บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 3

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5
>> the lasl war final

เรื่อง : the lasl war final

The last war final (ตอนที่1 สาส์นท้ารบ)

ผม วิลเลี่ยม แจคสัน เป็นรองผู้นำทหารรักษาจักรพรรดินีแห่งเมือง นีร่อนฉายานักฆ่าไร้วิญญาณจะจริงหรือไม่ก็ไปอ่านดูกัน ก่อนดำเนินเรื่องผมก็จะขอเล่าลักษณะของ เมืองนีร่อนคร่าวๆก่อนนะ เมืองแห่งนี้มี “จีน่า” เทพผู้พิทักษ์รักษาและดูหมอ เอ้ย!ทำนายดวงชะตาของเมือง เมืองแห่งนี้ผู้มีคนดำเนินชีวิตที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย และสงบสุข ตัวเมืองจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ซึ่งจะมี ส่วนของหมู่บ้าน ตัวเมือง และพระราชวัง เอ่อมีแค่นี้แหละเริ่มต้นเรื่องเลยแล้วกัน
วันนี้วิลเลี่ยมจะต้องออกไปตรวจตราแถวตัว เมืองกับบิลลี่ ซึ่งเป็นคู่ขาและคู่กัดในเวลาเดียวกัน “นี่ บิลลี่ คำทำนายของ จีน่า ครั้งล่าสุดว่าไงบ้าง” วิลเลี่ยมถาม
บิลลี่ นีล ฉายาว่าซาตานอำมหิตเป็นคู่ขาของวิลเลี่ยมแต่ในหน้าที่การงานแล้วจะมียศต่ำกว่าเลยกลายเป็นลูกน้องไปซะงั้น บิลลี่เป็นผู้ชายหน้าตาดี รูปร่างหล่อแต่ไม่เหลา ผมยาวประบ่าสีน้ำเงินเข้ม แต่สำหรับผมหน้ามันก็งั้นๆ ผมยังหล่อซะกว่า โคตรขี้เก๊ก ถ้าแข่งกับพี่หมี(ปวิธ)แล้วล่ะก็ชนะขาดลอย
“อ้อ เธอบอกไว้ว่า นีร่อนของเราจะเคราะห์ร้าย” บิลลี่ ตอบ “งั้นนายก็คงจะมีแผนการรับมือแล้วใช่ไหมล่ะ” วิลเลี่ยมถาม “แผนบ้าอะไรของนาย ตอนนี้หน้าที่ของเราคือตรวจตราตัวเมืองไม่ใช่หรือไง” เมื่อด่าจบก็รีบย่างก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อไปทำหน้าที่ของมัน “เฮ้ย!มันเป็นลูกน้องหรือหัวหน้าวะ” วิลเลี่ยม
“ตรงนี้เรียบร้อยดี อืมข่าวด่วน รีบไปแจ้งคิงเดี๋ยวนี้”
เสียงออกคำสั่งดังมาจากบิลลี่ “เฮ้ บิลมีอะไรเหรอ” วิลเลี่ยมถาม “เรา เจอปัญหา” บิลลี่ตอบสั้นๆ
“ปัญหาบ้าบออะไรของแกอีกเมื่อกี้ยังบอกให้ไปทำงานอยู่เลย อ๋อ หรือว่านายปวดท้อง”
ที่ผมพูดไปนั้นกะจะสวนกลับที่มันด่าเมื่อกี้ แต่ โอ้!พระเจ้าไม่หน้าเชื่อว่ามันจะได้ผล ได้จนเกินคาด
ได้จนเกินไป ทำให้ใบหน้าที่หล่อแต่ไม่เหลาของบิลลี่ตอนนี้ดูกลายเป็นสีหน้าโหดเหี้ยม อำมหิต
ใบหน้าขึ้นสีบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นสุดขีด “หมาบ้าชัดๆ”เสียงพูดหลุดออกมาจนได้
“แล้วนายล่ะช่วยอะไรฉันบ้าง มีแต่อู้แถมยังจะมาด่าฉันอีกถ้าไม่อยากทำก็ลาออกไป”
“หา” วิลเลี่ยมถึงกับต้องอ้าปากค้าง เพราะว่ามันด่าเป็นชอตๆ แต่ตอนที่ผมอึ้งก็เป็นโอกาสอันดีงามของบิลลี่ มันยกดาบง้างขึ้นมา “เฮ้ย บิล จะ จะ จะ ใจเย็นสิ” วิลเลี่ยมสียงสั่น
“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้วโว้ย”
ณ พระราชวังนีร่อน
“ที่เจ้าว่ามานั่นเป็นความจริงหรือ” เสียงของคิงผู้ปกครอง นีร่อน แสดงอาการตกใจ
คิงนีร่อน มีร่างกายสูงใหญ่กำยำน่าเกรงขาม ผมสีเทาเข้ม ไว้เคราสีขาว นัยย์ตาสีดำเข้มดุดัน อายุเพียง65(เอง)
“เอ่อกระผมฟังมาจาก บิล อีกทีไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า” “แล้วทำงานกันยังไง ไม่รู้ยังจะมารายงานข้าอีกเรอะ” “ขออภัยกระหม่อมข้าทราบแค่นี้จริงๆ” ขณะที่คิงกับไพร่กำลังสนทนากันอยู่ วิลเลี่ยมก็เดินเข้ามาพร้อมกับบิลลี่ “เราเจอปัญหา” วิลเลี่ยมเอ่ยขึ้น “ปัญหาอะไร”คิงถามกลับมา “เอ่อ...” วิลเลี่ยมเถิบเข้าไปกระซิบกับบิลลี่ “บิลนายพูดแทนหน่อยดินายเป็นคนเจอฉันไม่ได้เจอนี่” “อยากได้หน้า ก็พูดเองสิ”บิลลี่ประชด “เฮ้ย!แกจะมาทำหยิ่งอะไรตอนนี้เล่า” “เอาล่ะมีอะไรก็ว่ามาอย่ามาทำอ้ำอึ้ง”คิงตวาดเสียงหนัก
“อ๋อ คือผมไม่รู้หรอก เอ้ย! ไม่ใช่คือผมจะบอกว่าบิลเค้าจะเป็นคนบอกครับ” วิลเลี่ยมใส่ร้าย ได้สำเร็จแต่ก็เกือบหลุดปากฆ่าตัวตาย “หือ” บิลลี่ทำตาค้อนใส่ แต่วิลเลี่ยมก็ยังยิ้มหน้าบานให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้เกิดความรู้สึก น่าถีบ ขึ้นมากระทันหัน แต่บิลลี่ก็แก้ปัญหาได้อย่างไม่ยากนัก “คือว่าทาง ดีราก้อน ส่งสาส์นมาท้าประลองกับนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของเราโดยทางนู้นก็จะใช้นักรบที่เก่งที่สุดเหมือนกันข้าอ่านได้แค่นี้เพราะว่าเป็นภาษาของชนเผ่าดราก้อน” บิลลี่อธิบาย “ไหนข้าขอดูสาส์นหน่อย” คิงพูด

สาส์นท้ารบ
เจ้าภาพ เมืองดีราก้อน
หัวข้อท้ารบ เนื่องจากการประลอง the last war final ที่ทางเราได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการประเมินผลของทหารในเมืองของท่าน
ในถานะข้าคิงดีราก้อน จะขอเชิญให้เมืองของท่านเข้าร่วมการประลองด้วย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ที่ข้าได้เชิญท่านเป็นครั้งแรกก็เพราะว่าทหารของท่านตายได้เพราะอ่อนแอเกินไป แต่ครั้งนี้ที่เราชวนก็เพราะว่าเราได้เปลี่ยนกติกาใหม่ ซึ่งมีกติกาดังนี้
1 อัศวิน1คน สมุนคนสำคัญ1คน ผู้ติดตาม 2 คน ผู้นำทาง 1 คน
2 ต้องได้รับการยอมรับจากคิงแล้ว
3 มีความสามารถระดับสูง
4 เมื่อมีการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเกิดขึ้นทางเราจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
5 เมื่อสมัครแล้วจะไม่สามารถถอนตัวได้
ของรางวัลที่จะได้
1 ได้เข้าร่วมกับสงครามกับกองกำลังจักรพรรดินีแห่งดีราก้อน
2 ได้รับเป็นผู้นำการรบ
3 สืบต่อราชวงศ์เป็น คิงแห่งดีราก้อน
จึงกล่าวมาเพื่อให้ทราบ
ลงชื่อ ดรากอนที่17 คิงแห่งดีราก้อน
ถ้าท่านตอบรับจะยินดีหรือไม่ก็ช่าง ส่งคำตอบมาด้วยลายมือของคิงพร้อมรูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
ปล. เขียนด้วยลายมือสวยงาม ตัวบรรจงเต็มบรรทัด ไม่ต้องเว้นบรรทัดก็ได้แต่ถ้าเว้นหน่อยก็ดี
อ้อ อย่าลืมรูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป ด้วย

*****************************************



the last war final ตอนที่2 ตอบรับคำท้า

“เป็นไงบ้างครับ” บิลลี่เอ่ยถามขึ้นก่อน “ดีราก้อนส่งสาส์นมาท้ารบกับเรา บอกให้เราส่งตัวแทนไปประลอง โดยยื่นข้อเสนอพิเศษให้ แต่ในจดหมายที่บอกเอาไว้ เหมือนจะเป็นการดูถูกเราอย่างมาก” คิงอธิบาย “แล้วข้อเสนอพิเศษที่ว่านั่นมีอะไรบ้าง” วิลเลี่ยม ถาม “แหม รู้สึกว่านายจะสนใจไอ้พวกของรางวัลนี่จังเลยนะ” บิลลี่แซว “นี่ บิลถ้าไปแล้วไม่ได้อะไรนายจะไปทำซากอะไร” “แสดงว่านายอยากไป” “มันก็ไม่แน่ของอย่างนี้ไม่ลองก็ไม่รู้” ระหว่างสงครามน้ำลายของ 2 คู่หู บิล และ วิลเลี่ยม ที่ได้เกิดขึ้นต่อหน้าของคิงนีร่อน ทำให้คิงผู้หมดความอดทนต้องรีบหยียบเบรคทันที
“หยุดเถียงกันได้แล้ว”คิงตวาดออกมาเสียงลั่น “ถ้าพวกเจ้าอยากแข่งกันนักข้าจะตอบรับให้ วันรุ่งขึ้นก็เอาใบประกาศที่มีกติกาและของรางวัลไปแจกจ่ายชาวบ้านแล้วกัน”ผู้เป็นคิงยื่นคำขาด ทำให้ผู้เป็นน้อยต้องรับอย่างขัดไม่ได้
วันรุ่งขึ้น
“วิลเลี่ยมนายคิดว่าคำตัดสินของคิงเราถูกต้องแน่หรือเปล่า” บิลลี่ยิงคำถามขณะที่วิลเลี่ยมกำลังนอนสบายใจเฉิบอยู่บนเตียง “ฮ้าว ม่ายยู้ดิ แต่จะยังงายฉันก้อม่ายโลงแข่งอยู่แว้ว” เสียงของวิลเลี่ยมที่พึ่งตื่นนอนมาพูดป้อแป้ไม่รู้เรื่องแต่ยังพอจับใจความได้ “นี่ วิลแล้วนายไม่สนของรางวัลหรือไง” “ไอ้สนมันก็สนอยู่หรอกแต่ว่าสองข้อแรกนั่นมันบอกให้ไปตายชัดๆใครมันจะลงแข่งหรือถ้าลงแข่งนะไอ้คนที่ลงน่ะก็โง่มากๆเลยแหละ” เสียงของวิลเลี่ยมแสดงการปฎิเสธอย่างมาก “แต่ถึงยังไงหนึ่งในคนโง่ของนายก็ต้องรวมฉันเข้าไปด้วย” “อย่าบอกนะว่าแก...” “ของมันแน่อยู่แล้ว” บิลลี่เน้นย้ำขณะที่เปิดประตูเพื่อจะออกไปทำงาน แต่แล้วคนที่ไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรก็พูดขัดขึ้นมาก่อน “ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกนี่งี่เง่าจริงๆเลย รู้ตัวไหมตัวเองโง่ก็ยังจะมาบอกคนอื่นอีก” วิลเลี่ยมพูดได้อย่างงี่เง่าสุดๆ(เท่าที่เคยเขียนมา) ขณะที่วิลเลี่ยมกำลังขำขันกับคำพูดที่สุดจะงี่เง่าของตัวเอง และแล้วผู้ฟังที่ทนฟังไม่ได้อีกต่อไป ก็เปรยเสียงเก๊กออกมาให้น่าเกรงขามที่สุด “หึ หึ หึ ฉันไม่นึกเลยนะเนี่ย ว่าแกจะโง่และเข้าใจอะไรได้ยากขนาดนี้” คราวนี้คนที่หัวเราะเงียบไปสักพักแล้วก็พูดต่อขึ้นมาอีก “เฮ้ บิลไม่เอาน่า ฉันแค่ ... พูดความจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แต่แล้วคนพูดก็ยังระเบิดเสียงหัวเราะต่อไปอีก ทีนี้คนฟังก็เบรคแตกขึ้นมาจริงๆ “แก ไอ้วิเลี่ยมวันนี้แกตายแน่” ว่าแล้วบิลลี่ก็พุ่งเข้าหาวิลเลี่ยมทันที ขณะที่เจ้าตัวที่ยังไม่รู้เรื่องหัวเราะอย่างสนุกอยู่ก็หยุดหัวเราะแล้วหันมางงกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่สายไปแล้วหมัดแรกอัดเข้าเต็มหน้า ผัวะ โอ้ย “บิลทำอะไรของแก” “อยากรู้ก็นึกเอาเองแล้วกัน” ผัวะ ผัวะ ผัวะ สามหมัดต่อกันทำให้คนถูกทำร้ายทนไม่ได้ออกมาสวนกลับบ้าง จึงทำให้เกิดสงครามขึ้น ผัวะ โครม ตูม โอ้ย
“ขอโทษครับเอ่อ คุณบิลลี่ กับคุณวิลเลี่ยมอยู่ไหมครับ หา! คือผมเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าครับเนี่ย” ผู้มาเยือนที่เข้ามาโดยไม่ขออนุญาต ถึงกับตกใจในภาพที่เห็น “ใครวะกวนใจจริงๆเลย” “หา! กวนใจ
เหรอทำอะไรกันเนี่ย”เป็นคำถามแรกที่ผุดเข้ามาในสมองผู้มาเยือน เมื่อบิลลี่เจ้าของคำพูด ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายจากการต่อสู้เมื่อครู่เดินออกมา ขณะที่เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมปิดประตูไว้ “ฉันบิลลี่ส่วนวิลเลี่ยมอยู่ข้างใน มีอะไรก็ว่ามา” บิลลี่แนะนำตัวและถามในเวลาเดียวกัน “คือว่าคิงส่งของมาให้พวกคุณน่ะครับ” ผู้มาเยือนตอบ “งั้นเข้ามาข้างในก่อน” บิลลี่กล่าวคำเชื้อเชิญ “จะดีหรือครับ”ผู้มาเยือนเกรงใจออกนอกหน้า “งั้นแกก็ยืนอยู่ข้างนอกแล้วตะโกนคุยกับฉันก็แล้วกัน” คำพูดกวนๆของบิลลี่ทำให้ผู้มาเยือนต้องจำใจเดินเข้ามา
ตอนนี้สภาพของห้องก็ไม่ต่างอะไรกับรังหนู ข้าวของกระจุยกระจายมั่วไปหมด “นั่งก่อนสิ”
วิลเลี่ยม กล่าวคำเชิญ “ขอบคุณครับ” ผู้มาเยือนกล่าวขอบคุณ “ผมชื่อ ริวมัล ทำหน้าที่ส่งข่าวสารภายในวัง ส่วนพวกคุณไม่ต้องแนะนำหรอกผมรู้จักหมดแล้ว” ริวมัลพูด “แหมรู้สึกว่าตอนนี้เราจะดังจังเลยนะขนาดคนที่เราไม่รู้จัก มันยังรู้จัดเราเลย”วิลเลี่ยมพูดขณะที่รินน้ำให้ “ก็จะไม่รู้จักได้ไงก็แกเป็นถึงรองผู้นำทหารรักษาจักรพรรดินี เลยนี่ไอ้หัวหน้า” บิลลี่ประชด “รู้สึกว่าจะเน้นยศฉันเป็นพิเศษนะบิล” วิลเลี่ยมสวนกลับ ขณะที่ตนกำลังทำแผลให้ตนเอง “ว่าแต่ที่มามีเรื่องอะไร” บิลลี่ถาม “คิงให้ผมเอาใบประกาศของดีราก้อนมาให้พวกคุณไปให้ชาวบ้านสมัครเพื่อทำการประลองคัดเลือกตัวแทน” ริวมัลอธิบาย “งานอีกแล้วรู้มั้ยฉันเกลียดคำว่างานที่สุดเลย” วิลเลี่ยมเอ่ยขึ้น “วิล นายเกลียดงานจะมาทำงานทำไม”บิลลี่พูดเสียงแข็ง “เอ่อ ว่าแต่ไอ้หนูไหนๆแกก็มาถึงห้องรองผู้นำทหารรักษาจักรพรรดินีแล้วไม่คิดจะขอลายเซ็นบ้างเหรอ” วิลเลี่ยมรีบเปลี่ยนเรื่องพูดพร้อมเน้นยศตัวเองเป็นพิเศษ “อ๋อ ไม่หรอกครับเปลืองกระดาษ” ริวมัลพูดกวน แต่ก็ทำให้วิลเลี่ยมถึงกับหน้าแตกยับ “หึ หึ หึ” เสียงหัวเราะดังมาจากบิลลี่ “ฝากไว้ก่อนเถอะ” “แล้วทำไมห้องของพวกคุณถึงได้รกขนาดนี้ล่ะครับ” ริวมัสพูดขณะที่ตนกำลังยกน้ำดื่ม “คือว่าพวกเราแค่มีอะไรกันนิดหน่อย” บิลลี่สื่อความหมายเป็นนัย “พรวด” น้ำพุ่งออกจากปากริวมัลทันที ทำให้ตอนนี้มีน้ำ(ลาย)อยู่เต็มหน้าของบิลลี่ ริวมัลจึงต้องรีบหาผามาเช็ดกันยกใหญ่ ส่วนวิลเลี่ยมนั้นก็นั่งหัวเราะคิกๆอยู่ข้างๆทำให้อีกคนหน้าบูดสนิท “ผะ ผะ ผะผมขอโทษทีครับ” ริวมัลกล่าวขอโทษแต่เจ้ากรรมก็ยังหน้าบูดอยู่ “ฮ่า ฮ่า ฮ่าโธ่บิลนายดันพูดเข้าใจยากเองก็บอกมันไปสิว่าเราทะเลาะกัน” วิลเลี่ยมขยายความ “แฮ่ๆ ตกใจหมดเลย”ริวมัลพูดอย่างกระจ่างใจ

ทั้งสามคน วิลเลี่ยม บิลลี่ ริวมัล กำลังทำหน้าที่กันอยู่ บิลลี่ วิลเลี่ยม แจกเอกสาร ส่วน ริวมัลกลับวัง
“มีอะไรกันเหรอจ๊ะวิลล์” “อ้าว เอเรียล เธอจะลงแข่งด้วยหรือเปล่า” วิลเลี่ยมถาม “ก็น่าสนแต่คงต้องถามพี่ก่อน” เอเรียลตอบ “นี่ปากัส (ปาณัท)จะแข่งป้าว”เอเรียลถามผู้เป็นพี่ “แข่ง” ปากัสตอบสั้นๆ “งั้นก็เอาใบสมัครไป” เอเรียลเป็นผู้หญิงหน้าตาดี ผิวขาว ผมยาวถึงต้นแขน ตากลมโต นัยย์ตาสีฟ้าใสเป็นประกาย ส่วนปากัสเป็นผู้ชายดูอ้วนกลมน้ำหนักมาก แก้มออกเป็นสีแดงทั้ง2ข้าง แต่หน้าตาก็งั้นๆ
“เฮ้ เอเรียลจะลงแข่งหรือบอกไว้ก่อนนะถึงเป็นผู้หญิงฉันก็ไม่ออมมือให้หรอก” ผู้ชายหน้าตากวนพระบาทคนหนึ่งพูดออกมา “แล้วแกรู้ได้ยังว่าฉันจะสู้แกไม่ได้” เอเรียลเหยียดยิ้มแสดงถึงความเจ้าเล่ห์ “ก็จะรู้อยู่เดี๋ยวนี้นี่ไง”
ว่าแล้วเด็กผู้ชายใจกล้าก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับมีดสั้นเล่มหนึ่ง บึ้ม! แต่ว่าไม่ทันเข้าถึงตัวก็โดนหมัดของปากัสเข้าเต็มๆเด็กอวดดีจึงกระเด็นไปหลายตลบด้วยพละกำลังเยอะกว่าควายของปากัส “พี่ ทีหลังไม่ต้องช่วยก็ได้นะ”เป็นคำพูดแทนการขอบคุณของเอรียล “ลูกพี่! ช่วยด้วย” เด็กชายร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากเด็กกลุ่มหนึ่งที่คาดได้ว่าอยู่กลุ่มเดียวกัน “แกเป็นอะไร” คำถามมาจากปากของคนที่ถูกเรียกว่าลูกพี่ “พวกมัน”เด็กชายบอกพร้อมชี้มือมาทางปากัสล
“พวกแกเสือกมายุ่งกับคนของข้าพวกเรา จัดการ” เสียงคำสั่งดังก้องไปทั่ว ทำให้ผู้คนแถวนั้นต้องหันมาดูเหตุการณ์
“บิลฉันว่าเราต้องจับเด็กเข้าคุกอีกแล้วว่ะ” วิลเลี่ยมกระซิบ เด็กประมาณ10คนแห่เข้ามาล้อมปากัสและเอเรียลไว้ “เอเรียลไม่เกี่ยวฉันคือคู่ต่อสู้ของแก”ปากัสต่อรอง “หึ หึ สิ่งที่ฉันต้องการคือสาวน้อยคนนั้นต่างหากเล่า”หัวหน้ากลุ่มพูดอย่างเจ้าเล่ห์ “ลุย” คำสั่งยื่นคำขาด พวกเด็กจึงลุยเข้ามา ปากัสใช้กำปั้นใหญ่ซัดเข้าไปทำให้เด็ก2-3คนถึงกับกระอักเลือด ส่วนเอเรียลใช้ดาบคู่อาวุธคู่กายโจมตีอย่างรุนแรง ฉัวะ คมดาบฟันโดนเด็กคนหนึ่งแต่ไม่มีผล เด็กคนนั้นยังลุกขึ้นมาสู้ต่อสู้อย่างไม่รู้เจ็บ ทางปากัสก็เหมือนกัน ทั้งคู่จึงต้องถอยหลังมาชนกัน “แปลก”ดูเหมือนทั้งคู่จะมีดวามคิดตรงกันแต่ตอนนี้จะมัวคิดอยู่ไม่ได้แล้วกองทัพเด็กอันทพาลใกล้เข้ามาเรื่อย ในขณะที่หมดหนทางนั้น ซูม ทุกสิ่งรอบข้างเหมือนถูกตัดขาด แล้วทุกอย่างก็พลันกับเป็นเหมือนเดิม ตอนนี้ทุกอย่างเงียบสงบแล้วพวกเด็กหายไป แต่มีวิลเลี่ยมมาแทนเพราะพลังเมื่อครู่มาจากวิลเลี่ยมนั่นเอง “บิลลี่พา2คนนี้ถอยไปก่อน” “จะดีเหรอฉันว่านายสู้เด็กไม่ได้หรอก” “เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมาพูดเล่นอีก” แล้วบิลก็ทำตามแต่โดยดี “หึ หึ หึ นักฆ่าไร้วิญญาณกับซาตานอำมหิตมาอยู่ด้วยชักสนุกแล้วสิอยากรู้นักว่าทหารรักษาคิงจะสู้เด็กได้หรือเปล่า” ต่อเล่ม2
the last war final ตอนที่3 เด็กลึกลับ

หึ หึ หึ นักฆ่าไร้วิญญาณกับซาตานอำมหิตมาอยู่ด้วยชักสนุกแล้วสิอยากรู้นักว่าทหารรักษาคิงจะสู้เด็กได้หรือเปล่า”เด็กลึกลับเอ่ยขึ้น “พูดอย่างนี้ได้แสงว่าต้องเก่งน่าดูเด็กหรือจะเก่งกว่าผู้ใหญ่” น้ำเสียงอวดดีแต่ไม่ได้เรื่องของคนๆเดิม วิลเลี่ยม ฉับพลันแสงสว่างเกิดขึ้นรอบตัววิลเลี่ยม และกินเนื้อที่เข้าไปเรื่อยๆ จนรอบข้างทุกอย่างถูกกลืนไปด้วยแสงสว่าง บัดนี้ก็มีแต่ วิลเลี่ยมกับเด็กลึกลับเท่านั้น จากนั้นวิลเลี่ยมก็เริ่มง้างดาบขึ้นแล้ว ตวัดดาบลงมาเป็นแนวขนานกับพื้นโลก เกิดพลังรุนแรงมหาศาลแสงสว่างถูกตัดขาดด้วยคลื่นพลังแห่งคมดาบ บูม! แรงระเบิดทำให้มิติย้อนกลับมาเป็นเหมือนเดิม ตอนนี้ทุกอย่างสงบเงียบแต่คนรอบข้างเริ่มรู้สาเหตุแห่เข้ามามุงดูกันยกใหญ่ ทุกอย่างกับเป็นเหมือนเดิมแล้วแสงสว่างหายไปแต่ทว่าสิ่งที่แปลกคือเด็กหนุ่มประหลาดผู้นั้นยังคงยืนหยัดอยู่เหมือนเดิมไม่สะทกสะท้านใดๆทั้งสิ้นแถมยังยิ้มกวนอารมณ์ให้เป็นการตอบแทน “แปลกมากเป็นแค่เด็กตาดำแท้ๆจะทนอะไรได้ขนาดนี้พลังเมื่อกี้ก็ใช่ย่อยรุนแรงแบบไม่ยังกะให้ตายคามือเลยแท้ๆ” ความคิดขึ้นมาในสมองของบิลลี่ผู้ยืนดูเหตุการณ์ “อะไรกัน” วิลเลี่ยมอึ้งกินขยับตัวไม่ได้มองดูเหตุการณ์อย่างคาดไม่ถึง “นี่น่ะเหรอหหารรักษาคิงมีปัญญาทำได้แค่เกาให้ฉันแค่นั้นเหรอถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่แรกฉันบุกเข้าไปฆ่าคิงงี่เง่าแล้วครองเมืองแทนแล้ว กระจอก” เสียงประหลาดออกมาจากปากเด็กลึกลับ จากนั้นเด็กน้อยก็ไม่เป็นเด็กน้อยอีกต่อไป กลับกลายเป็นปีศาจที่มีหน้าตา รูปร่าง และขนาดเท่าเดิม แต่ท่าทางนั้นเปลี่ยนไป จากนิสัยเด็กอวดดีก็พลันหายไปเป็นมาดเข้มแทน ฟู่! ไอควันประหลาดพุ่งออกมาจากตัวของเด็กชายแล้วก่อตัวเป็นเขตอาคมขนาดย่อม จากนั้นก็แผ่ขยายให้ใหญ่ขึ้นๆ จนครอบคุมทั่วทั้งบิลลี่ วิลเลี่ยม รวมทั้ง
เอเรียลและปากัส ด้วย “หึ หึ หึ ทุกสรรพสิ่งดับสิ้น ไม่มีสิ่งใดรอด ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นที่กำมือของข้า” เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงกึกก้อง ทำให้บรรยากาศเสียวสันหลังยิ่งนัก จากนั้นก็ชูมือขึ้นฟ้า ฉับพลันท้องฟ้าก็กลายเป็นสีแดงอำมหิตในบัดดล “บิลลี่แกทำอะไรสักอย่างสิ” เสียงของวิลเลี่ยม ดังขึ้นมาเป็นเสียงแรก บิลลี่จึงทำตามอย่างเถียงไม่ได้ เขากางมือออกหงายหน้ามือแล้วสวดพึมพำเวทมนต์ แสงสว่างจึงปรากฎออกมาแล้วก่อตัวเป็นเขตอาคมและขยายตัวเพื่อทำลายเขตอาคมของเดิม แต่ไร้ผลพลังเทียบไม่ติดจริงๆ เขตอาคมของบิลลี่ที่หวังจะเป็นตัวทำลายแต่กลับโดนทำลายซะเอง “ไม่ พลังต่างกันเกินไป” บิลลี่ที่เพิ่งลืมตาขึ้นจากการสร้างเวทมนต์พึมพำกับตัวเอง “บิลลี่ ไหนบอกว่าเก่งกว่าเด็กไง” วิลเลี่ยมยังพูดเล่น ไม่มีเสียงตอบจากบิลลี่แต่เป็นปากัสกับเอเรียลที่เดินเข้ามาแล้วพูดแทน “มันเกิดอะไรขึ้น”เอเรียลถามเสียงเครียด “ไม่อยากบอก เพราะบอกแล้วจะอาย ในเมื่อเราจะตายเพราะฝีมือเด็ก”วิลเลี่ยมพูดเป็นคำกลอน
“ทำไมล่ะ พวกนายไม่ใช่พวกที่ใช้วิชาขั้นซาดิสได้เหรอ” คราวนี้ปากัสถามบ้าง “ไม่ นี่เป็นพลังต้องห้าม ถ้าไม่รีบแก้เขตอาคมนี้พวกเราจะตายหมด” ตอนนี้บิลี่เปลี่ยนบทบาทไปอย่างสิ้นเชิงจากบทกวนพระบาทเป็นบทฮีโร่ผู้พิทักษ์ได้อย่างน่าถีบ บัดนี้พลังทั้งหมดได้ถูกทุ่มออกจากตัวของเด็กชายแล้ว นภาแดงเดือด พสุธาเลื่อนลั่น บึ้ม! แผ่นดินแตกแยก เหมือนยืนอยู่ในนรกทั้งที่ยังไม่ตาย พลังเริ่มรุนแรงขึ้น พสุธาเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแผ่นดินเริ่มเปราะบางและร่วงหล่นไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ภายในไม่มีใครหาทางออกได้ทั้งสิ้น แต่ทว่าฝ่ายเด็กชายยังคงฮึกเหิมอย่างแรง มันรวมพลังไว้ที่มือทั้งสองข้างที่กางรอไว้แล้วค่อยๆประสานมือเข้ามาประกบกับเป็นลูกพลังลูกใหญ่เพียงลูกเดียวที่มีสายฟ้าสีแดงล้อมรอบไว้ “ฉันจะลองกับมันสักตั้ง” บิลลี่เอาจริง เขตอาคมของบิลลี่ปรากฏขึ้นมาแม้จะเป็นแค่เขตเล็กๆแต่ก็ไม่อาจเดาถึงพลังที่จะตามมาได้ เกิดลูกพลังสีดำทมึฬขึ้นที่มือทั้งสองข้าง บูม! พลังของเด็กชายถูกปล่อยออกมาเป็นทางยาว พื้นดินรอบข้างแตกออกเป็นเสี่ยงๆตามทาง ส่วนบิลลี่ก็ทุ่มพลังจิตทั้งหมดเช่นกันสายฟ้าสีดำสามเส้นพุ่งออกมาจากแหล่งกำเนิดซึ่งก็คือลูกพลังที่มือของบิลลี่ แต่ก็อย่างว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟพลังเทียบกันไม่ติด โดนพลังอัดเข้าไปเต็มๆบิลลี่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น “แย่แล้ว” เสียงประกาศความกลัวดังขึ้นมาจากปากวิลเลี่ยม “อะไรคือแย่” เอเรียลที่โดนลูกหลงตกอยู่ในเขตอาคม เริ่มเสียงสั่นแล้วจับมือพี่ชายแน่น “แต่ไม่เป็นไรฉันวิลเลี่ยม แจคสันจะขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันเพื่อปกป้องพวกเธอในฐานะผู้พิทักษ์สันติราชเอง” เสียงดูมีอำนาจและเปี่ยมไปด้วยพลังเรียกความฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง “ฉันร่วมด้วย” ปากัสพูดขึ้น “ฉันก็ด้วย” เอเรียลพูดอีกคน
วูบ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!แต่ไม่ทันตั้งตัวดีเด็กหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า และซัดวิลเลี่ยมกระเด็นติดกำแพง ปากัสรู้ตัวจึงสวนหมัดเข้าไปแต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตทำให้เชื่องช้าเป็นธรรมดา เด็กหนุ่มคว้าดาบของวิลเลี่ยมมารับแต่ด้วยพลังที่รุนแรงทำให้ดาบหักและแตกกระจาย เขาจึงกระโดดม้วนตัวล๊อกคอปากัสแล้วจับทุ่ม และเปลี่ยนเป้าสายตามาที่เอเรียลทันที เอเรียลตอนนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาอ่อนโยนจางหายไปแต่แววตาอาฆาตและอำมหิตเข้ามาแทน ก็เพราะตอนนี้แหละที่ทำให้เธอสามารถเป็นนักฆ่าได้ “ฉันไม่ชอบรังแกผู้หญิงหรอกนะแต่อย่างเธอน่ะฉันจะไม่ถือว่าเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน” น้ำเสียงอวดดีและก้าวร้าวจะข่มขวัญคู่ต่อสู้ แต่ชั่วพริบตาเอเรียลก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของเด็กชายแล้ว บึ้ม!แต่เธอแค่ยืนอยู่เฉยๆเด็กหนุ่มก็ปลิวไปติดกำแพง เด็กหนุ่มตั้งตัวได้ลุกขึ้นมาแต่ก็ ฉัวะ!ฉึก! โดนคมมีดของเอเรียลปาดเข้าที่คอ แล้วจ้วงที่ขั้วหัวใจก่อนที่ดึงมีดออกมาอีกทีเพื่อให้บาดแผลเปิดกว้างอย่างโหดเหี้ยม เด็กหนุ่มเข่าทรุดตาลายและกำลังจะตายเพราะเลือดหมดตัวสุดท้ายก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหวนอนลงไปกองกับพื้น “จบซักที”เอเรียลพูดอย่างปล่อยวาง แล้ววิ่งไปดูอาการคนอื่นๆ “เป็นไงบ้าง” เอเรียลถาม “ฉันก็ยังหล่อเหมือนเดิมนั่นแหละ” วิลเลี่ยมที่พึ่งลุกขึ้นมาพูดแบบไม่อายปาก ทำให้ทุกส่ายหัวเป็นแถบ “ไม่ได้สนใจชาวโลกบ้างเลยเหรอถึงได้หลงตัวเองขนาดนี้น่ะ” เสียงดังขึ้นมาจากปากของบิลลี่ นักประชดเจ้าเก่า “อิจฉาล่ะสิที่แกหล่อสู้ฉันไม่ได้” คำพูดยั่วอารมณ์ก็มาจากปากของวิลเลี่ยมเจ้าเก่าอีกเช่นกัน “ถ้าแกหล่อฉันมันก็โคตรหล่อแล้วล่ะว่ะ” ทั้งคู่ทะเลาะกันแบบไม่อายเด็ก ทำให้บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนแปลงเป็นเสียงหัวเราะ ทั้งคู่เลยต้องหยุดแบบระบบออโต้ วูบ! ทันใดปรากฏการณ์ประหลาดเหมือนคนบินได้ก็อุบัติขึ้นเมื่อ เด็กหนุ่มผู้ที่ใครๆก็คิดว่าต้องตายไปแล้วลุกขึ้นมาต่อหน้าทุกคนด้วยอารมณ์ที่บูดบึ้งเอ่ยเปรยๆขึ้นมาว่า “พวกแกนี่งี่เง่าจริงๆ ดูถูกข้าเกินไปแล้ว” แต่เด็กหนุ่มก็ยังยืนนิ่งแบบเหม่อลอย “ฉันจัดการเอง” วิลเลี่ยมทำท่าจะเดินไปแต่บิลลี่ก็ห้ามไว้ “ เราอยู่ในเขตอาคมของมัน ต้องทำลายเขตอาคมก่อนไม่อย่างนั้นจะเปลืองแรงเปล่าๆ” “แล้วแกจะทำยังไงยืนทำบ้ากางเขตอาคม อีโธ่!ไอ้เราก็นึกว่าเก๋าจริงกระเด็นโครมตายคนแรกก็อย่างว่าแหละนะไอ้พวกที่เก่งแต่ปากทำอะไรไม่ได้เรื่องยังมีอยู่ถมไป” วิลเลี่ยมตอกย้ำความผิดพลาดของบิลลี่ทำให้ผู้ที่โดนว่าทนไม่ไหวโต้แย้งขึ้นมา “ไอ้พวกที่เก่งแต่ปากทำอะไรไม่ได้เรื่องน่ะมันตัวแกเองแล้ว แล้วถ้าแกไม่ฟังนะเชิญ” “โอ้โหกูขึ้นเลย” “เฮ้ยหยุดได้แล้ว”เสียงของเอเรียลคนเดิม “พวกท่านจะเถียงกันอีกนานไหมคะ มันจะมาฆ่าเราอยู่แล้วค่ะ” เอเรียลพูดประชด ทั้งคู่จึงพักรบมาหาวิทีกำจัดศัตรู “พลังของมันรุนแรงมากข้าคาดว่าพลังของข้าคงจะเทียบไม่ได้” บิลลี่พูดขึ้นอย่างหมดหวัง “ไหนบอกว่าเก่งไง” ปากัสที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นมา “มันคนละเรื่องกัน”บิลลี่รีบแก้ตัวทันที ขณะที่ทุกคนกำลังท้อแท้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขตอาคมก็ถูกทำลายลงเมฆที่มืดครึ้มกลับมาสว่างสดใสพร้อมกับอากาศที่สดใสมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันรวมทั้งเด็กหนุ่มด้วย “ต้องไม่ใช่ฝีมือไอ้บิลลี่แน่ๆ” วิลเลี่ยมพูดขึ้นอย่างระแวงเป็นที่สุด แต่ทางของเด็กหนุ่มนั้นท่าทางกระวนกระวายไม่แพ้กัน “นี่มันเรื่องอะไรกันเขตอาคมของข้าทำไมจึงถูกทำลายง่ายดายขนาดนี้” ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังกระวนกระวายใจ ฟิ้ว!บึ้ม! ลำแสงพุ่งออกมาเป็นทางยาวจากคทาของหญิงลึกลับพุ่งตรงเข้าหาเด็กหนุ่มทันที “ม่าย” สิ้นเสียงร่างกายของเด็กหนุ่มก็สลายไปทันที “นั่นใครน่ะ” “จะไปรู้เรอะ” “สงสัยสวรรค์ส่งนางฟ้ามาช่วยเราแน่เลย แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคนนั้นฉันจอง”“โถไอ้ปัญญาอ่อน”





โดย : เเบงค์
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 20 พ.ค. ปี 2006 [ เวลา 15 : 54 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook