บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 3

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> เศษเสี้ยวของความรัก

เรื่อง : เศษเสี้ยวของความรัก

“ เพียงฝัน ช่วยพิมพ์งานให้แม่หน่อยสิจ๊ะ งานด่วนด้วย “ แม่ตะโกนถามเธอที่กำลังยุ่งอยู่กับการแชท

“ ทำเองสิแม่ “ ด้วยน้ำเสียงห้วนๆของเธอที่กำลังแชทอยู่กับฅนที่รู้ใจ ไม่สนใจกับอาการของแม่ที่ยืนมองอยู่ แต่ว่าเจตนาของเธอนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ เพียงแค่อยากให้แม่ของเธอนั้นได้ลงมือเองบ้าง แต่แล้วเสียงแม่เงียบไป แล้วไม่หวนมาขอเธออีก หล่อนนั่งคุ้นคิดอยู่นาน หันหลังตะโกนถามแม่

“ แม่คะ เดี๋ยวฝันพิมพ์ให้นะคะ “ เธอตะโกนพร้อมไปหยิบงานที่แม่ของเธอได้วางไว้ที่โต๊ะ แต่แล้วก็ไม่ได้ยินเสียงแม่ของเธอแต่อย่างใด เธอก็ยังก้มหน้าจิ้มพิมพ์งานของผู้เป็นแม่ต่อไปเพื่อให้เสร็จทันเวลา

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

“ ฝัน แม่ว่าลูกอยู่หน้าคอมมากไปแล้วนะ ลูกไม่ออกไปหาเพื่อนบ้างหรอ ? “ แม่ถามเธอด้วยความห่วงใย และทำให้เธอนั้นนึกถึงท้ายขี้นมาทันใด เพื่อนชายสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก

“ ไม่หรอกคะแม่ หนูก็อยู่ตรงนี้ดีแล้ว หนูมีความสุขที่อยู่ตรงนี้ “ เธอตอบคำถามแม่ของเธออย่างเลื่อนลอย ชีวิตประจำวันของเธอนั้นมักจะหมกมุ่นจะอยู่หน้าคอมตรงนี้ไม่ก็จะออกไปหาท้ายบ้างครั้งคราว ดูเหมือนว่าเธอนั้นจะมีความสุขที่ได้อยู่หน้าเจ้าคอมตัวนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะต้องห่างหายจากเพื่อนไปบ้างครั้งคราว

กริ๊งๆๆๆ กริ๊งงงงง เสียงโทรศัทพ์ ดังขี้น แต่เธอนั้นก็ไม่ได้เหลวใจอะไร ทั้งที่อยู่ไกลมันไม่มากนัก เสียงของมันก็ยังดังระงมไปเรื่อย ที่จะทำให้เสียงของแม่ที่ตะโกนออกมา

“ ฝันทำไมไม่รับโทรศัพท์นะลูก แม่กำลังยุ่งอยู่นะ “ แม่บอกเธอทั้งที่ตัวเองกำลังยุ่งกับการรีดผ้าของตัวเองและของเพียงฝัน

แต่แล้วไม่มีปฏิกิริยาใดจากเธอเลย เพราะด้วยความทรงจำอันเลวร้ายที่แวะเวียนมาในความทรงจำ วันที่เธอนั้นได้รับโทรศัพท์จากตำรวจว่าพี่ชายของเธอนั้นได้เสียชีวิตเครื่องบินตก สิ่งเดียวที่พี่ชายของเธอนั้นมอบไว้ให้คือนาฬิกา อันที่กำลังอยู่ในข้อแขนของเธอนั้นเอง ก่อนที่พี่ชายของหล่อนจะเดินทางไปเรียนต่างประเทศ จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ผละจากเจ้าคอมพิวเตอร์แล้วยกโทรศัทพ์ทิ้งแล้วนั่งคุยกับผู้เป็นแม่ด้วยหน้าตาเคร่งเครียด ด้วยเหตุนี้ไม่บ่อยนักที่เธอจะรับสายจากใคร ไม่แปลกหรอกว่าเธอจะห่างหายจากเพื่อนๆไป

“ แม่คะ ถ้าวันหนึ่งหนูเป็นอะไรไป แม่จะดูแลหนูไหม “ เธอเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยแต่แล้วน้ำในตาของเพียงฝันก็หลั่งรินมันออกมา เพราะว่าเธอเองนั้นมีโรคประจำตัว และบ่อยครั้งที่เธอต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ

ผู้เป็นแม่ได้ยินดังนั้นถึงกับร่ำไห้ออกมาหลั่งสู่บนเส้นผมของผู้เป็นลูกสาว พลางกอดผู้เป็นลูกสาวปานแก้วตาดวงใจ ฝ่ามืออบอุ่นลูบไล้ไปตามเส้นผมของเพียงฝัน

“ ฝันทำไมถามอย่างนี้นะลูก ฝันฟังแม่นะ แม่รักลูกที่สุด ยามลูกเจ็บแม่เจ็บยิ่งกว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร แม่ก็ยังเป็นแม่ที่ยังอยู่ข้างลูกเสมอ “ แม่ของเธอกล่าว

“ หนูก็ถามไปงั้นคะแม่ หนูกลัวว่าไม่มีใครดูแลหนูเท่านั้นเอง “ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาจุกคอของเธอไว้ทำให้เธอพูดไม่ออกตีบตัน

“ เมื่อเช้านี้ท้ายเขาโทรมา เขาบอกว่าอยากเจอลูกสักหน่อย เขาไม่เจอลูกหลายวันแล้ว “ แม่บอกเธอที่กำลังจะลุกเดินจากไป

“ หรอคะแม่ ขอบคุณคะ งั้นหนูขอตัวไปหาท้ายดีกว่านะคะ ไม่ได้เจอหลายวันแล้ว “ จากนั้นเพียงฝันก็ผละตัวออกไป

“ จ๊าลูก อย่ากลับบ้านดึกมากนะ “ เธอวิ่งออกจากตัวบ้านแล้วรีบรุดไปหยิบจักรยานที่จอดอยู่ข้างบ้านแล้วรีบปั่นไปหา สุดท้าย หรือ ท้ายที่บ้าน

.....................

“ ท้ายๆ อยู่บ้านไหม ฝันเองนะ “ เพียงฝันตะโกน เพียงไม่กี่นาที สาววัยอายุ แต่งตัวร่วมสมัยก็เดินออกมา ด้วยท่าทางอิดโรยพร้อมกับเอกสารที่อยู่ในมือ

“ สงสัยไปอยู่ที่น้ำตกอีกมั้งหนูฝัน เจ้านี่อยู่ไม่เคยติดบ้านหรอก หนูลองตามไปสิ “ แม่ของสุดท้ายเดินเข้ามาบอก

“ คะป้า หนูไปก่อนนะคะ “ เพียงฝันลาไหว้แล้วปั่นจักรยานออกไปยังจุดหมายที่แม่ของสุดท้ายกล่าวมา

สุดท้าย หรือที่ใครๆมักจะเรียกว่าท้าย เป็นเพื่อนชายกับเพียงฝันมาตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าเธอและท้ายนั้นจะห่างกันสองปี และยังคงติดต่อกับฉันไปมาหาสู่อยู่เป็นนิตย์ สุดท้ายเป็นเด็กที่เรียบร้อย ขี้อาย ไม่เกเร และเป็นนักกีฬาของโรงเรียน และมักจะแวะมาคุยล้อเล่นกับเธอเสมอเมื่อมีเวลาว่าง จนใครหลายฅนมักคิดเสมอว่าเธอและท้ายนั้นเป็นแฟนกัน สุดท้ายมักจะถูกเพื่อนๆล้อเสมอ จะทำอะไรก็มักจะสุดท้ายสมชื่อเป็นนิตย์

“ ท้ายมาทำอะไรที่นี่ฅนเดียวหรอ หน้าตาซึมเศร้า โดนสาวหักอกมาหรอไง “ เพียงฝันตะโกนถามเพื่อนชายที่กำลังโยนลูกหินลงน้ำด้วยอาการเซ็ง
“ เปล่าหรอกครับพี่ฝัน นี่คิดยังไงถึงออกมาหาท้ายได้ ทุกทีก็เห็นอยู่แต่ในบ้าน เล่นแต่อินเตอร์เน็ต ระวังนะจะตาบอดเข้าสักวัน “ สุดท้ายส่งเสียงทักเพื่อนสาวด้วยความดีใจ
“ แล้วมีเรื่องอะไรหรอเปล่าหนะเรา หน้าตาเคร่งเครียด “ เพียงฝันถามพลางโอบไหล่สุดท้าย
“ ก็นิดหน่อยนะ พอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย ... ขอโทษนะพี่ฝัน ถ้าพี่รู้ว่าพี่คบกับฅนที่เป็นลูกที่เกิดจากการข่มขืน พี่จะรับได้ไหม “ สุดท้ายถามเพียงฝันด้วยน้ำเสียงอิดเอื้อน พลางน้ำในตาไหลออกมา เพียงแค่นี้ก็ทำให้หล่อนนั้นถึงกับตกใจเป็นยิ่งนักกับภาพที่เห็น มือของหล่อนก็ลูบไล้ไปเช็ดน้ำตาที่รินอาบแก้มสุดท้าย
“ ถามทำไมหรือท้าย ฅนจะดีหรือร้ายเราดูฅนไม่ได้คบที่กายภายนอก เขาดูกันที่จิตใจต่างหากเล่า พี่เองก็เลือกฅนไม่เลือกชนชั้นอยู่แล้ว แกก็รู้นิน่า เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแกก็น่าจะรู้ “ เพียงฝัน ตอบตามความคิดเห็นของตัวเอง แล้วหันหน้ามองปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำ
“ ดูปลาสิท้ายเราก็ยังเห็นมันวนว่ายไปอย่างนั้น เราเองก็ไม่เคยฉุดใจหรอกว่าปลาตัวนั้นสวยแค่ไหน หรือเนื้อของมันจะอร่อยหวานปากเพียงใด เมื่อมันโตขี้นสักวันก็ต้องมีฅนจับมันไปเป็นอาหารอยุ่ดี “ เพียงฝันพูดเรื่อยเปื่อยเพื่อให้เพื่อนชายนั้นรู้สึกดี
“ ถ้าวันหนึ่งพี่รุ้ว่าแม่ของพี่ถูกข่มขืนจนมีพี่ขี้นมา พี่จะทำไง “
คำถามนี้ทำให้เพียงฝันเกิดความร้อนผล่าวขี้นบนใบหน้า
“ พี่ก็พยายามชดเชยให้มาก ดูแลท่านให้ดีที่สุดเพื่อที่จะชดเชยกับความทุกข์ที่แม่ได้รับ แล้วแกถามพี่ทำไมหรอ จะไปเขียนเรื่องสั้นหรอไงยะ ? “
ท้ายมักจะเขียนเรื่องสั้น ไม่ก็บทความ นิทาน คติสอนใจลงวารสารของโรงเรียนเสมอ ทุกครั้งท้าย
มักจะร้องไห้เสมอ เมื่อได้ยินเสียงเพลงกล่อมลูก หรือว่าเห็นแม่ฅนอื่นจูงมือลูกน้อยของตัวเอง เพียงฝันเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักหรอก เพียงแค่คิดว่าท้ายคงคิดแม่ที่ไม่เคยเอาใจใส่ดูแลท้ายเลย ถึงแม้ว่าแม่ของท้ายจะให้เงินใช้จ่ายไม่ขาดมือเสมอ
เพราะญาติทางแม่ของท้ายรวย
“ ถ้าพี่ฝันรู้ว่าพ่อของพี่อ่า เป็นฅนฅนเดียวกับพ่อของแม่ของพี่ละ พี่จะทำไง “ สีหน้าของท้ายเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“ เด็กบ้า !! จะมีพ่อที่ไหนข่มชืนลูกตัวเอง ถ้าเป็นพี่นะ ก็คงจะฆ่าตัวตายไปแล้วมั้ง ไม่อยู่ให้อายโลกหรอกยะ พี่ล้อเล่นน่า อย่าคิดมากเลย “ เพียงฝันตอบสุดท้ายและหัวเราะ แต่เขากลับไม่หัวเราะเลยออกมาให้เห็นเลย
“ พี่จะเสียใจไหม ฅนที่พี่เรียกพ่อมาตลอด ที่แท้จริงแล้ว เขาคือตาและพ่อพี่เอง ฅนที่พี่เรียกแม่มาตลอดเขาคือ ยายพี่เอง ฅนที่พี่เรียกว่าพี่สาวกลับกลายเป็นแม่ของตัวเอง พี่จะทำไง ?? “ ท้ายร้องไห้ กับความลับเหล่านี้ที่ถูกเก็บมาเป็นสิบกว่าปี
เพียงเท่านั้นแหละทำให้เธอนั้นนั่งร้องไห้กอดกับสุดท้าย เธอคิดว่าชีวิตเธอนั้นแย่แล้วที่ขาดพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของบ้าน และพี่ชายที่แสนดีของเธอไป แต่ว่าชีวิตของท้ายยังแย่ยิ่งกว่า พ่อของท้าย ไม่ใช่สิ ตาต่างหาก เพราะด้วยหน้าตาหล่อเหลาและเจ้าชู้ แม่ของท้ายต้องหึงหวงเป็นธรรมดา และสั่งห้ามไม่ให้มีบ้านเล็กบ้านน้อยอีก ดังนั้นพ่อของท้ายเลยจึงข่มขืนลูกสาวของตัวเอง เพื่อประชดผู้เป็นเมียจนลูกสาวท้อง เมื่อแม่ของท้ายรู้ว่าท้อง แม่ของท้ายพยายามทำแท้ง แต่ท้ายหัวแข็งที่เกิดมาได้ และแม่ของท้ายก็กลายเป็นบ้าตั้งแต่วันนั้นมาเมื่อรู้ว่าตัวเองท้อง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ผู้หญิงที่ถูกล่ามโซ่อยู่ในบ้านจะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเอง เขาเรียก ตา – ยาย ว่า พ่อ – แม่ เรียกแม่ของตัวเองว่า พี่สาว
“ ถ้าผมจะไปเกิดใหม่ผมขอเกิดเป็นลูกของพี่ได้ไหม “
เพราะตลอดเวลาผ่านมาเพียงฝันเปรียบเสมือนพี่สาว แม่ ของสุดท้ายเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องใดเกิดขี้นท้ายต้องไปปรับทุกข์เล่าสุขกับเธอเสมอ
“ ปากเสีย พี่ยังไม่แต่งงานเลย พี่จะท้องได้ไงยะ ลองมาเป็นลูกพี่สิ พี่จะตีเช้าตีเย็นเลย “
“ จริงนะพี่ฝัน ขอให้ท้ายเป็นลูกพี่ก็ได้ ลำบากแค่ไหนท้ายก็จะทน “
ใบหน้าของชายหนุ่มกลับเคร่งเครียดมากขี้น นัยต์ตาสีแดงทั้งสองข้างเอ่อท้วมท้นไปด้วยน้ำตา มองให้เห็นว่าผ่านการร้องไห้มาหลายชั่วโมง
“ เออน่า อย่าคิดมาก พี่คงได้เวลากลับแล้วนะ เดี้ยวแม่จะเป็นห่วงเปล่า แล้วนี่อย่ากลับบ้านดึกเสียละ เดี้ยวยังไงพรุ่งนี้แวะไปหาพี่ที่บ้านด้วยแล้วกันนะ “ เพียงฝันดูนาฬิกา พลางโอบไหล่สุดท้าย แล้วลุกขี้นเดินจากไป
ท้องฟ้ากำลังมืดมิด เสียงนกร้องยามหัวค่ำ อากาศเริ่มหนาว ทำให้ตัวเธอเองสั่นสะท้าน เธอหันไปมองสุดท้ายอีกครั้งอย่างเศร้าใจ
“ เอ๊าเสื้อ พี่วางไว้ตรงจักรยานนี่นะ มันหนาวแล้ว เดี้ยวไม่สบายอะไรไปอีก “
จากนั้นเพียงฝันก็ปั่นจักรยานกลับบ้านทันใด ด้วยสายฝนที่กำลังตกลงมากระหน่ำ สาดเทลงมา ทำไมเพียงฝันล้มลงข้างทาง ทำให้ตัวของเธอนั้นเปรอะเปื้อนด้วยโคลนมอมแมม
“ ฝัน ไปทำไรมาลูก ทำไมถึงได้เนื้อตัวมอมแมขนาดนั้น “ เสียงของผู้เป็นแม่ดังมาแต่ไกล เพราะด้วยท่าทางแปลกของเพียงฝันที่แอบย่องๆอยู่ทางหลังบ้าน
“ เปล่าคะ แม่แค่เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย “ สีหน้าจ๋อยของเพียงฝัน ทำให้แม่ของหล่อนถึงกลับหัวเราะออกมา ด้วยความเซ่อของลูกสาว
“ ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วฝัน แล้วค่อยลงมาทานข้าวด้วยนะลูก แม่ทำกับข้าวอุ่นไว้ให้ “
“ คะแม่ “

...............
เสียงนกยามเช้าส่งเสียงจ้อกันจิ๊บๆๆ แสงพระอาทิตย์เรไรเล็ดลอดผ่านมาทางหน้าต่างส่องไปเข้าตาของเพียงฝัน พร้อมเสียงนาฬิกาปลุกที่บอกเวลาได้ว่า เจ็ดโมงเช้า เพียงฝันกระวีกระวาดล้างหน้าแปลงฟัน ทำกิจวัตรประจำวันแล้วรีบออกไปตลาด หัวใจของหล่อนเต้นหนักเมื่อได้ยินเสียงฅนแว่วมาทางชั้นล่างของตัวบ้าน เมื่อเธอเห็นแม่หรือยายของท้ายมาที่บ้านที่เธอมองเล็ดลอดขั้นบันไดของตัวบ้านด้วยสีหน้าแตกตื่น นัยน์ตาแดงกร่ำที่บ่งบอกถึงการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ สวัสดีคะป้า มาแต่เช้าเลยนะคะ เดี้ยวฝันขอตัวไปตลาดก่อนนะคะ เดี้ยวมันจะวายกันพอดีนี่ก็สายด้วย “ เพียงฝันรีบเร่งออกไป
“ เดี้ยวก่อนฝัน มาหาแม่ก่อน “ เสียงแม่เรียกเธอด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหน้าของผู้เป็นแม่กลับเคร่งเครียดมากขี้นกับการที่จะเอ่ยคุยกับผู้เป็นลูกสาว
“ เมื่อวานนี้หนูคุยอะไรกับท้ายบ้างจ๊ะ ? “ เสียงแม่ของท้ายถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอพร้อมกับน้ำในดวงตาเริ่มรินไหลอาบลงสู่ใบแก้ม
“ ก็ไม่มีอะไรนี่คะป้า มีอะไรหรือเปล่าคะ ท้ายเป็นอะไรหรอคะ “ คิ้วของเพียงฝันเริ่มขมวดขี้น พร้อมกับสองมือกำตะกร้าแน่นไว้
“ ท้ายตายแล้วลูก “ ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มหยุดนิ่งลงไปพร้อมกับลมหายใจของหล่อนเมื่อได้ยินประโยคนั้น ประโยคที่รับรู้ว่าเพื่อนชายของหล่อนได้สิ้นสุดของการมีชีวิตแล้ว
น้ำในตาของเพียงฝันไหลอาบแก้ม ไม่รู้ว่ามันมาจากไหนมากมายหนักหนา แต่มันก็ไหลออกมาไม่หยุด หล่อนรวบรวมสติที่มีอยู่วิ่งไปกอดศพของท้ายที่บ้าน ที่ถูกแต่งตัวไว้หล่อเหลา แต่วันนี้กลับไม่มีเสียงสุดท้ายที่เรียกหา “ พี่ฝันของท้าย “ อีกต่อไปแล้ว เพียงฝันร้องเพลงกล่อมกอดศพเขาทั้งน้ำตา ถึงแม้ว่าจะเป็นเพลงสุดท้าย

จบ
.................................................................................................................


โดย : วรุฒิมา เสนะปทุมพันธ์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 20 เม.ย. ปี 2006 [ เวลา 2 : 48 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook