บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ฤาเพราะพรหมลิขิต (8)

เรื่อง : ฤาเพราะพรหมลิขิต (8)

ยายหลิวหลอกนัทว่า ต้องรอวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ เพราะจะรอพบหล่านฟ้าก่อน เมื่อกลับมาที่ซานตุง ยายหลิวรีบไปที่บ้านไม้หลังเล็ก ที่ท้ายสวนลิ้นจี่ เมื่อจุดธูปเทียนสำรวมจิตแน่วนิ่งแล้ว..หล่านฟ้าก็มาหาทันที

“ยายหลิว หล่านจะพายายย้อนกลับไปในอดีต ไปดูวันที่ลูกชายหล่าน แต่งงานค่ะ”

จากนั้น เหมือนมีหมองละเอียดอ่อน ลอยผ่านหน้า สักครู่ ยายหลิวมองเห็นเหมยกับไหม กำลังทะเลาะกันที่ห้องนอนส่วนตัวทันที

“ไหม แกเป็นน้อง แกจะแต่งงานก่อนไม่ได้น่ะ แกต้องรอพี่ก่อน พี่อายคน”

“แต่พี่ก็ยังไม่มีคนรักสักทีนี่ค่ะ แม่สื่อ หามากี่คนพี่ก็ไม่เอาสักที”

“ฉันไม่ชอบ หน้าตาไม่ดีสักคน ฉันชอบอาตง แกให้พี่แล้วกันน่ะ พี่ขอล่ะ”

“เป็นไปไม่ได้ ไหมกับพี่ตงรักกันมาก พรุ่งนี้ไหมก็จะเป็นเจ้าสาวของเขาแล้วนะค่ะ”

เหมยเดินกระแทกเท้าออกไป ยืนระงับอารมณ์ที่ระเบียง ขณะที่เหมยกำลังคิดกังวลกับความรัก ที่ผิดหวังของตัวเอง เธอก็เหลือบเห็นหนูวิ่งผ่านหน้าที่ในสวนข้างล่าง ดวงตาเหมยเป็นประกายอย่างน่ากลัวทันที เหมยเดินเข้าครัวปรุงบัวลอย จากนั้นนำไปให้ไหมกินถึงห้องนอน

“ไหนๆน้องก็คิดจะแยกไปมีสามีก่อนพี่แล้ว เราอย่ามาทะเลาะกันเลยน่ะ พี่ปรุงบัวลอยที่ไหมชอบ มาเป็นของขวัญแล้วกันน่ะ กินสะซิยังร้อนๆอยู่เลยน่ะ”

ไหมมองหน้าพี่สาว ที่มักพาลหาเรื่องไม่เว้นวาย แต่คืนนี้เมื่อพี่สาวมาพูดดีด้วยไหมก็ใจอ่อน รับถ้วยบัวลอยมาตักกินทันที เพียงคำที่สาม..ยายหลิวมองเห็นเด็กสาว ตาเหลือกค้าง ลงไปนอนดิ้น ทุรนทุรายทันที ก่อนร่างของไหมจะแน่นิ่งไป เสียงโหยหวน ที่เค้นออกมาจากลำคอเธอคือ

“ไหมจะกลับมาทวงชีวิตคืน พี่เหมยคอยดูน่ะ”

เหมยในยามนี้ทั้งหวาดกลัว ทั้งตื่นเต้น ที่จะได้แต่งงานแทนน้องสาว จึงรีบเอาผ้านวมในห้องนอน ห่อร่างของไหมจนมิดชิด จากนั้นลากร่างของไหม ออกไปที่ระเบียงหลัง ซึ่งติดกับสวนดอกไม้ ในสวนนั่นยายหลิวมองเห็นบ่อน้ำเก่าๆ ที่เลิกใช้แล้วมีฝาปิดอยู่ เหมยลากร่างของน้องสาวไปที่นั้น ก่อนดันร่างนั้นให้จมดิ่งลงก้นบ่อ
แล้วนำกระถางต้นไม้ อีกหลายกระถาง โยนตามลงไป ก่อนปิดฝาบ่อทันที

ภาพต่อมาคือ ภาพที่อาตงคลี่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเหมย เขาได้ยินเสียงเหมยพูด ขอบคุณ ตอนที่เขาส่งเหล้ามงคลให้เธอ อาตงมองดวงตาเธอ ก่อนถามขึ้นว่า

“น้องเหมยใช่ไหม?”

เหมยรีบปฎิเสธทันที บอกว่าเธอคือ ไหม แต่อาตงรู้แล้ว แฝดคู่นี้หน้าตาเหมือนกัน แทบทุกอย่าง มีแต่น้ำเสียงพูด ไหมน้ำเสียงนุ่มนวลจนเป็นนิสัย แม้เหมยจะดัดเลียนแบบอย่างไร อาตงก็จับได้ทันที เขาถามไหมไปไหน เหมยบอกว่า ไหมกินยาตาย แต่อาตงรู้ว่าต้องไม่ใช่แน่ๆ แต่ตอนนี้เขาไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ จึงแค่เดินไป หยิบผ้าห่มและหมอนไปที่ห้องอ่านหนังสือ

“แม่สอบถามแล้ว ทางพ่อแม่หนูไหมบอกว่าหนูไหมตาย เพราะกินยาฆ่าตัวตายจริงๆ”

หล่านฟ้าคิดว่า อีกไม่นาน ลูกชายคงจะลืมไหม และยอมรับเหมยเป็นเมียได้ เพราะเหมยหน้าตาเหมือนไหม แต่ยิ่งนานวัน หล่านฟ้ายิ่งมองเห็นรอยรังเกียจชิงชังเหมย จากสายตาลูกชายมากยิ่งขึ้น

หล่านฟ้าจึงขอให้เหมยกลับไปบ้านพ่อแม่เธอก่อน เพื่อให้อาตงได้มีเวลารักษาอาการป่วย แต่เหมยก็ไม่ยินยอม..สุดท้าย ยายหลิวมองเห็น เหมยเข้าไปด่ากระทบอาตง ทุกค่ำคืนก่อนนอน จนอาตงต้องกระอักเลือดหลายหน..และแล้วก็ไปตายที่สุสานคนรักเขานั่นเอง............


******************************************

และแล้ววันเพ็ญ ๑๕ค่ำในตอนเช้ามืด ยายหลิวลงจากเครื่องบินพร้อมอาเส่ง แล้วนั่งรถตู้จากสนามบินไปที่พัทยาทันที เมื่อถึงท่าเรือ ที่นัดกันไว้ ก็พบนัทกับคนเรือ และสมุนจำนวนหนึ่งของอาเส่ง ที่เดินทางล่วงหน้ามาพร้อมกับลูกศิษย์ยายหลิว จัดโต๊ะพิธีรอคอยพร้อมแล้ว

ยายหลิวลงจากรถตู้ เดินไปที่โต๊ะพิธี ทำการจุดธูปเทียน แล้วเริ่มสวดมนตร์จากนั้น จึงนำแตงโมลูกโตสดใสออกมา เอาเสื้อของชาอุ่นคุมไว้ ก่อนรดด้วยน้ำมนตร์ที่เตรียมมาจากบ้าน เกิดควันพุ่งเป็นทางยาวทันที

ยายหลิวหยิบกระดาษพิธีชนิดหนึ่ง รูปขาวยาวเรียวโรยไปรอบๆโต๊ะพิธี จากนั้นเดินนำหน้าขึ้นเรือประมงที่จ้างมา นัทและทุกคนเดินตามขึ้นเรือไป

เมื่อขึ้นเรือเรียบร้อย ยายหลิวจุดธูปกำโตไหว้ทั้งสี่ทิศ ก่อนนำไปปักที่กระถาง สั่งลูกศิษย์อุ้มแตงโม ที่มีเสื้อชาอุ่นคุมไว้ ไปวางที่หน้ากระถางธูป

ยายหลิวหันมาสั่งทุกคนให้เงียบเสียงลง และคอยมองดู ที่ท้องทะเล ถ้าพบเห็นว่าตรงไหน มีควันลอยขึ้นมา ให้ตะโกนบอกทันที จากนั้นยายหลิวก็หลับตาท่องมนตร์ไปเรื่อยๆ พิธีที่ยายหลิวทำในครั้งนี้ เรียกว่า “ฉ่ำซี” (ค้นหาวิญญาณ)

ขณะที่ยายหลิวสวดมนตร์ ลูกศิษย์ของยายหลิว ก็โปรยกระดาษพิธี โรยลงทะเล ตามไปเรื่อยๆ เมื่อเรือแล่นมาห่างจากฝั่งมากแล้ว รอบๆทะเลปราศจากเรืออื่นๆ จอดหรือแล่นมาใกล้ ขณะนั้น สมุนคนหนึ่งร้องเสียงดังล้งเล้ง ทุกคนหันไปตามเสียงนั้น

พบว่า ที่ท้องน้ำทะเล เกิดควันใสๆลอยขึ้นมา ยายหลิวพยักหน้า ลูกศิษย์ของยายหลิวดึงเสื้อชาอุ่นที่คุมแตงโมออก แล้วอุ้มแตงโมลูกโตลูกนั้นทุ่มลงน้ำทันที แตงโมลูกนั้นลอยวนเหมือนลูกข่างมหึมา สักครู่ หยุดนิ่ง ลอยเลื่อนไปทางซ้าย ยายหลิวสั่งเบนเรือตามแตงโมลูกนั้นไปทันที

ตุ๊บป่อง ..ตุ๊บป่อง...แตงโมบัดเดี๋ยวจมหาย บัดเดี๋ยวโผล่ขึ้นมาหยุดนิ่งๆ ยายหลิวสั่งนัท ให้รีบตะโกนตามที่สั่งไว้ล่วงหน้าทันที

“อุ่นอยู่ไหน พี่มารับกลับบ้านแล้วววว”

เสียงนัทที่เริ่มจากเบา ก่อนดังและเร็วขึ้นทุกที เมื่อเหลือบเห็นแตงโม ลอยเคลื่อนตัวเร็วยิ่งขึ้น เขาตะโกนดังและเร็วมากเท่าไร แตงโมลูกนั้น ก็หมุนและลอยเคลื่อนที่ตามไปเร็วเท่านั้น

“อุ่นนนนนน อยู่ไหนนน พี่มารับบบกลับบบบ้านแล้ววววว”

เสียงนัทเริ่มแสดงอาการหดหู่และเศร้าชอบกล ราวถูกสะกดจิต คนบนเรือนอกจากยายหลิวกับลูกศิษย์ ทุกคนขนลุกพร้อมเพรียงกันทั่วร่าง เมื่อเหลือบเห็นห่อกระสอบใหญ่ๆที่เบื้องหน้า เป็นเงาจางๆก่อนจมหายไป

อาเส่งสั่งสมุนสองคนดำลงไปที่จุดนั้น พร้อมกับลูกศิษย์ยายหลิวทันที อีกสิบห้านาที ทั้งสามคนก็ลากกระสอบใบใหญ่ขึ้นมาบนเรือได้สำเร็จ

เมื่อเปิดปากกระสอบ หยิบหินมากมายหน้าปากกระสอบโยนทิ้งทะเล ร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาสู่สายตาทุกคน

“ชาอุ่น!!!!”

ยายหลิวอุทานออกมาคำหนึ่ง ก่อนสั่งเรือให้เบน กลับฝั่งเร็วที่สุด นัทกระโดดเข้าไปจะกอดร่างนั้น แต่ยายหลิวยึดมือสั่งห้ามทันที ทุกคนหันไปมองร่างนั้นกันอีกหน

ร่างของชาอุ่นที่เบื้องหน้า ช่างแปลกประหลาดนัก เธอไม่ได้เน่าเปื่อยเหมือนซากศพทั่วๆไป แค่มีบาดแผลที่ซี่โครงซ้าย ตอนนี้แผลนั้นแห้งสนิทแล้ว แต่ที่ทุกคนตื่นเต้นระทึกใจมาก เมื่อปรากฎว่า เธอยังหายใจระรวย!!!

แต่ไม่นาน ร่างของชาอุ่นที่ตาเหลือกค้าง เริ่มหลับตาลง ผิวพรรณเต่งตึง เริ่มซีดเซียวลง ราวกับลูกโป่งถูกปล่อยลม ร่างสวยสดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาจางๆ

“หนูอุ่น อย่าเพิ่งสลายพลังจิตทั้งหมด อย่ารีบร้อน ร่างของหนูเพิ่งพ้นน้ำ จะเปื่อยทันที อย่าเพิ่งน่ะ ฟังยายด้วยหนูอุ่น”

เสียงร้อนรนของยายหลิว ชาอุ่นได้ยินทุกคำ แต่ความดีใจที่ได้พบหน้าคนรักอีกครั้ง ทำให้สมาธิเธอสิ้นสุดลง เธอจึงคลายพลังจิตอย่างกระทันหัน ยามนี้เธอตั้งจิตเรียกพลังจิตอีกครั้ง แต่สายไปเสียแล้ว ร่างของเธอเริ่ม มีน้ำซึมออกมาจากทวารทั้งเจ็ดเสียแล้ว!!!

….จบฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 8)…



โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 10 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 25 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook