บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> Eternal fantasy : เรื่องเล่าขาน นิทานก่อนนอน

เรื่อง : Eternal fantasy : เรื่องเล่าขาน นิทานก่อนนอน

=1= ปฐมบทแห่งการเริ่มต้น

“ สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ข้า ๆ จะตอบแทนมันคืนอย่างสาสม เจ้าผู้แย่งชิงทุกสิ่งไปจากข้า แม้แต่สิ่งที่เป็นเพียงความปรารถนาเดียวที่ข้าต้องการ เจ้าก็ยังช่วงชิงมันไปครอบครอง ข้าจะไม่มีวันให้อภัยกับเจ้าโดยเด็ดขาด ข้าจะทำให้เจ้าต้องรู้สึกทนทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิต และลูกของเจ้าก็คือค่าตอบแทนของการทรยศหักหลังข้าในครั้งนี้.... ”

“ ไม่นะ....ท่านพี่ ให้อภัยข้าด้วย อี่ก ! ฮือ ฮือ ฮือ..... ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะทรยศท่านเลยแม้แต่น้อย ฮือ ฮือ ฮือ..... ได้โปรดอย่าทำร้ายลูกของข้าเลย ท่านเอาชีวิตของข้าไปแทนเถอะนะ ฮือ ฮือ ฮือ.... ”

ทันทีที่ผู้บุกรุกได้ยินคำอ้อนวอนจากหญิงสาวเบื้องหน้านั้น เปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังก็ปรากฏขึ้นภายในดวงตาสีเขียวมรกตที่ดูทรงอำนาจแห่งเวทย์มนตร์คู่นั้นขึ้นมาทันที ก่อนที่สายตาของนางจะหลุบมองไปยังทารกน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่อาจจะบอกได้ว่านางกำลังคิดเรื่องอะไรเกี่ยวกับเด็กทารกน้อยนั้นอยู่กันแน่ เพียงแต่ว่าในยามที่นางทอดมองไปยังทารกน้อยนั้น มันดูเหมือนว่านางกำลังคิดถึงใครอีกคนที่นางปรารถนาจะได้ครอบครองมาตลอด หากแต่สิ่งที่นางเฝ้ารอคอยมาชั่วชีวิตนั้น กลับเลือกที่จะเดินเคียงข้างไปกับน้องสาวฝาแฝดของนางแทน และเมื่อนางหวนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตถึงตรงนี้นั้น นางก็ได้แปรเปลี่ยนความรู้สึกที่ถวิลหาเป็นความเจ็บปวดอย่างที่ไม่อาจจะให้อภัยคนตรงหน้าได้เลย

“ เจ้ายังหวังที่จะได้รับการอภัยจากข้าอีกอย่างงั้นเหรอ ? ในเมื่อเจ้ากล้าแย่งของรักของข้ามา เจ้าก็ต้องกล้าที่จะยอมรับผลแห่งการกระทำของตัวเจ้าเองด้วยสิ.....อัสเทรีย ”

“ แต่ข้าก็ยอมละทิ้งทุกอย่างมาแล้ว ทั้งอำนาจแห่งการพยากรณ์ แม้กระทั่งชีวิตที่เป็นนิรันดร์ข้าก็ไม่ต้องการ ท่านพี่...เฟรย่า ได้โปรดปล่อยพวกเราไปด้วยเถอะ อย่าได้ทำร้ายลูกของข้ากับคนที่ข้ารักเลย.... ”

“ ลูกของเจ้ากับคนที่รักอย่างงั้นเหรอ ? พวกเจ้ารักกันมากใช่มั้ย....รักกันมากจนยอมที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์แห่งนี้ ที่สักวันก็จะต้องตายจากกันอยู่ดี ทิ้งให้ข้าต้องอยู่ในโลกที่มืดมิดเพียงลำพัง ดีล่ะ...ในเมื่อเจ้าอยากเป็นแค่มนุษย์ที่มีการเวียนว่ายตายเกิดนัก ข้าก็จะทำให้เจ้าได้สมปรารถนา แต่ชีวิตลูกของเจ้าจะไม่มีวันได้รู้จักกับความตายแทน ข้าอยากจะรู้นักว่า หากเป็นแค่มนุษย์ที่ไม่ได้อยู่ในดินแดนแห่งความเป็นนิรันดร์แล้ว จะใช้ชีวิตยังไงบนโลกมนุษย์ที่ผู้คนรอบข้างจะค่อยๆตายจากไปทีละคน...ทีละคน โดยที่ตัวเองไม่สามารถตายได้ เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะปกป้องลูกของเจ้าจากความโดดเดี่ยว และแววตาสงสัยของคนรอบข้างได้ยังไงกันนะ...อัสเทรีย ในเมื่อตัวเจ้าเองสุดท้ายก็ต้องหมดอายุขัยตามกาลเวลาของโลกมนุษย์แห่งนี้อยู่ดี.....
ด้วยอำนาจแห่งมนตรา ในนามของผู้ที่ปกครองดินแดนแห่งอดีตกาล ผู้ควบคุมความมืดของทั้งสามภพ ข้าเฟรย่าขอประกาศให้เด็กสาวผู้ที่ถือกำเนิดในค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ตรงหน้าข้านี้ ให้นางมีชีวิตที่เป็นนิรันดร์อยู่บนโลกมนุษย์แห่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์ ”

“ ไม่นะ....ท่านพี่ ”

แต่เสียงร้องวิงวอนของอัสเทรียนั้น ก็ไม่อาจหยุดกระแสแห่งการไหลเวียนของมนตราที่ค่อยๆครอบคลุมพื้นที่ไปทั่วบริเวณบ้านของนางได้เลย เพราะทันทีที่สิ้นสุดเสียงของการร่ายมนต์จากแม่มดแห่งอดีตกาล ก็มีลำแสงเส้นหนึ่งพุ่งตรงมาจากฟากฟ้าที่ดำมืดมาสู่ร่างของทารกน้อยทันที

“ เมื่อนางอายุครบ 16 ปีเมื่อไหร่ กงล้อแห่งชะตากรรมของนางก็จะเริ่มหมุนขึ้น เมื่อนั้นข้าอยากจะรู้นักว่าชีวิตที่เจ้าเป็นผู้เลือกนั้น ยังจะทำให้เจ้ามีความสุขได้อีกเหรอเปล่า.....อัสเทรียน้องผู้ทรยศต่อข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า...... ”

ทันทีที่พูดจบ ร่างของหญิงสาวผู้บุกรุกในยามวิกาลนั้นก็ค่อยๆเดินจากไปอย่างช้าๆ โดยทิ้งให้หญิงสาวอีกคนที่เป็นน้องร่วมสายเลือดของนางเองแท้ๆ ร้องไห้ราวกับจะขาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่คิดที่จะหันกลับไปมองนางเลยแม้แต่น้อย.....

....................

“ .....แล้วแบบนี้เด็กคนนั้นก็ต้องอยู่คนเดียวมาตลอดเลยเหรอคะ....คุณปู่ ? ”

“ ใช่แล้วล่ะ.....แต่พอเธออายุได้ 100 ปี ก็มีชายหนุ่มรูปงามคนนึงปรากฏตัวขึ้นมา และมอบความรักที่บริสุทธิ์ใจให้กับโดยไม่เคยนึกหวาดกลัวเธอเหมือนอย่างคนอื่นๆเลย เมื่อแม่มดเฟรย่าได้รับรู้ถึงความรักที่ชายหนุ่มมีให้หญิงสาวที่มีอายุผ่านมา 100 ปีแล้วนั้น นางก็เริ่มใจอ่อนและยอมถอนคำสาปชีวิตนิรันดร์นั้นคืน หญิงสาวที่ไม่รู้จักความตายก็กลับมามีชีวิตที่ปกติอีกครั้งและได้ครองรักกับชายหนุ่มคนนั้นอย่างมีความสุข ”

“ ดีจังเลยนะคะ....ในที่สุดความรักที่บริสุทธิ์ก็สามารถชนะทุกอย่างได้ หนูเองก็อยากจะมีความรักแบบนั้นบ้างจัง ”

“ โฮะ โฮะ โฮะ !!! เอาไว้หลานโตกว่านี้ก่อนนะ หลานก็จะได้เจอกับความรักที่บริสุทธิ์เองแหละ ว่าแต่ตอนนี้หลานรีบไปโรงเรียนก่อนดีมั้ย ? เดี๋ยวจะสายเอานะ ”

“ ค่า....แล้วพรุ่งนี้หนูจะมาฟังคุณปู่เล่าอีกนะคะ ”

“ จะให้ปู่เล่าอีกเหรอ ? ไม่เบื่อหรือไงล่ะเรา ”

“ ไม่เบื่อหรอกค่ะ...ที่จริงถ้าพี่สาวคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ก็ดีสิคะ หนูจะได้เป็นเพื่อนเล่นกับเค้า ๆ จะได้ไม่เหงาไงล่ะคะ ”

“ ถ้าเค้ายังอยู่แล้วได้ฟังหนูพูดแบบนี้ เค้าจะต้องดีใจแน่ๆ ”

“ อายูมิ....ไปโรงเรียนได้แล้วลูก เดี๋ยวสายนะ....คุณพ่อรออยู่ที่รถแล้ว ไปรบกวนคุณปู่ทุกเช้าแบบนั้นมันไม่ดีนะ ”

“ ค่า ~ ถ้างั้นหนูไปก่อนนะคะ...คุณปู่ ”

“ จ๊ะ...ตั้งใจเรียนนะอายูมิ ”

“ ค่ะ....อ้อ ! ฝากสวัสดีพี่ไรเนะด้วยนะคะ ”

“ จ๊ะ...แล้วเดี๋ยวปู่จะบอกให้นะ รีบไปเถอะ...เดี๋ยวคุณพ่อจะรอนาน ”

“ ค่า ”

หลังจากที่เด็กหญิงวัย 7 ขวบวิ่งขึ้นรถพ่อของเธอเพื่อไปโรงเรียนแล้วนั้น คุณปู่ที่เธอพูดคุยอยู่ด้วยเมื่อครู่นี้ ก็เดินกลับเข้าไปภายในบ้านที่สร้างแบบบ้านญี่ปุ่นสมัยก่อนอย่างช้าๆ ซึ่งภายในบริเวณบ้านนั้นยังมีบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่อยู่อีกด้วย และทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปภายในบ้าน เขาก็ได้ยินเสียงใสๆ ของใครคนนึงดังมาจากห้องครัว ก่อนที่เจ้าของเสียงใสๆนั้นจะโผล่หน้าออกมาพร้อมทั้งขนมปังที่คาบอยู่ในปากหนึ่งแผ่น ส่วนมือของเจ้าตัวนั้นก็กำลังสาละวนอยู่กับการจับชายเสื้อตัวเองยัดเข้าไปในกระโปรงสีเทาที่สวมอยู่ ก่อนที่จะผูกโบว์สีแดงที่เจ้าตัวคล้องอยู่บนปกเสื้อให้เรียบร้อย พร้อมทั้งหยิบเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มที่วางอยู่บนชั้นวางโทรศัพท์ขึ้นมาสวมทับอีกทีนึง ก่อนที่เจ้าตัวจะเสยผมยาวสีดำขลับที่ลงมาปิดดวงตาของเธอนั้นให้พ้นออกไปจากดวงตาของเธอ เลยทำให้ชายชราที่หยุดยืนมองดูเธออยู่นั้นได้เห็นนัยน์ตาของเธอที่ข้างซ้ายเป็นสีเขียวมรกต ส่วนข้างขวาเป็นสีม่วงอเมทิสต์เข้าพอดี

“ เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าแม่มดเฟรย่ายอมใจอ่อนก็เพราะความรักที่บริสุทธิ์ใจของชายหนุ่มด้วย ทั้งๆ ที่เหตุผลที่เด็กสาวคนนั้นถูกสาบก็เป็นเพราะความอิจฉาในความรักบริสุทธิ์ที่พ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นมีให้แก่กันแท้ๆ ว่าแต่ตาแก่อย่างนายก็มีความรักที่บริสุทธิ์เป็นกับเขาด้วยเหรอ ? ”

“ น้อยๆหน่อยไรเนะ....ฉันยังไม่ได้แก่สักหน่อย ก็ใครกันล่ะที่เป็นคนบอกให้ฉันเป็นคุณปู่เพื่อไปเป็นผู้ปกครองให้สาว 1000 ปีอย่างเธอ ทั้งๆที่ฉันเองก็อยากจะเป็นคุณพ่อที่ยังหนุ่มอยู่แท้ๆ ”

“ คุณพ่อที่ยังหนุ่มอยู่อย่างนั้นเหรอ ? ก็เพราะไอ้ความที่อยากจะเป็นพ่อม่ายชูรสนั่นไม่ใช่เหรอไง ถึงทำให้ฉันต้องย้ายโรงเรียนมาแบบนี้ ทั้งๆที่มันไม่ได้เป็นความผิดของฉันเลยสักนิดเดียว แต่ไอ้ครูใหญ่เฮงซวยนั่นก็ดันมาโทษว่าเป็นเพราะฉันไปเข้าโรงเรียนนั้น เลยทำให้บรรดาพวกครูสาวๆในโรงเรียนต่างพากันแย่งจะมาเป็นแม่เลี้ยงของฉันแทนที่จะเป็นแค่อาจารย์สอนหนังสือ ถ้าคราวนี้ฉันยอมให้ตาแก่อย่างนายไปเป็นคุณพ่อที่ยังหนุ่มของฉันอีกล่ะก็.....ฉันคงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ”

“ โธ่....การที่ฉันเกิดมาแล้วหน้าตาดีมากนี่มันก็เป็นความผิดด้วยเหรอไง เอาอย่างนี้นะ เฉพาะเวลาที่จะต้องไปที่โรงเรียนของเธอๆก็ค่อยให้ฉันเป็นปู่ของเธอ แต่เวลาแบบนี้เธอก็ให้ฉันเป็นชายหนุ่มรูปงามแทน...ดีมั้ย ? ”

“ ไม่ได้...ไม่มีข้อแม้ทั้งนั้น ฉันขี้เกียจจะมานั่งตอบคำถามจากหนูอายูมิที่น่ารักว่าทำไมคุณปู่ถึงหายไปคะ ? แล้วตาแก่ลามกที่มาอยู่ในบ้านนั่นเป็นใครกัน ? ”

ขณะที่ไรเนะ หรือ มินาเซะ ไรเนะ พูดอยู่นั้น เธอก็ได้แกลังดัดเสียงเลียนแบบอายูมิ พร้อมทั้งทำหน้าล้อเลียนใส่ชิน หมาป่าหนุ่มที่อยู่กับเธอมานานจนเกือบเท่ากับอายุของเธอเอง และเป็นเพราะชินนั่นเองที่ทำให้เธอรู้สึกไม่เหงามากนักกับวันเวลาที่ผ่านมา

“ ฉันไม่ได้เป็นตาแก่ลามกสักหน่อย ฉันก็มีแค่เธอคนเดียวนะไรเนะ....เมื่อไหร่เธอถึงจะยอมใจอ่อนสักทีล่ะ ? ฉันคอยเธอมานานแล้วนะ ”

“ เสียใจ...ฉันยังไม่อยากได้ยินใครมาบอกว่าคู่นี้ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมดูเป็นอมตะดีจังเลยนะ ไม่เจ็บ ไม่แก่เลย.... อีกอย่างนายก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าฉันรักใครไม่ได้ คำสาบของแม่มดเฟรย่ามันไม่ได้มีแค่ชีวิตที่เป็นนิรันดร์เพียงอย่างเดียวสักหน่อย แต่ฉันเองจะต้องใช้ชีวิตโดยที่ไร้ความรักอีกด้วยต่างหาก.... ”

“ อย่าเศร้าไปเลยน่าไรเนะ ถึงเธอจะต้องอยู่โดยปราศจากรัก แต่เธอก็ยังมีฉันคอยอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนเธอไง ”

“ ขอบใจนะชิน ”

“ ไม่เป็นไรน่า.....เพราะเธอเองก็เป็นคนที่ทำให้ฉันเป็นอย่างทุกวันนี้ได้เหมือนกัน ถึงบอกไงว่าเราเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจะตายไป ”

“ เชิญนายเพ้อเจ้อไปคนเดียวเถอะ ฉันไปโรงเรียนก่อนดีกว่า ”

“ ไปดีมาดีนะ ”

“ อืมม์..... แล้วอยู่เฝ้าบ้านดีๆล่ะ อย่าได้เที่ยวไปก่อเรื่องก่อราวที่ไหนอีก ”

“ รู้แล้วล่ะน่า.....รีบไปเถอะ ”

หลังจากที่ไรเนะเดินคล้อยหลังชินไปได้ไม่ไกลนัก ชินก็เปลี่ยนสภาพตัวเองจากชายชรากลายมาเป็นชายหนุ่มรูปงามแทนทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะเอาเชือกเส้นนึงมาผูกผมสีทองของตัวเองที่ยาวจนถึงระดับเอวนั้นไม่ให้มันดูเกะกะ แล้วเจ้าตัวก็เดินออกไปข้างนอกบ้านบ้าง อย่างนิสัยของหมาป่าที่ไม่ชอบอยู่ภายในบ้านเฉยๆ ตามคำสั่งของไรเนะ

....................

เวลา 02.00 AM.

“ ยะ....อย่า ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะนะ อย่าฆ่าฉันเลย.... ”

ชายแก่ร่างท้วมที่มีศีรษะโล่งเตียนไปเกือบครึ่งหัวแล้วนั้น กำลังร้องขอชีวิตของตัวเองจากเด็กหนุ่มคนนึงที่อยู่ๆก็บุกรุกเข้ามาภายในห้องพักส่วนตัวของเขาที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมชื่อดังกลางเมืองโตเกียว ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆพาร่างที่ดูเทอะทะนั้นกระเสือกกระสนไปรอบๆห้องอย่างทุลักทุเล เพราะขาข้างขวาของเขาตอนนี้ได้ถูกเด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีแดงเพลิงนั้นหักจนมันมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวไปจากเดิม ซึ่งมันได้สร้างความเจ็บปวดให้แก่เขาไม่น้อยเลยทีเดียว
และทั้งๆที่เขาได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากบอดี้การ์ดของเขาที่อยู่บริเวณหน้าห้องพักของเขาจนสุดเสียงแล้ว แต่ก็กลับไม่มีใครได้ยินเสียงร้องของเขาเลยสักคน ทั้งๆที่ตัวเขาเองยังได้ยินเสียงบอดี้การ์ดของเขากำลังเดินไปมาอยู่ที่ด้านหลังประตูห้องพักของเขาเองแท้ ๆ มันเลยยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเด็กหนุ่มตรงหน้ามากขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่เด็กหนุ่มคนนี้น่าจะมีอายุไม่เกิน 16 ปีด้วยซ้ำ แต่มันก็กลับทำให้เขารู้สึกกลัวจนตัวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ราวกับว่าเขาได้เห็นพญามัจจุราชกำลังเข้ามาเอาชีวิตของเขาไป มากกว่าที่จะเป็นแค่เด็กหนุ่มที่มีอายุไม่เกิน 16 ปีเท่านั้น

“ แกต้องการอะไร แกบอกฉันมาสิ... ฉันจะหามาให้แกทุกอย่างเลย แกจะเอาเงินใช่มั้ย ? จะเอาเท่าไหร่ล่ะ...บอกมาเลยเดี๋ยวฉันจะเซ็นเช็คให้ แต่...แต่ถ้าแกอยากจะได้เงินสดก็ได้นะ เดี๋ยวฉันจะพาแกไปเปิดตู้เซฟที่บ้านของฉัน หรือว่าแกอยากจะได้อำนาจล่ะ ? ฉันให้แกได้นะ แกอยากได้อะไร แกบอกฉันมาเลย ขอแค่แกไว้ชีวิตฉันเท่านั้น อย่าฆ่าฉันเลยนะ.....”

แต่คำพูดของชายวัยกลางคนที่กำลังหวาดกลัวต่อความตายตรงหน้านั้น ก็ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มมีท่าทีจะเปลี่ยนใจได้เลย เขายังคงเดินย่างสามขุมมาเรื่อยๆอย่างใจเย็น พร้อมกับกระชับดาบสีเพลิงในมือของเขาที่ดูตัดกันกับผมสีเงินของเขาที่ดูเย็นตาท่ามกลางแสงจันทร์นวลที่ส่องมากระทบกับเรือนผมของเขา ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆเหยียดยิ้มที่มุมปากและพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“ เสียใจ....สิ่งที่ฉันต้องการมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือชีวิตของแก ”

“ อ๊ะ....อ๊ากกกกกกกกกกก !!!! ”

ฉับ !!!!!

สิ้นเสียงของเด็กหนุ่ม เจ้าตัวก็ใช้อาวุธในมือของเขาตวัดพาดลงบนลำคอของชายร่างท้วมทันที จากนั้นเด็กหนุ่มก็ค่อยๆเช็ดเลือดออกจากดาบของเขาอย่างช้าๆก่อนที่เจ้าตัวจะเก็บดาบของเขาเข้าไปในฝ่ามือที่มีรอยแผลเป็นรูปไม้กางเขนที่อยู่ด้านซ้ายมือนั้น พร้อมทั้งเอาถุงมือหนังสีดำมาใส่เพื่อปกปิดรอยแผลเป็น จากนั้นเจ้าตัวก็เร้นกายหายไปในความมืด พร้อมทั้งข่ายอาคมที่เขากางเอาไว้ในตอนแรกนั้นก็หายไปด้วย

...................


โดย : rain
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 7 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 11 : 40 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook