บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 2

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> silence love ตอน 2

เรื่อง : silence love ตอน 2

silence love ตอน 2
อเมทิสต์อธิษฐานผ่านดวงจันทร์และดวงดาวที่ทอประกายแสงผ่านท้องฟ้าในคืนนั้น พรุ่งนี้แล้วที่เขาจะได้ออกเดินทางไปกับเทกต์ไทต์เพื่อไปนำผลึกสีรุ้งนั้นมาถวายแด่เจ้าพี่ที่เขารักเคารพยิ่ง เฉลิมฉลองให้กับพิธีสยุมพรอันยิ่งใหญ่ระหว่างทั้งสองเมืองที่กระชับสัมพันธ์กัน เขาเชื่อเหลือเกินว่าท่านพี่และพี่สะใภ้ของเขาจะต้องดีใจอย่างแน่นอนกับของขวัญล้ำค่าที่เขาจะไปนำมาให้นี้ แม้ว่าเขาจะเชื่อใจเทกต์ไทต์ว่าจะต้องไม่มีอันตรายเกิดขึ้นถ้าเขาคอยอยู่เคียงข้างคนคนนั้น ทว่าในใจเขากลับมีความรู้สึกกังวลมากมายที่เขาไม่รู้ว่าทำไมมันไม่หายไปเสียที
“ขอให้เทพที่พิทักษ์ดินแดนนี้ช่วยคุ้มครองข้ากับเทกต์ไทต์ด้วยเถอะ”
สิ้นเสียงภาวนาลมก็พัดวูบไหวแรงกล้า จนแสงเทียนที่เขาตั้งไว้ในห้องดับวูบ ใจเขาเริ่มเสีย ลางร้ายส่อเค้าอย่างน่าหวั่นวิตกทว่าท่ามกลางความมืดที่รายล้อมเขาเอาไว้ ชั่วครู่นั้นเองที่เขาได้ยินเสียงบทเพลงไพเราะที่ขับขานมาพร้อมกับสายลมที่พัดพริ้วระเรื่อยราวกับจะตอบรับเสียงนั้น อเมทิสต์ยิ้มกับตัวเองก่อนจะเดินลงมาจากตำหนักตามท่วงทำนองนั้นตรงไปยังต้นกำเนิดของเสียง และเขาก็คาดไว้ไม่ผิด เอเลซซาร์ยืนอยู่ตรงนั้นใบหน้างามสงบนิ่งบรรเลงเพลงปลอบขวัญแมกไม้ที่อยู่ในอาณาบริเวณนั้นโดยใช้ใบไม้เพียงใบเดียว
“ไม่ว่าจะกี่ปีๆ บทเพลงของเจ้าก็ยังไพเราะไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ เอเลซซาร์”
ดวงหน้าสวยราวกับเทพอารักษ์ของป่าไม้กะพริบดวงตาสีเขียวใสนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ หันมามองผู้ทักเงียบๆ ก่อนจะกวักมือเรียกเจ้าของผมสีเทาเงินที่สะบัดพลิ้วรับสายลมนั้นไปนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่ที่พวกเขาเคยไปนั่งพักเล่นกันอยู่เสมอเมื่อครั้งยังเด็ก ด้วยประกายตาเป็นกังวล อเมทิสต์เดาออกว่าเอเลซซาร์กำลังเป็นห่วงเรื่องอะไร ทว่าเขาก็นิ่งไปนานกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำพูดขึ้นมาทำลายความเงียบนั้นในที่สุด
“เจ้าเรียกข้าออกมาถามเรื่องที่ข้าจะเดินทางไปกับเทกต์ไทต์ใช่ไหม เอเลซซาร์”
คนตรงหน้าพยักหน้ารับ อเมทิสต์ยิ้มน้อยๆก่อนจะตอบคำถามนั้นอย่างอารมณ์ดี แม้ลางร้ายเมื่อครู่จะรบกวนจิตใจเขาอยู่ก็ตาม
“ข้าจะไปเอาผลึกสีรุ้งมาถวายเป็นของขวัญให้เจ้าพี่น่ะ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกข้าไม่ได้ไปคนเดียวเสียหน่อย ข้าไปกับเทกต์ไทต์ อาจารย์ของข้ากับเจ้าเชียวนะ”ใบหน้าและประกายตาของคนพูดฉายแววเชื่อมั่นในชื่อนั้นอย่างล้นเหลือ จนไม่ได้สังเกตเลยว่าเอเลซซาร์ที่นั่งฟังอยู่หน้าเจื่อนไปพักหนึ่งเพราะเจ็บแปลบในหัวใจ ด้วยความรู้สึกอิจฉาเล็กๆ ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่คนที่สำคัญที่สุดของอเมทิสต์ก็เป็นอาจารย์ของเขาเสมอ แม้ว่าเขาอยากจะแทรกเข้าไปเพียงใดก็คงไม่มีทางแทนที่ได้ แล้วเขาจะบอกเจ้าของหัวใจของเขาได้อย่างไรว่า “เทกต์ไทต์”กำลังจะทิ้งชีวิตตัวเองเขาจะบอกได้อย่างไร!!!
“เอเลซซาร์ เป็นอะไรไปรึ ทำไมเจ้าทำหน้าเศร้าอย่างงั้นล่ะ!? มีเรื่องอะไรรึปล่าว”เอเลซซาร์พยายามบ่ายเบี่ยง โดยไม่ยอมสบตาทว่าการกระทำเช่นนั้นกลับยิ่งทำให้ดวงตาสีม่วงนั้นจ้องจับผิดอย่างไม่ลดละความพยายามที่จะรู้ถึงความจริงที่เขาปิดบังไว้
“เจ้าจะปิดบังข้ารึ เอเลซซาร์ สัญญาของข้าที่ว่า แม้เจ้าจะพูดไม่ได้ แต่ขอให้ทุกเรื่องในความคิดของเจ้า ต้องให้ข้าได้มีส่วนร่วมคิดด้วยน่ะ เจ้าลืมไปแล้วรึไงกัน!!” เอเลซซาร์มองแววตาจริงจังนั้นอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ หลบสายตาแรงกล้านั้น พลางคิดถึงความทรงจำเมื่อวันวานที่เจ้าของดวงตาสีอเมทิสต์คู่นี้เคยมองตรงมาที่เขาพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเขาไว้ แล้วเปล่งคำสัญญา….และก็เพราะสัญญานั้นเขาถึงได้รักคนตรงหน้านี้อย่างสุดใจในเวลาต่อมา แต่สุดท้ายสิ่งที่เขาทำได้แม้จนเวลานี้ก็คงเป็นแค่“เพื่อนสมัยเด็ก”สำหรับคนๆนี้เท่านั้นกระมัง เขากัดฟันข่มความความเจ็บแปลบ ก่อนจะปลดสร้อยคอที่มีอัญมณีสีเขียวเข้มส่องประกายเจิดจรัสออกมาจากคอของตนวางลงบนมือของอเมทิสต์
“นี่มันของที่เจ้าห้อยติดตัวไว้ตลอดนี่นาเอเลซซาร์ เจ้าจะให้ข้ารึ…ทำไมล่ะ!?”อเมทิสต์รีบดันสิ่งล้ำค่านั้นกลับไปยังมือคนให้แต่มือที่แข็งแกร่งของเอเลซซาร์กลับกุมมือเล็กๆนั้นแน่นขึ้น จ้องมองเข้าไปยังดวงตาสีม่วงสวยนั้นเป็นเครื่องแทนคำพูดสุดท้ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาได้
ทั้งคู่มองตากันนิ่งงัน ก่อนที่เอเลซซาร์จะปล่อยมือของตนออกจากมือเล็กๆนั้นอย่างรู้ตัวถึงสถานะของตัวเองที่ไม่อาจเคียงข้างร่างนั้นได้ แม้หัวใจจะปรารถนาปานใดก็ตาม เขาค่อยๆถอยห่างและเดินจากไปจากตรงนั้นกลืนไปกับสายลมและหมู่แมกไม้ทิ้งให้อเมทิสต์มองตามร่างนั้นด้วยหัวใจที่ร้าวรานไม่แพ้กันเพราะไม่อาจจะตอบสนองความรู้สึกนั้นของเพื่อนรักได้ นอกจากจะเก็บสร้อยคอเส้นนั้นไว้กับตัวเขาเองเป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพที่ยังคงอยู่ต่อไปเท่านั้นเอง
( จบตอน 2 )


โดย : ฟ้าเหนือฟ้า
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 24 ม.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 34 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook