บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 2

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> บทเรียน “เรียนรัก แพ้ชีวิต”

เรื่อง : บทเรียน “เรียนรัก แพ้ชีวิต”

บทเรียน “เรียนรัก แพ้ชีวิต”
วาสนา สุวรรณเกตุ
อากาศยามเช้าค่อนข้างดีสำหรับท้องถิ่นที่ครูวาสนาอยู่ หมายถึงมีแดด ท้องฟ้าไม่มีเมฆ เสียงสัญญาณบอกเวลาเข้าแถวด้วยเพลงประจำโรเรียนดังขึ้น นักเรียนเดินไปเข้าแถวตามข้อกำหนดของโรงเรียนอย่างอ้อยอิ่ง โรงเรียนเปิดหลายวันอย่างนี้นักเรียนส่วนมากจะใช้เวลาก่อนเข้าแถวทำการบ้าน บางคนทำเอง บางคนลอกเพื่อน พิธีกรหน้าเสาธงจะต้องส่งเสียงเตือนหลายครั้ง นักเรียนจึงจะพร้อม ครูวาสนาในฐานะครูที่ปรึกษาก็ต้องไปยืนข้าง ๆ แถวนักเรียนประจำชั้นของตัวเอง ปีนี้ครูวาสนาประจำชั้น ม.6 แล้ว คิดพลางมองดูนักเรียนที่ดูแลมา 3 ปี เข้าแถวเงียบ ๆ
หลังพิธีการต่าง ๆ จบนักเรียนก็นั่งกับพื้น ครูเวรหน้าแถวก็อบรมต่อไป สิ่งที่อบรมก็มักจะซ้ำ ๆ กันเสมอ ก็เรื่องไม่สนใจเรียน หนีเรียน ทะเลาะวิวาท มีครูหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า แปลกดี นักเรียนที่ครูด่าส่วนมากมักจะไม่อยู่ในแถว เพราะพวกหนีเรียน ก็จะหนีแถวด้วย ครูจึงด่าเด็กเกเรให้เด็กดีฟัง ขณะที่ครูเวรพูดอบรมหรือที่เด็ก ๆ เรียกว่า เทศน์ อย่างตั้งอกตั้งใจครูวาสนาก็สำรวจจำนวนนักเรียน ผู้หญิงขาดไปคนหนึ่ง “หนิง” อีกแล้ว หลายวันนี้ หนิงไม่มาโรงเรียน
“เป็นไงหนิงไม่สบายหรือไง เห็นมาโรงเรียนสายทุกวัน” ครูวาสนาถามเพื่อนที่มารถคันเดียวกัน นักเรียนที่นี่มารถรับส่งประจำเสียเป็นรายเดือน
“ไม่ค่ะ เขามาพร้อมกับหนูทุกวัน” เพื่อนบอก
“แล้วไม่เข้ามาในโรงเรียนหรอกหรือ” ครูวาสนาถาม เพราะคิดว่า หนิงน่าจะอยู่ในโรงเรียนอาจจะทำการบ้านหรือทำงานอะไรอยู่ก็ได้ เพราะหนิงเป็นเด็กที่ค่อนข้างเรียนดี ตั้งใจเรียน
“หนูไม่ทราบ เพราะหนูเดินเข้าโรงเรียน ส่วนเขาก็ลงรถ หนูไม่ทันสังเกต”
ไม่ได้การนักเรียนมาโรงเรียนสายหรือขาดเรียนติดต่อกันหลายวันอย่างนี้ต้องมีสาเหตุ ครูวาสนารีบเข้าห้องพัก คาบนี้ไม่มีสอน เปิดทะเบียนประวัติดู พ่อเป็นตำรวจ หย่าร้างกับแม่ อยู่กับแม่สองคน จบระดับ ม.ต้นจากโรงเรียนอื่น ไปดูห้องปกครองเปิดทะเบียนดู ถูกตัดคะแนน 30 คะแนน ใส่เสื้อผิดระเบียบ แต่งหน้า กระโปรงรัดเกินไป เมื่อก่อนครูวาสนาไม่ค่อยสนใจ เพราะตัวเองเบ่งบานมาในสมัย 5 ย เพราะฉะนั้นไม่ค่อยสนใจและค่อนข้างรำคาญการตรวจผม ตรวจเครื่องแต่งตัวของเด็ก แต่ก็นึกได้ หนิงนุ่งกระโปรงรัดมากโดยเฉพาะช่วงตะโพก เสื้อทำแขนรัด และจัดกลีบ ช่วงอกให้รัดขึ้น โกนคิ้ว ถูกฝ่ายปกครองเรียกมาตัดคะแนน 3 ครั้ง ครั้งละ 10 คะแนน ดูเวลา ช่วง 2 -3 เดือนนี้เอง แสดงว่าหนิงเพิ่งเริ่มแต่งตัว ได้การละน่าจะมีแฟน เด็กบ้านแตกเสียด้วย
“พี่เป็นแม่ของหนิงใช่ไหมครับ” ครูวาสนาถามผู้หญิงที่ยืนตรงหน้า หลังจากไปที่บ้าน บ้านชั้นเดียวค่อนข้างเก่า ผู้หญิงท่าทางแกร่ง ก็ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวนี่ ครูวาสนาคิด
“ค่ะ หนูเป็นครูของหนิงใช่ไหมค่ะ” ผู้สูงวัยกว่าถามคงจะรู้จากที่ครูวาสนามากับ
นักเรียนที่บ้านอยู่ใกล้กัน
“ใช่ครับ หนิงไม่ไปโรงเรียนเลยมาถามดูว่า ไม่สบายหรือเปล่า”
“ไม่ไปหลายวันแล้วหรือครู”
“3 วันแล้ว แต่สายบ่อย”
“ตอนนี้หนิงไม่ได้อยู่บ้าน ไปอยู่กับเพื่อนที่ใกล้ตลาด”
“เอ้า เป็นไงครับ”
“ไม่ทราบซิ เขาไม่ยอมกลับบ้าน ครูลองไปดูที่บ้านเพื่อนชื่อชาย”
หลังจากถามสถานที่เสร็จ พอดีอยู่ระหว่างทางที่จะกลับบ้านด้วยครูวาสนาก็ไปพบ
หนิงที่บ้านชาย
“บ้านนี้บ้านเด็กชื่อชายใช่มั้ยครับ”
“ใช่” หลังจากที่อึกอักสักพัก ผู้หญิงวัยกลางคนตอบอย่างไม่เต็มใจ
“ผมมาหาหนิง ไม่ทราบหนิงอยู่หรือเปล่าครับ” ครูวาสนาแข็งใจถามไปเมื่อเห็นอาการของเจ้าของบ้าน
“หนิงไหน ไม่มีคนชื่อหนิงหรอกบ้านนี้” เสียงแข็งขึ้น หน้าตาก็ไม่ค่อยอยากรับแขกนัก
“อาจารย์ใช่ไหมค่ะ” เสียงดังมาจากข้างใน หนิงในชุดนักเรียนที่ค่อนข้างยับเดินออกมามีชายหนุ่มเดินตามมาข้างหลัง
“ชาย นี่ครูวาสนา ครูประจำชั้นเรา ครูใจดีนะ” หนิงแนะนำครูวาสนารับไหว้ชายหนุ่ม
“หนิงทำไมไม่ไปโรงเรียน ครูเป็นห่วง เลยไปดูที่บ้าน แม่บอกว่าอยู่นี่ ก็ตามมา”
ครูวาสนาถาม พลางมองดูแม่ของชายที่เดินจากไปท่าทางไม่ดีนัก
“หนูมีปัญหาคะครู” หนิงตอบพลางมองดูชายที่มีท่าทางไม่สบายใจ
“ปัญหาอะไรหนิง ถ้าครูพอช่วยได้ครูจะช่วยนะหนิง” ครูวาสนาถามพลางคิดว่าไม่น่าจะผิดจากที่คาดไว้
“หนูท้องค่ะ” หนิงตอบหลังจากอึกอักพักหนึ่งพร้อมทั้งมองดูชาย
“กี่เดือนแล้ว”
“ไม่ทราบ ประจำเดือนขาดไป 2 เดือนแล้วค่ะ” หนิงตอบเสียงเบา
“แล้วหนิงจะทำไง ต่อไป”
“ไม่ทราบค่ะ ไม่อยากกลับบ้าน ถ้าแม่บอกพ่อรู้พ่อเอาตายแน่เลย”
“พ่อดุหรือ” ครูวาสนาถามไม่แน่ใจว่าผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบอย่างนั้นจะมาดุลูกได้อย่างไร
“ดุมากเลย อาจจะถึงตายด้วยคะครู บางทีตีหนูแม่ต้องเข้าขวาง” หนิงตอบเสียงเศร้า
“แล้วเธอจะเรียนต่อหรือจะออก”
“อยากเรียนต่อค่ะ” หนิงตอบหนักแน่น
“แล้วจะทำอย่างไร”
“เราจะเอาออก แต่ไม่มีเงินคะครู แม่ของหนูก็ไม่มี ฝ่ายเขาก็ไม่มี”
“ถ้างั้นครูจะจัดการให้เอง ” ครูวาสนาพูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
ครูวาสนาเลยต้องขับรถไปอีก 20 ก.ม.ไปหาแม่ของหนิง
“น้าครับ น้าก็รู้นะว่าหนิงมีปัญหาอะไร” ครูวาสนาถามทันทีเมื่อนั่งต่อหน้าแม่ของหนิงค่อนข้างมืดแล้ว
“มันไม่รักดี พ่อมันรู้เขาเอาตายแน่” แม่หนิงตอบ
“ช่างเถอะครับ เรามาแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันดีกว่า หนิงจะเอาเด็กออกแล้วเรียนต่อ น้าจะว่าไงครับ”
“จะเอาเงินที่ไหนกัน ผู้ชายมันรับผิดชอบหรือเปล่า” ผู้สูงวัยพูดอย่างไม่พอใจ
“ผมว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะช่วยกันนะครับ เขาเองก็ฐานะไม่ใช่ว่าจะดี ช่วยกันฝ่ายละนิดหน่อย ถ้าไม่พอผมเองก็ขอร่วมด้วย ทำไงได้เพื่ออนาคตของเด็ก”
“ครูว่าอย่างนั้นก็เอา ครูช่วยจัดการให้ก็แล้วกัน”
“เอ้า ตกลงเป็นภาระของเราอีกหรือนี่” ครูวาสนาคิดแต่ก็ต้องจัดการไปพูดกับแม่ของชายและตกลงจะช่วยคนละครึ่ง

“นางสาวหนิงป่วยเป็นโรคไต มีอาการปวดเอวและหลังอย่างแรงไม่สามารถมาโรงเรียนได้ จะใช้เวลารักษาตัวประมาณ 1 อาทิตย์ จะกลับมาเรียนต่อ”
ครูวาสนาคิดถึงบันทึกการตรวจเยี่ยมนักเรียนที่เสนอผู้บังคับบัญชาขณะที่ขับรถไปที่ตลาดที่นัดหมาย โกหก ใช่สมัยนี้ใคร ๆ เขาก็โกหกกัน โกหกขาวไม่บาปหรอก เป็นข้าราชการใครไม่โกหกบ้าง ต้องโกหกทุกคน รายงานการเดินทางเอย ลงเวลามาทำงานทุกวันเอย ใครเขียนตามความจริงบ้าง บ้าตาย เพื่อนก็ด่าด้วย เพราะฉะนั้นการโกหกกับอาชีพราชการเป็นของคู่กัน
พอไปถึงคลินิคที่นัดหมาย หนิงอยู่ในห้องหมอแล้ว ครูวาสนาทำหน้าไม่ค่อยถูกเพราะพนักงานหน้าห้องหมออดีตลูกศิษย์ เธอคงคิดว่าหนิงเป็นผลงานของครูวาสนาแน่ ช่างเถอะ เธอคงมีจรรยาบรรณพอที่จะไม่นำความลับของลูกค้าไปเปิดเผยหรอกน่า ชายมาส่งและกลับไปแล้ว
“นี่ครูเงินของฉัน” แม่ของชายพูดพลางส่งเงินให้พันบาท
“นี่ของฉัน” แม่ของหนิงพูดด้วย พร้อมส่งเงินจำนวนเท่ากัน
หนิงออกจากห้องท่าทางเพลียนอนพักสักครู่พอมีแรงเตรียมตัวกลับ
“สามพันค่ะ” ศิษย์เก่าบอกจำนวนเงินพร้อมทั้งส่งใบรับรองแพทย์ให้ไม่มองไม่สบตาครูเก่า “โรคไตอักเสบ” ครูวาสนาอ่าน โชคดีที่ครูวาสนามีเงินติดตัวมาบ้าง แม่ของชายก็กลับแล้ว และตกลงครูวาสนาต้องขับรถไปส่งหนิงถึงบ้าน มารอหนิงกลับมาเรียนต่อ

“คุณครูค่ะ” มีเสียงเรียกดัง ๆ ขณะที่ครูวาสนาขับรถในตลาด 3 ปีต่อมา
“เอ้าหนิง ไปไหนมารึ ไม่เจอกันนานสวยผิดตาเชียว” ครูวาสนามองการแต่งตัวของ
หนิงที่บ่งบอกบางอย่าง
“หนูไปทำงานที่หาดใหญ่กับแฟน”
“แล้วนี่แฟนหนูมาด้วยหรือ”
“ไม่ค่ะ เขาอยู่ที่บ้าน”
ทั้งสองเดินเข้าไปนั่งในร้านอาหารสั่งเครื่องดื่มนั่งคุยอย่างคนที่จากไปนานด้วยความคิดถึง หนิงไปทำงานร้านอาหารกับแฟนที่หาดใหญ่พร้อม มี “แขก” มาติดพันหลายคน แต่หนิงจะสนใจเฉพาะคนวัยกลางคน ฐานะดี เขามีเงินกว่าพวกหนุ่ม ๆ ที่มาจีบเล่น ๆ หนิงว่า หนิงถามถึงครูคนหนึ่งแถว ๆ จังหวัดสงขลา หนิงบอกว่ารู้จักกับครูวาสนาดี หนิงประทับใจและรักครูวาสนามาก ถ้ามี “แขก” ที่เป็นครูหนิงจะตั้งใจบริการเป็นพิเศษ พอครูพูดถึงเพื่อนที่เรียนด้วยกันบางคนเป็นครู บางคนเป็นพยาบาล หนิงบอกว่าทุกคนหนิงเรียนเก่งว่า เคยลอกการบ้านหนิงเสียด้วย วันนั้นครูวาสนากลับมาด้วยความมึนงง ผิดไหมที่เขาทำไป ถ้าเขาไม่ทำหนิงคงจะเป็นแม่คน ทำมาหากินแถว ๆ บ้าน แต่เขาทำไปทำให้หนิงไปไกลมาก ไกลกว่าที่เขาคิดไว้ ชีวิตหนิงไม่ควรเป็นอย่างนี้
ชีวิตของคนมีภาระต้องทำมากมายนัก โดยเฉพาะชีวิตครูนักเรียนรุ่นใหม่ ๆ ดาหน้ากันมาให้ศึกษาและแก้ปัญหาอีกมากมาย จนล่วงไปกี่ปีครูวาสนาจำไม่ได้ ครูวาสนาได้รับจดหมายธนาณัติฉบับหนึ่งส่งเงินมาจำนวน ห้าพันบาท
“ครูคงจำหนิงได้ หนิงลูกศิษย์ไม่รักดีของครู ตอนนี้หนิงอยู่ที่ที่หนึ่ง หนิงไม่บอกให้ครูรู้ เพราะถ้าครูรู้ ครูต้องลำบากมาหาหนูหรือเดินทางมาที่หนู หนูกับชายอยู่กันได้ไม่นานเขาก็ติดยา ซ้อมหนูบ่อย บังคับให้หนูหาเงินให้มาก ๆ ระยะหลังหนูก็ติดยาด้วย พอหากินลำบากหนูก็หนีเขามาหากินแถว ๆ จังหวัดรอบนอก จนในที่สุดหนูติดโรคร้าย หนูมีเงินจำนวนหนึ่ง จำนวนสุดท้ายของหนู หนูอยู่ระยะสุดท้าย หนูใกล้จะหมดเวรแล้ว หนูอยากจะขอร้องให้ครูเอาเงินนี้ให้ทุนการศึกษาเด็กยากจนและมีปัญหาเหมือนหนู และหนูอยากให้ครูเอาชีวิตของหนูเผยแพร่สอนเด็กรุ่นหลังต่อไป หนูจะจำครูตลอดไป แม้มีชาติหน้าขอเกิดมาทดแทนบุญคุณของครู ถ้าเป็นไปได้หนูอยากเกิดเป็นลูกครู ลาก่อน”
ครูวาสนาอ่านจดหมายหลายรอบพยายามดูสถานที่หนิงไม่ได้บอกไว้ ดูตราประทับของไปรษณีย์ก็ไม่ชัด มีแต่เลขรหัสซึ่งดูไม่รู้เรื่อง เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่เขาบอกว่าตัวเลขข้างหน้าบอกว่าเป็นจังหวัดสระบุรี แต่ไม่ทราบอำเภออะไร
หนิงคงพ้นทุกข์ไปแล้วพ้นจากความหลอกลวง พ้นจากความกลัวพ่อ เงินของหนิงครูวาสนาได้ใช้ตามความประสงค์แล้ว แต่เรื่องของหนิงครูวาสนาเขียนเป็นเรื่องสั้นส่งไปนิตยสาร หลายฉบับแล้วไม่มีบรรณาธิการคนไหนรับพิมพ์ ส่งไปประกวดวันเอสด์โลกก็ไม่ได้รับการพิจารณาลงพิมพ์ อย่าว่าถึงรางวัลเลย ไม่เป็นไรหนิง วิญญาณของหนิงหมดห่วงได้แล้ว ครูวาสนาทำให้แล้ว “บ้านจอมยุทธ์ดอทคอม” ให้โอกาสครูแล้ว


โดย : วาสนา สุวรรณเกตุ
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 30 ธ.ค. ปี 2005 [ เวลา 10 : 16 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook