บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 2

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> silence love

เรื่อง : silence love

Silence love ตอน 1
เช้าวันใหม่อีกวันได้เริ่มต้นขึ้น แสงตะวันสาดส่องลงมาผ่านขอบหน้าต่าง ปลุกร่างเล็กๆที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้น ดวงตาสีม่วงกะพริบถี่ๆขับไล่ความง่วงงุนให้หลุดไปจากความคิด ก่อนจะรีบวิ่งออกไปอย่างรีบร้อนเมื่อแต่งตัวเสร็จ จนกระทั่งไม่ได้ระวังตัวไปชนเข้ากับร่างสูงร่างหนึ่งเมื่อพ้นไปจากประตูห้อง
“จะรีบไปไหนแต่เช้ากันน่ะ อเมทิสต์”ร่างสูงถามร่างเล็กๆที่ชนเขาเมื่อครู่อย่างอดแปลกใจไม่ได้ คนถูกถามกุมศีรษะที่โนนิดๆจากการกระแทกเมื่อครู่ก่อนตอบคำถาม
“ข้านัดกับเทกต์ไทต์เอาไว้ครับ ท่านพี่โทปาซ ก็เลยรีบไปหน่อย”
ผู้เป็นพี่ชายยิ้มให้อย่างรู้นิสัย ก่อนจะใช้ฝ่ามือตนขยี้เส้นผมสีเงินนุ่มมือนั้นเล่นอย่างเคยมือ
“งั้นก็รีบไปเถอะ”
“ครับ”ผู้เป็นน้องชายรับคำก่อนจะวิ่งไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะเบาๆอีกครั้งก่อนจะถูกขัดจังหวะด้วยเสนาบดีของเมือง
“องค์ชายโทปาซ กระหม่อมอยากจะขอความเห็นพระองค์เกี่ยวกับพิธีสยุมพรในอีก 3 วันข้างหน้าด้วยพะยะค่ะ”
ดวงตาสีทองของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนจากประกายตาเอ็นดูน้องชายกลายเป็นแววตาสุขุมน่าเกรงขามแทบจะทันทีที่หันมาหาเสนาบดีผู้นั้นพร้อมกับผายมือเชิญเสนาบดีด้วยท่าทางงามสง่าสมกับที่ครองตำแหน่งเจ้านครผลึกคนปัจจุบัน
“งั้นเชิญท่านไปคุยกับเราที่ห้องหนังสือดีกว่า”
…………………………………………………………………………………………………………………
ณ ป่าข้างปราสาท
“เทกต์ไทต์”เสียงเรียกใสๆที่ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือที่อ่านช้าๆ นัยน์ตาสีดำมันขลับที่ลอดผ่านแว่นตารูปทรงประหลาดประดับไปด้วยหินสีดำที่แกะสลักเสลาสวยงามบ่งบอกถึงฐานะของผู้ใส่ที่เป็นถึงแม่ทัพที่ครองตำแหน่ง “นักปราชญ์”ของเมืองด้วยเป็นอย่างดี เขาร้องทักไปยังเจ้าของเสียงเล็กๆนั้นอย่างใจเย็นขณะเก็บแว่นตาที่ใส่เข้ากระเป๋า
“มาช้านะ อเมทิสต์”
“ขอโทษๆ ท่านก็รู้นี่ว่าข้าชอบตื่นสาย”อเมทิสต์ระล่ำระลักบอกพร้อมกับหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้สูงวัยกว่า และก็อย่างที่คาดเทกต์ไทต์ยิ้มรับเขาอย่างอ่อนโยน
“ข้าเข้าใจ….ว่าแต่เจ้านัดข้ามาทำไมรึ”
“อีก 3 วันจะเป็นวันสยุมพรของท่านพี่แล้ว”
“อ๋อ…เจ้าจะให้ข้าทำลายพิธีนั้นใช่มะ”
“ไม่ใช่!!!จะบ้าเรอะ เทกต์ไทต์ ถ้าท่านพูดล้อเล่นในขณะที่ข้าจริงจังอย่างนี้อีกล่ะก็ข้าจะไม่คุยด้วยอีกแล้วนะ!!!”เทกต์ไทต์มองหน้าคนที่กำลังโมโหโทโสอย่างเอ็นดูก่อนจะคว้าร่างเล็กๆนั้นมากอดไว้แล้วจุมพิตเบาๆที่หน้าผากโดยที่อเมทิสต์ก็ไม่ได้ขัดขืน
“ข้าล้อเล่นหรอกน่า อเมทิสต์ ว่าแต่เจ้าจะให้ข้าทำอะไรล่ะ”
“ข้าอยากได้ผลึกสีรุ้งที่อยู่บนภูเขาทางตะวันตกนั่นน่ะมาเป็นของขวัญเจ้าพี่”
เทกต์ไทต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยจ้องหน้าอเมทิสต์ในเชิงไม่เชื่อหูตัวเอง
“อเมทิสต์ เจ้ารู้ตัวไหมว่าว่าพูดอะไรออกมา!?”
“ข้ารู้สิ รู้ดีด้วยว่าที่นั่นมีด่านที่ต้องฝ่าหลายด่านและด่านสุดท้ายต้องแย่งผลึกนั่นมาจากกลางหน้าผากมังกรอีกด้วย”
“แล้วเจ้าก็ยังจะไป!?”
“ก็ถ้าไม่ได้ของมีค่าขนาดนั้นมา มันจะควรคู่เป็นของขวัญรึไงล่ะ ตกลงท่านจะช่วยข้าไหมล่ะ เทกต์ไทต์!?”
เทกต์ไทต์มองดวงตาที่จริงจังนั้นชั่วครู่ดูความจริงจังของอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับความใจอ่อนของตัวเองที่ต้องยอมลงให้กับความเอาแต่ใจของเจ้าชายที่เป็นที่รักของเขาองค์นี้อีกจนได้
“ก็ได้ ข้าจะพาท่านไปองค์ชายอเมทิสต์”
“เย้!!!ดีมากเลย ขอบคุณล่วงหน้านะ เทกไทต์ ท่านใจดีที่สุดเลย”
ร่างเล็กๆโผเข้ากอดเขาอย่างดีใจในการตัดสินใจนั้นของเขาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าถูกเขารวบตัวเข้ามาประชิดร่างเขาจนดิ้นไม่หลุดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ก่อนหน้านั้น…ข้าขอรางวัลก่อนละกันนะ”
“เห…”ก่อนที่จะได้พูดอะไรมากกว่านั้น เขาก็อาศัยโอกาสประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากเนียนนุ่มนั้น ชำแหลกลิ้นเข้าไปลิ้มรสความหอมหวาน ในขณะที่มือของเขาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อตัวบางเข้าไปลูบไล้แผ่นเนื้อขาวเนียนภายใน
“อย่า เทกไทต์เดี๋ยวมีใครมาเห็นนะ”
“ช่างปะไร…ข้าไม่สนหรอก”
ทว่า ชั่วขณะนั้นเองใบไม้ก็ไหวติงจากกการขยับตัวของ “บางอย่าง” อเมทิสต์รีบดันเทกไทต์ออกก่อนจะกระชับเสื้อให้เข้าที่ ร้องตะโกนออกไป
“ใครน่ะ!?”
ร่างสูงที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้ปรากฏขึ้น ผมสีทองราวกับเส้นไหมทองคำยาวประบ่าตัดกับสีตาสีเขียวเข้มสีเดียวกับผ้าคลุมและชุดที่เขาสวมใส่มองจ้องมายังทั้งคู่โดยปราศจากเสียงพูดใดๆลอดออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูปรับกับใบหน้านิ่งงันสวยราวรูปปั้นนั้น
“เอเลซซาร์…เจ้ามีธุระอะไรกับข้ารึปล่าว”เทกต์ไทต์รีบตัดบทเมื่อเห็นใบหน้ากังวลของอเมทิสต์ที่แอบหลบไปด้านหลังเขา เอเลซซาร์มองผู้เป็นอาจารย์นิ่ง ก่อนจะยื่นม้วนกระดาษสีทองให้ด้วยท่าทางนอบน้อม เทกต์ไทต์ยื่นมือไปรับแล้วคลี่ออกอ่านอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองอเมทิสต์
“พี่ชายท่านเชิญข้าไปพบ ข้าคงต้องขอตัวก่อน ส่วนเรื่องรายละเอียดการเดินทางแล้วเราค่อยคุยกันวันหลังนะอเมทิสต์ เอเลซซาร์ส่วนเจ้าตามข้ามา”พูดจบเทกต์ไทต์ก็หมุนตัวเดินจากไป เอเลสซาร์เห็นดังนั้นก็เริ่มขยับตัวทำท่าจะตามอาจารย์ไปแต่ก็ถูกอเมทิสต์ฉุดข้อมือไว้เสียก่อน
“เอเลซซาร์เมื่อกี้เจ้าเห็นสินะ…”คนถูกเรียกมองร่างเล็กๆนั้นนิ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับอย่างไม่คิดจะปิดบังแต่นั่นก็ทำให้ดวงหน้าสวยที่อยู่ต่อหน้าเขาเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด มือเล็กๆเกาะกุมมือเขาไว้แน่นเย็นเฉียบจนเขาใจหาย จึงใช้มืออีกข้างเกาะกุมมันไว้เป็นเชิงแทนคำสัญญาแก่ผู้หวาดหวั่นว่า “ข้าจะไม่บอกใคร” ก่อนจะหันหลังก้าวเร็วตามอาจารย์ไป ทิ้งให้อเมทิสต์ยืนนิ่งเงียบรำพึงออกมาเบาๆ
“เจ้าใจดีกับข้าเสมอเลยนะ…เอเลซซาร์”
เอเลซซาร์ตามร่างอันสง่างามของอาจารย์ได้ทันเมื่อมาถึงหน้าปราสาท เทกต์ไทต์ยืนรอเขาด้วยกริยาสงบนิ่งดังเช่นเดิมที่เคยปฏิบัติกับเขาเสมอมา เมื่อเขาโค้งคำนับเทกต์ไทต์ก็พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะกล่าวคำถามออกมาคำหนึ่ง
“อเมทิสต์เป็นอย่างไรบ้าง…สบายใจแล้วสินะ”เขาพยักหน้ารับคำอาจารย์ก่อนจะนิ่งอึ้งกับคำถามที่เขาไม่คาดคิดว่าจะออกมาจากปากของอาจารย์เขา
“เจ้าชอบอเมทิสต์ใช่ไหมเอเลซซาร์…”
ทั้งศิษย์อาจารย์ต่างนิ่งเงียบ ดวงตาสีเขียวฉายแววตระหนกก่อนจะพยักหน้ารับ เหตุการณ์เมื่อครู่ทำเขาเจ็บมาแล้ว แต่คำพูดของอาจารย์กลับเสียดแทงใจเขายิ่งกว่า เทกต์ไทต์ยิ้มเศร้าเอื้อมมือไปตบบ่าร่างสูงที่อ่อนวัยกว่าเขานับ 10 ปีอย่างเข้าใจ
“อาจารย์ไม่คิดจะว่าเจ้าหรอก อย่าวิตกไปเลยเอเลซซาร์…อาจารย์แค่อยากจะบอกกับเจ้าเรื่องหนึ่ง”ผู้พูดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นก่อนจะกล่าวต่อไป “ถ้าหากอาจารย์เป็นอะไรไป….อาจารย์ขอฝากเจ้าดูแลอเมทิสต์ด้วย”
เอเลซซาร์เงยหน้ามองอาจารย์อย่างงงงัน ดวงตาสีเขียวเข้มกะพริบถี่เป็นเชิงถามร่างสูงวัยที่ดูยังไงก็แค่ตัวเลขนั้นถึงเหตุผล
“เจ้านั่นมันกำลังจะตื่นขึ้นมา ข้าไม่รู้ว่าจะต้านมันได้อีกเท่าไหร่ ถ้าหากว่าโชคร้าย….การเดินทางของข้าพรุ่งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย…”เขายกมือขึ้นห้ามร่างอ่อนเยาว์กว่าที่ทำท่าจะเข้ามาห้ามเขาพูดต่อ
”เจ้าสัญญาได้ไหม”ดวงตาสีนิลนั้นจ้องเขม็งมายังผู้รับฟังอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ เมื่อเห็นว่าร่างตรงหน้ามีแววตาหม่นลงพยักหน้ารับราวกับจะกลั้นน้ำตา จึงหันหลังเดินเข้าปราสาทโดยทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้ายราวกับรู้ถึงอนาคตเบื้องหน้า
“เมื่อถึงเวลานั้น ข้าขอให้เจ้าดูแลเขาด้วย”


โดย : ฟ้าเหนือฟ้า
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 20 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 1 : 49 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook