เป็นต้นเหตุได้รับรู้บ้าง"
"ทำไมไม่บอกกุ๊กกิ๊กตั้งแต่แรก"
น้องกุ๊กกิ๊กพูดด้วยเสียงสั่นๆ
ผมสะดุ้ง เพราะเสียงนั้นสั่นเครือและเต็มไปด้วยความน้อยใจ เมื่อผมหันไปสบตากับเธอผมก็เห็นดวงตาคู่นั้นคลอไปด้วยน้ำตา ก่อนที่มันจะค่อยๆ ไหลหยดออกมาบนแก้ม แม้จะมีเพียงหยดเดียว แต่มันก็ทำให้สายฝนที่โหมกระหน่ำมาเกือบชั่วโมงไร้ค่าไปในทันใด
"น้องกุ๊กกิ๊ก...มะ หมายความว่าอย่างไรครับ"
ผมชักตะกุกตะกัก ใจเต้นระรัว
"ถ้าบอกตั้งแต่แรก เราสองคนก็ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ พี่เบียร์เองก็ไม่ต้องทนเจ็บช้ำมานานถึงขนาดนี้"
ในโลกกลมๆ ใบนี้อะไรมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ฝนที่กำลังตกซ่าๆ กลับกลายเป็นละอองน้ำอันนุ่มนวลและพริ้วไหวไปแล้ว รุ้งกินน้ำก็คงจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในความมืดมิดนี้
ผมเงียบ ความเงียบจะเป็นคำพูดที่ดีที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว เธอจะจับน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีและตื้นตันของผมไม่ได้ เธอยังคงเอ่ยต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยดวงตาอันเลื่อนลอย
"ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ รักน้องก็น่าจะบอกน้องตั้งแต่ทีแรก เพราะยังไงผลมันก็ไม่ต่างกันกับที่บอกรักน้องในวันนี้ น้องสงสารพี่เบียร์ อย่าเก็บอะไรไว้คนเดียวสิ มันทำร้ายจิตใจตัวเองนะ รู้มั้ย"
อัสนีบาตฟาดลงมาเป็นสายยาวจากฟากฟ้า ตามด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาทพายุไต่ฝุ่นพัดกรรโชกอย่างรุนแรง เกิดมหาคลื่นยักษ์สึนามิที่ดาวพลูโต ดูเหมือนธรรมชาติจะสร้างบรรยากาศเข้าข้างผมจนโอเวอร์ โลกของผมหยุดหมุนเลยครับในตอนนี้ ฝนหยุดตกแล้ว ผมลงจากรถ ฝืนยิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย (จากการฝืนยิ้มในรถนับพันครั้ง)
"ลาก่อนครับน้องกุ๊กกิ๊ก .. พี่คิดว่าพี่คงสร้างความรำคาญให้น้องมากๆ ลาก่อน แล้วเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ ” ผมพูดด้วยเสียงอันหล่อเหลาเอาการ
ผมเดินเจ๊าะแจ๊ะไปบนน้ำที่เจิ่งนอง ไปตามถนนยามค่ำคืนอย่างโดดเดี่ยวและเดียวดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่คลาสสิก
น้องกุ๊กกิ๊กครับ พี่สัญญากับผีสาง นางไม้ว่าพี่จะรักน้องกุ๊กกิ๊กจนกว่าน้องกุ๊กกิ๊กจะมีลูกคนที่เก้า ( เหมือนกับชื่อจริงของน้อง ) ถึงตอนนั้นน้องกุ๊กกิ๊กคงเสื่อมสภาพไปมากพอที่จะทำให้พี่ตัดใจได้บ้างเนอะ


โดย : classic_dog
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 20 : 42 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook