บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 3

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> แล้วเราก็เข้าใจกัน(ตอนที่3)

เรื่อง : แล้วเราก็เข้าใจกัน(ตอนที่3)

"อรุณสวัสดิ์จ๊ะ"
ทัศนัยส่งเสียงทักทายลูกสาว ขณะกำลังตักข้าวต้มกุ้งที่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ ถ่ายใส่ชามใบใหญ่ หวานไม่ได้ทักตอบ พาตัวเองเข้ามานั่งในห้องครัวด้วย อาการเศร้าซึม ดวงตาทั้งสองข้างที่บวมเปล่ง แสดงให้เห็นว่าผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน
"นี่หนูร้องไห้ทั้งคืนเลยหรอลูก!"
ทัศนัยส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ แววตาที่มองมายังลูก เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเหลือคณา แต่ไฉนเลย แววตาดวงน้อยที่สะท้อนกลับ ดูช่างไม่แยแสนัก

"กินข้าวต้มร้อน ๆ กันดีกว่า พ่อทำเองเชียวนา"
เขาจงใจพูดเพื่อให้น้ำเสียงฟังดูร่าเริง หวังลูกสาวได้คลายความเศร้า แต่เหมือนเปล่าประโยชน์ เมื่อหวานยังคงแสดงสีหน้าเฉยชา
"อร่อยไหมครับ"

"คุณทำอะไรมาหนูกินได้ทั้งนั้นแหละ"
"ทำไมหนูถึงไม่เรียกพ่อว่าพ่อล่ะหวาน"
"ไม่จำเป็น!"
"ทำไมจะไม่จำเป็น!เมื่อพ่อคือพ่อของหนู" คราวนี้น้ำเสียงของทัศนัยฟังดูเข้มขึ้น
"กับคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน มันก็ไม่ต่างอะไรจากคนอื่นนักหรอก"
เขาไม่อยากเชื่อเลยว่า ประโยคทั้งหมดที่ได้ยินเมื่อครู่ จะมาจากคำพูดของลูกสาวของตนเอง

"กินเสร็จเดี๋ยวเตรียมอาบน้ำแต่งตัวนะ พ่อจะพาหนูไปสมัครเรียน"
เขาเปลี่ยนบทสนทนาทันที เพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดมากไปกว่านี้

. . .

ณ.โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง

"ดูแกยังซึม ๆ อยู่นะคะ"
หญิงสาวที่มีนามว่าภาวิณีพูดออกมา ขณะสายตาที่มองไปยังหวานที่กำลังนั่งไกวชิงช้าอยู่ เธอคือครูคนหนึ่งในจำนวนครูหลายคนของที่นี่ หนำซ้ำเธอยังเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้อีกด้วย
"ดูท่าว่าแกจะไม่ยอมรับผมเป็นพ่อ"
ภาวิณีหันไปมองหน้าเขา ผู้ชายที่เคยทิ้งแม่ของหวาน เพื่อมาเป็นคนรักกับเธอ แต่ในที่สุดเขาก็ต้องทำลายจิตใจเธอ ด้วยความรู้สึกของเขาที่เพียงแค่หลงเธอเท่านั้น เพราะแท้จริงนั้นตลอดเวลาที่เคยคบกันมา หัวใจของผู้ชายคนนี้ มีเพียงแต่แม่ของหวานคนเดียว ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงเลือกเส้นทางของคำว่า "ไม่รู้จักพอ"ต่อไปเรื่อย ๆ แทนที่จะกลับไปหาแม่ของหวาน และตอนนี้เธอเอง ไม่อาจทราบว่า เขามีคนใหม่หรือไม่

"แกยังคงปรับตัวไม่ทัน ให้เวลาแกหน่อยสิคะ

อีกอย่างคงยังไม่หายสะเทือนใจกับภาพที่แม่

ของแกต้องตายไปต่อหน้าต่อตา" เธอพูดเป็นเชิงให้เขาได้ตรอง
"ผมลืมนึกถึงข้อนี้เลย ผมนี่แย่จริง ๆ เลยนะ"
คำพูดของทัศนัยทำให้หญิงสาวรู้สึกแปลกใจเป็นยิ่งนัก ด้วยนิสัยที่คิดว่าตัวเองนั้นถูกเสมอ หรือถ้าเขาผิด ใครหน้าไหนก็อย่าได้มาพูดเป็นเชิงสั่งสอนเชียว เพราะเขาพร้อมที่จะต่อต้านจนถึงที่สุด แต่เวลานี้เขากับยอมรับโดยสดุดี เวลาหลายปีที่เธอไม่ค่อยได้เจอเขา ๆ เปลี่ยนไปมากขนาดนี้เชียวหรือ
"ยิ้มอะไรของคุณน่ะภา" ทัศนัยถามออกมาด้วยความแปลกใจ ที่จู่ ๆ หญิงสาวก็ยิ้มออกมา

"คุณดูเปลี่ยนไปนะทัศ"
"ผมคงโตขึ้นมั้ง" เขาพูดเป็นเชิงติดตลก พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู
"ผมทำให้ภาเสียเวลามานานแล้ว ขอตัวกลับเลยแล้วกัน

จะได้พาเจ้าหญิงน้อยไปซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนด้วย

หวานครับพ่อจะไปแล้วนะลูก"
หวานลุกจากชิงช้าเดินเข้ามาหาพ่อด้วยสีหน้าแม้คิดที่จะยิ้มก็ไม่มีสักนิด
"สวัสดีจ๊ะ" ภาวิณีรับไหว้ เมื่อหวานยกมือไหว้อย่างสวยงามในความคิดของเธอ

"ไปนะว่าง ๆ จะหาเวลามาหาคุณอีก"
ทัศนัยพูดพลางเดินนำหน้าลูกสาวตรงไปยังรถที่จอดอยู่ ภาวิณีไม่ได้เดินตามไปส่ง เธอยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ยืนจนรถคันสีเขียวเข้มแล่นหายลับไปจากตา
. . .


"อยากได้อะไรอีกไหมเจ้าหญิงน้อยของพ่อ" ทัศนัยถามออกมาหลังจากที่ซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนให้ลูกได้ครบแล้ว
"ไม่คะ"
"งั้นไปกินพิซซ่ากันนะพ่อหิวแล้ว"
ความจริงเขาไม่ได้หิวสักเท่าไร แต่ตอนที่เดินผ่านร้านพิซซ่า เขาสังเกตเห็นว่า ลูกสาวมองเข้าไปยังร้านอย่างเนิ่นนาน ซึ่งพิซซ่าคงเป็นอาหารจานโปรดของแก และคงจริงตามที่คิด เพราะเขาได้รับการพยักหน้าตอบรับจากลูกสาว ว่าแล้วก็เดินนำลูกสาวตรงไปยังบันไดเลื่อน เพื่อขึ้นไปสู่ชั้น5ของห้าง

. . .

รอยยิ้มผุดขึ้นมาตรงริมฝีปากของผู้เป็นพ่ออย่างทัศนัย เมื่อตรงหน้าที่เขากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ คือภาพของลูกสาวที่กำลังกินพิซซ่าอย่างเอร็ดอร่อย เขาเผลอยิ้มกว้างอย่างลืมตัว เมื่อพิซซ่าชิ้นที่สามถูกแยกออกจากถาดไปไว้ในจานของลูกสาว ตัวเขาเองชิ้นแรกยังไม่พร่องเลย มัวแต่มองความน่ารักของลูกสาวจนเพลิน เขาใช้เวลาเกือบถึง 2 ชั่วโมงที่อยู่ในนี้จึงได้พาลูกสาวกลับ

. . .


"รู้อะไรไหมหวาน ตอนที่พ่อเห็นหนูลองชุดนักเรียน

หนูดูน่ารักมากเลยนะลูก"
ทัศนัยบอกออกมา หลังจากที่พากันกลับมาบ้านเป็นที่เรียบร้อย หวานไม่พูดอะไรออกมา รีบวิ่งขึ้นไปห้องของตัวเองทันที แต่มีสิ่งหนึ่งที่หวานทำให้หัวใจของผู้เป็นพ่อคนนี้ได้พองโต ที่เห็นหวานเผลอเปิดรอยยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย เป็นความรู้สึกที่เขาอยากหยุดช่วงเวลานี้ไว้ให้นานที่สุด เพราะวันพรุ่งนี้ไม่อาจทำให้เขาคาดเดาได้ว่า เจ้าหญิงน้อยจะยังคงยิ้มให้เขาเช่นนี้อีกหรือไม่


โดย : เรียงร้อยเป็นเรื่องราว
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 29 เม.ย. ปี 2006 [ เวลา 23 : 57 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook