บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> เหตุเกิด..เมื่อวันที่เธอขอเจอผี ??(3)(จบ)

เรื่อง : เหตุเกิด..เมื่อวันที่เธอขอเจอผี ??(3)(จบ)

คนขับแท็กซี่เริ่มแสดงอาการหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า ลมหายใจกระชั้นถี่ขึ้น ๆ

“เอ่อ...คุณครับ นี่มันป่าทั้งนั้นเลยนะครับนี่ ผมว่ามันยังไง ๆ อยู่นะ คุณคงไม่ได้หลอกผมมาปล้นชิงแท็กซี่ใช่ไหมเนี่ย”

“โห...พี่จะบ้าเหรอ เมื่อกี้พี่ก็ไปรับผมมาจากหน้าบ้าน ก็เห็นไม่ใช่เหรอ ผมเองไม่ได้ยากจนข้นแค้นถึงขนาดปลุกปล้ำกินพี่หรอกน่า... ว่าแต่พี่แน่ใจนะ ว่าเมื่อกี้นี้ที่เลี้ยวเข้ามานี่มันถูกซอยแน่ๆ ไหงมันกลายเป็นมีแต่ป่ารกชัฏอย่างนี้ละเนี่ย”

สิทธิ์ตอบคำถามคนขับ ก่อนตั้งคำถามขึ้นใหม่ พร้อมกับเริ่มสังเกตสภาพแวดล้อมที่รถแท็กซี่แล่นผ่านมาเมื่อครู่อีกคราว

อืม...พี่ เอางี้ดีกว่า...พี่ขับย้อนเข้าไปใหม่ทีนี้ค่อย ๆ ขับช้า ๆ หน่อย ผมขอดูสองข้างทางชัด ๆ อีกที”

“ โธ่..คุณก้อ..จะดูอะไรอีกเหรอคร๊าบ ผมก็เห็นมันมีแต่ป่าทั้งนั้น ไม่เห็นบ้านคนสักหลังเดียว”

“เอาน่าพี่...ขับช้า ๆ เราจะได้สังเกตถนนหนทางหรือป้ายบอกทางไง ยิ่งมืด ๆ อยู่ด้วยขับไวเดี๋ยวพลาดกันพอดี ผมว่ามันเริ่มแปลก ๆ แล้วนะเนี่ย อืม...”

แท็กซี่เหลืองเขียวจำยอมเลี้ยวเข้าไปอีกครั้ง แม้จะไม่พอใจอยู่ลึกๆ ที่มาเสียเวลาหลายชั่วโมงแล้ว แต่จะเบี้ยวหนีกลับก็มองไม่เห็นทาง ยามนี้มีชายหนุ่มเป็นเพื่อนดีกว่าหลงทางคนเดียวแน่ๆ ตรูเอ๋ยตรูคืนนี้ทำไมมันซวยอะไรขนาดนี้หนอ?

โชเฟอร์ได้แต่รำพึงอยู่เพียงในใจเท่านั้น ไม่กล้าโวยวายใส่หน้าชายหนุ่มด้วยกลัวว่าอาจโดนสวนกลับมาอีกกระทงหนึ่ง ไหนๆคืนนี้ก็ซวยมาพอแล้ว สงบปากรอดูชายหนุ่มแก้สถานการณ์ก่อนดีกว่า

รถที่ขับเคลื่อนไปตามทางสวนมะพร้าวช่างเปลี่ยวร้างวังเวงชอบกล ไม่เหมือนสวนที่มีคนปลูกดูแลเลยสิพับผ่า ทำไมตรูคิดว่า เหมือนขับรถวนไปมารอบป่าช้าว่ะเนี๊ยะ ทั้งๆที่เห็นแต่สวนทั้งนั้น คนขับแท็กซี่อดเก็บความสงสัยต่อไม่ไหว จึงหันมาถามชายหนุ่มอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากสถานการณ์ก็ย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อรถเริ่มกระตุก ก่อนที่จะดับสนิท

ซวยแล้วสิคุณ น้ำมันหมดแล้ว โธ่เว้ยยย ให้มันได้อย่างนี้สิ ซวยฉิบ...”

โชเฟอร์แท็กซี่สบถออกมาเสียงดัง


“อ้าววว......เวรละสิ เห้อ...แล้วจะไปหาแฟนผมทันไหมล่ะเนี่ย ทางออกอยู่ตรงไหนยังไม่เห็นเลย”

สิทธิ์เริ่มเป็นกังวลขึ้นทุกขณะด้วยความเป็นห่วงคนรัก ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เขาหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรถามอาการของเธอสักหน่อย แต่ให้ตายเถอะ ผีซ้ำด้ามพลอยอะไรเช่นนี้ สัญญาณมือถือไม่มีสักขีด

สิทธิ์ตัดสินใจลงเดินวนไปวนมารอบ ๆ รถด้วยหวังว่าจะเจอสัญญาณคลื่น จนแล้วจนรอดคลื่นมันก็ยังไม่มาให้เห็น

ทันใดนั้นเอง...บรู๊ววววววววววววววววว เสียงหมาเจ้ากรรมส่งเสียงหอนมาแต่ไกล คนขับแท็กซี่กระโดดเหย็งเข้ามายืนใกล้ ๆ สิทธิ์ เหลียวหน้าหลังเลิกลั่ก ด้านสิทธิ์เองก็เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลเท่าไหร่ เขาเริ่มรู้สึกว่าคืนนี้อาจจะต้องเจอในสิ่งที่ไม่อยากเจอะเจอเท่าไหร่ แม้ว่าเขาจะไม่หวาดกลัวมันสักเท่าไหร่ก็ตาม

“เอางี้ก็แล้วกันพี่ เรามาช่วยกันเข็นรถกลับออกไปอีกที เราเข้ามากันไม่ไกลเท่าไหร่คงสักสองสามกิโลได้แหละ”

“เอาไงก็เอาครับ ผมไม่อยากอยู่ที่นี่นาน บรื๋ออออ ดูสิขนลุกเกรียวไปหมดแล้วเนี่ย เจ้าประคู๊ณณ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเล๊ย...”

สองหนุ่มช่วยกันเข็นรถแท็กซี่ออกมาได้ไม่ถึงสิบนาที สิทธิ์เหลียวมองไปด้านซ้ายมือ ราวมีสิ่งดลใจก็พบกับแสงไฟรำไรลอดออกมาจากป่าทึบแถบนั้น สิทธิ์หยุดยืนมองสักครู่ก่อนตัดสินใจเดินย้อนเข้าไปอีกครั้ง โชเฟอร์หันมาเห็นเข้ารีบวิ่งตามไปทันที

เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็พบกับดงมะพร้าวเล็กๆ ที่ทำการปลูกมะพร้าวเป็นแนวยาวโปร่งๆ เหมือนการแบ่งเขตกั้น มากกว่าจะเป็นสวนมะพร้าว มองราวกับว่าเป็นการปลูกเพื่อประดับรอบบ้าน แต่ตัวบ้านอยู่ที่ไหนน่ะ สิทธิ์เหลียวมองไปรอบๆอีกครั้ง ก็มองเห็นสีขาวแวบๆโผล่ที่หลังต้นมะพร้าวอีกแถบหนึ่ง จึงเดินตรงเข้าไป เห็นบ้านหลังเล็กเงียบราวกับไร้ผู้คนหลังหนึ่ง

เมื่อเดินเข้าใกล้ประตู ยังไม่ทันยกมือเคาะ ประตูก็เปิดออกเองช้า ๆ ทำเอาทั้งคู่พากันผงะถอยหลังกรูด หญิงชราผู้หนึ่งค่อยโผล่หน้าออกมา มือถือตะเกียงน้ำมัน ที่แสงริบรี่ราวกับจะดับตลอดเวลา สายตาที่คมกริบช่างดุดันน่ากลัวเหลือเกิน

“หลงทางมาละซิพ่อหนุ่ม เข้ามากินน้ำกินท่ากันก่อน เดี๋ยวจะบอกทางให้”

เสียงที่เอ่ยออกมาฟังราวลอยมาจากข้างกาย ทั้งๆที่สองหนุ่มแน่ใจว่า ยังไม่เห็นหญิงชราขยับปาก!!!

ทั้งสองหนุ่มยังไม่ทันรับปาก ก็ได้ยินเสียงแว่วๆเหมือนมีคนตะโกนเรียกมาแต่ไกล จึงหันไปมองดู พบสาวๆกลุ่มหนึ่งราวสามสี่คน วิ่งตรงเข้ามา คนนำหน้าคือมินานั่นเอง สิทธิ์ รีบสาวเท้าเข้าหาคนรักทันที

“โหหหหหหหหหพี่สิทธิ์จะบ้ารึ? เดินลุยลงไปในบึงดอกบัวนั้นทำไมน่ะ?”

เสียงแป๊ดๆของมินาบอกความเป็นห่วงและกังวลมากกว่าหยอกเย้าเล่น สิทธิ์กับโชเฟอร์มองอย่างงุนงง แต่เมื่อหันกลับไปมองที่บ้านหลังเดิม

คุณพระช่วย!!! อะไรกันนี่

“โอ๊ยยยยยคุณพระคุณเจ้าช่วย เฮี้ยนอ่ะไรขนาดนี้”

โชเฟอร์หน้าซีดสวยกว่าไข่ต้ม มือไม้อ่อนก้มลงไหว้ประหลกๆทันที
สระดอกบัวขนาดใหญ่นับไร่ ที่ยามนี้มีดอกบัวลอยเพียงถี่ๆเพียงไม่กี่สิบดอก เหมือนเพิ่งตัดเก็บบัวไปไม่นาน ปรากฎขึ้นที่สายตาทุกคน...ไม่ใช่บ้านหลังเล็กหรือมะพร้าวสักต้นเดียว...

มินา จูงมือสิทธิ์ที่ยังยืนนิ่ง เหมือนโดนสะกดจิตมาที่รถรับจ้างอีกครั้ง สั่งให้โชเฟอร์ลองเข้าไปสต๊าดรถอีกครั้ง กลับปรากฎว่าปรกติเหมือนเดิมทุกอย่าง ทุกคนจึงเบียดกันขึ้นรถ มินาสั่งให้เลี้ยวขวาไปไม่ทันถึงสิบนาที ก็พบป้ายของโรงแรมปรากฎที่เบื้องหน้า...สิทธิ์กับคนขับรถแท็กซี่อุทานอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองทันที!!!

“เฮ้ย อะไรว่ะเนี๊ย”

สายวันนั้นทุกคนตกลงใจไปบ้านทรงไทยที่ภูเก็ตก่อน ขากลับค่อยแวะบ้านยายผีสิงในกรุงเทพฯ แม้ว่าสิทธิ์จะพยายามชักแม่น้ำสิบทิศมาอธิบาย อีกสักสิบรอบก็ตาม แต่สาวๆทุกคนก็ยังยืนยันไปบ้านทรงไทยผีสิงให้ได้ สิทธิ์จึงต้องแอบโทรหาพี่ชายเพื่อยืม “พระรอด”มาเป็นเครื่องอุ่นใจสักองค์ สิทธิ์คิดว่า
“กันดีกว่าแก้” ยังใช้ได้ดีเสมอ...

ขณะที่มินากับเพื่อนๆเข้าไปเก็บข้าวของ แล้วตกลงกันว่า จะลงไปจับจ่ายซื้อของใช้ส่วนตัวเล็กน้อย ที่ร้านค้าปากซอย สิทธิ์เกิดเพลียและง่วงงุนงง ขึ้นมา มินาจึงไล่คนรักให้กลับเข้าห้องพักของเธอ เพื่อหลับพักผ่อนสักครู่ เนื่องจากเมื่อคืนที่วุ่นวายทั้งคืน สิทธิ์ยังไม่ทันได้นอนเลยน่ะซี สิทธิ์ไม่เกี่ยงงอน และแค่ล้มตัวลงเตียง...ก็หลับสนิทราวถูกวางยาทันที...

ภาพในฝันที่เกิดขึ้น ราวกับว่าสิทธิ์กำลังดูภาพยนตร์ ไม่ใช่เกิดเหตุการณ์กับตัวเขา ...เริ่มตั้งแต่เขามาส่งมินาและเพื่อนๆที่หน้าโรงแรมเมื่อคืนนี้

“พี่สิทธิ์ ดึกมากแล้ว กลับไปมืดๆอันตรายมากน่ะค่ะ มานอนเรียงหน้ากระดานเบียดกันที่ห้องมิ ดีกว่า เดี๋ยวก็เช้าแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ย้อนกลับมารับพวกมิไปเที่ยวไงค่ะ”

“ไม่เอาดีกว่า พี่ไม่ชอบนอนพื้น แถมพื้นเก่าๆแก่ๆขนาดนี้ ไม่รู้เจ้าของคนเดิม เคยล้างบ้านบ้างไหมสิน่า ทำไมสีมันมัว ๆ หม่น ๆ ชอบกล”

ที่จริงสิทธิ์ ก็แค่อยากให้คนรักและเพื่อนๆได้นอนหลับพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวในตอนเช้าเท่านั้นเอง แต่การเป็นคนที่ไม่ชอบเปิดเผยความในใจ แม้จะเป็นความหวังดีก็ตาม ทำให้เขามักเลี่ยงด้วยคำพูดง่ายๆ ซึ่งมองเหมือนคนปากพล่อยไร้ความคิด ไปสักนิด

และครั้งนี้เขาก็พูดตามคำคะนองอีกครั้ง โดยไม่ฉุกคิดสักนิดว่า...มีสิ่งแปลกปลอมมาร่วมรับรู้ด้วย....ซึ่งถ้าขณะนั้น “ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงศรีมาลา” ยืนมองอยู่ข้างๆ กำลังมองดูหนุ่มสาวทั้งคู่พอดี!!!

“บังอาจ!! เจ้าเด็กเมื่อวานซืน เจ้ากล้าดีอย่างไรมาดูถูกบ้านของเจ้าพระยาศิริพงศ์ทร ข้าราชบริพารคนสำคัญในสมัยรัชการที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์อย่างข้า”

ภาพต่อจากนั้น ก็คือภาพที่เพื่อนคนหนึ่งของมินา ตกใจกับหนูตัวหนึ่งที่มุดหน้าต่างเข้ามาจนเป็นลมล้มพับไป แล้วมินาโทรไปแจ้งข่าว เมื่อเขาทราบข่าว แล้วออกมานั่งรถรับจ้างมาที่โรงแรมอีกครั้ง ..มินาได้ลงมายืนรอกับเพื่อน คนที่ฟื้นจากกการเป็นลมที่หน้าโรงแรมแล้ว ขณะนั้นมินากำลังมองมาจะทักสิทธิ์..แต่ต้องแปลกใจอย่างมาก ที่คนขับไม่จอดรถ แต่กลับขับผ่านตัวเธอไป แม้จะตะโกนเรียกเขา แต่ราวกับว่าเขา ไม่ได้รับรู้ภาพรอบนอกรถเลย...นี่เองกระมั้ง ที่เขาเรียกกันว่า.. “ผีบังตา”

เสียงหัวเราะสองเสียงที่ปลายเตียง ปลุกให้สิทธิ์สะดุ้งตื่น เมื่อลืมตาขึ้น เขาเห็นเงาสองเงาเลือนหายไปช้าๆที่หน้าประตู เขาผุดลุกขึ้นอย่างฉับไว วิ่งตรงไปที่ประตู เปิดออกไปทันที ..แต่พบก็เพียง ความว่างเปล่าปรากฎที่ทางเดิน...ไม่มีร่างใครสักคนเดียว!!!

เขาเดินออกมาที่เคาเตอร์ ริมบันไดที่ใช้ขึ้นลง มีพนักงานนั่งประจำ เพื่อบริการความสะดวกให้กับแขกทุกคน ผนังด้านหลังเคาเตอร์ มีภาพสีน้ำมันใหญ่ๆประดับอยู่สองภาพ..ภาพหญิงชายที่เขาฝันนั่นเอง!!..

เมื่อเขาสอบถาม พนักงานก็ตอบว่า.. “เจ้าของเดิมที่สร้างตึกค๊าคุ๊ณ”


สิทธิ์เดินไปพนมมืออธิฐานในใจว่า “ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง ท่านได้ลงโทษ ที่ผมปากพล่อยไปแล้ว ต่อแต่นี้อย่าได้มาหาผมอีกเลยน่ะคร๊าบ”…

“ตกลงพ่อหนุ่ม”.......เสียงแว่วตอบรับมาตามสายลม ทำเอาสิทธิ์ขนลุกชันไปทั้งตัวทันที!!!!

****จบภาค 3****


โดย : ขุนพลน้อย
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 26 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 13 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook