บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ยายลำเอียง

เรื่อง : ยายลำเอียง???

ที่台南台灣(ทางภาคใต้ของประเทศไต้หวัน)
เราไปสัมมนาเรื่องงาน จนกระทั้งเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อครบกำหนดกลับ แต่เนื่องจากเจอพายุเข้ามาพอดี ทำให้ทางสนามบินงดเที่ยวบินทุกเที่ยว แต่เราเองก็ไม่ต้องการพักที่นั่น จึงเปลี่ยนเป็นนั่งรถไฟแทน เพื่อจะมาต่อรถหรือเรือก็ได้ในวันรุ่งขึ้นอีกครั้ง แต่เนื่องจากมีพายุ ทุกโรงแรมจึงมีคนจองเต็มไปหมด เราปรึกษากัน แล้วก็ตกลงว่าไปพักใกล้สถานีขนส่งดีกว่า ซึ่งมีทั้งรถและเรือสะดวกกับการนั่งกลับโรงเรียน..และที่นี่เราก็ได้พบกับ.......
โรงแรมขนาดกลาง ที่ ค่อนข้างเก่าแห่งนี้ ไม่ดีเลิศอะไรเลย แต่กลับไม่เคยมีห้องเหลือมากนัก เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ มีท่าเรือ และเป็นศูนย์รวมรถโดยสารด้วย ผู้คนจึงมากมายตลอดเวลา และค่าเช่าที่ถูกกว่าแห่งอื่น ทำให้กลุ่มนักเรียนอย่างพวกเราเหมาะที่จะพัก อีกทั้งรถที่เราจะโดยสารกลับโรงเรียนก็อยู่ใกล้แค่เดินไม่กี่ก้าว ซึ่งรถจะมีตอนตีสี่ ของวันรุ่งขึ้น…จึงสะดวกที่สุดที่จะพักที่นี่
ตรงล็อบบี้หน้าเคาเตอร์โรงแรมมีกลิ่นอับๆโชยมา เมื่อยามที่เราเปิดประตูเดินเข้าไปเช็คอิน เราได้ห้องพักที่ชั้นสี่ ฉันกับแก้วพักห้องเดียวกัน เป็นห้องตรงมุมสุดของทางเดิน ซึ่งด้านตรงข้ามห้องคือห้องที่เขาจัดให้พี่ชาลีกับพี่ทิมพัก ส่วนเพื่อนอีกสี่คน อยู่สองห้องถัดไป..แม้ห้องพักคับแคบไม่ใหญ่แต่ห้องนอนกับห้องน้ำสะอาดพอใช้ แต่เราย้ายห้องกับพี่ชาลีเพราะก็อกน้ำร้อน ที่ห้องเราไม่ดี น้ำไม่ค่อยไหล
เมื่อเข้าห้องมาแก้วก็บ่นว่า “กลิ่นอับจัง”คงเพราะห้องปิดหน้าต่างนาน เลยค้นเทียนหอมที่พกติดตัวเสมอออกมาจุด ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำเราได้ยินเสียงดังแว่วๆคล้ายคนจาม เพราะไม่ชินกับกลิ่นเทียนหอม..?แต่ คืนนั้นเป็นเพราะเราต่างก็เหนื่อยกับการเดินทางมาทั้งวัน จึงคิดหลับนอนกันแต่หัวค่ำ..
ห้องที่พักเป็นเตียงคู่ ฉันติดนิสัยเมื่อเดินทางไปไหนมาไหน จะนอนหลับยากถ้าผิดที่ผิดกลิ่น จึงมักพกถุงนอนติดตัว และนอนในถุงนอนมาแต่เด็ก จึงกางถุงนอนลงบนเตียงข้างหนึ่ง ก่อนซุกตัวเข้าไปนอน ไม่ต้องใช้ผ้าห่มเลย
ส่วนแก้วซึ่งเป็นคนค่อนข้างกลัวหนาวมาก จึงใช้ผ้าห่มทั้งสองผืน ...ทั้งๆที่คืนนั้นอุณภูมิแค่ 16 องศา แต่ที่ห้องนั้นเราไม่ได้เปิดแอร์ปิดหน้าต่างทุกบานแต่ก็ยังรู้สึกหนาวราวสักแค่ 4 องศาเอง!!!
แต่เมื่อเราหลับเคลิ้มๆมึนๆงงๆนั่นเอง .ก็ต้องสะดุ้งตื่นกันทั้งคู่....ด้วยทนรำคาญคนเขย่าเตียงนอนไม่ไหว“แก้วมีอะไร รึ ?” ฉันถามเสียงงัวเงีย “ชั้นกำลังจะถามแกต่างหากเขย่าเตียงทำไม? คนยิ่งง่วงๆอยู่ด้วย” แก้วตอบอย่างหัวเสีย แล้วลุกขึ้นนั่ง ฉันเองก็รูดซิบถุงนอนลุกขึ้นนั่งบ้าง
เรามองหน้าถามกันอีกครั้ง แล้วเราก็ส่ายหน้าให้แก่กัน จึงหันไปมองรอบๆห้อง ไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมอะไรเลย จึงตัดสินใจล้มตัวลงนอนกันอีกครั้ง..
แต่แล้วแก้วราวนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงลุกขึ้นจุดเทียนหอมอีกครั้ง แล้วกางคัมภีร์เล่มหนา ที่ พกติดตัวมา โดยเปิดทิ้งไว้ ..ก่อนสวดมนตร์อีกครั้ง แล้วดับเทียนหอม ลงนอน ฉันเหลือบไปมองตรงข้างผนังที่ มีนาฬิกาแขวนบอกเวลา ตีสองพอดี
ตาเริ่มปรืออีกแล้ว..แต่เมื่อเริ่มเคลิ้มจวนหลับมิหลับแหล่...เตียงก็ถูกเขย่าอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งแรกมาก พร้อมกับเสียงคนจามไม่หยุด .จากนั้น.ผ้าห่มของแก้วก็ถูก กระชากแล้วเขวี้ยงไปที่หน้าห้องน้ำ แก้วสปริงตัวกระโดดขึ้นยืนกลางเตียงอย่างโกรธจัด แล้วด่าออกไปทันที... “คนบ้าที่ไหนมาเล่นตลกว่ะ..เดี๋ยว แม่ตบชักเลย”
แล้วเราทั้งคู่ก็สัมผัสได้กับสายตาคู่หนึ่ง ที่มองอย่างโกรธเกรี้ยวรำคาญ.เมื่อหันตามความรู้สึกไปที่หน้าประตู....คนแก่แปลกหน้าคนหนึ่งกำลังท้าวเอว มองมาด้วยหน้าตาบูดเบี้ยวบึ้งตึง.. “ยายเข้ามาที่ห้องชั้นทำไมน่ะ” แก้วถามขึ้นอย่างหัวเสีย “พวกแกนั่นแหละถือดีอย่างไรเข้ามานอนห้องฉัน จุดเทียนบ้าบออะไรก็ไม่รู้เหม็นไปหมด รีบออกไปเดี๋ยวนี้เลยน่ะ”ยายคนนั้นกลับตวาดย้อนกลับมาทันที
แก้วลงจากเตียง ก้าวเดินเข้าหาคนแก่คนนั้นอย่างโกรธจัดทันที “อ้าวๆๆ ยายดูให้ดีๆ นี่ ห้องชั้นกับเพื่อนน่ะ ยายเข้าห้องผิดแล้ว นี่ดีน่ะเห็นว่าเป็นคนแก่ ไม่งั้นอ้ายแก้วตบหัวหูแตกแน่ มากวนโอ๊ยได้ตอนคนยิ่งง่วงๆอยู่ด้วย” ตอนนี้ยายกลับเงียบไม่ตอบโต้ขึ้นมาเฉยๆ แต่กลับเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูดังโครม
ฉันลุกขึ้นบ้าง เดินมายืนข้างๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรกับแก้ว ก็มีเสียงดังขึ้นมาอีกที่หน้าประตู แก้วเป็นคนเดินไปเปิดประตู เมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงของพี่ชาลีนั่นเอง “มีเรื่องอะไรหรือเอ เสียงแก้วดังไปถึงห้องพี่เลยน่ะ”
เมื่อพี่ชาลีได้ฟังเรื่องราวจากพวกเราแล้ว ก็เดินไปเคาะประตูห้องน้ำร้องเรียกคนแก่คนนั้นทันที “คุณยายครับออกมาพูดกันก่อนน่ะครับ” แต่เคาะไปเท่าไรก็ยังคงเงียบ พี่ชาลีเลยลองหมุนที่ล็อคประตูดู กลับเปิดออกได้อย่างง่ายดาย...
แต่เมื่อเราทุกคนชะโงกหน้าเข้าไปมอง............ห้องน้ำที่สุมเต็มไปด้วยของใช้ของฝากของเราสองแล้ว ก็มีแต่เครื่องใช้ที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ ทุกสิ่งยังคงเดิม สิ่งที่หายไปคือ คนแก่คนนั้นเอง!!!!!!!.......
เมื่อเราลงมาขอย้ายห้อง แต่ทางโรงแรมอ้างว่า...ไม่มีห้องว่างครับ เราจึงต้องไปนอนรวมกัน ที่ห้องเพื่อนคนอยู่ห้องถัดไป ฉันปูถุงนอนลงนอนที่พื้นข้างเตียง ให้แก้วขึ้นไปนอนเบียดสามคน..แต่เราก็ได้หลับกันจริงๆครั้งนี้..จนตีสามกว่าพี่ชาลีก็มาปลุก
เราตื่นมาอาบน้ำ จากนั้น ขอให้พี่ชาลีกับพี่ทิม ช่วยเข้าไปเอา ข้าวของที่เหลือของฉันกับแก้ว แต่เมื่อเดินไปเปิดประตู ประตูกลับล็อกด้านในเปิดไม่ออก ต้องตามคนงานมาช่วย คนทำความสะอาดห้องขึ้นมาพร้อมด้วยฆ้อนกับเหล็กแหลมท่อนหนึ่ง จัดแจงงัดที่ประตูอย่างชำนาญ ราวคุ้นเคยงัดอยู่บ่อยๆ??
แก้วทนเก็บความสงสัยต่อไปไม่ไหวแล้ว เมื่อคนงานงัดประตูเสร็จเปิดห้องให้ พวกเรา แก้วเดินไปยัดแบ็งค์ 50 เหรียญใส่มือ พร้อมกับกระซิบถามที่ข้างหู แล้วเดินหน้าตาตื่นกลับมา เร่งพวกเรารีบเข้าลิฟท์ ลงมาเช็คเอ๊า ??
เมื่อเราทั้งหมดขึ้นรถโดยสารเรียบร้อยแล้ว แก้วก็เล่าว่า ยายคนนั้นเคยเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้มาก่อน แต่ถูกลูกชายฆ่าตาย เพราะโมโหหน้ามืด ที่ขอเงินไปเล่นการพนันแล้วยายไม่ให้ แถมมาทีไรพาสาวแปลกหน้ามาบ่อยๆ ยายไม่รู้ว่าลูกชายติดการพนัน กลับไปคิดว่าลูกชายเสียคนเพราะติดสาวๆเหล่านั้น เลยเกลียดพวกผู้หญิงโดยเฉพาะสาวๆ
และเมื่อลูกชายขายโรงแรมให้คนอื่นก่อนหนีหายไปนั้น ศพยายก็หายไปด้วย เจ้าหน้าที่ค้นหานานหลายสิบปีก็ไม่เจอ แต่เชื่อแน่ว่าคงฝังอยู่ในโรงแรมนั้นแน่ๆ เมื่อไม่เจอลูกชายจึงรอดคดีมาจนบัดนี้ แต่เจ้าของโรงแรมใหม่ก็ไม่เคยคิดทุบตึกทิ้ง เพราะแม้ตึกจะเก่ามากแล้ว แต่เป็นแหล่งที่คนมาพักมากมาย เขาจึงยังคงเปิดไว้ แต่ก็ยกเว้นห้องพักห้องนั้นสำหรับผู้หญิง?
เพราะจากวันที่ยายตายแต่นั้นมา ทุกวันขึ้น15ค่ำ ยายคนนี้ก็จะออกมาไล่ลูกค้าสักครั้งหนึ่ง...ก่อนจะหายไปเฉยๆ โดยจะเป็นก็เฉพาะกับห้องชั้นสี่ ที่ห้อง404นี้เท่านั้น และถ้าคืนวันนั้นแขกที่มาพักเป็นผู้ชายก็จะไม่เจอะเจออะไรเลย เพราะยายจะคิดว่าเป็นลูกชายของแกทุกที
ที่จริงห้องนั้น บ๋อยเขาก็จัดให้พี่ชาลีกับพี่ทิมพัก..แต่ฉันเองเป็นคนไปขอแลกห้องกับพี่ชาลี...เพราะอยากอาบน้ำอุ่นไหลแรงจัดนี่นา ช่วยให้คลายปวดเมื่อย เหนื่อยล้ากับการเดินทางน่ะซี ..จึงต้องเจอยาย
เมื่อแก้วเล่าเรื่องยายจบลง พวกเราเกิดความสงสารยายกันขึ้น หันไปมองที่หน้าโรงแรมอีกครั้ง ก่อนรถจะเคลื่อนลับหายจากโรงแรม...เจอยายกำลังโบกมือให้พวกเราทั้งหมด (เฉพาะผู้หญิง)ได้เห็นตัวยายกันชัดๆอีกครั้ง.. พร้อมกันนั้นที่หูพวกเราได้ยินเสียงแว่วๆมาของยายกันทุกคนว่า “พบกันใหม่น่ะอีหนู”!!!!!
เสียงกรี๊ดๆๆๆๆดังลั่นออกมาทันที พี่ชาลีกับพี่ทิมมองหน้าซีดเซียวของพวกเรา ด้วยความสงสัยงุนงง เหมือนคนอื่นๆในรถ...ก็ใช่น่ะสิ.....ยายเล่นลำเอียงหลอกแต่ผู้หญิงนี่นา!!!.....................


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 24 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 0 : 10 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook