บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 3

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> The Star of RealLove.(ตอนที่1 ...รักแท้...)

เรื่อง : The Star of RealLove.(ตอนที่1 ...รักแท้...)


…รักแท้…

ถึงแม้จะอยู่บนท้องฟ้าเดียวกัน...แต่ก็ใช่ว่าความหมายของดวงดาวจะขึ้นอยู่กับตัวของมันเอง
มันขึ้นอยู่กับคน แล้วแต่คนจะมอง-แล้วแต่คนจะเข้าใจ
นักดาราศาสตร์เห็นดาวเป็นตัวอักษร-เห็นจักรวาลเป็นกระดานดำ ต้นหนเรือใช้ดาวสำหรับเดินทางในมหาสมุทร หมอดูเปรียบดวงดาวเป็นดั่งโชคชะตาแห่งสิบสองราศี คู่รักใช้ดาวเป็นพยานสาบานความซื่อสัตย์ของกันและกัน ส่วนคนอกหัก...ดาวจะเป็นอะไรไปมากกว่าใบหน้าของคนรักเก่าได้
‘มาวิน’ค่อยๆยกมือขึ้นบีบขมับเพื่อคลายอาการล้าจากความเครียด เขาขยี้ตาอีกทีหนึ่ง แล้วจึงแหงนคอขึ้นมองท้องฟ้าตามเดิม
กว่าสามเดือนแล้วที่มาวินมายืนจับเจ่าอยู่บนเชิงเขานี่ทุกค่ำ เขาจำได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อนไม่ได้มาคนเดียวแบบนี้ จำได้ว่าใครบางคนยังเคยมายืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆ ใครคนนั้นชอบตั้งคำถามแปลกๆให้เขาตอบ และจะกอดเขาเมื่อมีลมหนาวเย็นๆพัดมา มันผ่านนานมาสามเดือนแล้ว นานพอจะลืมเรื่องบางเรื่องที่ไม่สลักสำคัญ แต่ไม่นานพอจะลบภาพวันชื่นคืนสุขในอดีตได้เลย
มาวินอยากจะลืมและอยากเลิกเจ็บ ทว่า-ความต้องการกับหัวใจดูจะไปกันคนละทาง บ่อยครั้ง เขายังตระเวนไปในที่ที่เคยไปกับคนรักเก่า ไปร้านอาหาร ไปสนามกีฬา ไปดูหนัง ฯลฯ ทั้งที่อยากลืมแทบตาย แต่ขากับหัวใจก็ยังพาไปซึมซับความทรงจำเก่าๆอยู่เสมอ
บนท้องฟ้ามีดาวร่วงตกลงมาเป็นเส้นตรงเล็กๆ มาวินไม่รอช้า หลับตาแล้วรีบกุมมืออธิษฐานทันที
“ถ้านางฟ้ามากับดาวตกล่ะก็ ฉันอยากจะขอเจอใครสักคนที่รักฉันจริง เพราะฉันได้สร้างรักแท้เอาไว้ แต่โชคร้าย คนที่ฉันอยากมอบให้ กลับไม่ต้องการมัน...” มาวินรู้สึกกล้ำกลืนในประโยคนี้เหลือเกิน เขาค่อยๆลืมตา แล้วมองออกไปบนฟ้าไกล “ขอนางฟ้าได้โปรดมารับเอารักแท้ไปมอบให้แด่คนจริงใจด้วยเถิด”
มันเป็นคำขอแบบเด็กๆเท่านั้น เป็นแค่วิธีไร้สาระสำหรับคนขี้ผิดหวังทำกันเพื่อให้รู้สึกดีกับใจตน ใครๆก็รู้ว่านางฟ้าไม่มีอยู่จริง ใครๆก็รู้ว่าคำอธิษฐานมีโอกาสน้อยเหลือเกินที่จะบังเกิดผล แต่สิ่งดีๆมักจะเกิดกับคนพิเศษไม่ใช่หรือ และในโลกที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยคำโกหกมดเท็จ แค่คนจริงใจสักคน-คนซึ่งเชื่อมั่นในรักแท้อย่างมาวิน ก็ถือเป็นคนพิเศษคนหนึ่งและก็เหมาะสมกับเรื่องมหัศจรรย์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
ลมบริเวณโดยรอบเริ่มพัดกรรโชกแรง มีเสียงเหมือนท้องฟ้าร้องคำรามดังขึ้น ทีแรก มาวินคิดว่าเป็นแค่เสียงเครื่องบิน-บินผ่านหัว แต่สักพักพอจับสังเกตได้ ก็รู้ว่าเจ้าเสียงนั่นมันดังก้องอยู่ในบริเวณนี้ไม่เคลื่อนที่ย้ายไปไหน
มาวินนึกเอะใจ ลองแหงนขึ้นไปมองดูบนฟ้า ตรงตำแหน่งเกิดเสียงมีแสงประหลาดซ่อนตัวอยู่หลังเมฆ แสงเป็นรูปวงกลมรัศมีกว้าง ครู่เดียว มันก็ค่อยๆแหวกเมฆออกมาปรากฏตัว มันเป็นวัตถุฐานกลมคล้ายยาน UFO โดยเฉพาะจุดแสงเล็กๆที่หมุนอยู่รอบตัวมันแทบจะทำให้มาวินเชื่ออย่างสนิทใจว่าเป็นพาหนะของผู้มาเยือนนอกโลกจริงๆ
ต้นไม้เอนไหวยวบยาบตามแรงลม เศษฝุ่นผงฟุ้งกระจาย ลมสะบัดพัดรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเก่าเพราะวัตถุประหลาดกำลังมุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว
มาวินเห็นท่าไม่ดี เริ่มก้าวขาถอยหลังเตรียมวิ่งหนี แต่ก็ซุ่มซ่ามไปสะดุดเอาท่อน้ำล้มหงายลงไป
“เสร็จแน่ๆฉัน” มาวินพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ไม่มีเวลามาคิดถึงความเป็นไปได้และหาเหตุผล ตอนนี้ที่ควรทำคือหันหลังแล้ววิ่งให้ไวที่สุด แต่โชคชะตาราวกับจะไม่เข้าข้างหนุ่มรักคุดคนนี้ และเทวดาเองก็คงไม่พอใจมาวินที่ไปอธิษฐานขอนางฟ้าแบบนั้น ทั้งคู่จึงบันดาลให้ฝาถังขยะลอยเคว้งมาฟาดหัวของเขาอย่างจังเบอร์ จนต้องนอนแน่นิ่งสลบลงไปในทันที


กลิ่นหอมเหมือนดอกไม้โชยมาแตะจมูกให้มาวินรู้สึกตัว จากนั้นประสาทสัมผัสในส่วนต่างๆก็เริ่มกลับมาทำงานตามปกติ บริเวณศรีษะ-เสมือนได้นอนหนุนอยู่บนตักสาวๆ อีกทั้งความนุ่มคล้ายมือน้อยๆของใครบางคนก็กำลังนวดเฟ้นตามท่อนแขนของเขาอย่างนุ่มนวล มาวินคงจะคิดเอาเองว่า ตัวเองได้ขึ้นสวรรค์ไปแล้ว ถ้าเสียงใสๆหวานๆ ไม่ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์เสียก่อน
“คุณ!...คุณ!เป็นยังไงบ้าง”
มาวินค่อยๆลืมตาขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงโทนน่ารัก และภาพตรงหน้าที่ปรากฏ เป็นสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิด จมูกหน่อย ตาโต แถมได้ขาวอีกต่างหาก แม้จะใช้เวลาพิจารณาสั้นๆ แต่มาวินก็สามารถระบุได้ว่า สาวน้อยคนนี้น่ารักแค่ไหน เธอน่ารักมากๆ น่ารักสุดๆ น่ารักกว่าแฟนเก่าของเขาล้านปีแสงเท่าเลยเชียว
“อธิษฐานเอาไว้เหรอ” สาวน้อยปริศนา เอ่ยถามขึ้นเสียงหวาน
“ใช่ครับ...อธิษฐานว่าอยากเจอนางฟ้า” มาวินอ้อนตอบ พร้อมแอบสูดกลิ่นหอมของสาวน้อย
“ฉันไม่ใช่นางฟ้าหรอกนะ และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่านางฟ้าคืออะไร”
“อ้าว...” มาวินทำหน้างงๆ “ถ้าอย่างนั้น คุณเป็นใครล่ะครับ”
สาวน้อยเอียงหัวคิดนิดหนึ่ง แล้วจึงตอบว่า
“เอาเป็นว่า ฉันมาจากบนฟ้าก็แล้วกัน” หล่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้มาวิน จนเขาประหม่าหายใจติดขัด “ฉันมาตามหารักแท้”
มาวินหยิกตัวเองทีหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันและไม่ได้หูฝาด เขาค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ทั้งๆที่ใจอยากจะนอนหนุนต่ออยู่อย่างนั้น
“คุณว่าคุณมาตามหารักแท้” มาวินทวนคำถามของสาวน้อย “คุณรู้ไหมว่ามันคืออะไร”
สาวปริศนาทำปากจู่ส่ายหัวไปมา
“คุณว่าคุณมาจากบนฟ้า...แล้วไหนล่ะยานคุณ”
สาวน้อยชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ริมป่า แล้วตอบว่า
“อยู่ตรงนั้น ฉันซ่อนมันไว้ด้วยระบบล่องหน”
มาวินแค่นหัวเราะประชด
“ทำอย่างกับรถของ เจมส์ บอนด์ อย่างนั้นแหละ”
“เจมส์ บอนด์ คืออะไร”
มาวินโบกมือไปมา
“ช่างเถอะ ไม่ต้องไปสนหรอก...ว่าแต่คุณน่ะ หน้าตาก็ดี แต่…เป็นบ้ารึเปล่า”
สาวน้อยทำตาเขียวดุใส่ ดูเธอจะไม่พอใจเป็นอันมากที่ถูกกล่าวหาอย่างนั้น
“ฉันไม่ได้บ้านะ...คนบ้าที่ไหนจะมาตามหารักแท้”
เหมือนถูกแทงโดนใจดำ มาวินนิ่งไปทันตาเห็น เจอรูปประโยคแบบไม่ตั้งใจฆ่ากันเข้า ทำเอาเขาต้องรีบหลบสายตาสาวน้อยเพื่อซ่อนความลับบางอย่างไว้ เขาค่อยๆลุกขึ้นยืน แล้วพูดบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงปนเศร้า
“จริงสินะ…รักแท้มันเป็นสิ่งวิเศษ คนจริงใจเท่านั้นที่จะได้ครอบครองมัน”
มาวินลอบถอนหายใจเบาๆ เขารู้สึกสับสน อีกทั้งอาการปวดหัวจากการถูกฝาถังขยะฟาดเข้าให้ก็ยังไม่ทุเลาลงเท่าไร ตอนนี้ อะไรๆดูมันจะยุ่งอีรุงตุงนังไปหมด จะหัวเราะ-รึจะเศร้า-รึจะตกใจ อยู่ในอารมณ์ไหน ตัวเองก็ยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำ ยิ่งมีสาวน้อยที่ไหนไม่รู้มาอ้างว่ามาจากต่างอีก จะมาหลอกให้ช้ำใจเล่นรึเปล่า เขาเองก็ยังไม่รู้เจตนาของเธอดี
มาวินครุ่นคิดพิจารณา ตกลงว่าเขาควรจะเชื่อเรื่องเล่าของสาวน้อยดี รึจะปล่อยเธอทิ้งไว้(เพราะคิดว่าบ้า) แล้วก็หนีกลับบ้านไปเลย ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่พอเหลือบไปเห็นแววตาหวานๆของแม่สาวนอกโลกเข้า ไอ้ความคิดบ้าๆพวกนั้นก็ถูกสลัดทิ้งไป
บางที…อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วจับพลัดจับผลูให้เธอออกอาการเอ๋อแบบนี้ ‘คงไม่เป็นไรถ้าช่วยเธอ อย่างแย่ที่สุดก็พาไปหาตำรวจก็ยังดี’ มาวินคิดในใจ
“หิวจัง…”สาวต่างโลกเอ่ยขึ้นเบาๆ
“เอางี้…เดี๋ยวผมจะพาไปหาอะไรทานดีมั้ย” มาวินยื่นมือให้สาวน้อยจับ แล้วช่วยพยุงตัวเธอลุกขึ้นยืน “ว่าแต่…คุณชื่ออะไรเหรอ”
สาวน้อยมองตาเขาเยี่ยงมิตรที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันมานาน
“ยามฝัน…ฉันชื่อยามฝัน”
มาวินหัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่ ก่อนจะจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ยามฝันที่หมายถึงเวลาฝัน หรือ ยามฝันที่หมายถึงยามรักษาการอู้นอนจนฝันกันแน่”
สาวน้อยนอกโลกค้อนขวับ แล้วหันมาหยิกแขนมาวินจนเขาสะดุ้งโหย่ง…



โดย : แดง หัวโต
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 19 พ.ค. ปี 2006 [ เวลา 21 : 41 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook