บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 3

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> กระบี่เก่ารักลึกล้ำ(มรสุมสำนักกระบี่บุปผา)

เรื่อง : กระบี่เก่ารักลึกล้ำ(มรสุมสำนักกระบี่บุปผา)

ตะวันแย้มสรวล พวกเซี่ยวเมาเร่งรุดออกเดินทาง จากฮั้วซัวไปยังเขาหลิวขจีใช้เวลาประมาณสองวัน เซี่ยวเมาและพวกเร่งรุดวิชาตัวเบาเพียงหนึ่งวันครึ่งก็ถึงที่หมาย
เขาหลิวขจีเป็นภูเขาสองลูกอยู่เคียงข้างกัน แหว่งเป็นหุบเหวตรงกลางคล้ายเป็นปากปีศาจก็มิปาน กลางหุบเหวยังมีเก๋งเล็กๆถูกแขวนไว้กับสะพานไม้ที่ขึงเก๋งให้อยู่ได้ ซึ่งเขาสองลูกเป็นส่วนของสำนักกระบี่บุปผารับศิษย์เฉพาะศิษย์สตรี แบ่งสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือ พฤกษขจี เป็นฝ่ายบรรพชิต ศิษย์สตรีที่เข้ามาฝ่ายนี้บ้างโกนผมบวชเป็นชี โดย'ซือไถ่ใบหลิว'เป็นอาจารย์ บ้างไม่ปลงผมแต่ถือเพศบรรพชิต อีกฝ่ายคือ บุปผาแย้มสรวล เป็นฝ่ายเพศฆารวาส สตรีที่สังกัดสำนักนี้ล้วนต้องเป็นนางบำเรอแก่อาจารย์อาศิษย์บุรุษคนเดียวของสักนักกระบี่บุปผา ผู้รับศิษย์คือ ธิดาไม่แก่เฒ่า ขนานนามตนเองว่า 'เซี่ยวม่วยม่วย(น้องสาวคนเล็ก)' นางความจริงเป็นสตรีถือเพศฆารวาสกลางคนอายุห้าสิบสี่ปี แต่นางฝึกกำลังภายในลึกล้ำยังโฉมคงสภาพดุจสตรีสาวสะคราญอายุยี่สิบปีเท่านั้นเอง
ศิษย์บุรุษย่อมเป็น หลี่ฮุ่ยเชอหรือเซี่ยวเมา
พวกเซี่ยวเมาเดินทางมาถึงประตูหน้าสำนัก ใต้ประตูลอดเข้าไปเป็นช่องเหวลึก กลางเหวมีเก๋งน้อยแห่งนึงขึงไว้ด้วยสะพานไม้ ประตูหน้าสำนักสลักด้วยหงส์สองตัวหันหน้าออก มองดูไปนึกถึงวังคฤธรศักดิ์สิทธิ แต่มิใช่ วังคฤธรศักดิ์สิทธิสลักเป็นอินทรี
ปรากฏเงาร่างสายนึงเคลื่อนไหววูบมาข้างหน้าเซี่ยวเมา เมื่อถึงข้างหน้าตนเงาร่างหยุดนิ่งยืนตรง ปรากฏเป็นสตรีสาวนางนึง เซี่ยวเมาสำรวจมองขึ้นๆลงๆ เห็นนางหน้าตาสะสวยหมดจด สวมใส่ชุดสีเขียวสะพายกระบี่ไว้ข้างเอว ปลายด้ามประดับพู่กระบี่สีเขียว เห็นว่าเป็นศิษย์ฝ่ายพฤกษขจี
เซี่ยวเมาประสานมือกล่าวว่า
"เป็นศิษย์น้องผู้ใด เราหลี่ฮุ่ยเช่อ ชื่อรองว่า เซี่ยวเมา เรียนเจ้าสำนักว่า เรากระทำภารกิจเสร็จแล้ว"
สตรีสาวนางนั้นกล่าวว่า
"ท่านนับเป็นผู้ใด พกพากระบี่ของฮั้วซัว ย่อมเป็นศิษย์ของเฒ่าฮั้วซัวนั้น ท่านคงรำคาญการมีชีวิตสืบต่อไปแล้ว"
สตรีนางนี้อยู่ฝ่ายพฤกษขจีแต่กลับมีอารมณ์เผ็ดร้อนดุร้ายยิ่ง ขาดคำนางชักกระบี่โถมเข้าหาเซี่ยวเมาตวัดกระบี่จู่โจม กระบี่ของฝ่ายพฤษกขจีเป็นกระบี่ปลายโค้งมุนทู่ ไม่มีคมกระบี่ สมควรเป็นกระบี่ใช้ปิดจุด นี้จู่โจมข้อมือซ้ายเซี่ยวเมาร้องคำว่า "กระบี่ที่ดี" รอจนกระบวนท่าใช้ถึงขีดสุดค่อยหดมือหลบเลี่ยง กระบี่มิอาจรั้งกลับ มือขวาของเซี่ยวเมาตะปบไหล่ศิษย์สตรีฝ่ายพฤษกขจีนางนั้น การจู่โจมนี้รวดเร็วเกินไปสตรีสาวนางนั้นมิทันรู้ตัวก็โดนคว้าไปอยู่ในอ้อมอกของเซี่ยวเมาเสียแล้ว
เซี่ยวเมากล่าวว่า
"เรามีเรื่องสี่ประการคิดบอกท่าน หนึ่ง ท่านมิใช่คู่มือของเรา สอง เราพอมีฐานะในสำนักบ้าง สาม ท่านจงไปแจ้งบอกต่ออาจารย์ยายเจ้าสำนักว่าเรามาถึงแล้ว สี่ เรากลับต้องการทราบนามของท่าน"
สุ้มเสียงสตรีชรานางนึงกังวาลจากหลังประตูลึกเข้าไปในช่องเหว
"นางเรียกว่า ฮัวเปียน(ลูกไม้)"
คำว่า 'เปียน'เอ่ยจบ เงาร่างสายนึงพุ่งเข้ามาดุจเกาทัณฑ์หลุดจากแหล่งพร้อมลมหอบสายนึงหยุดยืนอยู่หน้าเซี่ยวเมา กลับเป็นเจ้าสำนักกระบี่บุปผานามเล้งกอน้ำ เซี่ยวเมาคลายสตรีสาวนามฮัวเปียนออกพร้อมคารวะเจ้าสำนักกระบี่บุปผาครานึง
เจ้าสำนักกระบี่บุปผาสมควรอายุได้สี่สิบปี แต่ฝึกกำลังภายในของเทพธิดาไม่แก่เฒ่าล้วนฝึกจากนาง เจ้าสำนักกระบี่บุปผากลับเป็นสตรีสาวสะคราญโฉมยิ่งสามารถทำให้บุรุษทั่วแผ่นดินหลงไหล นางสำรวจมองฮุยอิงขึ่นๆลงๆ การประเมิณคนคล้ายเซี่ยวเมาคงเป็นเซี่ยวเมาร่ำเรียนวิธีประเมิณคนจากนาง
เจ้าสำนักกระบี่บุปผากล่าวกับฮัวเปียนอย่างยิ้มแย้มว่า
"หลานศิษย์น้อยเอย สมควรมีสัมมาคารวะกับอาจารย์อาของเจ้าเสียบ้าง"
เซี่ยวเมาไม่รีรออันใด นำคัมภีร์เมฆม่วงออกจากอกเสื้อประคองมอบแก่เจ้าสำนักกระบี่บุปผาทันที เซี่ยวเมากล่าวว่า
"นี่คือคัมภีร์เมฆม่วง ศิษย์มอบให้อาจารย์"
เจ้าสำนักบุปผากระบี่ยิ้มพลางกล่าวว่า
"เรากลับต้องการให้เจ้าฝึกปรือไว้เสียเอง"
เซี่ยวเมาสะดุ้งเฮือกแต่กลับคืนสู่ความปกติอย่างรวดเร็ว กล่าวว่า
"โอ... อาจารย์คัมภีร์เมฆม่วงเป็นวิชาฝีมือแนวเที่ยงธรรม กลับต้องใช้เวลาฝึกนานนับสิบปียี่สิบปีถึงจะสำเร็จ เรามิสู้คืนคัมภีร์ให้แก่สำนักฮั้วซัว"
เจ้าสำนักกระบี่บุปผารู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งแต่สีหน้ายังคงสงบราบเรียบกล่าวเสียงเย็นชาว่า
"ในเมื่อมันเป็นของเจ้า เจ้าไม่ต้องการมัน เจ้าพานคืนมันไปเถิด"
ขาดคำพลิ้วกายหายลับไป เซี่ยวเมาแทบทรงตัวไม่อยู่แต่กล้ำกลืนไว้ส่งมอบคัมภีร์ให้ฮุยอิงพลางกล่าวว่า
"โอ... เรารู้สึกสำนึกเสียใจอย่างมาก ขอคืนคัมภีร์นี้แก่ฮั้วซัวเถิด เซี่ยวอิงฝากท่านนำไปท่านเจ้าสำนักด้วย และขอให้ท่านฝากบอกท่านเจ้าสำนักด้วยว่า เรารู้สึกผิดอย่างมาก เมธีว่าไว้ เป็นครูวันเดียว สำนึกอาจารย์ชั่วชีวิต หากแม้นท่านเจ้าสำนักฮั้วซัวต้องการประหารฆ่าเรา เราก็ปราศจากคำตัดพ้อ หวังเพียงไม่ทำร้ายศิษย์สตรีสำนักเราก็เพียงพอแล้ว"
ฮุยอิงงงันวูบทุกสิ่งทุกอย่างที่เซี่ยวเมากระทำไปล้วนสูญเปล่า เอ็งจื้อกับเซี่ยวเต๋อก็ตะลึงลาน แต่การตัดสินใจของเซี่ยวเมายากปฏิเสธ ฮุยอิงรับคัมภีร์แล้วมองเซี่ยวเมาแปลกๆคล้ายเห็นผีสาง ฮุยอิงกล่าวว่า
"อาจารย์ของเราย่อมไม่ประหารฆ่าท่าน หวังเพียงว่าศิษย์พี่เฟยหลงจะอภัยให้ท่านเช่นกัน"
เซี่ยวเมายิ้มพลางกล่าวว่า
"เซี่ยวอิงไม่ถือสาหาความโจรหยาบช้าเช่นเซี่ยวเมา เราก็ซาบซึ้งแล้ว"
ฮุยอิงถลึงตาใส่เซี่ยวเมากล่าวอย่างขุ่นเคืองแง่งอนว่า
"ผู้ใดเป็นเซี่ยวอิงของท่าน ท่านระวังไว้เถิด สักวันเราย่อมต้องชำระแค้นลวนลาม"
เซี่ยวเมาหน้าแดงวูบ รู้สึกกระดากอย่างยิ่ง ฝืนยิ้มพลางกล่าวเสียงละห้อยว่า
"โอ... สวรรค์ หรือว่าเราต้องสิ้นชีพในวัยหนุ่มฉกรรจ์ เอาเถอะ หากตกตายในมือน้อยๆนุ่มนิ่มของโกวเนี้ยเราแม้นเป็นผีสางก็คงได้พกพาความสำราญลงนรกแล้ว"
ฮุยอิงค้อนวันวงนึงกล่าวว่า
"ข้าพเจ้าจะมาเอาชีวิตท่าน"
ขาดคำนางเก็บคัมภีร์หายลับไป เซี่ยวเมาใช้สายตาส่งอย่างยิ้มแย้ม ในใจรู้สึกปลอดโปล่งอยู่หลายส่วน โอบซ้ายกอดขวาเซี่ยวเต๋อเอ็งจื้อสตรีทั้งสองเดินลอดประตูไป กล่าวว่า
"เราเหน็ดเหนื่อยยิ่ง อยากซุกหัวกับหมอนนอนหลับจนถึงรุ่งเช้าวันพรุ่ง"
........
.....
..
วิกาลคล้อยดึก เป็นคืนที่เงียบสงัดปราศจากสุ้มเสียงใดๆ เขาหลิวขจีดูไปวังเวงอย่างยิ่ง เสียงลมพัดหวืดหวือดุจเสียงอสูรกายร่ำร้อง เงาร่างสีดำสายนึงเคลื่อนไหววูบอย่างรวดเร็วดุจแมวป่าปราดเปรียว เงาร่างนั้นหยุดอยู่บนหลังคาห้องหับแห่งนึง ที่แท้เป็นคนชุดดำ
คนชุดดำพลิ้วกายวูบเปิดหน้าต่างลอดเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว พร้อมปิดหน้าต่างด้วยความเงียบเชียบ จากนั้นพลันพลิ้วกายไปยังเตียงนอน ซึ่งนอนไว้ด้วยบุรุษอายุเยาว์คนนึง กลับเป็นเซี่ยวเมา คนชุดดำชักดาบสั้นญี่ปุ่นจากกลางหลังฟันใส่ต้นคอเซี่ยวเมา รู้สึกตาพร่าพรายสมองมึนงนรู้สึกเจ็บปวดที่ท้องน้อยคลายดาบหลุดจากมือ เป็นเซี่ยวเมากระแทกหมัดใส่ท้องน้อยของคนชุดดำนั้น คนชุดดำนั่นแค่นเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมกระแทกหน้าต่างแตก พร้อมกระโดดหลบหนีไป
เซี่ยวเมาครุ่นคิดว่า 'เสียงของคนผู้นี้คล้ายไม่คล้ายเคยได้ยินมา จะว่าเป็นแมวราตรีก็มิใช่ แมวราตรีผาดโผนทั่วยุทธจักรมีชื่อเสียงมากมายวิชาตัวเบายังเหนือกว่าเราขั้นนึง แต่แมวราตรีเป็นบุรุษเสียงของคนผู้นั้นกลับเป็นเสียงของสตรี.. บางทีอาจจะเป็นคนในสำนักเรา...'พลางเหลียวมองไปทางดาบของสตรีชุดดำนั้น พลันชฉุกคิดได้ว่า 'ดาบญี่ปุ่น หรือว่าเป็นเอ็งจื้อ' รู้สึกว่าไม่ถูกต้องจึงส่ายหน้าอย่างรุนแรง ครุ่นคิดต่อ 'เรามิอาจใส่ร้ายคนผิด เอ็งจื้อไม่มีวิชาดาบที่หมดจดขนาดนั้น หากเมื่อครู่เราไม่สะดุ้งตื่นคงต้องตกตายในมือนางเสียแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้สักทีเดียว เอาเถอะ เราเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว ไม่สมควรแหวกหญ้าให้งูตื่น'
คิดได้พลางนอนหลับพักผ่อนต่อราวกับไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น

โดย : แมวน้อย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 14 เม.ย. ปี 2006 [ เวลา 21 : 8 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook