บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ครับ

เรื่อง : ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ครับ

โครงการประกวดบทกวี เรื่องสั้น วาระ 30 ปี 6 ตุลา
“สันติวิถี-วิถีสันติ”

หลักการและเหตุผล

จุดเริ่มต้นของวรรณกรรมเพื่อชีวิต
จุดเริ่มของ “วรรณกรรมเพื่อชีวิต” น่าจะมาจากแนวคิดเรื่อง “ศิลปะเพื่อชีวิต” ซึ่งนำเสนอโดย อัศนี พลจันทร (อินทรายุทธ, นายผี) และอุดม สีสุวรรณ (พ.เมืองชมพู, บรรจง บรรเจิดศิลป์) ทั้งสองเสนอแนวคิดเรื่องนี้ในบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสารชั้นนำในขณะนั้น “อินทรายุทธ” เสนอความคิดในอักษรสาส์นรายเดือน ในปิตุภูมิและมหาชน เขาวิจารณ์วรรณคดีไทยโบราณหลายเรื่อง โดยยึดหลักการว่ากวีต้องอยู่เคียงข้างประชาชน และวรรณคดีต้องนำเสนอความเป็นจริงแห่งชีวิต และสังคม ส่วน พ.เมืองชมพู ยืนยันโดยหนักแน่นว่า “ศิลปะเพื่อศิลปะ” ไม่มี และก็ไม่อาจมี มีแต่ “ศิลปะเพื่อชีวิต” เพราะศิลปะกำเนิดจากชีวิตและเกี่ยวพันกับชีวิต
“ชมรมนักประพันธ์” ก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม ปี พ.ศ.2493 โดยการริเริ่มของมาลัย ชูพินิจ (แม่อนงค์) ชมรมนี้จัดประชุมอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยครั้ง ด้วยหัวข้อที่เกี่ยวกับการประพันธ์ ครั้งหนึ่งมีการเสนอคำว่า “ศิลปะเพื่อชีวิต” เข้าสู่วงอภิปราย นักเขียนเพื่อชีวิตในยุคแรกหลายคนได้แสดงจุดยืนและอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์วรรณกรรม เช่น อิศรา อมันตกุล ประกาศว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ให้ยาพิษแก่ประชาชน” ศรีบูรพา ตั้งคำถามว่า “จะใช้ศิลปะเพื่อให้เป็นคุณกับคนส่วนมากหรือเป็นคุณกับคนส่วนน้อย” และกล่าวว่า “ทำอย่างไรจึงจะทำให้ศิลปะนั้นเป็นประโยชน์แก่ชีวิตมนุษย์อย่างไพศาลที่สุดที่จะเป็นได้” การอภิปรายของ “ชมรมนักประพันธ์” น่าจะจุดประกายความคิดสร้างจิตสำนึกแก่นักประพันธ์รุ่นใหม่ในยุคนั้นไม่น้อย

ในช่วงนี้มีวรรณกรรมเพื่อชีวิตเกิดขึ้นมากมาย ประเภทนวนิยาย, เรื่องสั้น, กวีนิพนธ์ ที่เด่นๆ มี กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) เขียน นักบุญจากชานตัน ขอแรงหน่อยเถอะ เรื่องสั้น จนกว่า เราจะพบกันอีก นวนิยาย, อุดม อุดาการ (อ.อุดาการ) เขียน บนผืนแผ่นดินไทย เรื่องสั้น, อัศนี พลจันทร (นายผี) เขียน อีศาน กวีนิพนธ์, อิศรา อมันตกุล เขียน เขาตะโกนหานายกรัฐมนตรี กวีนิพนธ์, เสนีย์ เสาวพงศ์ เขียน ความรักของวัลยา นวนิยาย, ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ เขียน แผ่นดินนี้ของใคร นวนิยาย, ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา (อุชเชนี) เขียน บทกวีใน “ขอบฟ้าขลิบทอง” และ “ดาวผ่องนภาดิน” กวีนิพนธ์ นอกจากนี้ยังมีกวีนิพนธ์ของเปลื้อง วรรณศรี และทวีป วรดิลก (ทวีปวร)

หนังสือสารคดีมี เดชา รัตนโยธิน เขียน วิวัฒนาการทางสังคม อุดม สีสุวรรณ (อรัญญ์ พรหมชมภู) เขียน ไทยกึ่งเมืองขึ้น, อุดม สีสุวรรณ (บรรจง บรรเจิดศิลป์) เขียน ชีวิตกับความใฝ่ฝัน, สุภา สิริมานนท์ เขียน แคปิตะลิสม์

นอกจากนี้ยังมี “รวมปาฐกถาภาคฤดูร้อน พ.ศ.2495” ซึ่งมีบทความเด่นๆ เช่น “ฐานะของสตรีตามที่เป็นมาในประวัติศาสตร์” ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ และ “การประพันธ์และสังคม” ของเสนีย์ เสาวพงศ์

ช่วงนี้คือช่วงผลิบานของวรรณกรรมเพื่อชีวิตยุคแรก


การเติบโตของวรรณกรรมเพื่อชีวิต ยุค 6 ตุลา 19 – 14 ตุลา 16
การเติบโตของวรรณกรรมเพื่อชีวิตก่อน 14 ตุลา ได้รับอิทธิพลมาจากวรรณกรรมเพื่อชีวิตยุคแรก ทั้งรูปแบบ เนื้อหา แนวคิด และวิธีการนำเสนอ อาจมีบางคนทดลองใช้กลวิธีใหม่ในการนำเสนอ แต่ทุกคนมีจุดยืนว่าการสร้างสรรค์วรรณกรรมต้องเป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์สังคม วรรณกรรมเพื่อชีวิตที่สร้างสรรค์ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสั้นและกวีนิพนธ์ โดยเฉพาะกวีนิพนธ์ กวีรุ่นใหม่ประสานบทบาทกวีนิพนธ์เข้ากับการต่อสู้ทางการเมือง โดยเฉพาะบทกวีของยุทธพงษ์ ภูริสัมบรรณ (รวี โดมพระจันทร์) ที่มีชื่อว่า “ตื่นเถิดเสรีชน” ที่กล่าวกันว่าคือมหากาพย์บทหนึ่งแห่งยุค 14 ตุลา

ตื่นเถิดเสรีชน อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน
ดาบหอกกระบอกปืน หรือทนคลื่นกระแสเรา ฯลฯ

บทกวีนี้กลายเป็นบทกวีแห่งการต่อสู้ของประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และถูกขับขานทุกครั้งในการชุมนุมทางการเมือง รวมทั้งบทกวีวรรคทองของวิสา คัญทัพ กวีร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในยุคสมัยนั้น ที่ว่า

เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

วรรณกรรมเพื่อชีวิตเริ่มทำหน้าที่ปลุกเร้าผู้คนให้ลุกขึ้นสู้กับเผด็จการ

พลังวรรณกรรมเพื่อชีวิต
นอกจากศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรรวมศูนย์ของนักศึกษาแล้ว ยังมีกลุ่มนักศึกษาที่รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมทางสังคมและการเมืองมากมายหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มสภาหน้าโดม, กลุ่มเศรษฐธรรม, กลุ่มผู้หญิง (ธรรมศาสตร์), กลุ่มสภากาแฟ (เกษตร), กลุ่มรัฐศึกษาและกลุ่มฟื้นฟูโซตัสใหม่ (จุฬาฯ), กลุ่มวลัญชทัศน์ (เชียงใหม่), ชมรมคนรุ่นใหม่ (รามคำแหง), กลุ่มศิลปและวรรณลักขณ์ (ประสานมิตร), กลุ่มศิลป (เทคนิคโคราช) ในระดับนักเรียนนอกจากศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย มีกลุ่มยุวชนสยาม กลุ่มกิจกรรมเหล่านี้มักจะจัดทำหนังสือหารายได้ โดยขายหน้าประตูมหาวิทยาลัยในราคาเล่มละ 1 บาท หนังสือประเภทนี้จึงเรียกขานกันว่า “หนังสือเล่มละบาท” หนังสือรายสะดวกเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น “ภัยขาว” “คัมภีร์” “ปลด” “วลัญชทัศน์” “กด” ฯลฯ มักนำเรื่องสั้นและบทกวีเพื่อชีวิตยุคแรกมาพิมพ์ เช่น บทกวีของนายผี, เปลื้อง วรรณศรี, จิตร ภูมิศักดิ์ และเสนอบทความแนวคิดมาร์กซิสต์ เช่น มาร์กซิสต์ : แนวคิดสำหรับซ้ายใหม่ และคำประกาศของความรู้สึกใหม่ ใน “วลัญชทัศน์” ฉบับมนุษย์และปัญหา ใน “คัมภีร์” เริ่มพูดถึงการปฏิวัติของประชาชน ส่วน “ภัยขาว” โจมตีอเมริกาในสงครามเวียดนาม หนังสือ “เล็บ” ของกลุ่มผู้หญิงที่เรียกร้องให้ปลดปล่อยผู้หญิงเสียทีและ “ภัยเขียว” ที่เขียนทิ่มแทงผู้นำเผด็จการทหารบางคน

หนังสือ “มหาวิทยาลัย : ที่ยังไม่มีคำตอบ” ของชมรมคนรุ่นใหม่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในหน้าที่ 6 มีข้อความว่า

สภาสัตว์ป่าแห่งทุ่งใหญ่ มีมติให้ต่ออายุสัตว์ป่าอีก 1 ปี เนื่องจากสถานการณ์ภายในและภายนอก เป็นที่ไม่น่าไว้วางใจ

ข้อความนี้เสียดสีการต่ออายุราชการของจอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร ผลคือ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีคำสั่งลบชื่อนักศึกษารามคำแหงในชมรมคนรุ่นใหม่ เป็นผลให้นักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยชุมนุมประท้วงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 21-22 มิถุนายน 2516 และขยายผล เป็นการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ การประท้วงครั้งนั้นนักศึกษาได้รับชัยชนะ บทกวี “ตื่นเถิดเสรีชน” ถูกย้ำครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมทั้งเพลง “สู้เข้าไปอย่าได้ถอย” ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล การประท้วงครั้งนั้นจบลงด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลเผด็จการทหารร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 6 เดือน ใครจะนึกว่าการประท้วงครั้งนั้นจะเป็นการซ้อมใหญ่ของนักศึกษาก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา นี่คือผลสะเทือนจากหนังสือเล่มละบาท!

14 ตุลาคม 2516 อำนาจเผด็จการพังทลาย ส่วนหนึ่งย่อมมาจากอำนาจของวรรณกรรม

แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นเพียง 3 ปี แต่เป็นช่วงเวลาที่มีการสร้างสรรค์วรรณกรรมเพื่อชีวิตอย่างมากมาย ด้วยปัจจัยบรรยากาศแวดล้อมทางสังคมการเมือง และด้วยจิตสำนึกขบถของนักเขียนหนุ่มสาว เนื้อหาของวรรณกรรมยุคนี้ เน้นการต่อสู้ของนักศึกษา ชาวนา กรรมกรกับอำนาจรัฐและความทุกข์ยากในชีวิต มักปลุกเร้าให้ต่อสู้ด้วยความรุนแรง ผลงานส่วนใหญ่จะเป็นบทกวีและเรื่องสั้น นวนิยายมีบ้างไม่มาก
เรื่องสั้นในยุคนี้ที่เด่นๆ มี
- “ก่อนไปสู่ภูเขา” ของ สถาพร ศรีสัจจัง
- “ความในใจของกระดูกในฟาร์มจระเข้” “งูกินนา” ของ วัฒน์ วรรลยางกูร
- “แก้วหยดเดียว” “พ่อ” และ “ชายผ้าเหลือง” ของ ศรีดาวเรือง
- “แค้นของคำพา” ของ วิสา คัญทัพ
- “คดีฆาตกรรมบนก้อนเมฆ” ของ สุวัฒน์ ศรีเชื้อ
- “บันทึกของคนแซ่ปึง” ของ กรณ์ ไกรลาศ

นวนิยายส่วนใหญ่เป็นงานเขียนของนักเขียนรุ่นอาวุโส ที่เด่นๆ มี
- “พิราบแดง” “พ่อข้าฯ เพิ่งจะยิ้ม” “แผ่นดินเดียวกัน” ของ สุวัฒน์ วรดิลก (สันติ ชูธรรม, รพีพร)
- “ไผ่ตัน” ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ
- “ตำบลช่อมะกอก” ของ วัฒน์ วรรลยางกูร
- “กระทรวงคลังกลางนา” ของ นิมิต ภูมิถาวร
- “แสงเสรี” ของ สุชีพ ณ สงขลา

วรรณกรรมยุคนี้จึงเสมือนเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้ทางความคิด และเป็นเครื่องมือเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมือง ช่วงเวลาดังกล่าวมีหนังสือเกี่ยวกับการเมืองตีพิมพ์กว่า 300 เล่ม

นักเขียน คือ “นักรบ” วรรณกรรม คือ “อาวุธ”


กวีประชาชน
กลุ่มนักเขียนที่เป็นผลผลิตของเหตุการณ์ 14 ตุลา คือ กวี ช่วงนี้ถือเป็นยุคทองของบทกวีเพื่อชีวิต กวีแนวเพื่อชีวิตสร้างสรรค์ผลงานออกมามากมาย เช่น
- “บทกวีเพื่อชีวิต” “ต่อสู้กู้ชาติ เอกราษฎร์ อธิปไตย” และ “พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” ของ รวี โดมพระจันทร์
- “ด่านสาวคอย” “เราจะฝ่าข้ามไป” ของ วิสา คัญทัพ
- “ซับแดง” ของ ประเสริฐ จันดำ
- “น้ำท่วมฟ้า ปลากินดาว” ของ วิสา คัญทัพ และประเสริฐ จันดำ
- “จารึกบนหนังเสือ” ของ ประเสริฐ จันดำ และ สุรชัย จันทิมาธร
- “คำเตือนของผองเพื่อน” ของ สถาพร ศรีสัจจัง
- “ขออย่าให้เราสลายพลังเพราะจะพังทลาย” “เขียนให้อาชีวะ” ของ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์
- “อหังการของดอกไม้” ของ จิระนันท์ พิตรปรีชา

กวีเด่นที่มีผลงานลุ่มลึกหนักแน่นในแนวคิดเชิงสังคม และแพรวพราวด้วยภาษาและกลวิธีทางวรรณศิลป์ คือ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ผลงาน “อาทิตย์ถึงจันทร์” เป็นโคลง 500 บท พรรณนาเหตุการณ์ต่อสู้ของนักเรียนนิสิตนักศึกษาจากวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลา 16 ถึง วันจันทร์ที่ 15 ตุลา 16 อีกเล่ม คือ “เพียงความเคลื่อนไหว” รวมบทกวีที่ตีพิมพ์บทที่เด่นคือ “หนทางแห่งหอยทาก” “เพียงความเคลื่อนไหว” รวมบทกวีเล่มนี้ได้รับรางวัลซีไรต์ปี 2523 และเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ในปี 2536 คู่กับ “อุชเชนี” (ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา) กวีหญิงแนวเพื่อชีวิตในทศวรรษ 2490

นักเขียนอาวุโสแนวเพื่อชีวิตอีกคนที่ได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ คือ “ลาว คำหอม” คำสิงห์ ศรีนอก

ช่วงเวลาเบ่งบานของวรรณกรรมเพื่อชีวิตแสนสั้น วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ดอกไม้แห่งปัญญาดอกนี้ถูกทำลายด้วยพลังของอำนาจเผด็จการอันโหดร้าย ความรุนแรงเข้าครอบคลุมสังคมไทย















วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ด้วยแนวทางสันติวิธี ผ่านบทกวีและเรื่องสั้น
2. เพื่อให้พลังของวรรณกรรมได้กลับมามีบทบาทสร้างสรรค์สังคมไทย
3. เพื่อสร้างสรรค์แนวทางสันติวิธีให้เกิดขึ้นในหัวใจของเด็กเยาวชน คนหนุ่มสาว ตลอดจนประชาชนทั่วไป เพื่อความผาสุกของสังคมไทย

รูปแบบการประกวด
เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการ 30 ปี 6 ตุลา โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภทดังนี้
1. ประเภทเรื่องสั้น
2. ประเภทบทกวี

กติกาการส่งผลงานเพื่อเข้าประกวด
1. ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกวดรางวัลนี้ทุกกรณี ไม่มีสิทธิ์ส่งผลงาน
2. ต้องเป็นผลงานใหม่ ที่ไม่เคยส่งเข้าประกวดหรือชนะเลิศรางวัลใดๆ และต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยเผยแพร่สู่สาธารณชน ตลอดจนไม่เคยตีพิมพ์จัดจำหน่ายเป็นเล่มมาก่อน
3. ผู้ส่งผลงานจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครประกวดให้ชัดเจนรวมทั้งส่งเอกสารประกอบการส่งประกวดให้ครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อและชื่อ-นามสกุลจริง(ตัวบรรจง)ของผู้ส่งผลงานกำกับไว้ในผลงานที่ส่งเข้าประกวด
4. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องเป็นเจ้าของผลงานที่แท้จริงและจะต้องรับผิดชอบในการละเมิดแนวความคิดรวมทั้งลิขสิทธิ์ บทประพันธ์ของผู้อื่น
5. ผู้ส่งประกวดต้องระบุประเภทผลงานที่ส่งให้ชัดเจนและส่งผลงานชื่อเรื่องละ 6 เล่ม
6. สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่จำกัดประเภทและจำนวนผลงาน แต่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
7. ผลงานทุกชิ้นงานที่ส่งเข้าประกวดและผ่านการคัดเลือกรวมทั้งได้รับรางวัล คณะจัดการประกวดสามารถนำไปประชาสัมพันธ์ สู่สาธารณชนได้ โดยลิขสิทธิ์ผลงานยังคงเป็นของผู้เขียน
8. คณะกรรมการสงวนสิทธิ์ไม่ส่งคืนผลงานที่ส่งเข้าประกวด
9. ส่งผลงานเข้าประกวดภายในวันที่ 15 กันยายน 2549 กรณีที่ส่งผลงานทางไปรษณีย์ให้ถือเอาวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
10. หากตรวจสอบได้ว่าผลงานที่ได้รับรางวัลละเมิดกติกาข้อใดแม้เพียงหนึ่งข้อจะต้องถูกเพิกถอนรางวัลและเงินรางวัล รวมถึงตัดสิทธิ์เข้าร่วมการประกวดใดๆ ที่องค์กรร่วมจัดการประกวดจะจัดขึ้นในอนาคต
11. เงินรางวัลทั้งหมดที่ผู้ชนะการประกวดได้รับจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5% ตามกฎหมายฯ
12. คณะกรรมการสงวนสิทธิ์ไม่มอบรางวัลในกรณีที่ผลงานส่งเข้าประกวดมีคุณภาพไม่ถึงเกณฑ์ตามดุลพินิจของคณะกรรมการ
13. คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นอันสิ้นสุด





หลักเกณฑ์พิจารณาและตัดสิน
ประเภทเรื่องสั้น-บทกวี
1. ต้องเป็นเรื่องสั้นที่ประพันธ์ขึ้นเอง
2. เขียนด้วยภาษาไทย
3. ความยาวไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A4 ขนาดตัวอักษร 15 POINT
4. การตัดสินจะพิจารณาจากเนื้อหาที่เกี่ยวโยงกับหัวข้อ ‘สันติวิถี-วิถีสันติ’ เพื่อสร้างความสมานฉันท์ด้วยวิถีทางแห่งสันติ
5. ประกอบไปด้วยความคิดริเริ่ม ความสร้างสรรค์ ความมีวรรณศิลป์

หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร
1. ใบสมัครการประกวด
2. สำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
3. ผลงานที่ส่งเข้าประกวด

กำหนดส่งผลงาน ภายในวันที่ 15 กันยายน 2549
ประกาศผล/มอบรางวัล7 ตุลาคม 2549 ในงาน 30 ปี 6 ตุลา ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สถานที่ติดต่อ/ส่งผลงาน/สอบถามรายละเอียด
เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย
2170 อาคารกรุงเทพทาวเวอร์ ชั้น 7 ห้อง 707 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์/โทรสาร 0 2308 0410-11 / 0 75199 150 www.thaiwriternetwork.com , e-mail : thaiwriternetwork@hotmail.com

คณะที่ปรึกษาการประกวด
คำสิงห์ ศรีนอก (ลาว คำหอม) (ศิลปินแห่งชาติ)
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (ศิลปินแห่งชาติ, นักเขียนรางวัลศรีบูรพา, กวีซีไรต์)
สุชาติ สวัสดิ์ศรี (ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย, นักเขียนรางวัลศรีบูรพา)
สถาพร ศรีสัจจัง (ศิลปินแห่งชาติ, ผู้อำนวยการสถาบันทักษิณคดี)

รางวัลการประกวด
- รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมเงินสดมูลค่า 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1เงินสดมูลค่า 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2เงินสดมูลค่า 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ

องค์กรผู้รับผิดชอบ
1. คณะกรรมการจัดงาน 30 ปี 6 ตุลา
2. เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย


โดย : พลากร
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 27 ก.ค. ปี 2006 [ เวลา 17 : 35 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook