บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 2

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> จิตวิญญาณที่ดื้อรั้น

เรื่อง : จิตวิญญาณที่ดื้อรั้น...

จิตวิญญาณที่ดื้อด้าน…ของฉัน

สถานการณ์จะเลวร้ายหรือไม่ฉันไม่อาจประเมินได้ แต่มันคงไม่ง่ายแค่ต่อรอง...ร้องขอ แล้วเขาจะเลิกรา เพราะสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวโยงเข้ากับระบบย่อมเป็นเรื่องยากต่อการแก้ไข เหมือนลิงเอามือใส่ไปกับดัก แล้วมาโวยวายมาด่าทอเจ้ากับดัก ว่าทำไมไม่หลุดออกจากมือมันเสียที น่าขันจริงหนอ.....ฉันจะทำให้มันกลายเป็นลิงตัวนั้นให้ได้...คอยดู

คืนก่อนคุณโทรฯมาถามถึงความคืบหน้าของงาน ก็งานทั้งหลายที่เราคุยกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานที่คุณยินดีที่จะช่วยสานต่อในบางขั้นตอน และบางงานคุณบอก ขอตัว ไม่อยากร่วมด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม แค่คุณอวยพรขอให้ฉันโชคดี ปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว

ความสับสนหนีหายไปตั้งแต่สองวันก่อน เพียงเพราะมันจู่โจมเข้ามาตั้งคำถาม ว่าทำไมจะต้องเกิดเหตุแบบนี้ที่บ้านเกิดของตัวเอง ชะตากรรมบอกว่า ช่วยไม่ได้ มันมีสิทธิ์ที่จะเกิดที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ และวันนี้ถึงเวลาที่จะเกิดแล้ว สำหรับที่นี่

ฉันอาจนั่งมองภูเขาถล่มทลายได้อย่างเฉยชาก็ได้ ใครจะรู้.....
แม้ซากใต้ดินใต้โคลนนั้นจะเป็นร่างของเหล่าญาติมิตรอันเป็นที่รัก เพราะ...นับตั้งแต่วินาทีนี้ ฉันจะเริ่มทำงานของฉัน อย่างสุขุมเยือกเย็น เข้มแข็ง มั่นคง และไม่ยอมให้ใครหน้าไหน มาข่มขู่หัวใจฉันได้อีก

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในนาทีต่อไป ฉันจะทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุด หน้าที่ที่จะปกป้องแผ่นดินอันเป็นที่รัก หน้าที่ที่จะดูแลสุสานจิตวิญญาณของบรรพบุรุษ ที่ยืนตระหง่านฟ้า ในนามแห่ง”เขาพระสุเมร”

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด้านธรณีวิทยาเข้ามาประชุมในหมู่บ้านที่อยู่ติดภูเขา เพื่อชี้แจงเรื่องความเสี่ยงของพื้นที่ ที่อาจมีดินถล่มในเวลาฝนตกหนัก นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขามาเขียนเสือให้วัวกลัว เพราะว่ามันเกิดขึ้นแล้วในหลายๆแห่งของโลก เพราะความไม่ปกติของแผ่นดินและสายน้ำในยุคปัจจุบัน

เพียงแค่ประเมินด้วยสายตาก็รู้ว่าเสี่ยงมากพอแล้ว ทำไมจะต้องให้เกิดขึ้นก่อน จึงจะสำนึกกันหนอ...

การท่องเที่ยวที่หวังแต่ผลกำไร อย่างหน้ามืดตามัว จะเสียตัวเสียจริตสักเท่าไหร่ก็ไม่สน มันช่างน่าอับอายเสียจริงๆ
แล้วนี่ยังกระทำการอย่างอุกอาจ ไม่มีคำชี้แจงปรึกษาหารือกับชาวบ้าน ไม่มีการศึกษาผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังสรุปไว้ในตัวโครงการว่า ไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น....บ้าจริงๆ มนุษย์

ภูเขาสูงลูกนี้ เป็นที่รักที่เคารพของคนที่นี่ แม้เขาจะไม่เกล่าวถึงมันอย่างผูกพันเหมือน ชนเผ่าอื่นในโลกที่อาศัยอิงแอบกับภูเขา เช่น อินเดียแดง หรือกะเหรี่ยง แต่เราต่างมีหัวใจหลอมรวมไว้ที่ยอดเขาแห่งนั้น ตามตำนานที่เสมือนจริง เพราะทุกสิ่งในตำนานมีอยู่จริงๆ ขาดที่แท้จริง ก็คือพิสูจน์ได้ด้วยการจับต้อง มองเห็น ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เราเรียกว่า “ทวดเหมน”

บนนั้น....ที่อยู่ของทวด จะมีเมฆปกคลุมตลอดปี มีสวนหมากสวนพลูแคระ ที่ฉันไปเห็นแล้วน้ำตาไหลพราก เพราะเคยได้ฟังเรื่องเล่าแบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ใครเลยจะเชื่อว่ามีอยู่จริงๆ แล้วพืชพันธุ์ที่เป็นแบบป่าโบราณนั้นเล่า เหมือนยกเอาภูเขาหิมาลัย ป่าหิมพานต์จำลอง มาไว้ที่นี่ ไม่น่าแปลกใจที่ชื่อ “เขาเหมนหรือเขาพระสุเมร” จะใช้เรียกสถานที่นี้มานาน นานจนไม่มีใครรู้ว่า เมื่อไหร่
ยายเคยสอนฉันว่า
“ถ้าอยากรู้ว่าจะตกหรือไม่ ให้ดูเมฆที่ยอดเขาเหมน ว่ามีมากน้อยแค่ไหน และถ้าวันใดไม่มีเมฆคลุม รับรอง ไม่มีฝนตกแน่นอน”
นั่นเป็นเพียงแค่เรื่องราว ที่เกี่ยวข้องในวิถีชีวิตประจำวัน เรื่องที่ลึกลับที่กล่าวถึงในอดีต คือความศักดิ์สิทธิ์ที่มี ของทวดมากมาย ใครก็ตามที่พึ่งพาการช่วยเหลือของทวด เมื่อได้อย่างที่ใจอยากแล้ว จะต้องขอบคุณทวดด้วยข้าวสุกหนึ่งหาบ ยายอีกนั่นแหละ ที่เล่าว่า ก็แค่เอาข้าวใส่ถ้วยเล็กๆ สองถ้วย ใส่สาแหรกเล็กๆ ทำทีเป็นหาบเป็นคอนเข้าไว้ แล้วเอามาวางไว้ในที่เหมาะๆ ที่คาดว่าทวดจะมองเห็น แล้วอัญเชิญทวดมารับประทาน แค่นั้นก็เป็นอันเสร็จพิธีกรรม

ทวดของเรา คือใคร ฉันเคยถามยาย ยายบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาเล่าว่า ทวดเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ ที่กลายร่างมาจากชายชราที่มีอายุยืน มีวิชาอาคม ทวดเหมนมีเกลอที่เป็นแบบเดียวกันคือ “ทวดล้าน” ที่มีชื่อเรียกตามภูเขาอีกลูกที่อยู่ติดๆกัน และต่างก็ศักดิ์สิทธิ์พอๆกัน

โครงการตัดถนนขึ้นไปสร้างที่พักให้กับนักท่องเที่ยวบนเขาเหมน จึงเป็นโครงการอัปยศ ที่ยากจะให้อภัย ทำใจยอมรับ มันทำลายสภาพความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ อาจทำลายชีวิตคนถ้าดินถล่ม และทำลายหัวใจคนที่รักเคารพในความศักดิ์สิทธิ์ของภูเขา ซึ่งคนต่างถิ่นจะไม่มีวันเข้าใจได้ และไม่มีใครรู้สึกว่าจะต้องรับผิดชอบอะไร หากสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นที่นี่

สักวันหนึ่งเถิด ทวดจะต้องลงโทษมัน คนที่คิดแต่เพียงง่ายๆ มองเห็นแค่เพียงผลประโยชน์ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว มากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของแผ่นดิน อย่างลึกซึ้งและแท้จริง

หากฉันจะดื้อรั้น อย่างที่คุณเคยว่า...หากฉันเป็นมนุษย์ที่ชอบแส่หาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเอง ฉันจะไม่โวยวายเลยสักนิด ฉันจะไม่อ่อนแอสับสนให้คุณรู้ แต่นี่....กองไฟมันสุมอยู่รอบตัว ฉันเพียงแค่พยายามดับไฟกองนั้น ก่อนที่มันจะลุกลามเป็นกองโต แล้วไหม้ลามไปถึงคุณ

เข้าใจฉันด้วย หากวันหนึ่ง...ฉันกลายเป็นผู้หญิงไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึกในความรัก เพราะฉันไม่อาจรักใครอย่างหวั่นไหว ร้อนรนและห่วงกังวลได้ และเช่นกัน ฉันไม่อยากให้ใคร มาห่วงใย กังวลในความเป็นไปของฉันด้วย

เพียงวันนี้...ที่มีอยู่ ก็ดีพอแล้ว สำหรับคนที่มีจิตวิญญาณดื้อด้านแบบฉัน.....


โดย : กู่ก่งก๊ง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 13 : 17 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook