บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]

[ ปิด ] ⇛ หน้าบ้าน ⇛ ห้องสมุด ⇛ ห้องร้อยบุปผา ⇛ ห้องนิจนิรันดร์ ⇛ หอพระไตร ⇛ สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องโลก ⇛ ชุมนุมจอมยุทธ ⇛ e-book ⇛ สมุดเยี่ยม

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงงานเขียนเก่า 4

กรุงงานเขียนเก่า 1
กรุงงานเขียนเก่า 2
กรุงงานเขียนเก่า 3
กรุงงานเขียนเก่า 4
กรุงงานเขียนเก่า 5


>> ฤาเพราะพรหมลิขิต (9)

เรื่อง : ฤาเพราะพรหมลิขิต (9)

หลังจากที่นำร่างของชาอุ่น ขึ้นจากน้ำทะเลแล้ว นัทจึงรีบพาชาอุ่น ไปหลบซ่อนตัว ที่คลีนิกของวัฒน์ซึ่ง เป็นเพื่อนซี้ของเขา ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมมาด้วยกัน ทันทีที่วัฒน์เห็นร่างของชาอุ่น เขาสั่งให้นำเธอเข้าห้อง ฉุกเฉินทันที

ขณะที่หมอวัฒน์ กำลังดูอาการของชาอุ่น ส่วนทางด้านยายหลิวก็สั่งการ ให้ลูก ศิษย์ตั้งโต๊ะพิธี แล้วกางกระโจมผ้าป่านเขียนยันต์เตรียมไว้ ยายหลิวจะทำพิธีเพื่อ ต่อดวงประทีป เสริมชะตาชีวิตให้ชาอุ่น

เมื่อหมอวัฒน์ออกมาพบนัท พร้อมกับส่ายหน้าหมดหวังนั้น นัทเพียงตบบ่าเพื่อนแสดงความขอบใจ ก่อนเข็นเตียง คนไข้ที่มีร่างของชาอุ่น นอนราวกับคนตาย เข้าไปที่กระโจม ซึ่งยายหลิว ยืนถือสายสิญจน์เตรียมล้อมกระโจมรออยู่

ระหว่างที่นัทเข็นเตียง ผ่านข้างกายยายหลิว ยายสัมผัสกับพลังจิตเข้มข้นสายหนึ่ง เมื่อเหลียวมองที่ร่างชาอุ่น ก็พบว่ามาจากมือเธอ ยายหลิวเดินเข้าใกล้ พบว่ามัน พลุ่งออกมาจากแหวนวงนั้น แหวนทองขาวเกลี้ยงๆแต่มีชื่อคนสลักอยู่

“แหวนของผมเองครับยาย อาจารย์หวังซาน ลงอาคมให้ผม ไว้สำหรับป้องกันตัวตอนชกมวยครับ แต่ผมถอดให้อุ่น เป็นของที่ระลึก ตอนเราพบกันครั้งแรก ครับยาย”

ยายหลิวพยักหน้า เริ่มเข้าใจแล้ว เพราะแหวนนั้นเอง ที่เป็นพลังจิตเสริมให้ชาอุ่น เด็กสาวมีเพียงพลังจิตที่ซื่อบริสุทธิ์ ซึ่งจะมีอำนาจแค่รักษาให้วิญญาณ ไม่แตกสลายได้ แต่กระสุน มากมาย ที่ลื่นไถลผ่านตัวเธอไปได้นั้น มันเกิดจากอำนาจ ของแหวนลงอาคมของ หวังซาน ศิษย์ผู้พี่ของยายหลิวนั่นเอง


และทุกครั้งที่ขึ้นชกมวย นัทจะนำมันไปรับการผูกด้วยอาคมอยู่อีกบ่อยๆ มันจึงเป็นเสมือนแบตเตอรี่อย่างดี จึงสามารถติดตามหาเจ้าของได้อย่างง่ายดาย ทำให้ชาอุ่น สามารถส่งกระแสจิต ความคิดถึงเข้าไป เพื่อดึงให้นัทมาหาได้อย่างรวดเร็ว


และเมื่อเธอเรียกร้องต้องการ ให้มีชีวิตรอดจากกระสุนร้าย แหวนอาคมจึงแผ่รังสี ออกมาปกป้องเธอไว้ เหมือนรังไหมรักษาตัวอ่อนฉันนั้น


เวลานี้ยายหลิวรู้แล้ว ว่าจะช่วยชาอุ่นให้ฟื้นได้อย่างไร จึงเรียกนัทเข้ามาคุย ยายหลิวเล่าท้าวความหลัง ไปเมื่อครั้งอดีต ที่นัทกับชาอุ่นและอีกสาวนางหนึ่ง ซึ่งยายหลิวเองก็ยังไม่รู้ว่า เธอไปเกิดอยู่ที่ใด เพราะก่อนตายเธออธิฐานไว้ว่า

ถ้าผู้หนึ่งผู้ใด ค้นพบอดีตของเธอ ขออย่าให้คนผู้นั้น มองเห็นชีวิตปัจจุบัน ของเธอได้เลย ว่าไปเกิดอยู่ ณ ที่ใด

ผู้ที่จะสามารถมองเห็นชีวิตปัจจุบันของเธอได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่เคยมีเวรกรรม ผูกพันต่อกันด้วย เพราะการจะจองเวรข้ามภพนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ผู้ที่จะจอง เวรได้สำเร็จ ต้องมีความเจ็บช้ำอย่างแสนสาหัส

และต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำเรื่องเลวระยำอย่างที่สุด อย่างชนิดที่สามโลก คือ โลกมนุษย์ วิญญาณ และสวรรค์ ไม่อาจ อภัยให้

แต่ที่เธอผู้นั้นได้พรข้อนี้มา เพราะผู้ตายได้รับพรวิเศษก่อนตายข้อหนึ่ง จากบรรพบุรุษของตนเอง จากการที่หมั่นไปกราบไหว้ เซ่นบูชาบรรพบุรุษทุกปี

ยายหลิวเล่าต่อว่า ชาติก่อนขณะที่ชาอุ่นกำลังจะเป็นเจ้าสาวของนัทนั้น เธอก็ต้องมาตายลงเพราะยาเบื่อหนู ที่พี่สาวฝาแฝดของเธอ ผสมลงในชามบัวลอย แล้วหลอกให้เธอกินเข้าไป แต่ด้วยความอาฆาตแค้นก่อนตาย เธอจึงอธิฐานขอจอง เวรกับพี่สาว จะขอทวงชีวิตคืนในชาติต่อไป


และเมื่อพี่สาวฝาแฝดของเธอ ปลอมตัวเพื่อไปเข้าพิธีแต่งงาน กับเจ้าบ่าวแทนเธอนั้น ก็ถูกเจ้าบ่าวจับได้ ไม่ยอมเข้าห้องหอด้วย ทำให้ฝาแฝดผู้พี่ เจ็บช้ำอับอายบ่าวไพร่ในบ้าน เธอผู้นั้นจึงหาทางกลั่นแกล้ง ด้วยการเปลี่ยนยาแก้ไข้ ไปเป็นใบไม้ แห้งที่หลังสวน จนอาการของเจ้าบ่าวทรุดหนัก เธอก็เข้าไปเปิดเผยความจริง กับเจ้า
บ่าว จนเขาถึงกับกระอักเป็นเลือด ก่อนไปสิ้นใจที่สุสานบรรพบุรุษ


ซึ่งก่อนหน้านั้น เจ้าบ่าวได้ขอกระดูกคนรัก จากพ่อแม่ของเธอ มาฝั่งไว้ที่สุสาน ของบรรพบุรุษของตน และติดป้ายประกาศบอกทุกคน ว่าเป็น “เมียเอก” ทำความ เจ็บช้ำเสียหน้ากับแฝดพี่ไม่น้อยเลย เพราะบ่าวไพร่ในบ้าน มักแอบนินทาให้เธอได้ ยินอยู่เสมอ หลังเจ้าบ่าวตาย แม่ของเจ้าบ่าว ก็ฝังลูกชายตามความประสงค์ของเขา


“ลูกขอนอนร่วมหลุมกับคนรักของลูกนะท่านแม่”


แต่ดึกคืนนั้น แฝดพี่ได้สั่งคนรับใช้ประจำตัว ขุดศพเจ้าบ่าวขึ้นมา และนำไปเผาทิ้งก่อนโรยกระดูกลงน้ำ และนำกระดูกของน้องสาว ไปโยนให้ หมาป่ากิน ก่อนหลบหนีไปกับคนใช้ผู้นั้น จากนั้นก็ไม่เคยมีใครได้พบเห็นเธออีกเลย



นัทหยิบรูปสามใบนั้นขึ้นมาดู ชายในรูปเหมือนเขา ราวกับคนๆเดียวกัน แต่ชาอุ่นกลับหน้าตา ไม่มีแววเหมือนในอดีตสักนิดเดียว (ซึ่งยายอุ่นบอกว่า ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเธอตายด้วยยาพิษนั่นเอง)ส่วนอีกสาวหนึ่งนั้น รูปตายาวใหญ่ที่มองตอบมา ช่างคมกริบน่ากลัวจริงๆ


“เอ๊ะ นัท เอ็งไปได้รูปคุณข้าวตังแต่เมื่อไรว่ะ?”


วัฒน์หยิบรูปนั้นจากมือนัท ขึ้นมองอีกครั้งก่อนถามขึ้น ยายหลิวถามขึ้นพร้อมนัททันที


“พ่อวัฒน์รู้จักรึ?”

“ไอ้วัฒน์เอ็งรู้จักรึ?”


วัฒน์จึงเล่าให้ฟังว่า ข้าวตังเป็นคนไข้พิเศษของดร.สาทิช อาจารย์ของเขาวัฒน์มักตามไปดูอาการคนป่วยพร้อมดร.บ่อยๆ เพื่อกลับมาคิดค้นหายาขนานใหม่ๆ ร่วมกับอาจารย์ เพื่อใช้ในการรักษา คนเป็นโรคหัวใจประหลาดชนิดนั้น

แต่ก็ยังไม่ พบ ผลรักษาที่ดี เป็นที่พอใจเลย เพราะอาการของข้าวตัง มักเป็นอาการหลบซ่อนที่ ไม่แสดงเหตุของอาการป่วยเตือนอยู่เสมอ


และเมื่อยายหลิวรู้ว่า อีกห้าวันวัฒน์ต้องเดินทาง เข้าไปที่นั่นอีกครั้ง จึงบอก ให้นัทตามไปด้วย เพื่อพกแหวนที่มี ดวงวิญญาณของชาอุ่นสิงอยู่ ไปสวมนิ้วเธอ ถ้าเธอคือแฝดพี่สาวของชาอุ่นในอดีตจริง ชาอุ่นจะมีทางรอดแน่นอน


แต่สิ่งสำคัญในตอนนี้ ต้องทำให้ดวงวิญญาณของชาอุ่น กลับเข้าไปที่แหวนวงนั้นให้ได้เสียก่อน เพราะว่าขณะที่ร่างของชาอุ่น กำลังถูกนำขึ้นจากทะเลนั้น ด้วยความอ่อนเพลียที่ต้องแช่น้ำนาน กอรปกับความรีบร้อน ที่เธอถอดวิญญาณ กลับเข้าสู่กายเนื้อเร็วเกินควร ทำให้สภาพกายเนื้อ กับวิญญาณ ของเธอประทับร่าง ไม่สนิทกัน


ทำให้ช่องทวารทั้งเจ็ดในร่างกาย ถูกเปิดออก ร่างของเธอจึงเปลี่ยนเป็น สีเทา วิญญาณที่บริสุทธิ์ จึงถูกหน่วงเหนี่ยวไว้ ออกจากกายเนื้อไม่ได้ ถ้าภายในสามวัน

เธอยังไม่สามารถ เรียกพลังจิตให้สมานตัวกันอีกครั้ง เธอก็จะแตกสลาย ทั้งกายเนื้อและวิญญาณ และเมื่อนั้น แม้ว่าจะหาร่างกายเนื้อที่เหมาะสมกับเธอได้ วิญญาณ เธอก็จะเข้าไป ประทับไม่สนิทเช่นเดียวกับตอนนี้


ดังนั้นในตอนนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ที่จะต้องทำให้กายเนื้อเธอ หยุดถ่ายเทน้ำออกมาเสียก่อน หมอวัฒน์เสนอว่า จะลองฉีดยาชนิดหนึ่ง ซึ่งเคยนำมาใช้กับคนไข้ท้องร่วง ถ้านัทไม่มีปัญหา เขาจะเริ่มทดลองฉีดยาให้

นัทมองหน้ายายหลิว ก่อนพยักหน้าตกลง จากคืนนั้นมานัทมีหน้าที่ ไปยืนผลัด เปลี่ยนเวรยามกับพ้ง ศิษย์เอกของยายหลิว ที่หน้ากระโจมผ้าป่าน เขามองร่างที่ซีดเทาลงทุกทีของชาอุ่น คืนนี้เป็นคืนที่สองแล้ว คืนพรุ่งนี้อีกคืนเดียว ..ถ้าเธอถอดวิญญาณออกมาไม่ได้...น้ำตาของลูกผู้ชายอย่างนัท..ร่วงหล่นกระทบหลังมือทันที


“ถ้าพี่ตายแืทนอุ่นได้ พี่พร้อมจะตาย จะไม่ยอมให้อุ่นของพี่ต้องทรมานแบบนี้”


เสียงรำพึงของนัท ได้สื่อไปไกล ร่างสีเทาซีดที่ในกระโจม กระพริบตาอย่างแผ่วเบา และแล้วนัทก็วิ่งออกไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งยายหลิวเพิ่งพักจากสวดมนตร์ เดินเข้าไปตักข้าวรับประทานกับลูกศิษย์


“ยายครับผมได้ยินเสียงน้องอุ่นเรียกผมแล้วครับ!!!”



…..จบ..ฤาเพราะพรหมลิขิต (ตอนที่ 9)……


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 13 ส.ค. ปี 2006 [ เวลา 6 : 43 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน

บ้านจอมยุทธ [เมนูหลัก]


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา สรรพคุณ : แก้โง่คำแนะนำ : ควรเก็บไว้ใน Favorite หรือ ตั้งเป็นหน้าแรก | วัตถุประสงค์ |นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : baanjomyut@yahoo.com : facebook