บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 2

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> promise

เรื่อง : promise

วันนี้เป็นอีกวันที่ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้จุดหมาย เด็กชายยังคงนั่งนิ่ง เส้นผมสีทองราวเส้นไหมทองคำถูกสายลมพัดพริ้วไปมาภายในป่าร่มรื่น ดวงตาสีเขียวเข้มกะพริบขึ้นลงอย่างช้าๆ ไร้เสียงจำนรรจาออกมาจากริมฝีปากบางได้รูปนั้น เด็กชายขยับตัวเล็กน้อยเพื่อขจัดความเมื่อยขบ หันมองไปรอบๆตัวแมกไม้ภายในป่าที่ถูกลมเอื่อยพัดพริ้วส่งกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์มาต้องจมูก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสูดมันเข้าไปให้เต็มปอด คว้าใบไม้ 1 ใบขึ้นมาเป่าเพลงที่พ่อเขาเคยพร่ำสอน มันเป็นเพลง “ปลอบขวัญผืนป่า”พ่อเคยบอกอย่างนั้น เขาจึงชอบที่เป่ามันให้กับตัวเองเพื่อปลอบขวัญตัวเขาเองอย่างที่เคยเป็นเขาชอบป่านี้มากแม้มันจะเล็กไม่เหมือนป่าใหญ่ที่พ่อแม่และเขาเคยอยู่ด้วยกันแต่สำหรับเขามันเป็นที่เดียวที่เขาจะพักใจได้เพราะอย่างนั้นทุกเวลาว่างเขาจะมานั่งอยู่ที่นี่ หลังจากที่ฝึกวิชากับอาจารย์เทกต์ไทต์แล้ว….ดวงตาสีเขียวหม่นลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงชื่อนี้ เขารู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นเทกต์ไทต์ทำท่าระแวดระวังที่จะไม่สัมผัสตัวเขา เขารู้ว่าอาจารย์ยังรู้สึกผิดกับเรื่องที่ผ่านมามากมายแม้การกระทำอันหยาบช้าบนตัวเขานั้นจะเป็นฝีมือของอีก“ร่างหนึ่ง”ไม่ใช่ตัวอาจารย์เองก็ตาม แต่อาจารย์ก็ยังไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ เมื่อใดหนอที่ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม เมื่อใดหนอ….
“โอ้โห เพลงเพราะจังเลยสอนข้าบ้างสิ”
เด็กชายสะดุ้งเมื่อมีเสียงเล็กๆดังมาจากด้านข้างตัว พอหันไปมองก็เห็นดวงตาสีม่วงกลมโตใสกระจ่างจ้องมองเขาอยู่ด้วยระยะห่างไม่กี่เมตร เขาจ้องตอบอย่างงุนงงแต่ไหนแต่ไรมาแม้จะได้ยินเสียงเพลงก็ไม่มีใครจะมาฟังเพลงนี้ใกล้ๆตัวเขาได้ถึงเพียงนี้เพราะป่าจะต้องทำเสียงให้เขารู้ตัวเสียก่อนเสมอ แต่เด็กคนนี้สามารถฝ่า “ปราการ”เข้ามาได้ เด็กคนนี้เป็นใครกัน!?
“ข้าไปนั่งใกล้ๆเจ้าได้ไหม”เสียงใสๆยังคงเจื้อยแจ้ว ดูจากขนาดตัวยังไงๆเด็กคนนี้ก็คงไม่เกิน 5-6 ขวบ เครื่องแต่งกายที่สวมมาบอกเขาได้ว่าเจ้าเด็กช่างพูดคนนี้เป็นลูกผู้ดีมีตระกูลสูงไม่น้อย ลูกใครกันหนอปล่อยให้มาเล่นไกลถึงนี่เชียว
“เจ้าไม่ตอบงั้นข้าเข้าไปล่ะนะ ถือว่าเจ้าอนุญาตแล้วนะ”
นั่นปะไรเด็กๆนี่ชอบทึกทักอะไรเอาเองซะเรื่อย พูดไม่พูดซะปล่าวเจ้าเด็กเจ้าปัญหาคนนี้ยังถือวิสาสะเข้ามานั่งใกล้ๆกับเขาแล้วด้วย
“เป่าต่อสิ เพราะมากเลยข้าอยากฟังอีก นะนะ”
เด็กชายถอนหายใจอย่างเบื่อๆ เขาไม่ค่อยถูกโรคกับเด็กนักอาจเป็นเพราะเขายังเด็กอยู่ก็ได้ แต่ดวงตาไร้เดียงสาสีม่วงใสของเด็กคนนี้เขาว่าคงไม่ใช่แค่เขาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ริมฝีปากสวยเริ่มบรรเลงเพลงใบไม้ขึ้นอีกครั้ง ท่วงทำนองเรียบง่ายแต่ซาบซึ้งไปทั่วจิตใจของคน เรื่อยๆเหมือนสายลม ฉ่ำเย็นดุจสายน้ำ ป่าทั้งป่าพริ้วไหวต้องสายลมราวกับจะตอบรับสุรเสียงนั้น…บรรยากาศนั้นผ่านไปนานไปเท่าใดก็ไม่รู้กว่าดวงตาสีเขียวจะกะพริบขึ้นมาแล้วพบว่าร่างบางๆของเด็กน้อยหลับพริ้มอยู่บนตักเขา รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นที่มุมปากเล็กๆสีชมพูสวยบ่งบอกถึงความรู้สึกสงบอันแสนสุข…ปล่อยให้คนสูงวัยกว่าจ้องมองดูด้วยใบหน้าปั้นยาก งงงันทว่าก็ไม่กล้าผลักไสร่างน้อยๆนั้นออก กริยาของเจ้าเด็กน้อยที่มารบกวนเวลาส่วนตัวไม่ได้ทำให้เขารำคาญแม้แต่น้อย แต่กลับเพิ่มพูนความน่าเอ็นดูเสียด้วยซ้ำ…เขาลูบผมสีเงินนิ่มมือที่ไล้อยู่บนตักเบาๆก่อนจะเป่าเพลงต่อไปจนกระทั่งเย็นย่ำไม่รู้ตัว…ร่างน้อยๆเริ่มลุกขึ้นมาขยับตัวบิดขี้เกียจไปมา ดวงตาสีม่วงกะพริบถี่ๆมองร่างตรงหน้าอยู่พักนึง ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้
“ขอบคุณนะ เพราะวันนี้ได้เจอเจ้าข้าก็เลยได้หลับสบายไม่เบื่อเลย เพลงของเจ้าเพราะมากเลยแล้วพรุ่งนี้ข้าจะมาฟังอีกนะ”พูดจบร่างน้อยๆก็ดันตัวขึ้นหอมแก้มเขาเบาๆแทนรางวัลก่อนจะวิ่งออกไปตามทางที่เข้ามา เด็กชายทั้งอึ้งทั้งงงงัน ลูบรอยจุมพิตด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้นเบาๆยิ้มและหัวเราะเบาๆให้กับตัวเอง เขาที่ไม่เคยหัวเราะมาเป็นเวลาถึง 3 ปีเต็มกับต้องเสียท่าให้กับเด็กที่อายุน้อยกว่าเขาถึง 4 ปีหรือนี่ ช่างเถอะอย่างน้อยวันนี้ชีวิตเขาก็มีความสุขมากกว่าทุกวัน….
“กลับซะค่ำเชียวนะ…เอเลซซาร์”เสียงลาพิส แลสซูรีย์ร้องทักเป็นคำแรกเมื่อเขาเข้าบ้าน รายนี้ก็มาเป็นแขกประจำอยู่แล้วเขาก็ไม่ได้แปลกใจ เขารู้ว่าอาจารย์เชิญแขกที่เขาไม่ได้รับเชิญมานี้ด้วยเหตุอะไร รู้ดีด้วยว่าอาจารย์ยังระแวง “ตัวตน”อีกคนอยู่ตลอดเวลา เขาหันไปมองเจ้าของดวงตาสีดำสนิทที่มองมาทางเขาด้วยแววตาเศร้าๆก่อนจะโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อมแล้วเดินเข้าห้องตัวเองเงียบๆ
“เจ้ากับเอเลซซาร์ยังไม่ดีกันอีกหรือ…”เจ้าของเส้นผมสีฟ้าอ่อนถามขึ้นเบาๆเมื่อร่างบางลับสายตา เจ้าของนาม “เทกต์ไทต์”พยักหน้าช้าๆเป็นเชิงตอบรับก่อนจะเดินมาทรุดลงนั่งเก้าอี้ใกล้ๆนั้นอย่างอ่อนแรง
“ข้ากลัว…กลัวว่าถ้าข้าเข้าใกล้เด็กคนนั้นอีก เจ้านั่นจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วข้าอาจจะหยุดมันไม่ได้ก็เป็นได้”เจ้าของคำพูดกัดฟันกรอดซบหน้าลงกับฝ่ามือที่กุมไว้ด้วยมืออันสั่นเทา…แลสซูรีย์มองเพื่อนรักอย่างเห็นใจก่อนจะวางมือของตนลงบนไหล่อันห่อเหี่ยวนั้นแล้วกดไว้เป็นเชิงให้กำลังใจ
“เชื่อข้าสิว่าเจ้าต้องทำได้แน่….”
ดวงตาสีดำมันขลับมองหน้าเพื่อนรักนิ่งงันก่อนจะพยักหน้าช้าๆ แลสซูรีย์ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปทางห้องที่พึ่งถูกปิดสนิทเมื่อครู่อย่างเป็นห่วงร่างน้อยๆนั้นด้วยหัวใจเจ็บปวดไม่แพ้เพื่อนเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาเองก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบที่ปล่อยให้เรื่องเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นเช่นกัน หากเป็นไปได้เขาก็ขอปกป้องลูกศิษย์ของเพื่อนรักด้วยชีวิตของเขาเองสมดังที่เขาได้สัญญากับแม่ของเด็กคนนั้นคนที่เขารักสุดหัวใจเอาไว้เมื่อตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่….
“มาแล้วหรือเอเลซซาร์…ข้ารอเจ้าอยู่พอดี”ร่างสูงในผ้าคลุมดำสนิทเข้ากับสีตาพูดกับผู้ที่เดินเข้ามาใกล้โดยไม่ได้หันมามอง เอเลซซาร์จ้องมองเส้นผมยาวสยายสีดำมันขลับที่ไล้อยู่ด้านหลังของผู้เป็นอาจารย์นิ่ง เส้นผมนี้เขาเคยใช้เป็นหมอนหนุนนอนหลายต่อหลายครั้งพร้อมอ้อมแขนของอาจารย์จะประคองเขาไว้ให้ศีรษะของเขาได้อิงไหล่กว้างนั้นหลับไหล แต่หลังจาก “เหตุการณ์”นั้นผ่านไป แม้แต่จะเข้าใกล้อาจารย์เขายังไม่มีโอกาส
“วันนี้ข้าจะแนะนำเจ้าให้รู้จักศิษย์อีกคนของข้า…อเมทิสต์มานี่สิ”
เจ้าตัวจ้อยเดินออกมาจากผ้าคลุมของอาจารย์เขา ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกระโดดตัวลอยคว้าคอเขาไว้ น้ำหนักตัวเหนี่ยวรั้งจนร่างเขาเสียหลักล้มลงไปโดยมีเด็กเจ้ากรรมทับอยู่ด้านบน ร่างน้อยหัวเราะคิกคัก ส่งเสียงแจ้วๆด้วยความดีใจที่ได้เห็นเขา
“ได้เจอเจ้าอีกแล้ว…ดีใจจัง วันนี้เป่าเพลงใบไม้ให้ข้าฟังอีกนะ”เอเลซซาร์ค่อยๆหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ดันร่างอ่อนเยาว์กว่าให้ลุกขึ้นเพราะทานน้ำหนักไม่ไหว เจ้าตัวเล็กยังคงกอดเขาแน่นฟันขาวเรียงเป็นระเบียบยิ้มหัวเราะร่า ทำให้เขาโกรธไม่ลง จึงคว้าร่างนั้นมากอดเล่นเจ้าของร่างดิ้นรนนิดๆก่อนจะกอดเขาตอบอย่างยินดี ช่างไร้เดียงสาและน่ารักเสียนี่กระไร เทกต์ไทต์มองร่างยิ้มบางๆที่มุมปากของเอเลซซาร์ด้วยแววตาอบอุ่น เขาคงคิดถูกที่รับเจ้าชายน้อยองค์นี้มา เพราะคงมีเพียงความบริสุทธิ์ของเด็กเท่านั้นที่จะกร่อนก้อนน้ำแข็งภายในใจเอเลซซาร์ได้
“นั่นคือเจ้าชายอเมทิสต์ ยุวราชองค์ที่ 2 แห่งอาณาจักรองค์นี้ น้องชายขององค์ชายโทปาซเพื่อนเรียนของเจ้าไง”เอเลซซาร์จ้องดวงตาสีม่วงนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา เจ้าจอมซนตัวน้อยนี่เป็นถึงเจ้าชายแถมเป็นถึงอนุชาแห่งองค์โทปาซที่ชาญฉลาด เอ…แต่มองดีๆก็คล้ายกันอยู่มากทีเดียว
“ถ้าเล่นกันพอแล้วก็มาฝึกกันเถอะ”
นับแต่นั้น…เจ้าเด็กที่ทำให้เขาอารมณ์ดีเป็นครั้งแรกก็กลายมาเป็นศิษย์ร่วมสำนักกับเขา ความไร้เดียงสาและซุ่มซ่ามทำให้เขาแอบยิ้มหลายต่อหลายครั้ง….แต่ทุกครั้งที่ฝึกเสร็จความหมางเมินของอาจารย์ต่อเขาก็ทำให้เขากัดฟันข่มความอึดอัดไว้เสมอ ความเหนื่อยในหัวใจคงแสดงออกมาทางดวงตาจนเจ้าตัวน้อยข้างตัวสังเกตเห็น
“เจ้ากับอาจารย์โกรธกันเหรอ”ดวงตาสีม่วงจ้องเป๋งมาที่เขาอย่างค้นหาคำตอบ เมื่อหลบมาพักที่ป่าดังเช่นเคย คิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากันมองกลับดวงตาสีม่วงกลมโตนั้นอย่างเอาเรื่อง แต่เจ้าตัวน้อยก็ไม่มีทีท่าจะกลัวเขา
“ถ้ามีเรื่องอะไรกันก็คุยกันสิ โกรธกันมันไม่ดีนะ”คนถามทำปากเบ้เมื่อเห็นร่างสูงกว่าหันหลังใส่
“แค่นี้ก็โกรธ คนอะไรงอนง่ายจังยังกะเด็ก ยังงี้สิถึงได้โดนอาจารย์เทกต์ไทต์โกรธไงล่ะ!!!”
เอเลซซาร์ชำเลืองมาทำตาขวางดุเด็กน้อยที่พยายามจะมายุ่งเรื่องของเขาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว แม้เขาจะเข้าใจว่าเด็กน้อยไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่เขาก็เกลียดการที่มีใครมาว่าเขาทั้งๆที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลยเช่นนี้เป็นที่สุด จึงผุดลุกหนีไปโดยไม่ได้ยินเสียงเจ้าตัวยุ่งร้องตาม
“เดี๋ยวเอเลซซาร์…จะไปไหนน่ะ รีบกลับมานะ…ข้าจะรอฟังเจ้าเป่าใบไม้อีก”
เมื่อหลบออกมาจากป่า ก็พบแลสซูรีย์เข้าพอดี ใบหน้าสวยสง่าหันมาเห็นเขาเข้าพอดีจึงเชิญเขาไปร่วมงานน้ำชาที่บ้าน ไม่ทันที่เขาจะปฏิเสธเพราะรู้ฤทธิ์เจ้าของบ้านดี ก็โดนลากไปที่บ้านนั้นเสียแล้ว
“ดื่มชากับขนมให้ใจเย็นก่อน เจ้าทำหน้าบอกบุญไม่รับมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”แลสซูรีย์ยื่นจานขนมให้ร่างตรงหน้าที่กำลังปั้นปึ่งใส่เขาด้วยความไม่พอใจอย่างอารมณ์ดี
“มีเรื่องอะไรมาอีกล่ะ รึว่า…เรื่องเจ้ากับเทกต์ไทต์อีกแล้ว นี่เจ้ายังไม่ดีกันอีกรึ!?”ดวงตาสีเขียวจ้องกลับมาที่ร่างตรงหน้าอย่างโมโห เอาอีกแล้ว ไม่ว่าคนไหนๆก็ช่างอยากจะลุ้นให้พวกเขาดีกัน แล้วไงล่ะ เรื่องมันง่ายอย่างนั้นซะที่ไหน
“เอเลซซาร์เจ้าลองมองดูชาของแก้วเจ้าสิ…เห็นอะไรไหม”ร่างเยาว์วัยกว่ามองกลับมายังคนบอกอย่างงุนงงแกมหวาดระแวงว่าจะถูกแกล้งเหมือนดังเคยมา
“เห็นน้ำตาลที่เจ้าไม่ยอมคนไหม… มันยังคงนอนก้นอยู่ใช่ไหม….”เด็กชายพยักหน้าเมื่อเห็นตามนั้น ดวงตาสีเขียวใสมองมายังผู้สูงวัยกว่าอย่างฉงน
“ถ้าหากเจ้าไม่ยอมคนมันต่อไปกว่ามันจะละลายก็ช้าใช่ไหม…”ศีรษะที่ไร้เดียงสาพยักลงตามเขาคำพูดอีกครั้ง ทำให้แลสซูรีย์แอบยิ้มมุมปากอย่างเอ็นดู
“แล้วถ้าหากถึงเจ้าจะคนมัน แต่น้ำชาที่อยู่ในแก้วไม่ร้อนเสียแล้ว มันก็ละลายช้าอยู่ดีจริงไหม…”ดวงตาสีเขียวใสกะพริบพร้อมพยักหน้าอีกครั้งอย่างเห็นด้วย รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นที่มุมปากของเจ้าของคำพูดอีกครั้ง
“ก็เหมือนเจ้ากับเทกต์ไทต์ เจ้าเป็นน้ำตาล ส่วนเทกต์ไทต์เป็นน้ำ ถ้าน้ำตาลอย่างเจ้าไม่ยอมละลายไปกับน้ำ หรือเทกต์ไทต์เป็นน้ำที่เย็นชืดไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่อาจเข้ากันได้ เอเลซซาร์…เจ้าอยากเป็นน้ำตาลที่ไม่ละลายในน้ำหรือปล่าวล่ะ…”ร่างน้อยๆสั่นศีรษะ แววตาหม่นลง เขาไม่เคยเกลียดอาจารย์แม้ “ร่างๆนั้น”จะเคยทำให้ร่างทั้งร่างเขาแปดเปื้อน เจ็บปวดรวดร้าวใจขนาดไหน แต่ท้ายที่สุดเขาไม่สามารถเกลียดอาจารย์ที่เป็นคนแรกที่ฉุดมือเขาขึ้นมาจากนรกแห่งจิตใจยามสูญเสียมารดาได้…
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีกันซะเถอะ เปิดใจให้กันอีกครั้ง ก่อนที่พวกเจ้าจะมองหน้ากันไม่ติดนะ…”
หยดน้ำตาเม็ดเล็กๆไหลอาบแก้มใสนั้นเงียบๆเมื่อมืออันอบอุ่นของแลสซูรีย์เอื้อมมากอดร่างนั้นไว้แนบอก ความสับสนมักทำให้คนอ่อนแอได้เสมอ ประสาอะไรกับเด็กอายุเพียง 10 ขวบเท่านี้จะทนไหวได้อย่างไร เขาภาวนาเมื่อพบว่าร่างนั้นยังสะอื้นไห้อย่างไร้เสียง หากวอนขอได้ เขาขอ….ขอให้เรื่องทุกอย่างจบลงไปโดยเร็ว เขาไม่ต้องการให้ร่างน้อยๆนี้ต้องเศร้าอีกแล้ว….


โดย : ฟ้าเหนือฟ้า
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 1 : 35 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook