บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> เรื่องราวของความรักต้องห้าม ที่ถึงแม้จะห่างกันไกลแสนไกลแต่ความรู้สึกก็ไม่เคยเหินห่าง(5 ตอนแรก)

เรื่อง : เรื่องราวของความรักต้องห้าม ที่ถึงแม้จะห่างกันไกลแสนไกลแต่ความรู้สึกก็ไม่เคยเหินห่าง(5 ตอนแรก)

ความรักไม่รู้จบ(5 ตอนแรก)










ตอนที่ 1 : ทางเลือก....



----------------------------------------------------------






เเสงสีทองนวลของดวงอาทิตย์ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าสีขาวนวลของเด็กหญิงที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง เเสงยามรุ่งอรุณค่อยๆปลุกทุกสิ่งทุกอย่าง ท้องฟ้าที่หลับใหลบัดนี้ไดตื่นขึ้นพร้อมๆกับนกหลายตัวที่โผออกจากรังส่งเสียงเจื้อยเเจ้วเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ เด็หญิงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นเสียงของธรรมชาติในตอนเช้าปลุดเธอออกจากความฝันยามราตรี



เด็กหญิงค่อยๆใช้มือทั้งสองข้างดันตัวขึ้นจากเตียง กลิ่นหอมของอาหารเช้าโชยมาจากหัวเตียงนมสดร้อนๆวางอยู่ตรงนั้น เด็กน้อยรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นฝีมือของใคร"นานะตื่นได้เเล้วนะลูก"เสียงของแม่ดังขึ้นมา "ค่ะเเม่.." เด็กหญิงตอบใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ครอบครัวของเธอเวลานี้ช่างมีความสุขเป็นที่สุด เธอคิดพลางหยิบชุดที่เเขวนอยู่ในตู้ออกมาเเล้วเดินเข้าห้องน้ำไป



เธอนั่งลงที่โต๊ะอาหารทุกคนอยู่กันอย่างพร้อมหน้า พ่อของเธอเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ส่วนเเม่ก็ยังดูสาวเเละสวยมากทีเดียวผมสีทองมันวาวที่ถูกรวมไปไว้ด้านหลังส่องประกายระยิบระนับเมื่อต้องกับเเสงอาทิตย์ ส่วนเด็กชายตรงหน้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอที่อยู่ด้วยกันมาตั้งเเต่เกิดพ่อเเม่ของเด็กชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ เคน..เป็นลูกบุญธรรมของพ่อกับเเม่



"นานะมัวจ้องอะไรอยู่ทานเข้าสิ..เดี๋ยวก็สายหรอก"เคนบอกน้องสาวที่นั่งจ้องเขาอยู่นาน "จ๊ะ.."เด็หญิงตอบรับพลางเเลบลิ้นใส่พี่ช่ยด้วยท่าทางยั่วประสาทเป็นที่สุด เเล้วเธอก็วิ่งออกไปรอบๆโต๊ะเคนทนไม่ไหวก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เด็กๆวิ่งอยู่อย่างนั้น2-3รอบ



"ควับ..ควับ"



ร่างของเด็กทั้งสองถูกยกขึ้นจากพื้น เด็กๆทั้งสองดิ้นพร้อมกับหัวเราะโดยหวังว่าพ่อกับเเม่จะปล่อยพวกเขาลงพื้นสักที เสียงหัวเราะในยามเช้าพัดพาความสดใสเข้ามายังครอบครัวเเสนสุขเเห่งนี้



นั่นคือเรื่องราวเมื่อ1ปีที่เเล้วภาพเเห่งความทรงจำที่ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจ บัดนี้ทุกๆอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เเม่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเมื่อ3เดือนที่เเล้ว พอทางญาติของเด็กหนุ่มรู้เรื่องก็ต้องการรับไปเลี้ยงเอง เหตุการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดสำหรับทั้งเคนเเล้วก็นานะ



"พี่ชาย.."เด็กหญิงพึมพำอยู่ข้างๆหน้าต่างยามค่ำคืน มีเสียงฝีเท้าหนึ่งทำลายความเงียบ..เข้ามาใกล้ๆโดยที่เด็กหญิงไม่ได้รู้ตัว สัมผัสจากมือที่อบอุ่นลูบหัวเด็กน้อยอย่างอ่อนโยน "พ่อ.."เธอกล่าวพร้อมกับเงยหน้ามองพ่อ ใบหน้าของชายวัยกลางคนจ้องมองเธออย่างอ่อนโยน นานะ..รู้ว่านานเเล้วที่เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้ หลังจากที่พ่อเเต่งงานใหม่..กับผู้หญิงอีกคน ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้จะบอกอย่างไรดี..เเต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว..พ่อกำลังจะมีลูกคนที่2กับผู้หญิงคนนั้น



บัดนี้โต๊ะทานอาหารที่ฉันเคยนั่งไม่อบอุ่นเหมือนเคย ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่เเม่ เด็กตัวเล็กๆสองคนที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามไม่ใช่..เคน พี่ชาย..ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ ไม่ได้พบกันตั้ง4ปีเเล้ว ตอนนี้พี่จะยังจำเค้าได้รึเปล่า ...เธอคิดพลันนั้นน้ำตาก็ไหลออกมา "นานะ..เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ"เสียงคุณเเม่คนใหม่เรียกเธอรีบยกเเขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตาที่เอ่อล้นลงมา "เปล่าค่ะ..หนูเเค่ใจหายที่ต้องจากบ้านน่ะค่ะ"นานะเเก้ตัวไปได้อย่างไม่มีพิรุธ หญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้เเล้ว "งั้น..ไปเดินเล่นนะคะ"เเววตาของเธอดูเย็นชาซะจนผู้เป็นพ่อต้องถอนหายใจ "



เด็กสาวเดินออกมาหยุดที่สนามหน้าบ้านภาพทุกอย่างปรากฎขึ้นมา ราวกับแผ่นฟลิม์ที่ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอบเเล้วรอบเล่า เธอกำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ "อเมริกา" ประเทศที่ทุกคนใฝ่ฝัน เเต่สำหับเธอเเล้วมันก็เเค่ที่หลบซ่อนชั่วคราวเท่านั้นเอง ตอนี้เธอไม่มีคนปกป้งอีกแล้วไม่มีนมสดอุ่นๆมาวางข้างเตียงเหมือนเคย ไม่มีคนมาเเย่งของเล่น ไม่มีคนคอยชวนทะเลาะ..ไม่มีเคน เธออ่อนเเอเกินกว่าจะเผชิญกับสภาพความจริงได้



เครื่องบินกำลังม่งหน้าสู่เมืองสิวิไล มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอในเวลานี้ เธอเองก็ได้เเต่หวังว่าเวลาจะช่วยให้จิตใจของเธอเข้มเเข็งขึ้น






เมื่อเลือกทางเดินไปแล้วนานะเองก็ได้เพียงเเต่รอ...โชคชะตาจะทำให้เธอได้พบกับเขาอีกหรือไม่ เเล้วพวกเขาจะข้ามผ่านม่านประเพณีไปได้อย่างไร??



ตอนที่ 2 : กลับมากับรอยน้ำตา



--------------------------------------------------------------------------------






นานะมาอยู่ที่อเมริกาตั้งเเต่อายุ14เป็นเวลานานเกือบ3ปีเเล้ว ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เธอได้รู้จักชีวิตมากขึ้น นานเเล้วที่ดวงตานี้ไม่เคยมีน้ำตาให้ใตรเห็น..ความเสียใจถูกเก็บซ่อนอยู่ภายใน มีเพียงเเววตาเเข็งกร้าว...เท่านั้น



หลายครั้งที่เด็กสาวมองขึ้นไปบนฟ้า..เเม่...พี่ชาย..ทุกครั้งที่เธอเผชิญกับปัญหาลำพังตัวเธอคนเดียว คงไม่อาจฝ่าฟันทุกปัญหาไปได้เเน่ "เเม่ขา...เมื่อไหร่หนูจะไดพบกับพี่ชายอีกคะ"เธอพูดน้ำตาคลอเบ้า มีไม่กี่คนที่เธอเเสดงความอ่อนเเอให้เห็น



กริง...กริ๊ง..."เธอรีบเช็ดน้ำตาออกก่อนที่จะไปเปิดประตูห้องพัก เเขกในวันนี้เป็นน้องสาวต่างมารดาของเธอทั้งสองคน



"พี่นานะ"เด็กสาวทั้งสองกระโดดเข้ามาหาจนหญิงสาวเซถลาไปข้างหลัง ถ้าจะให้พูดตรงๆแล้วล่ะก็ตอนนี้เธอไม่ได้ติดใจเรื่องของเเม่คนใหม่หรือน้องๆแล้ว ที่สำคัญคืออนาคตต่างหาก นานะกำลังจะกลับเมืองไทยเพื่อไปสานต่องานเเทนพ่อ



"แล้วนี่จะกลับกันเมื่อไหร่ล่ะ"นานะพูดพร้อมกับยกถาดที่ใส่นมสดสองเเก้วมาวางบนโต๊ะ ทั้งครีมเเละดรีมต่างก็รู้ดีว่าสายตาที่เย็นชาเเละเสียงที่ดูเยือกเย็นของนานะนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยมากมายขนาดไหน ถึงเเม้ว่าจะไม่ใช่แม่เดียวกันเเต่ก็...รัก



"พวกเราจะกลับพร้อมพี่เเหละค่ะ"ดรีมพูดพร้อมกับลุกขึ้นเเละหายเข้าไปในครัว เธอหายไปสักพักก่อนที่จะตามมาด้วย "เพล้ง.." นานะรีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที เศษจานเเตกกระจายอยู่บนพื้น "ถูกบาดรึเปล่า...มานี่มา"เธอถามเมื่อเห็นเด็กหญิงกุมมือที่ชุ่มไปด้วยเลือด นานะพาน้องสาวของเธอไปทำเเผล"อิ..อิ"เธอหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับใช้มือเนียนขาวสัมผัสที่ผมของเด็กน้อยเบาๆ...เหมือนที่เเม่เคยทำให้เธอ



เเสดงเเดดอ่อนๆในยามบ่ายส่องผ่านเข้ามา นานะค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อได้กลิ่นอาหารโชยมาเเต่ไกล "นี่..ทำอะไรกันน่ะ"หญิงสาวตะโกนออกไปพร้อมทั้งรีบสาวเท้าตามกลิ่นอาหารนั้นไป



พอล"



หญิงสาวตะโกนลั่นด้วยความดีใจ เเล้วร่างบางๆในชุดนอนสีขาวก็โผเข้าไปหาชายผู้นั้น



"พอล..มาได้ไงเนี่ยกลับมาตั้งเเต่เมื่อไหร่..เเล้วงานที่เมืองไทยล่ะ"สาวน้อยยิงคำถามออกไปจนอีกฝ่ายถึงกับหัวเราะ "เอาทีละคำถามสิ...นะ..ผมมาส่งนานะไปสนามบินไง"เขาพูดพร้อมกับขยี้หัวนานะเบาๆด้วยความเอ็นดู เเล้วส่งจานสปาเก็ตตี้ให้เธอ



พอลเป็นหนุ่มหล่อรุ่นพี่ที่เป็นลูกครึ่งเหมือนกับนานะ คู่ของพวกเค้าดูน่าอิจฉามาก เเต่ว่า..มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด พอลเป็นเเค่พี่ชาย......



ท่ามกลางสายตาของคนทั้งสนามบิน "แล้วมาเยี่ยมกันบ้างล่ะ"พอลพูดพลางก้มลงกอดนานะเอาไว้ "อืม..เเล้วจะติดต่อมานะ"เธอพูดด้วยท่าทางอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทาง เเล้วเดินหายไปท่ามกลางผู้คนพร้อมกับน้องสาวต่างมารดาของเธอ



มานะจะทำยังไงเมื่อคนในอดีตหวนกลับมาอีกครั้ง....จะเป็นยังไง



ตอนที่ 3 : พอล..นานะ..เคน



--------------------------------------------------------------------------------






เจ้านกยักษ์ลำหนึ่งกำลังพานานะเเละน้องมุ่งหน้าไปสู่บ้านเกิดของพวกเธออีกครั้ง ภาพเรื่องรราวต่างๆยังคงติดตาเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าเป็นใครก็ต้องรูสึกเเบบนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างในเครื่องบินดูเงียบสงบหญิงสาวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง บัดนี้ดวงดาวหลายร้อยดวงอยู่เบื้องหน้าของเธอ พวกมันเปล่งเเสงเเข่งกันราวกับเป็นสัญญาณเตือนภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น เเต่เธอไม่ได้คิเช่นนั้น...



"หวัดดีครับ..คุณผู้หญิง"นานะหันไปยังต้นเสียงที่ยื่นมือออกมาทักทายเธอ หล่อนยื่นมือออกไปพร้อมกับส่งยิ้มเป็นการทักทายก่อนที่จะเงยหน้าดูเจ้าของเสียงนั้น "พอล...นาย.."เธอกระชากมือออกด้วยความตกใจ "คร้าบ.." เขาส่งเสียงล้อเลียน ก่อนที่จฉุดมือหญิงสาวออกมาจากที่นั่ง



"นานะ..รอผมอยู่ตรงนี้"เค้าพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างด้านหลัง เป็นเชิงว่าให้ไปนั้งคอยตรงนั้น เเต่ไม่ทันทีนานะจะได้พูดอะไรเขาก็หายไปซะเเล้ว เธอค่อยๆเดินไปจนสุดทางผ่านเก้าอี้ที่ไม่มีผู้โดยสารจนกระทั่ง.....



เธอเห็นชายคนหนึ่งนอนอ่านหนังสืออยู่ เธอรู้สึกคุ้นเคยกับเขาอย่างบอกไม่ถูก นานะจ้องอยู่นานจนฝ่ายตรงข้ามรู้สึกตัว ชายหนุ่มผมทองหันมามองเธอดวงตาสีฟ้าใสสองคู่จ้องมองกันราวกับว่าต้องการจะสื่ออะไรสักอย่าง "นานะ.."พอลส่งเสียงเรียกมาเเต่ไกล ในเมื่อของเขาถือแก้วอะไรสักอย่าง..นานะคิดว่าจะต้องเป็นแชมเปนไม่ผิดเเน่ เธอรีบเดินไปรับแก้วมาจากพอลเเละพากันไปนั่งที่มุมสุดของห้อง



ดวงดาวที่ส่องเเสงระยิบระยับช่วยทำให้เธอลืมเรื่องเมื่อครู่ไปเสียสนิท เด็กสาวยกเเก้วเเชมเปนขึ้นมาดื่มอย่าละเลียด พอดจ้องมองเธอทุกขณะ "จากนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ..พี่พอล..ฉัน..จะทำได้รึเปล่าคะ"เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อขอความเห็น "ได้อยู่ได้..มีผมทั้งคน..ผมจะช่วยนานะเองไม่ต้องห่วงนะ"เขาโอบไหลเด็กสาวมาพิง เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น พอลเหมือนพี่ชายของเธอมาก..ถ้าเค้าอยู่....เคนจะต้องทำเเบบนี้เเน่ๆ



เมื่อนกยักษ์ลงจอดเรียบร้อยเเล้วเด็กทั้งสองก็เดินนำหน้าพอลกับนานะไป "พอล..พี่จะทำอะไรต่อไปเหรอ"นานะถามขณะเดินตามหลังพอลที่กำลังเข็นรถที่บรรทุกกระเป๋าเดินทางตามผู้โดยสารคนอื่นๆไป "อืม..เป็นบอร์ดี้การ์ดให้นานะมั้ง"เค้าตอนอย่างอารมย์ดี



นานะกับพอลดูจะเป็นจุดเด่นอีกตามเคย ทั้งสองหยอกล้อกันตามภาษาเพื่อนซี้ วันนี้พอลสวมกางเกงหนังสีดำเข้ากับเสื้อโปโลสีขาว ส่วนนานะใส่ชุดเเซกสีดำเข้ารูปชายกระโปรงยาวคลุมเข่าแล้วปล่อยชาย ถึงเเม้ว่ามันจะดูธรรมดาเเต่ถ้าบวกเข้ากับหน้าตาของทั้งคู่แล้วล่ะก็มันก็เด่นพอๆที่จะหยุดสาตาของคนอื่นๆได้ทีเดียวล่ะ



"พี่คะ..ทางนี้ค่ะ"ดรีม..กันครีมสองฝาแฝดตะโกนเรียกเธอกับพอล ชายวัยกลางคนยืนยิมกริ่มอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มนั้น..ยังคงเหมือนเดิม เช่นเดียวกับผู้หญิงข้างๆเธอโบกมือทักทายนานะด้วยรอยยิ้ม..แม้มันจะนานเเต่เธอก็ยังจำได้...



นานะกับพอลยกมือว่ายทุกคนเธอเเนะนำพอลให้ทุกคนรู้จัก พ่อลูบหัวเธอเยาๆด้วยความเอ็นดู เเต่นานะกลับไม่มีท่าทีว่าจะดีใจเลย เธอหันไปมองพอล..ชายหนุ่มเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ทั้งๆที่นานะมีความรักอยู่เต็มอกเเต่เธอ..ก็ไม่รู้จะเเสดงมันออกมาอย่างไร พอลได้เเต่ยิ้มให้เธอ..



พอลพักอยู่ที่บ้านนานะชั่วคราว ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าห้องของเธอ นานะก็ได้เเต่ยิ้มห้องของเธอเหมือนเดิมไม่ผิดเเผลกไปจากตอนเเรกเลย นานะนั่งลงบนเตียงเธอเอนตัวลงบนเตียงนั้น สิ่งที่เคยขาดหายไปบัดนี้มันกำลังจะกลับมาเเล้ว "ก๊อก..ก๊อก"นานะลุกขึ้นเเล้วหันไปฟังต้นเสียงนั้น ประตูค่อยๆเปิดออก "นานะ..เเม่เข้าไปได้ไหมจ๊ะ"นานะพยักหน้าเป็นอันว่าตกลงเมื่อแม่คนใหม่นั่งลงข้างๆเธอ หล่อนก็ถึงกับลุกลี้ลุกลน จนอีกฝ่ายหัวเราะออกมา "ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ..ไม่ต้องพูออะไรก็ได้..มีชุดอยู่ในตู้นะ..ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถูกใจหรือเปล่า"เธอพูด นานะลุกไปเปิดตู้เธอเห็นชุดมากมายอยู่ในนั้น เด็กสาวหยิอชุดราตรีสีขาวขึ้นมาเเล้วเดินเข้าห้องน้ำไป



นานะออกมาเธอสวมชุดราตรีสีขาวคอปาด กระโปรงยาวลงไปจนถึงพื้น ตัดกับสร้อยคอสีดำ..ดูราวกับเทพธิดาก็ไม่ปาน "ว้าว..นี่นานะเหรอเนี่ย" เธอหันไปมองเจ้าของเสียงทันที พอลยืนพิงประตูอยู่ตรงนั้น เเม่เลี้ยงของเธอยิ้มนิดๆก่อนที่จะเลี่ยงออกไป



ายวันนั้นนานะออกไปเดินซื้อของใช้ต่าง เธอเดินผ่านกลุ่มคนมากมาย เเล้วสายตาของเธอก็หยุดที่ชายที่เธอเจอในเครื่องบินวันนั้นนั่นเอง เขากำลังลูบหัวเด็กสาวพร้อมกับส่งแท่งไอศครีมให้ เเต่ว่าบัดรี้เขาถูกบดบังไปด้วยกลุ่มคนมากมาย..เธอวิ่งออกไปอย่างไร้จุดหมาย เเต่เเล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา..ทำไมเธอถึงต้องตามหาเขาด้วย?? เเล้วเธอก็กลับบ้านในขณะที่คำถามนั้น..ยังไม่มีคำตอบ



"นานะให้ผมเลี้ยงอาหารค่ำได้ไหม..ข้างนอกเป็นไง"พอลถามพลางยื่นมือออกมาข้างหน้า หญิงสาวพยักหน้าพร้อมกับวางมือของเธอลงบนมือเขารอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน พอลนำเธอไปขึ้นรถ ซึ่งนานะเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเอามันมาตอนไหน พอลเปิดประตูให้หญิงสาวจานั้นทั้งสองก็หายลับไปกับทางข้างหน้า



ท่ามกลางเเสงเทียนยามค่ำคืนที่นี่เป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างหรู เสียงเพลงที่บรรเลงอย่างไม่ขาดสาย "ความฝันเเห่งรัก"ของริสต์ อาหารมากมายหลายชนิดที่วางอยู่ตรงหน้า เธอจ้องมองฝ่ายตรงข้ามอยู่นานจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้ง "อ๊ะ..ขอโทดนะพอล..พอดีกำลังคิดถึงอดีตอยู่น่ะ" นานะตอบปัดไปความจริงเเล้วเธอกำลังมองเขาต่างหากล่ะ พี่พอลในวันนี้ยังดูอบอุ่นเหมือนเคย เเต่ไม่มีใครอาจรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่ที่เค้จะไปจากชีวิตของเธอ



"เฮ้ยนั่นไง...จับเร็ว"



ชายชุดดำตะโกนพร้อมกลับชี้ไปที่พอล ชายหนุ่มลุกขึ้นด้วยท่าทางตื่นตระหนก เเล้วฉุดสาวน้อยให้วิ่งตามออกมาอย่างทุลักทุเล...........






ตอนที่ 4 : สิ่งที่หายไป



--------------------------------------------------------------------------------






"พี่พอล..เดี๋ยวค่ะ" เด็กสาวสะกิดเมื่อเห็นว่าพวกเธอวิ่งมาได้ไกลพอสมควรเเล้ว พร้อมกับใช้มือรั้งแขนเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้ นานะถอดรองเท้าส้นสูงของเธอออกแล้วโยนลงกองขยะข้างทางไป เธอใช้มือยกชายกระโปรงยาวลากพื้นขึ้นมาเหนือเข่า เเล้วหันไปพยักหน้าให้กับพอล



ทั้งสองวิ่งออกมาไกลจนชายชุดดำพวกนั้นหายลับไป "พี่พอล..นี่มันอะไรกันคะ" สาวน้อยถามด้วยท่าทีที่ดูจริงจังขณะที่พอลยื่นขวดน้ำเย็นให้เธอ "เอ้ารับไปสิ...เเล้วไว้พี่จะเล่าให้ฟังตอนถึงบ้านนะ"ชายหนุ่มยื่นขวดน้ำให้ เด็กสาวรับมันมาพร้อมกับหยิบไปไว้เเนบแก้ม "อา...รู้สึกสดชื่นดีจัง พวกเราไม่ได้วิ่งด้วยกันเเบบนี้นานเเล้วใช่ไหมคะเนี่ย" เด็กสาวหันหน้าไปถามความเห็น พอลพยักหน้าตอบรับ "อือ...ฮึ"พร้อมกับครางในลำคอเบาๆอันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเห็นด้วย



พอลค่อยๆแบกนานะขึ้นหลังเเล้วเดินมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงรภคันเดิมที่พวกเขานั่งมา นานะลงจากหลังของพอลเเล้วขึ้นไปนั่งบนรถคงจะเป็นด้วยความเพลียล่ะมั้งที่ทำให้เธอพลอยหลับไปทั้งๆอย่างนั้น พอลขับรถไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทางของเขา"ทะเล.."พอลจอดรถลงข้างๆทางนั้นเเล้วตัวเขาเองก็ออกมายืนนอกรถ



สายลมบางเบากับเสียงคลื่นที่ถาโถมเข้าหาหาดทรายยามค่ำคืน สาวน้อยค่อยๆลืมตาขึ้นมา เธอประคองร่างบางๆในชุดราตรีลงจากรถไปยืนข้างๆชายหนุ่ม "พอล.." ยังไม่ทันที่นานะจะได้พูดอะไรออกไป "นานะพวกคนเมื่อกี้น่ะคือคนของพ่อผมน่ะ...พวกเค้าคงจะมาตามผมกลับไป..จริงๆแล้วผมโกหกน่ะ"เค้าพูดพร้อมกับค่อยๆนั่งลง นานะเองก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน ไความจริงผนหนีพ่อมาเพราะยังไม่อยากทำงาน..เเต่ว่า.."พอลหยุดพูดเมื่อมือทั้งสองของนานะสัมผัสที่หน้าของเค้า เธอยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน"พี่พอลคะ..ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น..เเต่พี่ก็ยังมีเค้านี่หน่าสู้สิคะ..ไม่ว่ามันจะผิดพลั้งยังไง..เค้าก็จะอยู่ข้างๆพี่เเบบนี้ไปตลอด" นานะพูดพร้อมกับค่อยๆเอาหน้าผากของเธอสัมผัสกับพอลเบาๆแล้วส่งยิ้มให้เป็นการให้กำลังใจ จริงๆแล้วพอลคอยเป็นกำลังใจให้เธอมาตลอดเเละนี่ก็เป็นสิ่งเดียวที่เธอจะสามารถมอบให้เขาได้



รุ่งเช้าของวันถัดมาพอลตัดสินใจจะไปหาพ่อแม่ของเขาโดยมีนานะคอยตามไปด้วย บ้านของพอลดูกว้างขวางโอ่อ่ามากทีเดียว "นานะรออยู่ตรงนี้นะ" พอลชี้ไปที่โซฟาที่ทำด้วยหนังสีดำมันคลับ นานะพยักหน้าให้พอลแล้วมองชายหนุ่มจนเขาหายลับไป



ขณะที่นานะนั่งรอพอลอยู่นั้นเบื้องหน้าของเธอก็ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถ้าดูจาท่าทางน่าจะมีอายุราวๆ40ปีเห็นจะได้ "หนูเป็นเพื่อนของพอลเหรอจ๊ะ" เธอถามขณะนั่งลงที่โซฟาตัวตรงข้าม "ค่ะ.."นานะตอบ หญิงตรงหน้ายิ้มให้เธอซึ่งนั่นเป็นสิ่งเดียวที่พอจะลบความประมาทไปได้บ้าง ที่เเท้หญิงผู้นั้นก็เป็นเเม่ของพอลนานะนั่งคุยกับเธอราว20นาทีเห็นจะได้ "งั้นเเม่ขอไปข้างบนก่อนะจ๊ะเดี๋ยวพอลก็คงจะมาเเล้วล่ะ" เธอส่งยิ้มให้นานะก่อนจะหายลับขึ้นไปข้างบน



นานะนั่งรออยู่จนพอลลงมา"เป็นไงบ้างคะ"นานะทักเมื่อเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของชายหนุ่ม เเต่ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ได้ตอบอะไรเเต่ถ้าให้เดาจากรอยยิ้มของเขาเธอเองก็พอจะรู้อยู่เหมือนกัน "มาเดินเล่นกันนะ"พอลยื่นมือออกมาฉุดเด็กสาวออกจากบ้าน นานะกับพอลเดินไปจนสุดทาง ตลอดระยะทางนั้นยังไม่มีเสียงใดที่จะทำลายความเงียบได้เลย



"พอล..นั่นใคร"นานะพูดด้วยเสียงตะกุกตะกักพลางชี้ออกไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า "อ๋อ...เคนน่ะ..เค้าเป็น."ยังไม่ทันทีที่พอลจะพูดจนนานะก็โผร่างของเธอไปยังชายตรงหน้าทันที



"พี่ชาย...เคน..พี่ชายใช่มั๊ย" หล่อนครางออกมาพร้อมกับที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตา "นานะ.." ชายหนุ่มตรงหน้าคือเคนเเน่ๆ..เธอมั่นใจเช่นนั้น นานะไม่มีทางจำพี่ชายของเธอผิดเเน่ๆ เคนหันหน้ากลับมาเเล้วโอบกอดน้องสาวที่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอกันอีก เด็กสาวทรุดลงกับพื้น เเต่ยังดีที่เคนช่วยประคองเธอไว้ทัน "นานะ." สองหนุ่มร้องออกมาพร้อมกัน






นานะได้พบกับสิ่งที่ตามหามานานเเล้ว ความรักที่เคยขาดหายไปกำลังจะกลับมาอีกครั้ง หัวใจกำลังจะถูกเติมเต็นด้วยความรู้สึกลึกๆของทั้งสอง เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่มีใครที่จะมีความสุขได้ตลอดไปหรอก........



ตอนที่ 5 : กลับมา...ไม่เหมือนเดิม



--------------------------------------------------------------------------------






เคนนั่งกุมมือเด็กสาวพลางมองด้วยสายตาห่วงใย ภาพของเด็กสาวตรงหน้ากำลังหลับตาพริ้ม..นานะเป็นลมลงไปที่สวนหลังบ้านของพอล ซึ่งพอลเองก็มองเธอจากทางประตูห้องด้วยสายตาที่สื่อความหมายเช่นเดียวกันกับเคน "เคน...พี่ชาย"เด็กสาวพูดขึ้นพลางค่อยๆเปิดเปลือกตาทั้งสองข้างวูบหนึ่งเธอรู้สึกหนักอึ้งจนเเทบจะลืมตาไม่ขึ้น "นานะ.."ทั้งสองหนุ่มเรียกชื่อเธอพร้อมกัน พอลโผเข้ามาข้างเตียงพร้อมกันกับที่เคนเองก็ตื่นจากภวังค์เช่นกัน



เด็กสาวลืมตาทั้งสองขึ้นเเล้วส่งยิ้มให้ชายทั้งสองอย่างอ่อนโยน "ขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง..พี่ชาย"เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อ่นโยนจนพอลรู้สึกแปลกใจ สายตาของนานะในเเบบนี้ที่เค้าเองเพิ่งเคยได้สำผัสมันเป็นครั้งเเรก เคนก็เช่นกันตลอดเวลาหลายปีที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านกับเคน..พอลไม่เคยรู้จักท่าทางเเบบนี้มาก่อนเลย



เคนใช้ปลายนิ้วสำผัสที่หน้าผากของเด็กสาวเบาๆ "ไม่เป็นไรเเล้วนี่" นานะจ้องมองมือที่สำผัสเธอ "พี่ชาย..พี่คิดถึงเค้าบ้างรึเปล่า.เค้าน่ะคิดถึงเเต่พี่นะอยากให้พี่กลับมาอยู่ด้วยกันถึงจะไม่ใช่พี่น้องเเท้ๆแต่เค้าก็รักพี่"น้ำในตาของเธอเอ่อล้นออกมา"กลับบ้านเราเถอะนะ"เธอจ้องมองด้วยสายตาอ้อนวอน "นานะ..เธอคงไม่รู้สินะพ่อของพอลคือลุงของพี่..พี่น่ะอยู่ที่นี่มาตลอด..อยู่ข้างๆเธอมาตลอดเวลา ตอนที่เธออยู่ในเครื่องบินพี่เห็นเธอก็จำได้ทันที..เเต่ว่าเรื่องของเราน่ะมันเป็นไปไม่ได้พี่ไม่ใช่ครอบครัวของเธอ..ไม่ใช่พี่ชายของเธอ" เคนพูดพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง ปล่อยเด็กสาวไว้ในห้องกับคราบน้ำตา



สายลมยามเย็นพัดเข้ามาในห้องเด็กสาวยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่เช่นนั้นเป็นเวลานาน พอลค่อยๆก้าวขาเข้ามาโดยที่นานะยังไม่รู้สึกตัว "นานะ.."พอลพูดพร้อมกับโผเข้ากอดเธอ นานะสะดุ้งพลันนั้นน้ำตาของเธอก็ไหลเอ่อออกมาโดยไม่รู้ตัว "พี่พอล..ฉันทำอะไรผิดทำอะไรผิดเหรอคะ..พี่ชายไม่ได้คิดว่าฉันเป็นคนในครรอบครัวเลยสักนิด"พอลไม่ตอบอะไรเพียงเเต่โอบหญิงสาวไว้เเน่นขึ้นทุกครั้งที่นานะร้องไห้พอลมักจะทำเช่นนี้เสมอ ท่ามกลางสายลมนั้นเคนเองก็เเอมมองนานะอยู่เงียบๆเค้าเสียใจที่ไม่อาจทำตามที่นานะขอได้..เพราะกลัวว่าสักวัน..หัวใจของเค้าเองอาจจะทำร้ายนานะ



นานะกลับบ้านด้วยความรู้สึกกังวลในหัวใจ..เคนมาส่งเธอที่บ้าน..สภาพบ้านที่ยังไม่เปลี่ยเเปลงไปจากเมื่อก่อน "พี่..เข้ามาสิคะ..มีของอยากจะให้ดูน่ะ" เคนเดินตามนานะเข้าไปในบ้านบบรรยากาศรอบๆยังคงเงียบสงัดเธอเดินไปหยุดที่ห้องนอนของตัวเอง เเล้วเข้าไปหยิบของในห้อง พอลจำได้ว่าครั้งหนึ่งเค้าเคยนอนกับเด็กนานะในห้องนี้เสียงหัวเราะของเธอยังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึก..เเละเค้ายังคงจำได้ดีว่าน้องสาวของเค้าเคยเสียใจมากขนาดไหนวันที่ตอ้งเเยกจากกัน "อ่ะ..นี่เป็นของที่เเม่เขียนถึงพี่นะ" พอลรับมันมาด้วยมือสั่นเทา เค้ารู้อยู่เเก่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นรักเค้ามากเพียงใด..เค้าก็เช่นกัน..เคนก็รักเเม่



......ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าภาพเสียงหัวเราะของเด็กทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า..ฉันจะมีโอกาสเห็นมันอีกสักกี่ครั้ง ถึงจะไม่ใช่ลูกแท้ๆก็เถอะ..ยังไงก็รักเคนเป็นเด็กดีนานะก็เหมือนกัน ถ้าหากว่าวันหนึ่งที่ฉันเกิดไม่ได้เห็นพวกเค้าอยู่ด้วยกันฉัน....คงจะต้องขาดใจ เคน...แม่ไม่อยากให้ลูกจากไปไหน ตลอดเวลาที่เลี้ยงมากับมือเเม่ไม่เคยคิดว่าลูกไม่ใช่ลูกแม่.."



เคนยืนอ่านทั้งน้ำตา นานะเองก็มองพี่ชายอยู่ห่างๆความรักที่ไม่อาจบังคับมันได้สักวัน..มันอาจจะหันกลับมาทำร้ายคนที่เรารักที่สุดก็เป็นได้




อีก 4 ตอนค่อยมาอ่านต่อนะ คร้าบ อดใจรอแปปนะ







โดย : ดาโมมือปราบปากเหล็กมือแกร่ง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 16 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 54 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook