บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 3)

เรื่อง : ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 3)

พ่อกับแม่ เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง กลางวันทำงาน กลางคืนเรียนต่อภาคค่ำ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต่อมา เมื่อย้ายมาอยู่ด้วยกัน แม่จึงเลิกเรียน เพราะค่าใช้จ่ายมากขึ้น ในขณะที่รายได้คงเดิม


แต่แค่เดือนที่สองที่อยู่ด้วยกัน แม่ก็แพ้ท้อง ด้วยเหตุที่ เหนื่อยกับงานที่ร้านอาหาร เมื่อกลับถึงบ้าน ยังต้องมาเก็บกวาดเช็ดถู ทำงานบ้านอีก เป็นเหตุให้ลืมกินยาคุมอยู่บ่อยๆ ส่วนพ่อเลิกงาน ก็ยุ่งวุ่นวาย กับการมุดูหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย


เมื่อพ่อสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง กว่าแม่จะรู้ว่าท้อง ก็มีชาอุ่น ได้สี่เดือนแล้ว เมื่อคนทำงานหารายได้เหลือเพียงพ่อคนเดียว กับค่าใช้จ่ายที่เริ่มมากขึ้นทุกที เพราะแม่แพ้ท้องมาก จนลุกจากที่นอนไม่ไหว พ่อเริ่มเหนื่อยและหงุดหงิด แถมกลัวว่าอาจจะต้องสละสิทธิ์ในการเรียน การทะเลาะวิวาท ก็เกิดขึ้น


เมื่อแม่ตั้งท้องได้ เจ็ดเดือน วันหนึ่งมีรถเบนซ์มาจอดที่หน้าบ้านเช่า สาวสวยคนหนึ่ง เดินเข้ามาที่ห้องพร้อมพ่อ ด้วยเช็คราคาสองแสนบาท แล้วพ่อก็เก็บของไปอยู่กับแม่หม้ายสาวใหญ่คนนั้น


แม่คลอดชาอุ่น ที่เชียงใหม่ แล้วทิ้งเงินก้อนโต ให้ยายช่วยดูแลชาอุ่นแทน ด้วยเหตุผลสั้นๆแต่ยายรีบรับปาก


“หนูจะไปหาผัวใหม่ ถ้าติดนังหนูไปด้วย กลัวแม่กับลูก สักวันต้องมีผัวคนเดียวกันนะจ๊ะแม่”


เมื่อชาอุ่นอายุ 4ขวบ แม่ก็พาพ่อค้าหมูคนหนึ่ง มาสู่ขอกับยาย แต่นั้นมา แม่ก็แค่ส่งเงินมาให้ยายเลี้ยงชาอุ่น จนจบปริญญา และแล้วเมื่อยายตาย แม่มาเผาศพ และบอกกับชาอุ่นว่า


“ไปอยู่กรุงเทพฯ หางานทำที่นั่นดีกว่า แต่แม่จะเช่าบ้านให้แกอยู่คนเดียวน่ะ”

“หนู ขอแก้วไปอยู่ด้วยได้ไหมคะแม่?”


แก้วเพื่อนข้างบ้าน ที่เรียนด้วยกันมาแต่เด็ก จนจบปริญญามาด้วยกัน ต่างก็แต่พ่อของแก้วถูกรถชนตาย เมื่อแก้วอายุเพียง 7ขวบ แต่แม่ของแก้ว ก็กัดฟันต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ในการเลี้ยงลูกมาจนโต และครองตัวเป็นหม้ายมาจนบัดนี้


แต่ครึ่งปีมาแล้ว ชาอุ่นยังหางานทำไม่ได้สักที ผิดกับแก้วซึ่งโชคดีกว่า มีญาติทางพ่อแนะนำไปทำงานที่ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งบัญชีแผนกเสื้อ และเมื่อมีงาน แก้วก็ขอย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำงาน ชาอุ่นจึงไม่เคยได้พบแก้วอีก นอกจากโทรคุยกันบ้างในบางครั้ง ที่เป็นวันหยุดของแก้ว


ทุกครั้งที่แก้วอ่านพบมีบริษัทรับสมัครงาน จะรีบโทรมาบอกชาอุ่นทันที แต่เมื่อชาอุ่นเดินทางไป มักจบลงด้วยเหตุนี้


“คุณสมบัติของคุณ เป็นที่พอใจของบริษัทเรา ยินดีรับคุณเข้าทำงานค่ะ เพราะเรามีที่ว่างหลายตำแหน่ง ในฝ่ายคอมพิวเตอร์”
“ดิฉันมาทำงานได้เมื่อไรค่ะ?”
“อ๋อ ได้เลยค่ะ หลังจากผ่านการฝึกอบรมแล้ว”
“อบรมอะไรค่ะ?”
“อบรมด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการแนะนำที่จำเป็น พนักงานทุกคนจะได้รับการอบรม จากผู้เชี่ยวชาญ ที่เราเชิญมาอบรมเป็นพิเศษ..และไม่คิดค่าอบรมด้วยค่ะ”
“ไม่ต้องจ่ายค่าอบรมเลยเหรอค่ะ?”
“ค่ะ แต่ว่าค่าลงทะเบียน และค่าใบประกาศนียบัตร หลังผ่านการอบรมต้องจ่ายเองน่ะค่ะ ก็แค่ 8พันบาท แต่เงินเดือนของคุณจะสตาร์ทที่ 1หมื่น5พันบาทน่ะค่ะ”
“ดิฉันไม่มีเงินค่าสมัครค่ะ”


บริษัทเฮงซวยแห่งแล้วแห่งเล่า ยังไม่ทันทำงาน ก็เรียกเก็บเงินก้อนโต แล้วใช่แน่ว่าจะได้งาน บางครั้งเมื่อเปิดรับสมัครแล้ว อีกสองวันต่อมา ก็ปิดกิจการหนีหายไป..ตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ


ชาอุ่นเดินเซ็งๆ สี่แห่งแล้วในเช้าวันนี้ ..ท้องเริ่มร้อง ชาอุ่นสอดส่ายสายตา มองร้านค้าแถวๆนั้น ก่อนตัดสินใจ ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ที่ตรอกเล็กๆตรงนั้น มีรถเข็นขายบะหมี่จอดอยู่

“อุ่นจริงๆด้วย เมื่อกี้แก้วคิดว่า มองคนผิด”


เมื่อบะหมี่มื้อนั้นผ่านไป ชาอุ่นจึงมาทำงานที่ร้านมินิมาร์ท ใกล้ห้างที่แก้วทำงานอยู่

“อุ่น ทำไปก่อนน่ะ ไว้มีงานดีกว่านี้แก้วจะมาบอกเองจ๊ะ”


ชาอุ่นทำที่สาขานั้นได้สองเดือน ทางหัวหน้าก็ขอให้เธอย้ายไปช่วย ที่สาขาตรอกจันทร์รอบ “กะดึกชั่วคราว”จนพบเพิ่มพลู และเขาย้ายเธอไปที่เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าแผนกคนงานของที่นั่น..และที่นี่เธอพบเขา...นัท


แต่คืนนี้ฝนตกหนักมาก ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าฝน เพิ่มพลูมาเคาะที่บ้านพักคนงานตอนสี่ทุ่ม


“คุณอุ่น เก็บข้าวของจำเป็น แล้วไปขึ้นรถผมนะครับ”
“มีอะไรรึค่ะ?คุณเพิ่ม”
“นัทถูกยิง เป็นตายเท่ากัน ตอนนี้อยู่ที่พระประแดง”
“เอ๊ะพงศ์บอกว่า นัท ไปพม่าซื้อวัตถุโบราณให้คุณไม่ใช่รึค่ะ?”


ชาอุ่นถามอย่างงุนงง เพราะตอนเย็นก่อนเลิกงาน เธอโทรไปที่ทำงานของนัท แต่พงศ์คนสนิทของนัท ที่ดูแลอู่รถแทน บอกเธอเช่นนี้นี่นา


เพิ่มพลูนิ่ง ชาอุ่นจึงรีบเข้าไปเก็บของใช้ส่วนตัวเล็กน้อย ขณะนั้นความรู้สึกหดหู่สังหรณ์ใจ เกิดขึ้นกับเธอ...ราวกับว่า...เธอจะเป็นคนตายเสียเอง!!


เหมือนวิญญาณ..ล่องลอย..หลุดจากร่าง
ใจว่างว่าง..เหมือนดับดิ้น..ยากเจอะเจอ
เหมือนชาตินี้..ดับสนิท..ไม่พบเธอ
เหมือนละเมอ..เพ้อครวญ..อยู่หลุมเหว


เพิ่มพูลหลอกชาอุ่นขึ้นรถ อ้างจะพาเธอไปที่ชานเมืองใกล้กรุงเทพฯ เพราะสมุนเขากำลังพานัทขึ้นรถไปเจอกันที่นั่น แต่เมื่อชาอุ่นขึ้นรถแล้ว เพิ่มพูลลอบส่งสายตาบอกใบ้สมุน ให้ขับไปที่บ้านพักตากอากาศอีกแห่งหนึ่ง เพื่อจะเอาเธอไปซ่อนไว้แถวพัทยา และชาอุ่นไม่มีทางรู้ความจริงได้ เพราะไม่เคยคุ้นกับเส้นทางเหล่านั้น และเพิ่มพูลคิดไว้ว่า เมื่อจัดการเรื่องนัทเรียบร้อยแล้ว จะย้อนกลับมารวบรัดชาอุ่นเสียที


แต่คืนนั้นสุจินต์ เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลที่พัทยา ซึ่งมือขวาของเขาได้ถูกนัทฆ่าตาย กำลังจับตาคอยหาโอกาสตอบโต้อยู่ แต่เพิ่มพูลก็ไม่เคยกลัว ด้วยเชื่อมั่นในฝีมือ ของกำลังคนฝ่ายตน อีกทั้งกำลังอาวุธที่เหนือกว่ามากมาย


เมื่อรถทั้งแปดคัน ที่คอยประกบให้เขาทั้งหน้าและหลัง รวมทั้งสมุนมือเอกอีกนับสิบ ผ่านโค้งมืดบ้านสวนมา อีกโค้งหน้าโค้งเดียว จะเข้าถึงเขต บ้านพักของเพิ่มพูล รถทุกคันแล่นมาด้วยความเร็วสูง จนคนที่หลบดักรอ ต้องรีบตัด สินใจ


เสียงปืนดัง ปัง!!ดังสะท้านขึ้นที่เบื้องหน้า ตามด้วยเสียงร้องโอ๊ย จากสมุนเขาที่รถคันแรก จากนั้น เสียงปืนก็ดังรัวราวจุดประทัด รถทุกคันพรุนไปด้วยรูกระสุน


เพิ่มพูลกับมือปืนอีกแปดคน หลบลงจากรถเบนซ์คันที่ 4 มือซ้ายเขาฉุดกระชากชาอุ่น ที่ตื่นตระหนกหน้าซีดปากสั่น ให้วิ่งหลบตามอยู่เบื้องหลังเขา เลียบไปตามมุมมืดของกำแพงรั้วบ้านแถวนั้น


ทันใดนั้นมีคนอีกหกคนพร้อมอาวุธปืนครบครัน กระโดดออกมาดักยิงที่เบื้องหน้าอีกครั้ง มือปืนของเพิ่มพูลล้มลงคนแล้วคนเล่า สุดท้ายเหลือเพียงเขากับชาอุ่น ซึ่งวิ่งหลบพ้นมาจนถึง รั้วประตูหน้าบ้านแล้ว ขณะที่สมุนในบ้านเปิดประตูไฟฟ้าให้เพิ่มพูลเข้าบ้าน


“เปรี้ยง !เปรี้ยง!”

กระสุนดังขึ้นอีกสองนัด ถูกที่ต้นแขนเพิ่มพูล ความเจ็บปวดบวกกับความคิดต้องการมีชีวิตต่อไป เขาจำต้องเสียสละสาวน้อยเบื้องหน้าคนนี้เสียแล้ว จากที่เขากำบังกระสุนให้เธอมาตลอดเวลา ยามนี้เขาดันตัวเธอมาที่เบื้องหน้าเขาเพื่อ เป็นเป้ากระสุนแทน ....


นัดแล้วนัดเล่า ของกระสุนฝ่ายศัตรู..ที่แล่นเข้ามากระทบตัวเธอ ชาอุ่นสะดุ้งเฮือกชานิ่งสักครู่ ก่อนร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด เพิ่มพูลใจอำมหิตหลบอยู่เบื้องหลังเธอ ยึดตัวเธอบังนิ่งนาน..และนาน


จนหลบเข้าตัวบ้านพักได้สำเร็จ เมื่อเข้ามาที่ห้องรับแขก ชาอุ่นสาวน้อยผู้อาภัพตลอดทั้งร่าง เต็มไปด้วยรอยกระสุน เธอตายโดยตายังคงเหลือกค้างนิ่งตกใจอยู่เช่นนั้น!!!


เพิ่มพูลรู้ดีว่า ตอนนี้เขาไม่อาจให้นัทรู้เรื่องนี้ได้ เพราะอิทธิพลของอาเส่งที่ฮ่องกงตอนนี้ ก็ใหญ่ไม่ใช่ย่อย อีกทั้งนัทกับอาเส่ง เป็นศิษย์ครูเดียวกัน ในเรื่องแข่งรถ ถ้านัทขอความช่วยเหลือ อาเส่งคงต้องเล่นงานเขาแน่ อีกทั้งสมุนอีกพวกหนึ่งที่ขึ้นกับนัท ที่อู่รถแข่ง อาจร่วมมือกันต่อต้านเขาด้วย


ยามนี้เขาต้องการใช้กำลังคนมาก เพื่อจัดการกับสุจินต์ก่อน เขาจึงสั่ง “เจ้าว่อง”สมุนเอก ที่เขาเอามาเลี้ยงแต่เด็ก ให้ยัดร่างที่ขาดใจของชาอุ่นลงในถุงกระสอบข้าว ซ้อนสองชั้น แล้วนำหินขนาดใหญ่หลายสิบก้อนใส่ลงไปด้วย


จากนั้นนำออกไปถ่วงลงกลางทะเล ซึ่งอยู่ทางด้านหลังบ้านพักเขานั้นเอง ร่างของชาอุ่นเหมือนขยะห่อใหญ่..เจ้าว่องใช้เท้าถีบลงทะเล.. ชีวิตสาวน้อยก็หายลับ..ไปกับสายน้ำ..หายไปจากโลกนี้ตลอดกาล.....


“นัทช่วยอุ่นด้วย อุ่นทั้งหนาว ทั้งกลัวเหลือเกิน มันมืดไปหมด ได้โปรดช่วยอุ่นด้วย”


เสียงร้องโหยหวนเช่นนี้ เกิดขึ้นติดต่อกันมาได้อาทิตย์กว่าแล้ว นัทหวั่นใจเหลือเกิน หรือมีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นกับเธอน่ะ?


แต่ว่าเพิ่มพูลก็ยืนยันหลายครั้งนี่นา ว่าสั่งให้ชาอุ่นกลับไปบ้าน เพื่อพักอยู่เฉยๆสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อเลี่ยงจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ด้วย


ดึกคืนนั้นนัทตัดสินใจลอบขึ้นเรือสินค้า จากฮ่องกงมาทีท่าเรือจุดนัดพบ พงศ์คนสนิทเอารถแข่งไปรอรับเขา


“เฮียนัท ผมว่ามันชักไม่ค่อยดีน่ะ ผมโทรหาเจ้อุ่นไม่เจอเลย”


อาเส่ง ที่มาด้วย มียายเป็นชาวพื้นเมืองซานตุง ซึ่งมีวิชาหาคนหายตามแบบคนโบราณ ที่ได้ผลดี และยังมีคนจำนวนหนึ่ง เชื่อถือปฎิบัติกันมานาน เรียกว่าว่า “ฉ่ำซี”รับปากจะให้คนไปรับยายมาช่วย


สี่วันที่นัทหลบซ่อนตัว ที่อู่รถด้วยใจกังวลถึงคนรัก คืนที่ห้า อาเส่งก็พายายมาหาเขา ยายหลิวของอาเส่ง สั่งตั้งเครื่องเซ่นบูชา ที่หน้าอู่รถในตอนตีสาม จากนั้นก็สั่งให้นัทนำเสื้อของชาอุ่นออกมา เมื่อยายหลิวสวดมนตร์เสร็จ นำมารนไฟ.. ยายหลิวก็หน้าเปลี่ยนสีทันที


“คุณพระช่วย!! เธอตายมายี่สิบกว่าวันแล้วค่ะคุณ”


……..จบ..ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 3)…………






โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 4 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 20 : 3 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook