บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 3

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> กระบี่เก่ารักลึกล้ำ (บทที่6 รักลึกซึ้ง)

เรื่อง : กระบี่เก่ารักลึกล้ำ (บทที่6 รักลึกซึ้ง)

เซี่ยวเมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อตนนอนอยู่ในห้องพักของฮุยอิง บนเตียงของฮุยอิง สมควรทราบฮุยอิงเป็นลูกกำพร้าที่เจ้าสำนักฮั้วซัวเก็บมาเลี้ยงจึงรักเอ็นดูเป็นพิเศษ จึงได้สร้างห้องส่วนตัวไว้ รายล้อมด้วยศิษย์สตรีบุรุษสังกัดฮั้วซัว เห็นสายตาหลายคู่จับจ้องร่างของมันอยู่ จึงงงงันวูบ เจ้าสำนักฮั้วซัวจึงกล่าวเฉลยว่า
"เป็นเจ้าบรรเลงเพลงเกรี้ยวกราดลมหายใจขาดห้วงมากมาย ลมปราณจึงสับสนปรวนเปร เราได้ถ่ายทอดกำลังภายในไปให้ส่วนนึง เจ้าบรรเลงเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักรให้เราจบได้เราก็ปลาบปลื้มจนวันตายแล้ว"
เซี่วเมาหลับตาลง มันรู้สึกทั่วร่างไร้เรี่ยวเรียง จึงโคจรพลังตามเคล็ดถนอมบุปผา ค่อยรู้สึกดีขึ้น แต่แสร้งไอแค่กแค่ก กล่าวว่า
"ศิษย์อาจสูญเสียกำลังภายในหลายส่วน แต่ทว่า ได้บรรเลงเพลงยิ้มเย้ยยุทธจักรก็นับว่าตายตาหลับได้แล้ว"
เฟยหลงกับฮุยอิงกล่าวเสียงเดียวกันว่า
"อย่าได้กล่าววาจาเหลวไหล"
เจ้าสำนักฮั้วซัวกล่าวว่า
"ให้มันนอนพักสักหลายวันก็คงกลับสู่สภาพเดิม"
จากนั้นทุกคนเดินออกจากห้อง มันเองรู้สึกเป็นรสชาติเช่นไร ในใจครุ่นคิด 'เราได้มานอนเตียงของฮุยอิง แล้วนางจะพักผ่อนที่ไหนเล่า' แต่จนใจที่ต้องปฏิบัติตามแผน เซี่ยวเมาเพิ่งคิดได้ 'เหตุไฉนเรากลายเป็นคนโง่งมปานนี้ ฮุยอิงกับท่านเจ้าสำนักฮั้วซัวเป็นพ่อลูกบุญธรรมกันย่อมสามารถพักผ่อนด้วยกัน' ความจริงมันหายดีตั้วแต่โคจรพลังครั้งแรกแล้วนี้กลับต้องขอบคุณเคล็ดถนอมบุปผา แต่ตลอดเวลาที่เจ้าสำนักฮั้วซัวมาตรวจชีพจร ต้องแสร้งโคจรพลังปรวนเปรเหมือนยังไม่หายดี หลายวันนี้เจ้าสำนักฮั้วซัวถ่ายทอดพลังเมฆม่วงให้หลายส่วน เซี่ยวเมาดูดรับได้เป็นขั้นพื้นฐานของเคล็ดเมฆม่วง หากต้องการฝึกต้องใช้เคล็ดวิชาจากคัมภีร์พลังเมฆม่วงมาอ่าน แล้วจะทำอย่างไรดี
วิกาลคล้อยดึก เซี่ยวเมาที่นอนอยู่บนเตียงพลันยื่นมือคว้ากระบี่สำนักฮั้วซัวประจำตัวขึ้นมาพร้อมพลิ้วปราดออกจากหน้าต่าง ปลายเท้าพอถึงพื้นก็กระโดดลอยลิ่วไปไกล กระโดดเพียงเจ็ดแปดครั้งก็สามารถออกจากเขตฮั้วซัวได้ เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อมารอแต่แรก เอ็งจื้อถามว่า
"ท่านได้คัมภีร์มาหรือไม่?"
เซี่ยวเมาส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า
"ยังไม่ได้ เราไม่มีความมั่นใจขโมยสำเร็จนัก..."
เอ็งจื้อถามเหตผลเซี่ยวเมาตอบไปว่า
"เราฝึกเคล็ดคัมภีร์ถนอมบุปผาซึ่งต้องการดึงพลังธาตุหยินของสตรีเรื่องนี้จื้อเอ๋อ(คำเรียกผู้สนิทสนมนามเอ็งจือ)ย่อมทราบดี การฝึกต้องเป็นไปต่อเนื่อง หนึ่งเดือนนี้เรามิได้รับพลังธาตุหยินเลย ฝีมือจึงถดถอย แค่บรรเลงเพลงเกรี้ยวกราดผสมอ่อนช้อยก็มิอาจทนได้ จึงกระอักโลหิตพร้อมสิ้นสติไป"
เซี่ยวเต๋อจึงพึมพำว่า
"มิน่าเล่า ตอนที่อาจารย์อาบรรเลงเพลงจบกลับกระอักโลหิตถึงกับสิ้นสติ"
เอ็งจื้อกล่าวเสียงอ้อยอิ่งว่า
"งั้นแสดงว่าเรากับเซี่ยวเต๋อต้อง... ต้องมอบกายให้อาจารย์อาเพื่อดึงความมั่นใจงั้นหรือ?"
เซี่ยวเมารีบโบกไม้โบกมือไปมากล่าวอย่างร้อนรนว่า
"ไม่..นี่กลับไม่ต้อง เราสามคนไปขโมยเอาคัมภีร์คืนนี้เลย แล้วพวกเราก็หลีกหนีลี้กลับสำนักโดยไว อย่าได้ปะทะแตกหัก"
เซี่ยวเต๋องงงันวูบ นางรู้นิสัยเซี่ยวเมาดี สตรีสาวที่เข้าสำนักมาใหม่ๆล้วนหลับนอนกับเซี่ยวเมามาแล้วทั้งสิ้น ปกติเซี่ยวเมามิเคยปฏิเสธสตรีเช่นนี้มาก่อน เซี่ยวเต๋อจึงหัวร่อคิกคักกล่าวว่า
"อาจารย์อาที่แท้กลายเป็นวิญญูชนคล้ายอาจารย์คนใหม่ของท่านไปทุกที หรือว่าอาจารย์อาหลี่ฮุ่ยเชอผู้มากรักกลายเป็นชมชอบต่อศิษย์สตรีฮั้วซัวน้อยนามฮุยอิง"
เซี่ยวเมาส่ายหน้าครานึงกล่าวว่า
"เราหากเป็นยามปกติย่อมต้องครอบครองศิษย์หลานทั้งสอง ยามนี้กลับนอกเหนือกฏเกณฑ์"
เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อหน้าแดงวูบร่ำร้องว่า
"เพราะเหตุใด?"
เซี่ยวเมาหัวร่อฮาฮากล่าวว่า
"ก็เพราะศิษย์สตรีฮั้วซัวน้อยยามฮุยอิงที่ท่านกล่าวถึงนั่นอยู่ไม่ไกลจากทีนี่"
เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อถามโดยพร้อมเพรียง
"อยู่ที่ใด!??"
เซี่ยวเมาชี้นิ้วไปยังพุ่มไม้ข้างๆทั้งสอง เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อชักกระบี่จากฝัก เสือกไปยังพุ่มไม้ที่เซี่ยวเมาชี้ ปรากฏเงาร่างถลันหลบออกมา เป็นฮุยอิงที่มีสีหน้าแตกตื่นสับสน กล่าวออกมาว่า
"คิดไม่ถึง..เป็นท่าน..ท่าน..."
เซี่ยวเมากล่าวเสียงราบเรียบ
"เป็นเรา?"
ฮุยอิงนิ่งเงียบไม่ตอบคำ พลันชักกระบี่ออกจากฝัก เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อก็เปิดฉากจู่โจม ฮุยอิงควงกระบี่เป็นวงป้องกันตัวเอง เซี่ยวเมาลองจับตาอดูการต่อสู้นี้โดยไม่สอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว ระดับการฝึกปรือของเอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อยังไม่เทียบเท่าฮุยอิง แต่ใช้วิธีสองลุ่มหนึ่งเซี่ยวเมาเองก็อยากทราบผลการต่อสู้จึงนิ่งอยู่
ผ่านไปเนิ่นนานทั้งสองฝ่ายแลกกันไปเกือบหกสิบกระบวนท่า ฮุยอิงตวัดกระบี่ซ้ายคลี่คลายสภาวะกระบี่ของเอ็งจื้อ เสือกกระบี่ขวาทิ่มแทงชายโครงเซี่ยวเต๋อ เซี่ยวเมาเห็นท่าไม่ดี ชักกระบี่ออกปัดป้องกระบี่ของฮุยอิงช่วยเหลือเซี่ยวเต๋อ ท่ากระบี่เร่งร้อนเป็นกระบี่ไวลมคลั่งของฮั้วซัว ด้วยกำลังภายในเมฆม่วงส่วนนึงของเจ้าสำนักฮั้วซัวต่อสู้เพียงสามกระบวนท่าก็ตวัดกระบี่กระแทกกระบี่ของฮุยอิงหลุดจากมือ จากนั้นจ่อกระบี่จี้คอหอยฮุยอิงไว้ เห็นอาจารย์อาเอาชัยได้ศิษย์หลานทั้งสองจึงเก็บอาวุธ
ฮุยอิงกล่าวอย่างขุ่นแค้นว่า
"เป็นศิษย์ทรยศเหนือล้ำกว่าเราเฮอะ!"
เซี่ยวเมาลดเก็บกระบี่ใส่ฝักจากนั้นจี้สกัดจุดฮุยอิงจับนางนั่งพิงต้นไม้ กล่าวเสียงอ่อนโยนว่า
"เรา..เราความจริงไม่มีเจตนาทำร้ายท่าน..... เรา...."
เอ็งจื้อพลันกล่าวตัดบทว่า
"อย่าได้เกลี้ยกล่อมมากความ ทางที่ดีสังหารมัน หากไม่..หากไม่....หากไม่ก็ดูดพลังธาตุจากนาง"
ฮุยอิงงงงันวูบ ร่ำร้องว่า
"ดูดพลังธาตุอันใด อย่าหวังได้อะไรจากข้าพเจ้า"
เซียวเต๋อหัวร่อคิกคักครานึงเดินเข้าไปกระซิบบอกความจริงต่อฮุยอิง เซี่ยวเมากระอักกระอ่วนยิ่งเมื่อโดนเปิดโปงความจริงถลึงตาใส่เซี่ยวเต๋อครั้งนึง ฮุยอิงได้ยินก็หน้าแดงวูบตวาดว่า
"ท่านอย่าได้คิดกระทำเช่นนั้นกับเรา หากไม่เราจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายในบัดดล"
เซี่ยวเมาหัวร่อออกมาดังฮาฮา นางกล่าวโดยไม่ยั้งคิด พอนึกทบทวนว่าตนจะฆ่าตัวตายมันออกจะน่าขบขันไปหน่อย เซี่ยวเมาหากคิดสังหารฮุยอิงแต่แรกกระบี่ที่จ่อไปคงทะลุคอหอยนางไปแล้ว ฮุยอิงครุ่นคิดขึ้น 'มันไว้ชีวิตเรา หรือว่า...'
เซี่ยวเมาหัวร่อฮาฮากล่าวว่า
"ตัวท่านมีค่ามากกว่าที่ท่านคาดไว้มากมายนัก ดังนั้น"
เซี่ยวเมาเดินเข้าไปข้างๆฮุยอิง ย่อตัวลงและยื่นมือไปลูบไล้ปรางแก้มเรียบลื่นของฮุยอิง จากนั้นเลื่อนมือลงมา..... ตบคลายจุดให้ฮุยอิง
"ท่านยังคงไปเถอะ เราตัดสินใจแล้ว เรากับศิษย์หลานสองคนจะไปขโมยคัมภีร์แล้วจากไปในบัดดล"
กล่าวจบหันไปออกคำสั่งกับเซี่ยวเต๋อและเอ็งจื้อ
"ตามเรามา"
ทั้งสามพลันพลิ้วกายจากไป เซี่ยวเมาครุ่นคิดในใจ 'เราทำอะไรลงไป เราปล่อยฮุยอิงไป นางย่อมต้องไปแจ้งต่ออาจารย์ แต่พลังตัวเบาของฮุยอิงเทียบเรากับเซี่ยวเต๋อและเอ็งจื้อ อย่างไรก็ตามเรารีบฉกฉวยคัมภีร์มาแล้วจากไป"
เมื่อถึงห้องพักเจ้าสำนักเซี่ยวเมาเจาะหน้าต่างกระดาษเป็นรูมองเข้าไปเห็นเจ้าสำนักฮั้วซัวหลับสนิทจึงเปิดหน้าต่างอย่างแผ่วเบา กวักมือเรียกศิษย์หลานทั้งสองให้เข้าไป พอเอ็งจื้อและเซี่ยวเต๋อเข้าไปตนเองก็ติดตามพร้อมปิดหน้าต่างคืนอย่างเงียบงัน เซี่ยวเต๋อออกไปนอกห้องนอนจของเจ้าสำนักค้นตามลิ้นชัก เอ็งจื้อกับเซี่ยวเมาค้นในห้องนอนเจ้าสำนัก ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
"เป็นเซี่ยวเมาหรือ เจ้าต้องการสิ่งใด?"
เซียวเมาเซียวเต๋อและเอ็งจื้อกระดุ้งเฮือก เจ้าสำนักฮั้วซัวรู้ตัวแล้ว เซี่ยวเมารีบสงบจิตใจกล่าวว่า
"บอกตามความสัตย์ ข้าพมาชิงเอาคัมภีร์เมฆม่วง"
เจ้าสำนักฮั้วซัวกล่าวว่า
"ประเสริฐ คัมภีร์อยู่นี่แล้วมิความสามารถจงนำไป"
ในมือข้างซ้ายของเจ้าสำนักฮั้วซัวเป็นคัมภีร์เมฆม่วงจริงๆ วิญญูชนเยี่ยงเจ้าสำนักฮั้วซัวหากโกหกไม่ได้ก็ควรบอกความจริงไปตรงๆ เซี่ยวเมาสบัดมือขวาวูบตะปบคว้าข้อมือซ้ายที่ถือคัมภีร์ เจ้าสำนักฮั้วซัวหดมือกลับ เซี่ยวเมากวาดขากลับหลังเตะกวาดจู่โจมช่วงล่าง เจ้าสำนักฮั้วซัวย่อตัวพร้อมกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือซ้ายของเซี่ยวเมาลุถึงหน้าอกเจ้าสำนักฮั้วซัวแล้ว พอเกร็งกำลังภายในกระแทกเจ้าสำนักฮั้งซัวสูดลมหายใจลึกๆ เหนือศีรษะปรากฏควันสีม่วงจางตาพวบพุ่งออกมา เจ้าสำนักฮั้วซัวรับความแข็งแกร่งรุนแรงด้วยความแข็งแกร่งกว่า ฝ่ามือพอปะทะถึงเซี่ยวเมาถูกพลังเมฆม่วงของเจ้าสำนักฮั้วซัวกระแทกไปชนกำแพง อ้าปากกระอักโลหิตคำนึง เจ้าสำนักฮั้วซัวยังยืนถือคัมภีร์ด้วยท่าทีสง่าดุจขุนพลสวรรค์
เซี่ยวเมากล่าวว่า
"เป็นวิชาพลังเมฆม่วงร้ายกาจกว่าคำล่ำลือ"
พูดถึงคำว่า 'ร้ายกาจ'ก็ชักกระบี่ของเซี่ยวเต๋อจากฝักในมือของนาง ถึงคำว่า 'กว่า'กระโดดปราดออกสะบัดกระบี่จู่โจมดวงตา พูดถึงคำว่า 'คำ' ไม่ใช่กระบวนท่าให้จบวกกระบี่กวาดใต้ขา เจ้าสำนักฮั้วซัวใจหายวาบย่อตัวเตรียมกระโดด คำว่า 'ล่ำลือ'พอออกจากปากเจ้าสำนักฮั้วซัวกระโดดตีลังกาหลบลอดกระบี่ที่กวาดมาได้ แต่ตีลังกาไม่ถึงครึ่งตลบเซี่ยวเมาคาดการณ์ได้รั้งกระบี่กลับสะบัดขาถีบออกโดยแรก เจ้าสำนักฮั้วซัวลอบร้องคำว่า "ร้ายกาจ"เบาๆ เกร็งกำลังภายในเมฆม่วงอีกครั้ง ทั้งคนถีบทั้งคนรับต่างถูกกระแทกจนกระเด็นกระดอนไปคนละทาง เซี่ยวเมากระอักโลหิตเป็นคำรบสอง
เจ้าสำนักฮั้วซัวกล่าวเสียงเย็นชาว่า
"ที่แท้เจ้าต้องการคัมภีร์ไปเพื่ออะไร"
เซี่ยวเมาก็กล่าวตามความจริง
"เป็นอาจารย์ของเราต้องการไปศึกษา"
เจ้าสำนักฮั้วซัวเดือดดาลเป็นการใหญ่ วิชาฝีมือสุดยอดของฮั้วซัวสามารถนำไปพลิกอ่านได้ง่ายๆหรือ แต่ยังสงบสติกล่าวต่อไปว่า
"ไม่ทราบอาจารย์ของเจ้ามีนามอันสูงส่งว่ากะไร"
เซี่ยวเมายิ้มเจ้าเล่ห์กล่าวเน้นย้ำทีละคำว่า
"อาจารย์เราคือเจ้าสำนักกระบี่บุปผา นามว่า เล้งกอน้ำ!"
เจ้าสำนักฮั้วซัวคล้ายถูกแส้หวดใส่ครานึง ถูกกระบี่ทิ่มแทงใส่ โดนดาบฟาดฟัน ท่าทีนักศึกษาเรียบร้อยพลันสลายในบัดดัล ความเดือดดาลที่ก่สร้างไว้เมื่อนี้พลันอันตรธานหายไปสิ้น เจ้าสำนักฮั้วซัวกล่าวอย่างแตกตื่นว่า
"เป็น... เป็น เล้ง... เล้งกอน้ำ!!"
เซี่ยวเมาพยักหน้ากล่าวเสียงแผ่วเบาว่า
"มิผิด"
แม้เซี่ยวเมากล่าวเสียงแผ่วเบา แต่ยามนี้เจ้าสำนักฮั้วซัวได้ยินถนัดชัดเจนราวสายฟ้ายามแล้ง เห็นเจ้าสำนักฮั้วซัวมือสั่นระริก กลับถูกเซี่ยวเมาจี้นิ้วปิดสกัดจุดล้มหลายหลังไป ร่างกายมิอาจขยับเคลื่อนไหวได้ ปากยังพึมพำว่า
"กอน้ำ! กอน้ำ!"
เซี่ยวเมาชิงเอาคัมภีร์เมฆม่วงจากมือมาโดยง่าย เพิ่งจะยินดีกระบี่สองเล่มถูกทิ่งแทงมาจากข้างหลัง เซี่ยวเมาใช้กระบี่ทั้งฝักปิดป้อง มันเพียงละอายใจ หันไปกลับต้องใจหายวาบ นี้กลับเป็นเฟยหลงฮุยอิง ด้านหลังทั้งคู่ยังมีศิษย์ฮั้วซัวหลายสิบคน
เฟยหลงตวาดว่า
"ศิษย์ทรยศมอบคัมภีร์วางอาวุธยอมรับการลงโทษ!!"
เซี่ยวเมาเก็บคัมภีร์ ยิ้มพลางกล่าวเสียงราบเรียบว่า
"เรามิใช่ศิษย์สำนักฮั้วซัวแต่แรก"
เฟยหลงกัดฟันกรอดกล่าวเสียงเกรี้ยวกราดว่า
"ศิษย์ฮั้วซัวทุกคนลุมสับศิษย์ทรยศนี้เป็นหมื่นชิ้น"
เอ็งจื้อพาดกระบี่จ่อกับคอเจ้าสำนักฮั้วซัวกล่าว
"ผู้ใดเข้ามาแม้ก้าวเดียวเราจะบั่นคอฮัวอูทงผู้นี้ออกมา"
พูดดังนี้ศิษย์ฮั้วซัวทั้งหลายต่างถอดไปก้าวนึง เซี่ยวเมาเดินเข้าไปทางฮุยอิงลงมือสยบจุดนาง เฟยหลงพลันตวัดกระบี่จู่โจม เซี่ยวเมาตะปบคว้าคอฮุยอิงยกร่างนางขึ้นมาบังกระบี่ เฟยหลงจำต้องรั้งกระบี่กลับไป ฮุยอิงไอค่อกแค่ก หายใจไม่ออกเซี่ยวเมาโอบอุ้มฮิยอิงเอนกายไปด้านหลังเล้กน้อยถอยปราดออกมาถึงข้างกายเอ็งจื้อและเซี่ยวเต๋อก็ตั้งตัวตรงดุจปลายทวน เซี่ยวเมาส่งร่างฮุยอิงให้เซียวเต๋อประคองรับไว้ จากนั้นยกขาถีบหลังเจ้าสำนักฮั้วซัวไปทางเหล่าศิษย์ฮั้วซัวพร้อมกล่าวตวาดเสียงดังว่า
"คืนเฒ่าฮั้วซัวแก่พวกท่าน เราเห็นว่าเฒ่าฮั้วซัวไม่นานจะคลายจุดที่เราปิดสกัดไว้ได้จึงคร่ากุมสตรีสาวนางนี้ไป หากเรารู้ตัวว่าพวกท่านยังติดตามเรามา เราจะย่ำยีนางในบัดดลพร้อมขายนางให้ซ่องคณิกา"
จบประโยคพวกเซี่ยวเมาก็หายวับไปกับม่านวิกาล
ทั้งสามเร่งเร้าวิชาตัวเบามุ่งหน้าออกจากฮั้วซัวไปได้ระยะนึง เซี่ยวเมาก็กระอักโลหิตคำนึงออกมา ฝีเท้าซวนเซล้มลงไป ลมปราณร่างกายในร่างกายสับสวนปรวนเปรยากควบคุม จนอาเจียนออกมา เซี่ยวเต๋อกับเอ็งจื้อร้อนรุ่มใจ
เอ็งจื้อร่ำร้องว่า
"อาจารย์อา ท่านเป็นอะไรไปแล้ว"
เซี่ยวเมามองฮุยอิงครานึงเห็นใบหน้านางเคียดแค้นอาฆาตถึงขีดสุด นางพอเห็นเซี่ยวเมาหน้าซีดขาวราวคนตายในดวงตาของนางปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน จากนั้นเปิดปากพูดออกมาอย่างลำบากยากเย็น
"กำลังภายในของเจ้าสำนักฮั้วซัวร้ายกาจยิ่งนัก เรา...เราแม้จู่โจมเขาหลายครั้งครากลับถูกกำลังภายในของมันกระแทกทำร้ายจนบาดเจ็บ รีบ....รีบเดินทางไปเขาหลิวขจีกลับสำนักเราต้องดึงพลังธาตุหยินของสตรีมารักษา..."
กล่าวจบก็ไอออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง เอ็งจื้อพลันคิดได้ว่า
"คงไม่ทันการ อาจารย์รีบฝึกปรือเคล็ดในคัมภีร์เมฆม่วงรักษาอาการบาดเจ็บภายใน"
เซี่ยวเมาเห็นด้วยพยักหน้าพลางกล่าว
"หา..ที่พัก... ห่างไกลมานี้จากทิศประจิมมีวัดร้างแห่งนึง... ไปพักผ่อนที่นั้น..."
เซี่ยวเต๋อเอ็งจื้อรับคำครานึง เอ็งจื้อประคองร่างเซี่ยวเมาเดินทางไปยังทิศทางที่เซี่ยวเมาบ่งบอก ปรากฏว่ามีวัดร้างจริงๆ เซี่ยวเมากราบไหว้พระพุทธรูปในวัดครานึง ค่อยนั่งพิงเสาไม้ในวัดนำคัมภีร์มาออกอ่าน เซี่ยวเต๋อกับเอ็งจื้อคอยมองดูอย่างเงียบๆ ส่วนฮุยอิงข่มตาไม่ยอมเปิดตามองดูสักแวบเดียว
เซี่ยวเมาศึกษาอยู่ชั่วยามนึงก็เข้าใจขั้นพื้นฐาน หลับตาโคจรพลังตามคัมภีร์ชั่วขณะ สีหน้าของเซี่ยวเมาค่อยดูมีสีเลือดขึ้นค่อยถอนหายใจยาวครานึง ระบายลมหายใจอย่างโล่งอกยิ้มแย้มพลางกล่าวว่า
"เราฝึกพลังเมฆม่วงสำเร็จขั้นพื้นฐานแล้วด้วยพื้นฐานคัมภีร์ถนอมบุปผานี้กลับไม่ยากเย็นอย่างที่คาดคิด พอสามารถปรับสามารถลมปราณในร่างได้แล้ว"
เซี่ยวเต๋อกับเอ็งจื้อกล่าวโดยพร้อมเพรียง
"ยินดีด้วยกับอาจารย์อา เพียงฝึกต่อไปก็มิต้องเกร็งกลัวพวกสำนักฮั้วซัวอีก"
เซี่ยวเมากล่าวขัดขึ้นมาทันที
"นีน่กลับมิได้!"
เอ็งจื้อถามอย่างงุนงง
"เหตุไฉนจึงมิได้?"
เซี่ยวเมากล่าวว่า
"เราใช้ยอดลมปราณของฮั้วซัวเพียงเพื่อปรับสภาพพลังสมควรเพียงพอแล้ว หากโลภมากฝึกปรือต่อไปใยมิใช่เป็นคนไร้คุณธรรมไป"
เหลียวมองฮุยอิงวูบเห็นนางมองมาทางมันด้วยความฉงนสงสัย นึกละอายใจขึ้นมา มันความจริงไม่ต้องการผิดต่อเจ้าสำนักฮั้วซัวมากกว่านี้ ยามกระทันหันไม่ได้หาถ้อยคำอันดี กลับกล่าวคำว่า 'คุณธรรมไป'
เซี่ยวเมาร่ำร้องว่า
"โอ... เราคร่ากุมสตรีสาวมานางนึงช่วงชิงคัมภีร์คนอื่น ยังมิพอเรากลับอ้างคุณธรรม เราไฉนใช้การไม่ได้ถึงเพยีงนี้"
จากนั้นด่าทอตัวเองหลายคำ ไม่พอยังตบตีหน้าตัวเองหลายครา เสียงดังฉาดๆ เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อจึงห้ามปราม พอเวี่ยวเมาสงบใจลงได้เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อนั่งลงข้างกายเซี่ยวเมา
เอ็งจื้อกล่าวว่า
"อาจารย์อาเหตุไฉนเจ้าสำนักฮั้วซัวพอได้ยินนามของอาจารย์ยายเจ้าสำนักถึงกับสูญเสียจิตใจต่อสู้"
เซี่ยวเมายิ้มพลางโอบเอวอ้อนแอ้นของเอ็งจื้อพลางกล่าวว่า
"นี้กลับเป็นบาปรัก... ย่อมเป็นแผนของอาจารย์ยายเจ้าสำนัก ท่านเคยบอกเราไว้ว่า 'คราครั้งก่อน เนิ่นนานมาแล้ว ฮัวอูทงแห่งสำนักฮั้วซัวเคยหลงรักมือกระบี่สำนักมารจนหมดใจ แต่ภายหลังมือกระบี่สำนักมารนางนั้นพลันหลงรักชายอื่น จนถึงกับร่วมรักกัน ฮัวอูทงกลับปักใจรักมั่นกับนางมารนางนั้นมุ่งฝึกปรือมรรคากระบี่จนเลิศล้ำ"
เซี่ยวเต๋อกล่าวโพล่งมาว่า
"มิน่าเล่าจนบัดนี้เฒ่าฮั้วซัวยังครองตัวเป็นโสด กลับมีปัญหารักยากคลี่คลาย"
เซี่ยวเมายิ้มพลางยื่นมืออีกข้างโอบไหล่ของนางรั้งมายังอ้อมอก
"นี้กลับเป็นกระบี่เก่ารักลึกล้ำ พอได้ยินชื่อของอาจารย์ยายเจ้าสำนักของพวกเราก็คล้ายถูกสายฟ้าฟาดใส่ ขาดสมาธิในการต่อสู้จึงถูกเราสยบโดยง่ายดาย ที่แท้อาจารย์ยายเจ้าสำนักกลับมีคนที่รักมั่นต่อนางลึกล้ำปานนี้ ท่านกลับใช้ข้อนี้เป็นจุดอ่อนจู่โจมคน เรากลับเวทนาสงสารเจ้าสำนักฮั้วซัวอยู่บ้าง"
กล่าวจบพลางถอนหายใจครานึง ค่อยกล่าวว่า
"สวรรค์นี้เราทำอะไรลงไป"
เอ็งจื้องงันวูบอ้าปากหมายพูดจาอันใด เซี่ยวเมาชิงกล่าวว่า
"วันนี้เราพูดมากไปแล้ว พวกท่านทั้งสามพักผ่อนเถิดเราจะ.... เรา... เราจะพักผ่อนด้วย"
เซี่ยวเมาอับจนถ้อยคำได้แต่หาเหตุผลถูไถ เหลือบมองฮุยอิงแวบนึง เห็นบนใบหน้านางมีหยาดน้ำตาสุกใสหยดนึงเกลือกกลิ้งบนใบหน้านาง เซี่ยวเมายิ่งมองยิ่งนึกเวทนาสงสาร ในใจบังเกิดความรักเอ็นดู เดินเข้าไปกล่าวว่า
"ท่านต้องการกลับไปหรือไม่"
ได้ยินเซี่ยวเมากล่าวเช่นนี้เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อใจหายวาบ แต่ไม่กล้าสอดคำ ฮุยอิงตวาดกลับมาว่า
"เราแม้ตายก็ไม่ขอร้องโจรเลวทรามเช่นท่าน"
เซี่ยวเมาหัวร่อฮาฮา ทวนคำว่า
"แม้ตายก็ไม่ขอร้องเรา เรากลับอยากทราบว่าท่านจะขอร้องให้เราหยุดมือหรือไม่"
เซี่ยวเมาพลันไปถึงข้างกายนางเชยคางนางขึ้นมา นางขมริมฝีปากแน่นไม่กล่าววาจาจริงๆ เซี่ยวเมาพลันนึกสนุกขึ้นมาอีก ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของฮุยอิงลุกล้ำหน้าอกหน้าใจของนาง ในมือเกร็งพลังถนอมบุปผาส่วนนึง ร่างกายฮุยอิงถึงกับร้อนผ่าวส่งเสียงครวญครางออกมา เซี่ยวเมาลงมืออย่างนุ่มนวลแผ่วเบาลุกล้ำล้วนลามนาง เซี่ยวเมาเปลื้องผ้านางออกมาทีละชิ้น
ฮุยอิงร้อนรุ่มทั่วสรรพางค์กายกล่าวว่า
"วิงวอนท่าน อย่าได้ทำเช่นนี้"
เซี่ยวเมารู้สึกชอบใจยิ่งแต่สำนึกตัวว่าทำตัวเสเพลเกินไป นี่เป็นวัดร้างไม่สมควรกระทำเรื่องเช่นนี้ จึงแสร้งหัวร่อฮาฮา กล่าวว่า
"สมใจยิ่งนัก! สมใจยิ่งนัก!"
พลางเดินจากไปโอบกอดเซี่ยวเต๋อและเอ็งจื้อ
เซี่ยวเต๋อกล่าวอย่างขุ่นเคืองแง่งอนพลางระรัวหมัดทุบอกเซี่ยวเมาเบาๆ
"อาจารย์อากลับเป็นผู้มากรักมากน้ำใจ ลวนลามสตรีสาวไม่รู้ความต่อหน้าศิษย์ยังมิพอยังลวนลามศิษย์ต่อหน้าสตรีสาวไม่รู้ความนางนั้นด้วย"
ได้ยินเซี่ยวเต๋อเรียกฮุยอิงเป็นสตรีสาวไม่รู้ความนึกขบขันถามว่า
"เหตุไฉนท่านจึงเรียกเซี่ยวอิงเป็นสตรีสาวไม่รู้ความ"
เอ็งจื้อกลับหัวร่อคิกคักตอบคำถามแทนเซี่ยวเต๋อ
"นางเป็นสตรีสาวไม่รู้ความย่อมเนื่องจากขอร้องวิงวอนอาจารย์อาโดยไม่จำเป็น หากเป็นข้าพเจ้าพานไม่ขอร้องเด็ดขาด"
เซี่ยวเมาหน้าแดงวูบกล่าวว่า
"นี่กลับผิดแผกแตกต่าง... พวกท่านกับเซี่ยวอิง..."
เซี่ยวเต๋อค้อนเซี่ยวเมาวงนึงกล่าวว่า
"ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านย่อมไม่กระทำเช่นนั้นต่อนางเด็ดขาด"
เอ็งจื้อกล่าวเสริมว่า
"อย่าว่าแต่ที่นี่เป็นวัดร้าง ย่อมมิอาจกระทำเรื่องเช่นนั้น หากสตรีสาวไม่รู้ความนางนั้นยอมกลั้นใจอดทนสักครู่เดียวอาจารย์อาคงหยุดมือไปแล้ว"
เซี่ยวเมาหน้าแดงวูบ เอ็งจื้อและเซี่ยวเมาค้อนมันวงนึงหยิกมือเซี่ยวเมาพร้อมกันครานึงค่อยกล่าวโดยพร้อมเพรียง
"เซี่ยวอิง เซี่ยวอิง เซี่ยวอิง อาจารย์อากลับเรียกหานางเป็นเซี่ยวอิงแล้ว โอ... ภายภาคหน้าจะมีสตรีสาวไม่รู้ความอีกมากมายเท่าใดที่หลงไหลท่านแทบตาย"
เซี่ยวเมาเหลียวไปมองฮุยอิงเห็นนางหน้าแดงซ่านจรดใบหู หาไม่ตนเองก็หน้าแดงจรดลำคอรู้สึกกระดากยิ่งนักจึงหงายหลังเอนพิงโต๊ะบูชาแสร้งหลับไหลไป

โดย : แมวน้อย
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 11 เม.ย. ปี 2006 [ เวลา 20 : 41 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook