บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 3

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> บ้านปีกไม้กับหัวใจสองดวง(ตอนที่5)

เรื่อง : บ้านปีกไม้กับหัวใจสองดวง(ตอนที่5)

บทที่5

“นี่ ยัยนัฐ ยัยนัฐ ตื่นเร็ว ตื่นๆๆๆๆ”
เพียงพิณปลุกเพื่อนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเปลที่ผูกอยู่ข้างหลังบ้าน เปลนี้พี่ชานเธอเป็นคนสั่งให้ผูกเอง เพราะเห็นว่าข้างหลังบ้านมีต้นจิกและต้นมะม่วงขึ้นอยู่ใกล้ๆ กัน อีกทั้งอากาศก็เย็นสบายเหมาะแก่การนอน ถ้าวันไหนพี่ชายเธอว่างก็จะมานอนเล่นที่เปลนี้เป็นประจำ เพียงพิณเคยถามพี่ชายว่าทำมึงชอบมานอนที่นี่นักทั้งๆ ที่นอนอยู่บนเยงก็ออกจะสบาย พี่ชายเธอก็ตอบกลับมาว่า พอมานอนที่นี่แล้วสมองมันโล่ง วิวก็ดีมองลงไปแล้วเห็นสวนผักของชาวบ้านเต็มไปหมด แล้วเวลาที่ต้นจิกออกดอกก็หอมไปทั่วชวนให้เคลิ้มหลับ บางทีก็มีลมพัดมาเย็นสบาย ทั้งๆ ที่ที่นี่ก็ร่มรื่นอยู่แล้วเพียงพิณก็เพิ่งจะมาเป็นครั้งแรก เมื่อก่อนเธอคิดว่าที่ไหนๆ ก็คงจะเหมือนกันหมด และเธอเองก็ไม่สนใจที่จะลงมาดูด้วย พอได้มาเห็นเธอถึงเข้าใจว่าทำไมพี่ชายถึงชอบที่นี่นัก ถ้านัฐมนไม่มานอนที่นี่จนทำให้เธอต้องมาปลุกเพราะอยากรู้ว่าสนุกมั้ย เธอก็คงจะไม่ได้มาเห็นบรรยากาศแบบนี้
“อ้าวพิณกลับมาแล้วเหรอ เรามานอนเล่นน่ะ อากาศที่นี่ดีนะ วิวก็สวย นอนไปซักพักง่วงเลยหลับน่ะ”
นัฐมนลุกขึ้นมานั่งเพื่อที่เพื่อนของเธอจะได้นั่งได้ วันนี้หลังจากที่ธีธัชมาส่งเธอที่บ้าน เธอก็นั่งมองต้นไม้จากบนระเบียงไปเรื่อยๆ แม่บ้านที่เดินมาพบเข้าคงจะเห็นว่าเธอกำลังเบื่อเพราะเห็นเธอนั่งมานานแล้ว จึงแนะนำเธอให้ไปนอนเล่นที่เปลหลังบ้าน ตอนแรกเธอก็แค่จะมานอนคอยเพื่อนเฉยๆ ไม่ได้คิดว่าจะหลับ แต่พอนอนไปเรื่อยๆ เธอก็ทนความง่วงไม่ไหวจึงหลับไป
“นัฐวันนี้พี่ชายพาเธอไปที่ไหนมาบ้าง สนุกมากมั้ย พี่ชายดูแลเธอดีรึเปล่า ทำไมถึงกลับมาเร็วจังเลย ได้ยินแม่บ้านบอกว่ามาถึงตั้งแต่บ่ายโมง แล้วพี่ชายเราหายไปไหนแล้วล่ะ” เพียงพิณรัวคำถามใส่หญิงสาวโดยไม่คิดจะหยุดหายใจ
นัฐมนมองเพื่อนแบบอึ้งๆ เธอไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ปกติเพื่อนเธอมักจะใจเย็นเสมอ เวลาพูดจะไม่ใส่อารมณ์ทำให้คนส่วนมากที่เข้ามาคุยชอบเพียงพิณแทบจะทั้งสิ้น แต่ก็มีบางส่วนที่มักจะมองว่าหญิงสาวออกจะเฉื่อยๆ เมื่ออยู่ใกล้แล้วชีวิตไม้มีสีสัน เหตุผลที่ทำให้บางคนพูดถึงเพียงพิณในทำนองนี้ อาจจะเพราะว่าเพียงพิณเรียบร้อยด้วยก็ได้ทำให้ใครที่ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของหญิงสาวกล่าวออกมาเช่นนั้น และที่สำคัญเธอไม่ค่อยจะเปิดเผยตัวกับคนที่ไม่รู้จัก
“จะให้เราตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ เธอพูดซะเร็วขนาดนั้นเราฟังไม่ทัน แล้วเราก็จำไม่ได้ด้วยมันเยอะเกินไป” พูดจบเธอก็หันไปยิ้มแหยๆ ให้เพื่อน
“อ้อ ขอโทษทีเรารีบร้อนไปหน่อยน่ะ”
หลังจากนั้นนัฐมนก็เล่าเรื่องที่เธอไปเที่ยวชมรีสอร์ทกับธีธัช ตั้งแต่ตอนขึ้นไปดูกุหลาบพันปีจนกลับลงมาทานอาหารกลางวันให้เพียงพิณฟัง นัฐมนรู้สึกว่าเพียงพิณสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ พอเธอเล่าจบเพียงพิณก็ยังไม่เลิกมองหน้าเธอ จนเธอต้องยกมือขึ้นโบกไปมาเบาๆ อยู่หน้าเพียงพิณ
“พิณเธอเป็นอะไรไปน่ะ ทำไมถึงได้จ้องหน้าเราขนาดนั้น” นัฐมนกล่างอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอกพอดีฟังเพลินไปหน่อยน่ะ ว่าแต่เราชักอยากจะเห็นรูปที่เธอถ่ายคู่กับพี่ชายซะแล้วซิ จะเป็นยังงัยน๊า สงสัยต้องไปตามล่าสองคนนั้นแล้วล่ะ จะต้องขอรูปให้ได้เลย เออว่าแต่พรุ่งนี้พี่ชายจะพาเธอไปไหนอีกรึเปล่าล่ะ เพราะพรุ่งนี้เราต้องเข้าไปในเมืองอีก”
เพียงพิณเพิ่งจะเริ่มแผนการไปได้เพียงนิดเดียว เมื่อเห็นว่ามันประสบความสำเร็จจนเกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ เธอจึงดำเนินการต่อทันที โดยการยุยงเพื่อนให้ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของรีสอร์ทโดยมีธีธัชเป็นไกด์จำเป็น แผนการแรกที่จะทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันดูท่าว่าจะไปได้สวยอย่างแน่นอน แต่ถ้าล้มเหลมขึ้นมาถึงยังไงเธอก็ยังมีแผนสำรองเอาไว้มากมายอยู่แล้ว และที่วันนี้เธอเข้าไปในเมืองก็เพื่อแผนการนี้โดยเฉพาะ
“ไปอีกแล้วเหรองั้นเราก็ไม่ได้ไปด้วยกันซิ อ้อเพิ่งคิดได้ ว่าแต่เราไปสัญญากับเธอไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะให้เธอพาเที่ยวชมรีสอร์ท สงสัยอย่างนี้ต้องจัดการแล้วมั้งไอ้พวกเผด็จการเนี่ย”นัฐมนพูดอย่างเอาเรื่อง
“ใจเย็นน่าเธอไม่ได้สัญญาด้วยหรอก เรากะว่าจะพาเธอไปน่ะพอดีว่าวันนี้เราไม่ว่าง แล้ววันหน้าๆเราก็คงจะไม่ว่างอีก เราก็เลยให้พี่ชายพาไปแทนเดี๋ยวเธอจะเหงาอยู่บ้านคนเคียว แต่จะว่าไปเธอก็สนุกนี่นา อีกอย่างพี่ชายเราก็ดูแลเธอดีซะขนาดนั้น น่าอิจฉาชะมัด” เพียงพิณพูดแซวเพื่อนพลางก็ทำหน้าอิจฉา เมื่อเห็นว่าเพื่อนหน้าแดงเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ
นัฐมนเสหลบสายตาเพื่อนโดยโดยแกล้งทำเป็นมองดูนาฬิกา แล้วเธอก็ต้องอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้กำลังจะ 5 โมงเย็นแล้ว เธอนอนนานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย มิน่าล่ะทำไมท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว อากาศก็เย็นลงมาก เธอจึงชวนเพียงพิณเข้าไปในบ้านกลัวว่าจะไม่สบาย ซึ่งเพียงพิณก็ตามเข้ามาแต่โดยดี ถ้าแซวมากไปเดี๋ยวเพื่อนเธอจะสงสัย ทีนี้แผนการที่เธอเตรียมมาคงจะล้มไม่เป็นท่าแน่ๆ


“อ้าวพี่ชายทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วจัง รีบกลับมาดูใครรึเปล่าคะ” เมื่อเห็นหน้าพี่ชายเธอก็อดไม่ได้ที่จะแซว
เมื่ออก่อนเธอไม่เคยเห็นพี่ชายเธอกลับก่อน6โมงเย็นเลย แต่ที่แปลกกว่านั้นคือพี่ชายเธอเดินผิวปากเข้ามาอย่างอารมณ์ดีขานดว่าโดนเธอแซวยังอมยิ้มได้ ทั้งที่ธรรมดาแล้วถ้าไม่ดุเธอโทษฐานที่แซวก็จะตีหัวเธอเบาๆเป็นประจำ ดูท่าว่าแผนของเธอท่าจะได้ผลเกินคาดแฮะ ที่เธอกล้าคิดค้นแผนการนี้ขึ้นมาคงจะเพราะเธอสงสัยว่าพี่ชายเธอจะชอบนัฐมนจริงๆ ขนาดที่เมื่อคืนนี้ตอนที่มาถึง พี่ชายเธอถึงกับโทรศัพท์มาบอกให้เพื่อนของเธอมาพักที่บ้านหลังนี้ ตอนแรกเธอเองก็ออกจะงง แต่พอได้มาเห็นตอนทานอาหารและยิ่งที่เพื่อนเล่าวันนี้เธอยิ่งมั่นใจว่าพี่ชายคงจะชอบเพื่อนเธอจริงๆ ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์วางแผน สงสัยว่าถ้าสำเร็จคงต้องขอเพิ่มเงินเดือน
“อะไรกันหรือว่าไม่อยากให้พี่กลับบ้านเร็ว” พูดจบธีธัชก็หันไปมองหญิงสาวอีกคน ”เป็นไงครับไปนอนที่เปลหลังบ้าน หลับสบายมั้ยครับหรือว่ายัยพิณไปกวนเลยตื่นซะก่อน”
“หลับสบายมากเลยค่ะ คงจะเหนื่อยเลยหลับไปนานเหมือนกัน ถ้าพิณไม่มาปลุกก็คงจะหลับยาวไปอีกแน่ๆ” นัฐมนหันไปยิ้มสดใสให้ชายหนุ่ม
ธีธัชมองรอยยิ้มนั้นอย่างอบอุ่นหัวใจ แล้วก็คิดไปถึงรูปถ่ายที่ชายชาวต่างชาตินำมาให้ ซึ่งตอนนี้เข้ากรอบเรียบร้อยและตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาแล้ว เธอจะคิดยังไงบ้างนะถ้ารู้ว่าเขาเอารูปถ่ายคู่ของเธอกับเขาไปตั้งบนโต๊ะทำงานคงจะหน้าแดงก่ำหรืออาจจะโวยวาย แต่เขาคิดว่าคงจะอย่างแรกมากกว่า
“พี่ชายคะเป็นไรไปรึเปล่าเนี่ย เห็นมองหน้ายัยนัฐแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว ไม่สบายแน่เลยทานยามั้ยคะหรือว่าจะไปโรงพยาบาลดีให้หมอตรวจสักหน่อย อ้าวยัยนัฐก็เหมือนทำไมหน้าแดงๆเป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย นี่ทั้งสองคนอย่าไม่สบายพร้อมกันล่ะเราคนเดียวดูแลไม่ไหวนะ” พูดจบเพียงพิณก็โดนพี่ชายตีหัวเบาๆ แล้วไล่ขึ้นบ้านก่อนจะเดินตามขึ้นไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันมาชวนนัฐมนที่ยืนยิ้มอยู่
นัฐมองพี่น้องคู่นี้แล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ พวกเขามักจะทำให้เธออารมณ์ดีเสมอ โดยเฉพาะพี่ชายเธอไม่เคยยิ้มเยอะเท่าวันนี้มาก่อนเลยตั้งแต่ทางบ้านส่งเธอไปเรียนที่ต่างประเทศ แต่เขากลับทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างง่ายดายคล้ายกับว่ารอยยิ้มคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อยานอยู่ใกล้ชายหนุ่ม หญิงสาวมองตามแผ่นหลังชายหนุ่มไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว วันนี้เธอรู้สึกสนุกมากกว่าครั้งไหนๆที่เคยไปเที่ยวมาอาจจะเพราะมีไกด์จำเป็นคนนี้ล่ะมั้ง คอยชี้นู่นชี้นี่ให้เธอดูแล้วยังคอยดูแลเธอไม่ไดห้คลาดสายตา แม้จะมีบ้างที่เขาเข้าไปคุยกับนักท่องเที่ยว แต่หญิงสาวก็เห็นว่าเขาคอยมองมายังเธอตลอด แต่ต่อไปคงจะไม่มีอย่างนี้อีกแล้ว พอกลับไปถึงบ้านเธอก็คงจะต้องทำตามคำสั้งของพ่อกับแม่โดยการแต่งงานกันใครก็ไม่รู้ หญิงสาวรีบสลัดความคิดนี้ออกไปทันที เธอไม่อยากจะคิดถึงเรื่องอื่นๆที่ทำให้เศร้า เธอสัญญากับตัวเองไว้แล้วนี่นาว่าอยู่ที่นี่เธอจะไม่คิดถึงเรื่องอื่นจะขอตักตวงเอาความสุขให้มากที่สุด อนาคตจะเป็นยังไงค่อยว่ากันใหม่
“น้องนัฐครับเข้าบ้านเถอะอากาศเริ่มเย็นแล้ว” ชายหนุ่มหันมาเรียกหญิงสาวเมื่อเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ที่เดิม
แล้วทั้งสองก็เดินขึ้นไปบนบ้านพร้อมกัน ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรแต่วันนี้เขาจะทำให้เธอมีความสุขที่สุด เธอจะต้องลืมความทุกข์ให้ได้ เขาสัญญากับตัวเองเงียบๆ เมื่อหันกลับไปแล้วเห็นแววตาเศร้าๆของเธอ


อากาศยามเช้าของรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่ไม่สูงมากนัก แต่ถึงกระนั้นก็สามารถที่จะมองลงไปเห็นบริเวณด้านล่างโดยรอบได้เกือบจะทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆทำให้มองเห็นเพียงเลือนลาง คล้ายภาพวาดของจิตรกรมืออาชีพที่สื่ออกมาได้หลายอารมณ์ ทั้งเศร้า เหงา มีความสุขผสานกันไป
ภายในรีสอร์ทยามนี้มีนักท่องเที่ยวมากมายออกมาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ทุกๆคนต่างนั่งหันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อรอคอยให้ลูกไฟดวงโตโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมา บางคนหน้าตาแจ่มใสตั้งหน้าตั้งตาคอยดู แต่ก็มีบางคนนั่งสับประหงก เห็นได้ชัดว่าคงจะถูกเพื่อนๆหรือไม่ก็ครอบครัวลากมาดู แต่คนง่วงหลายๆคนก็ถึงกับตื่นเต็มตาเมื่อโดนเพื่อนๆสะกิดให้ดูภาพๆหนึ่ง
ภาพชายหนุ่มและหญิงสาวมาวิ่งออกกำลังกายยามเช้าด้วยกัน วิ่งไปซักพักฝ่ายหญิงก็เป็นฝ่ายหยุดเดินโดยมีชายหนุ่มเดินเป็นเพื่อนพร้อมทั้งมองมาอย่างห่วงใย อีกทั้งก็คอยถามคล้ายกับกลัวว่าหญิงสาวจะเหนื่อยเกินไป จนหญิงสาวต้องหันมายิ้มให้แต่ไม่ได้ตอบอะไร คงเพราะอาการหอบอย่างแรงของเธอเอง ทำให้เธอพูดไม่ออก พอเดินไปได้ซักพักเมื่ออาการหอบเริ่มเบาลงหญิงสาวจึงชวนชายหนุ่มวิ่งต่อ เมื่อทั้งสองวิ่งเลี้วโค้งถนนไปจนมองไม่เห็น นักท่องเที่ยวหลายคนก็หันมายิ้มให้กันกับภาพที่เห็น
ภาพๆนี้ดูจะตราตรึงอยู่ในหัวใจของหลายๆคนมันเป็นภาพที่เมื่อใครเห็นเห็นก็คงจะอดยิ้มออกมาไม่ได้ ภาพที่หลายๆคนเคยฝันถึงเมื่อยามที่เป็นเด็ก ที่มีคนมาคอยดูแลเอาใจใส่อย่างห่วงใย
ท่ามกลางความเงียบที่ทุกๆคนกำลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ถ้าใครได้ยินก็คงจะรู้แน่ว่าคนที่ร้องคงจะดีใจมากๆ
“นี่ลอร่ามาดูเร็วถ่ายทันพอดีเลย ภาพสวยซะด้วยซิ” ฝ่ายชายเรียกหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆให้มาดูภาพที่ตนสามารถถ่ายเอาไว้ได้ พร้อมทั้งยื่นเข้าไปให้ดูตรงหน้าอย่างรีบร้อน
เอหญิงสาวเห็นก็ถึงกับอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น ทำให้นักท่องเที่ยวที่นั่งอยู่บริเวณโดยรอบต่างสนใจขึ้นมาทันที ซักพักหนุ่มสาวทั้งสองก็ถูกรุมล้อมไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมายที่ตั้งใจมาดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะลืมสิ่งที่ตนตั้งใจมาดูกันหมด เพราะเมื่อยามที่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว ทุกคนก็ยังห้อมล้อมทั้งสองคนที่สามารถถ่ายภาพไว้ได้โดยไม่มีทีท่าว่าจะไปไหนง่ายๆเลย


สิ่งที่เพียงพิณเห็นตอนนี้ทำให้เธอถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เธอคิดภาพของนัฐมนเพื่อนที่เธอสนิทที่สุดของเธอไปออกกำลังกายไม่ออกเลย ก็เพื่อนของเธอสุดแสนจะขี้เกียจ เหนื่อยง่าย และพร้อมที่จะยกเลิกอะไรก็ตามที่กำลังทำอยู่เมื่อไม่พอใจขึ้นมา แต่ขณะนี้เธอกำลังมองเพื่อนของเธอเดินเหงื่อโซมกายเข้ามาพร้อมกันพี่ชายของเธอที่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“อะไรน่ะ ฉันฝันไปรึเปล่าเนี่ย นัฐมนออกกำลังกาย” เพียงพิณเอ่ยออกมาอย่างตกใจ เธอไม่เคยได้ยินเพื่อนของเธอพูดถึงเรื่องออกกำลังกายเลยนี่นา
“งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะจะได้ไปทำงาน” ธีธัชเอ่ยออกไปคล้ายกับกลัวว่าเพียงพิณจะหันมาเล่นงานตนเอง
“แล้วพี่ธีล่ะพิณไม่เคยเห็นว่าพี่ธีจะสนใจไปวิ่งสักวัน แล้วนี่อะไร ยังมาชวนเพื่อนของพิณไปวิ่งอีกน่าสงสัยจริงๆเลย แล้ววันนี้พี่ธีจะไปสายเหรอเนี่ยไม่เคยเป็นมาก่อน ปกติ 7 โมงพี่ธีอานน้ำเสร็จแล้วนี่นา ตอนนี้จะเคารพธงชาติอยู่แล้วนะ อะไรกัน พี่ธีไม่สบายรึเปล่าคะ” ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้นแต่เพียงพิณก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ แต่ก็ต้องเก็บสีหน้าเอาไว้เดี๋ยวแผนแตก
‘ถามออกมาจนได้นะ อุตส่าห์ว่าจะรีบหนียัยนี่แล้วเชียว’ ธีธัชคิดอย่างปลงตก แล้วก็หันไปยิ้มให้กับนัฐมน ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สนใจจะตอบคำถามของเพียงพิณ และเสียงบ่นอีกมากมายก็ลอยตามหลังของชายหนุ่มไป
“นี่พี่ชายจะไปไหนน่ะยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ แย่จริงๆเลย”
พอเดินมาถึงหน้าบ้านชายหนุ่มก็อดที่จะเป็นห่วงนัฐมนไม่ได้ สงสัยจะโดนยัยน้องสาวตัวแสบของเขาซักหมดเปลือกแน่ๆ ท่าทางน้องสาวของเขาคงจะหวงเพื่อนมากซินะ ไปวิ่งด้วยกันแค่วันแรกยังซักซะละเอียดยิบขนาดนี้ ทั้งที่ตัวเขาเองก็เป็นพี่ชาย ดูท่าชายอื่นคงจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับนัฐมนยากแน่ๆ คิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แล้วชายหนุ่มก็เดินกลับขึ้นบันไดไป แม้จะรู้สึกผิดที่ปล่อยนัฐมนไว้ แต่ถ้าเขาอยู่จะต้องเผลอทำอะไรแปลกๆออกไปแน่ ใครไมเคยโดนน้องสาวเขาซักคงจะไม่รู้หรอก
แต่ดูเหมือนว่านัฐมนก็จะรู้เช่นกัน เพราะเมื่อหญิงสาวมองตามหลังชายหนุ่มไป สมองก็กำลังคิดหาคำตอบมากมายที่พรั่งพรูออกมาจากปากของเพื่อนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ถ้าเผลอตอบอะไรออกไปต้องเสร็จยัยนี่เหมือนเมื่อวานแน่ๆ และก็คงจะต้องเล่าทั้งหมดให้ยัยนี่ฟังอีก สงสัยคงต้องระวังไว้ให้มากๆแล้วล่ะ
“นี่นัฐมนฟังอยู่รึเปล่า”
“ฟังอยู่จ้าฟังอยู่ พิณก็ทำไมคิดว่าเราไม่ฟังล่ะ” นัฐมนหันมามองเพื่อนสนิทของเธอด้วยสายตาบ๊องแบ๊ว
เพียงพิณมองหน้านัฐมนอย่างสงสัย แล้วก็ทำเป็นคิดหนัก ‘ต้องแสดงให้แนบเนียนสิเดี๋ยวยัยนัฐก็สงสัยกันพอดี เก๊กไว้อย่าหลุดเชียวนะเพียงพิณ แผนการต้องเป็นไปยอ่างช้าๆ ไม่ไห้ใครรู้ตัว’ เพียงพิณคิด แล้วก็เปลี่ยนใจไม่ซักไซ้นัฐมนต่อ หลังจากนั้นก็ชวนนัฐมนเข้าบ้าน
นัฐมนเดินตามไปอย่างสงสัย เพื่อนเธอแปลกๆแฮะ ทั้งที่แต่ก่อนเธอไปไหนกับใครจะโดนเพียงพิณตามไม่เลิก จนเธอถึงกับต้องยอมแพ้กับความพยายามของเพื่อน แต่มันก็ดีสำหรับเธอแล้วล่ะที่เพียงพิณไม่ถามต่อ เพราะว่าเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบยังไง
“เธอไม่เข้าไปในเมืองเหรอ” นัฐมนถามอย่างสงสัยเมื่อทั้งสองเดินมาถึงห้องนอนของนัฐมน
“อะไรกันเธอเบือเพื่อนที่สุดแสนจะน่ารักคนนี้แล้วเหรอ” พูดพลางก็เหล่ตาไปมองว่านัฐมนจะมีปฏิกิริยาอย่างไรแล้วเพื่อนสนิทเธอก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง เพราะเธอยังไม่ทันที่จะพูดจบนัฐมนก็หันมาทำตาโตใส่ แล้วก็ทำหน้าโล่งใจเป็นที่สุด “เฮ้ อะไรน่ะเธอทำหน้าอย่างนั้นทำไม”
เมื่อนัฐมนไม่ตอบพร้อมกับเดินหนีเข้าไปในห้องก็ยิ่งทำให้เพียงพิณสงสัยยิ่งขึ้นไปอีก ตอนแหกหญิงสาวก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกนะที่เพื่อนเธออึ้งน่ะ ก็เธอไม่เคยชมตัวเองว่าน่ารักมาก่อนน่ะซิ แต่ตอนที่ทำหน้าโล่งใจนี่แหละเธอล่ะไม่เข้าใจเพื่อนของเธอจริงๆเลย อุตส่าห์ลงทุนชมตัวเองทั้งๆ ที่ก็ไม่เคยชมกะว่าจะให้นัฐมนแปลกใจหันมาภามความผิดปกติของเธอ แล้วจะได้ล้วงเอาความลับเมื่อเช้าได้เร็วขึ้น แต่นี่อะไรนอกจากนัฐมนจะไม่ถามแล้วยังมาทำให้เธอสงสัยอีก จนเธอต้องตามเพื่อนเข้ามาถึงในห้อง
“นัฐ นี่เธอยังไม่ได้ตอบคำถามของเราเลยนะ อย่าทำอย่างนี้ซิ อธิบายมาเธอทำหน้าโล่งใจขนาดนั้นทำไมกัน” พูดจบหญิงสาวก็หันไปมองหน้านัฐมนอย่างเอาเรื่อง
“นี่ไม้ต้องมาทำหน้าอย่างนั้นก็ได้เราแค่โล่งใจที่วันนี้เธอจะไม่เข้าไปในเมืองแค่นั้นเอง” เมื่อเห็นเพียงพิณทำท่าทางอย่างกับไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอพูด นัฐมนจึงทำสีหน้าจริงจังพร้อมกับย้ำให้เพื่อนเธอมั่นใจ
“แล้วไป งั้นชั้นไปทำงานก่อนนะ บ๊ายบาย”
“พิณเดี๋ยว” ยังไม่ทันที่นัฐมนจะพูดจบ เพียงพิณก็เดินลับประตูออกไปแล้ว
นัฐมนล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางก็คิดไปถึงบุพการีทั้งสอง วันนี้ซินะกำหนดวันเดินทางกลับของเธอ ถ้าท่านไม่พบเธอแล้วจะเป็นห่วงเธอมากแค่ไหนนะ แต่เธอก็ไม่อยากให้ท่านรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน อีกแค่ 3อาทิตย์แล้วเธอจะกลับไป ให้เธออีกหน่อยเถอะ พอถึงตอนนั้นเธอคงจะทำใจได้มากแล้ว
นัฐมนหลับตาลงอย่างช้าๆ ตอนนี้เธอเลิกร้องไห้แล้ว อาจเป็นเพราะเธอคิดว่าถึงจะร้องไห้มากแค่ไหนก็ไม่มีทางที่เธอจะไม่ได้แต่งงาน แต่มาคิดอีกทีคงจะเพราะเธอร้องไห้จนไม่มีน้ำตาอีกแล้ว ตอนนี้คงจะเหลือแต่แววตเศร้าๆ ของหญิงสาวที่มักจะเผยความเศร้าออกมายามที่เจ้าตัวเผลอ แต่เธอก็มักจะทำให้มันหายไปทันทีที่รู้สึกตัว เธอไม่อยากให้ใครเห็น โดยเฉพาะเขาคนนั้น คนที่ทำให้เธอมีความสุขมากที่สุดตอนนี้ เธอกลัวว่าเขะจะไม่สบายใจ พี่ชายของเพื่อนสนิทเธอ “คุณธีธัช” หญิงสาวยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวพลางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ซึ่งห้องนอนของเธอสามารถมองลงไปเห็นต้นดอกปีบได้พอดีทำให้เธอชอบห้องนี้มากเป็นพิเศษ
หญิงสาวเหลือบมองไปทางประตูรั้วหน้าบ้าน แล้วก็พบว่าพี่ชายของเพื่อนเธอกำลังเดินไปทำงานพอดี เหมือนชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้ เพราะเมื่อเขาเดินไปถึงประตูรั้วแล้วก็หันกลับมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นนัฐมนชายหนุ่มก็โบกมือให้ก่อนจะเดินออกไป ปล่อยให้นัฐมนยืนหน้าแดงอยู่คนเดียวที่ถูกจับได้ว่ากำลังแอบมองชายหนุ่มอยู่
“บ้าน่า ไม่ได้แอบมองซะหน่อย” หญิงสาวพูดอย่างร้อนตัว แล้วจึงเดินไปนั่งลงบนเตียง แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะเอาซะเลย และก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายง่ายๆ เสียด้วย ทั้งๆ ที่คนที่ทำให้มันเป็นเช่นนี้ก็จากไปนานมากแล้ว เธอจึงตัดสินใจไปอาบน้ำเพื่อว่าบางทีหัวใจของเธออาจจะสงบลงบ้าง



โดย : ศศพินทุ์
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 4 พ.ค. ปี 2006 [ เวลา 18 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook