บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 2

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> วันที่ 4

เรื่อง : วันที่ 4

ออกจากวัดมาไม่กี่วันก็เอาเสียแล้ว ข้าเถลไถลไป 3-4วันจนลืมตัวเพราะมัวหลงกลิ่นความมึนเมา กว่าจะได้สติก็เผลอทำชั่วกับตัวเองอย่างไม่อับอายฟ้าดิน
ที่ๆข้าอยู่ข้าเรียกมันว่า ถนนสายโลกีย์ ข้าหนีออกจากที่นี่ไปครึ่งปีแล้ว เมื่อได้กลับมาที่นี่อีก ข้าพยายามติดต่อกับโกโก้ด้วยการถามข่าวคราวจากสหายที่เคยรู้จัก ก็ได้คำตอบตรงกันว่า นางยังคงอยู่กับกลุ่มเดิมของนางที่แวดล้อมไปด้วยยาเสพติด ข้าไม่รู้สึกแปลกใจ แต่ก็อยากพิสูจน์เรื่องที่ได้ยินมาว่าเป็นจริงหรือไม่ สุดท้ายก็ได้แต่พาสังขารอันทรุดโทรมของตัวเองเข้าไปคลุกคลีกับนางอีกครั้ง
โกโก้เป็นสหายข้ากับไอ้หลงหลง เจ่เจ๊รักนางเหมือนม่วยม่วยคนหนึ่ง และอยากให้นางมาช่วยงานที่ร้าน ข้าขลุกอยู่กับนาง 2วัน 2คืน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน นางพาข้าไปท่องยุทธจักร สลับกับกิจกรรมที่เราเคยทำเมื่อครั้งก่อน นั่นก็คือการเอายาไปเผาแล้วก็สูดควันจากมัน
ข้าสนทนากับโกโก้เรื่องร้านเจ่เจ๊และขอให้นางไปช่วยทำงานที่ร้านตามความต้องการของเจ่เจ๊ ตอนแรกนางทำท่าไม่ยอม จนข้าต้องชักแม่น้ำทั้ง 12สายออกมาหว่านล้อม ในที่สุดนางก็ตอบตกลง ไม่รู้ว่าข้าพูดดีหรือว่านางเมา
ข้าอยากลงโทษความคึกคะนองของตัวเอง ที่เหิมเกริมถึงขนาดกลับไปทำตัวเหมือนเดิมอีก แต่ยังไม่ทันทำอะไรเจ่เจ๊ก็ด่าข้าเละ เพราะเจ่เจ๊รู้ว่า2-3วันนี้ข้าไปอยู่กับโกโก้ และก็รู้ว่าโกโก้ยังเลิกยาไม่ได้ การที่ข้าไปอยู่กับโกโก้ก็ไม่ต่างจากเศษเหล็กที่ไปอยู่ใกล้แม่เหล็ก
ข้าพยายามอธิบายให้เจ่เจ๊ฟังว่า ข้าอยากให้โกโก้เลิกสิ่งเสพติด แต่ภาพพจน์ของข้าในสายตาโกโก้ก็คือ ชายหัวโล้นโกนคิ้วที่เพิ่งสึกออกมาจากการเป็นบรรพชิต ไม่ใช่ความน่าจะเป็นบนเส้นขนานของหวงเฟยหง การที่จู่ๆข้าจะไปบอกให้โกโก้เลิก ก็คงยากพอๆกับการหาปลาในต้นไม้ ข้าทำแบบนั้นไม่ได้ ข้าจึงต้องใช้วิธีการของข้า
ถ้าหากข้าเตือนโกโก้ด้วยหัวโล้นเพียงอย่างเดียว นางคงอัปเปหิข้าด้วยรองเท้าส้นตึกผิดยุคของนางเป็นแน่ เพราะความหล่อของข้ากับ หวงเฟยหง ช่างแยกแยะ สวรรค์กับนรก ได้ชัดเจนเหลือเกิน
ข้าใช้วิธีการของข้า นั่นก็คือ นางดูด ข้าก็ดูดบ้าง คนเราเวลาอยู่ในฟิวส์เดียวกัน แม้พูดกันคนละเรื่องก็สามารถฟังเป็นเรื่องเดียวกันได้ นางทำอะไรข้าก็ทำแบบนั้น คราวนี้กระทั่งกำแพงเมืองจีนก็พังทลาย
นางนั่งฟังข้าพูดด้วยความเมา เรา2คนนั่งเอาหน้าผากชนกันไต่ถามสารทุกข์สุกดิบของกันและกัน เมื่อต่างคนต่างบิวด์อารมณ์จนได้ที่ โกโก้ก็รับปากข้าว่า ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของนางและนางก็จะเลิกมัน ข้าดีใจที่วิธีการของข้าได้ผล ข้ายอมเปลืองตัวเอาสังขารเข้าแลก ผลที่ได้รับมันคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายออกไป
นางเสพติดตั้งแต่อายุ 16 ตอนนี้เลยเบญจเพสแล้วยังเลิกไม่ได้ 7-8ปีที่นางต้องงมงายกับความมัวเมา แต่ข้าสามารถทำให้นางกลับตัวกลับใจได้ ข้าแอบชื่นชมตัวเองด้วยความลำพองใจ หารู้ไม่ กำแพงเมืองจีนมิได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว
กลับมาถึงร้าน คนเฝ้าร้านที่เจ่เจ๊จ้างมา รีบเอาเงินยัดใส่มือข้า 200ให้ข้าไปซื้อยามาให้มัน นรก!!!! มันทำอย่างกับรู้ว่าข้าเพิ่งไปดูดยามาหยกๆ ไอ้สุนัขรับใช้แมนจู มันคงเห็นข้าเป็นมือใหม่หัดขับ เมาแล้วหลับ ขับไม่ได้ หารู้ไม่ รุ่นกูกระทั่งซือแป๋ยังเรียกอาจารย์ แล้วมึงเป็นใคร?
ตึกนี้มีข้ากับมันเท่านั้นที่นอนเฝ้า มันเป็นคนบ้านเดียวกับเจ่เจ๊ ท่าทางมันเหมือนขันทีกังฉิน เห็นหน้าก็รู้ว่าไม่ใช่ตัวดี สารเลวนี่พยายามตามตื้อข้าเหมือนถูกทางการสนตะพายจมูกให้มาล่อซื้อยาจากข้า ฟัก เกาลัด!!
2วัน 2คืนที่หายไปข้าเพลียมาก เงินก็ไม่มีใช้ ข้าวก็ไม่ได้กิน ไอ้บัดซบนี่ยังใช้ไปซื้อยาอีก ข้าเหนื่อยแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เมื่องานสำเร็จลุล่วงก็สมควรได้พักผ่อนหลับนอน แต่นรกนี่ยังตื้อไม่ยอมเลิก สุดท้ายต้องผลุสวาทภาษาบรรพบุรุษให้มัน 2-3คำ มันจึงยอมเลิกรา
ในยามที่อึดอัดใจไม่มีใครคุย ก็ได้แต่ระบายความรู้สึกกับหน้ากระดาษเพียงลำพัง ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าทำมันไม่ดี แต่ข้าก็มีเหตุผลของข้า ถ้าเหตุผลในที่นี้หมายถึงคำแก้ตัว ข้าก็มีข้อแก้ตัวมากมายที่จะเข้าข้างตัวเอง
ข้าไม่ได้อยู่ในโลกคนเดียวแม้ข้าจะไม่แคร์ตัวเอง แต่ก็มิอาจไม่แคร์สายตาผู้อื่นที่มองข้าด้วยความหยามเหยียดราวกับจะบอกว่า การเป็นบรรพชิต ไม่ได้ทำให้คนเลวกลับกลายเป็นคนดีได้แม้แต่น้อย ข้าไม่สนใจคำกล่าวนั้น ถึงแม้ข้าจะไม่ใช่คนดี แต่ข้าก็ไม่ใช่คนเลว ไม่ใช่อย่างเด็ดขาด!!!
วันนี้ตื่นบ่าย ได้ยินเสียงจอแจอยู่ข้างล่าง พอลงมาดูก็เจอโกโก้กำลังคุยกับเจ่เจ๊อยู่ เจ่เจ๊ให้เงินนาง 3,000บาท เพื่อยืนยันว่านางจะมาทำงานทันทีที่ร้านเสร็จ
หลังจากโกโก้ออกไปทักกิก็เข้ามา เราพากันไปเดินดูเครื่องเสียงตามร้านขายของเก่าตามที่นัดกันไว้ ข้ารู้สึกถึงปฏิกิริยารังสีจิตใจของคนรอบข้าง คล้ายมีบางสิ่งคอยติดตามคุ้มครองข้าอยู่เสมอ ความรู้สึกเช่นนี้ติดตามข้านับตั้งแต่เท้าแรกที่ก้าวออกจากวัด ข้าอยากเรียกความรู้สึกต่อสิ่งนี้ว่า พระพี่เลี้ยง
พระพี่เลี้ยงเกิดขึ้นระหว่างความจริงกับความฝัน เป็นเส้นแบ่งระหว่างความมีกับความไม่มี เป็นความรู้สึกที่อยู่ตรงกลางระหว่างความรู้กับความไม่รู้ เหมือนสตรีหน้าตาดีที่ไม่มีความงดงาม แต่บุรุษทุกคนที่เห็นนางต่างไม่มีใครปฏิเสธได้เต็มปากว่านางไม่น่ามอง ข้าคงอธิบายอย่างละเอียดในตอนนี้ไม่ได้ เพราะข้าเองก็กำลังติดตามเรื่องราวของข้าอยู่เหมือนกัน
พระพุทธองค์ทรงสอนในกาลามสูตรว่า อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ข้าเชื่อในคำสอนของพระองค์ และข้าก็เชื่อในความรู้สึกของข้า เพราะความรู้สึกบอกข้าว่า ข้ามีชีวิตอยู่ด้วยความจริง หรือสิ่งหลอกลวง
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ข้าทำงานในสถานเริงรมย์ก็เพราะเห็นว่า ชีวิตผู้คนล้วนแต่มีความทุกข์ เปล่าเลย ข้ามิได้หวังว่าสถานเริงรมย์จะสร้างความสุขแก่ผู้คน เหมือนทารกเห็นของเล่นชิ้นใหม่ ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน แต่ถ้าหากข้าสามารถทำให้ผู้คนมีความสุขจากสิ่งที่ข้าทำได้ แม้จะเป็นความสุขเพียงชั่วคราว ข้าก็ถือว่า ข้าได้รับความสุขจากการกระทำนั้นเช่นกัน แต่ถ้าหากการกระทำของข้าทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ นั่นก็ถือเป็นกรรมของเขา ไม่เกี่ยวกับข้า คนเมื่อมีกรรมแม้จะรับหรือไม่รับ เขาก็ต้องเจอ เพราะกรรมมันเป็นเรื่องของกฏ
คนโดยมากต่างปฏิเสธความทุกข์ เฝ้าแต่แสวงหาความสุข “ไม่เห็นทุกข์ก็ไม่เห็นธรรม” ข้าสละเพศบรรพชิต ปลงจีวรแล้วก็ไม่รู้จะบอกใครว่า “ความสุขนั้นเกิดขึ้นเอง มิใช่จากการแสวงหา”


โดย : เสี่ยวเอ้อ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 22 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 10 : 28 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook